รีวิวซีรีส์ Goblin คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ เจ้าสาวก็อบลิน และ ยมทูต

ดูกันให้ตาแฉะไปเล้ย! รวม 20 ซีรียส์เกาหลี สนุกสุดๆ เหมาะสำหรับดูในวันหยุดนี้ | Spiceee.net | LINE TODAY

รีวิวซีรีส์ Goblin  เรื่องลึกลับมักถูกใจคนเสมอ เมื่อตำนานโบราณของเกาหลีถูกปลุกให้มีชีวิตอีกครั้ง ซุปตาร์หนุ่มสุดฮอต กงยู รับบทโทแกบี (ก๊อบลิน) ที่จะนำทุกท่านเข้าสู่โลกของเขา คิมโกอึน รับบทเจ้าสาวของโทแกบี เธอคือผู้ที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ทรมาน โดยซีรีส์ก๊อบบลิน เขียนบทโดย คิมอึนซุก ผู้เขียนบทที่สร้างเขียน บทซีรีส์ มาแล้วมากมาย เช่น Descendants of the Sun, The Heirs, Secret Garden เป็นต้นโทแกบีมักจะสร้างความอกสั่นขวัญหายให้เราอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เพราะโทแกบี ปี 2016 เป็น โทแกบี สุดชิค แถมยัง เซ็กซี่ แบบสุดๆ เขามีชีวิตมายาวนานนับร้อยปี และยังใช้ชีวิตเสมือนว่า ไม่มีวันพรุ่งนี้ สำหรับเขา ผู้คนรอบข้าง ไม่มีใครรู้ว่าภายในร่างของเขาคืออะไร เขาตามหาของ เขามานานนับศตวรรษ แต่ก็ยังไม่เจอหญิงสาวคนนั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง อึนทัก ก็เรียกหาเขา และยังได้มาเป็นเพื่อนร่วมห้องของยมทูตอีกด้วย เมื่อโทแกบีที่มีอายุยาวนาน ต้องมา ปกป้อง ชีวิตหญิงสาวที่ควรตายมานานแล้ว ต้องมาต่อสู้กับยมทูต ผู้ที่อยากนำวิญญาณของหญิงสาวไป เรื่องจะลงเอยที่ใดโทแกบี (กงยู)หลังจากมีชีวิตมายาวนานนับร้อยปี โทแกบีก็เริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิต

ทุกๆวันชีวิตของเขาย่ำอยู่กับที่ เจ้าสาวของโทแกบี เป็นเพียงผู้เดียวที่จะปลดปล่อยเขาออกจากชีวิตอันแสนน่าเบื่อนี้ แต่เขายังหาเธอไม่เจอ แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็ถูกหญิงสาวผู้หนึ่งเรียกหา อึนทักสาวน้อยวัยสิบเก้า ทำไมสาววัยกระเตาะถึงได้เป็นที่ติดตาต้องใจเขานัก หน้าที่ของเธอ คือการดึงดาบที่ปักอยู่กลางหัวใจเขาออก เธอจะทำได้หรือไม่อึนทึก (คิมโกอึน)เธอควรจะตายมานานแล้ว แต่เธอก็หลบหนีจากยมทูตได้นานถึงสิบปี สายตาของเธอ สามารถมองเห็นความตายได้ ทำให้เธอหลบหนียมทูตมาได้ทุกครั้งที่มีโอกาส อึนทักเป็นสาวมั่นที่คิดบวก มีความกล้าหาญในทุกสถานการณ์ กล้าแม้กระทั่งการอยู่กับโทแกบี ที่มีเพื่อนร่วมห้องเป็นยมทูตยมทูต (อีดงอุค)ชายหนุ่มผู้ขยันและเคร่งครัด เขาต้องการนำวิญญาณของอึนทักไปตามหน้าที่ที่เขาต้องปฏิบัติ หลังจากอึนทักย้ายที่อยู่ครั้งล่าสุด ยมทูตก็ตามตัวอึนทักจนเจอ แต่ครั้งนี้ เขากลับทำอะไรเธอไม่ได้

เพราะเธอมีโทแกบีคอยคุ้มครองอยู่ เพื่อหาโอกาสนำวิญญาณของเธอไป เขาจึงต้องอยู่เป็นเพื่อนร่วมห้องกับโทแกบี จนกระทั่งเขาได้เจอกับซันนี่ และพบว่า เขามีความทรงจำบางอย่างที่แสนลางเลือนกับเธอซันนี่ (ยูอินนา)ซันนี่เป็นสาวสวยที่เป็นที่ต้องตาต้องใจของหนุ่มๆทุกคน และเธอก็รู้จักวิธีการบริหารเสน่ห์ของเธอเป็นอย่างดี จนวันที่เธอได้เจอกับยมทูต จนรู้สึกหลงเสน่ห์ของเขา เมื่อได้สบตากัน เธอรู้สึกได้ถึงแววตาที่ไร้เดียงสาของเขา แต่เธอไม่รู้ว่าเขาคิดถึงเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอได้พบกับเขาอีกครั้งที่คาเฟ่ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเปิดดูเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็แค่เพียงช่วงต้นๆ เพียงไม่กี่ตอนเท่านั้น จนมาวันนี้ที่เน็ตฟลิกซ์ลงซีรีส์เรื่องนี้เลยได้โอกาสหยิบมาดูมาเขียนถึงกันอีกครั้ง กับเรื่องราวความรักบวกแฟนตาซีของชายผู้มีดาบปักอกมายาวนั้น ใช่แล้ว เรื่องนั้นแหละ Goblin หรือชื่อไทยว่า ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ นั่นไง

Gong Yoo in Guardian: The Lonely and Great God

กงยูในซีรีส์ Guardian: The Lonely and Great God
หลายๆ คนอาจจะรู้จักซีรีส์เรื่องนี้ในอีกชื่ออย่าง Guardian: The Lonely and Great God เป็นหน้าที่ของเราที่จดจำสองชื่อไปพร้อมๆ กัน เพราะบางที่ก็ใช้ชื่อนี้ เรื่องราวที่จะออกจะแฟนตาซีที่เขียนบทโดย Kim Eun Sook คนเดียวกับที่เขียน The King: Eternal Monarch ใครที่ดูซีรีส์ที่เธอเขียนบทก็อาจจะจับความรู้สึกร่วมของซีรีส์เหล่านั้นได้

ว่าแล้วก็เริ่มบอกเล่าเรื่องราวของก็อบลินกันเลยดีกว่า

เรื่องย่อซีรีส์ Goblin
คิมทัน (Goong Yoo/กงยู จากซีรีส์ Coffee Prince และหนัง Train To Busan) คือชื่อของแม่ทัพในบนแผ่นดินเกาหลีในอดีต เขาเป็นคนผู้แข็งแกร่งและทรหดจนใครๆ ก็เรียกว่าเป็นพระเจ้า แต่เพราะเขามีอิทธิพลหรือแข็งแกร่งเกินไปอะไรอย่างนั้น วันหนึ่งเขาก็เลยถูกกำจัด เขามีดาบเล่มใหญ่ปักอยู่บนอกและถูกทิ้งให้แห้งตาย

และสุดท้ายเขาต้องกลับกลายเป็นก็อบลิน

ก็อบลิน (ในภาษาเกาหลีจะเรียกว่า Dokkaebi)​ คือผู้ที่ถูกสาปให้คงอยู่เช่นนั้น จนกว่าจะพบกับเจ้าสาวที่เป็นมนุษย์ผู้ที่จะมาปลดเปลื้องคำสาป ดึงดาบเล่มที่ปักอยู่แล้วชีวิตของก็อบลินก็จะดับสูญและสู่สุคติ

ตัวอย่างซีรีส์ Guardian: The Lonely and Great God
แต่คืนหนึ่ง เขาได้ช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ผู้หนึ่งไว้จากความตาย ส่งผลให้ยมทูต (Lee Dong Wook จากซีรีส์ Life) จึงไม่อาจหาหญิงคนนั้นได้พบ และส่งผลให้มีเด็กหญิงคนหนึ่งเกิดขึ้นมาทั้งที่ไม่ควรมีโอกาสนั้น เด็กหญิงผู้นั้นคือ จีอึนทัก (Kim Go Eun/คิมโกอึน จากซีรีส์ The King: Eternal Monarch) เธออยู่กับแม่ได้เพียง 9 ปี แม่เธอก็จากไปพร้อมความสามารถพิเศษในการมองเห็นผีที่กรอกหูเธอตลอดมาว่าเธอคือเจ้าสาวของก็อบลิน

ปัจจุบัน อึนทักเรียนไฮสคูลและต้องอยู่กับญาติพี่น้องของแม่ที่ไม่ได้รักหวังดีกับเธอแต่หวังในเงินประกันที่แม่ทิ้งไว้ให้

ในวันเกิดของเธอ อึนทักไปฉลองวันเกิดของตัวเองที่ท่าเรือริมทะเล และคำอธิษฐานนั้นชักพาและดึงดูดให้ก็อบลินมาหาเธอ นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับเขา

ทุกอย่างต้องมีเรื่องบังเอิญ เมื่อตอนนี้ยมทูตได้มาเช่าห้องในบ้านของก็อบลิน!

รีวิวซีรีส์ Goblin
ในซีรีส์เรื่องนี้ยังมีตัวละครอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ยูด็อกฮวา (Yook Sung Jae จากซีรีส์ Reply 1994 และ Mystic Pop-up Bar) ผู้เป็นหลานของก็อบลิน ตัวก่อความวุ่นวายแม้ไม่เคยทำสิ่งผิดเลยก็ตาม ซันนี่ (Yoo In Na จากซีรีส์ Secret Garden) สาวสวยเจ้าของร้านไก่ทอดที่อึนทักไปทำงานด้วย ก็ตามคำแนะนำของก็อบลินนั่นแหละ นอกจากนี้ก็ยังมีตัวละครที่ชวนสงสัย เธอเป็นทั้งสาวแก่ผิวเหี่ยวย่น เป็นทั้งสาวหุ่นดีปากแดง (Lee El) ที่ซีรีส์จะต้องเปิดเผยตัวตนของเธอในไม่ช้า

นอกจากนี้ อึนทักยังมีแม่ที่แสนสวยที่สวมบทบาทโดย Park Hee-Von (จากซีรีส์ The Producers) อีกด้วยนะ

เรื่องราวแฟนตาซีเจือดราม่าและโรแมนติก
ก็อบลินนั้นถือเป็นเทพเจ้าประเภทหนึ่ง มีความสามารถมากพอที่จะมองเห็นอนาคตและอ่านใจผู้คน ปกติจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความตายของมนุษย์ แต่วันนั้นเขาเกิดใจอ่อน ผลจึงทำให้บังเกิดหญิงสาวที่ไม่ควรได้เกิดขึ้นมา เธอมองเห็นและพูดคุยกับวิญญาณต่างๆ ได้ อีกทั้งวิญญาณเหล่านั้นยังกรอกหูเธออีกว่า เธอคือเจ้าสาวของก็อบลิน

ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ
โปสเตอร์แนวนอนของสามตัวแสดงหลัก ใน ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ
ฝ่ายพระเอกนั้น เขาต้องอยู่อย่างเปล่าเปลี่ยวมายาวนานถึง 900 ปี หนีแว้บไปแว้บมาอยู่แคนาดามานาน จู่ๆ เขากลับมายืนอยู่หน้านางเอกวัยใสได้ซะงั้น แถมเธอยังเชื่อมั่นฝังใจว่าตัวเองเป็นเจ้าสาวของเขา

พัฒนาการของความรักที่ไปไวเกินคาดอีกครั้งของผู้เขียนคนนี้

ก็อบลิน กับ ยมทูต
หนังเต็มไปด้วยจินตนาการและปริศนาที่คนดูจะต้องเก็บเอาไว้เพื่อรอวันเฉลยข้างหน้า เรื่องราวอันแปลกประหลาดดีเมื่อเขากำหนดให้เทพเจ้าผู้เปล่าเปลี่ยวรอคอยเจ้าสาวคนเดียวมาหลายร้อยปี กลับต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับยมทูตผู้ซึ่งวนเวียนสนใจแต่บัญชีของวิญญาณที่สูญหาย ซึ่งก็คือจีอึนทักคนนั้นนั่นเอง

เวลาที่พวกเขาร่วมโต๊ะอาหารกันมันคือความบันเทิงอย่างหนึ่ง ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นเทพเจ้าคู่หูคู่กัดกันไปแล้ว กัดกันบนโต๊ะอาหารไม่พอ กับภารกิจที่เกี่ยวกับตัวนางเอกของพวกเขาทั้งสองยังดูจะขัดแย้งกันด้วย

Guardian: The Lonely and Great God’s Poster
โปสเตอร์แบบสองพระนาง ซีรีส์ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ
คนหนึ่งมองว่าเธออาจเป็นเจ้าสาวผู้ปลดเปลื้องคำสาปของตน ขณะที่อีกคนต้องการเอาตัวเธอไป

ความแตกต่างของสองเทพเจ้าที่น่าสนใจก็คือ คนหนึ่งต้องทนทุกข์อยู่กับความเดียวดายจดจำได้ตลอดมาถึงต้นกำเนิดความเป็นเทพเจ้าของตนเอง แต่อีกคนกลับไม่รู้ที่มาที่ไปของตนว่าเหตุใดจึงต้องลงเอยกลายมาเป็นยมทูตอย่างทุกวันนี้

ก็อบลิน กับ เจ้าสาว
ความสัมพันธ์ที่อาจเกิดได้แค่เพียงระยะสั้น ด้วยเงื่อนไขที่ว่า เจ้าสาวคนนั้นจะมองเห็นดาบที่ปักอกของเขาอยู่ และเมื่อเธอดึงมันออกได้แล้วเขาก็ต้องดับสลายไปในทันที แต่การรอคอยนั้นยาวนานกว่านั้นมาก เขาใช้เวลาราว 900 ปีกว่าจะได้พบ และเธอคนนั้นจะใช่หญิงสาวคนที่เขาช่วยชีวิตไว้หรือเปล่านะ

คือตามท้องเรื่องที่ปูมามันก็ต้องใช่แหละ

แต่ปรากฏว่าอึนทักมองไม่เห็นดาบนั้น ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าเธอจะใช่เจ้าสาวจริงหรือเปล่า แต่เธอเกิดมาพร้อมมีปานหรืออะไรสักอย่างที่หลัง เธอต้องคอยหลบยมทูตที่พยายามจะเอาตัวเธอไปโดยบอกว่าเธออยู่ในชื่อซึ่งจริงๆ ก็ยังไม่มีอยู่สักหน่อย และเธอก็เห็นร่างของเขาแถมยังเปิดประตูตามเขาไปได้ทุกที่ ถ้าเกิดใช่เธอขึ้นมา เวลาของเขาที่จะได้อยู่กับเธอก็คงสั้นมาก

เขาจะทำยังไงกับเธอดีล่ะ?

Guardian: The Lonely and Great God
กงยู คิมโกอึน และอีดงวุก
เรื่องราวที่ซ่อนเบาะแสไว้ตามรายทาง
ทั้งเรื่องราวก็ซุกซ่อนปมเอาไว้หลายอย่าง เบาะแสที่ใส่เข้ามาเรื่อยๆ ในทุกตอน ผู้ชมจึงต้องจดจำหรือต้องดูซ้ำที่ให้มองเห็นเป็นข้อมูลประกอบสำหรับการติดตามในตอนต่อๆ ไป สิ่งนี้น่าจะเป็นความโดดเด่นในซีรีส์หลายๆ เรื่องของนักเขียน Kim Eun Sook

อาจจะพบความแหม่งๆ อยู่หลายอย่างในระหว่างการดำเนินเรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า กงยูเล่นเป็นก็อบลินได้อบอุ่นและใจดี ส่วนคิมโกอึนนั้นเป็นสาวหมวยที่น่ารักมาก แสดงเป็นเด็กสาววัยมัธยมได้น่ารักดี

อีกอย่างก็คงเป็นเรื่องราวที่ค่อยๆ เล่าแต่ทิ้งเบาะแสไว้ตามรายทาง ให้เราได้ค่อยๆ แกะไปเรื่อยๆ ใช้เวลา ใส่ปมโน้นปมนี้มา ช่วงตอนที่แต่ละคนรู้สึกสนุกนั้นอาจจะแตกต่างกันตามแต่จริตของแต่ละคน และหลายคนอาจจะชอบปมของตัวละครรองอย่างยมทูตด้วยซ้ำไป

ดูหนังออนไลน์

รีวิว หนัง The Last Full Measure การช่วยชีวิตเพื่อนทหาร

รีวิว หนัง The Last Full Measure การช่วยชีวิตเพื่อนทหาร

The Last Full Measure เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของ วีรกรรมจากวีรบุรุษ ที่โลกลืม William H. Pitsenbarger ทหารอากาศที่ยอมสละชีวิตตนเองโรยตัวลงมาเพื่อช่วยชีวิตทหารราบกว่า 60 นายท่ามกลางสงครามเวียดนาม แต่วีรกรรมเขาก็ถูกลืมเลือน จนทำให้สหายร่วมรบและทหารที่รอดจากเหตุการณ์นั้นต่างใช้เวลาเกิน 30 ปี เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับวีรบุรุษผู้นี้ ด้วยการเสนอชื่อให้เขาได้รับเหรียญแห่งเกียรติยศชั้นสูงสุด

จริงๆ มาจากประโยคในสุนทรพจน์ Gettysburg Address ของประธานาธิบดี Abraham Lincoln ที่พูดไว้เพื่อสดุดีแก่ทหารที่เสียชีวิตในสมรภูมิ Gettyburg ใจความว่า

…That from these honored dead we take increased devotion to that cause for which they here gave the last full measure of devotion.

แปลประมาณว่า “…นั่นมาจากผู้วายชนม์อันทรงเกียรติทั้งหลายที่ยอมสละทุกอย่างสำหรับการจงรักภักดีอย่างเต็มภาคภูมิในวาระสุดท้ายของชีวิต”

หนังดำเนินเรื่องผ่านตัวละครสมมุตินามว่า Scott Huffman (Sebastian Stan) เจ้าหน้าที่ระดับกลางของเพนตากอน ที่ได้รับเรื่องให้ไปตามเรื่องราวการรายงานขอเลื่อนขั้นเหรียญกล้าหาญเป็นเหรียญแห่งเกียรติยศ ทำให้เขาต้องไปเจอกับเพื่อนทหารหาญทั้งหลาย ร้อยเรียงข้อมูล ตัดสลับกับการเล่าเหตุการณ์ในช่วงที่เกิดเหตุจริงๆ เลยทำให้ความน่าสนใจหนังเพิ่มขึ้นมา

แต่ในความน่าสนใจนั้นก็มีความน่าเบื่ออยู่เช่นกัน ด้วยความที่หนังคล้ายกับสารคดีไปสัมภาษณ์คน นั่งพูดๆ เล่าเหตุการณ์ ซ้ำไป วนไป วนมา ตามหาความจริง มันเลยกลายเป็นหนังเรื่อยๆ ไปสักหน่อย

ถึงแม้จะมีความ “ลับ” บางอย่างของเหตุการณ์จริงในครั้งนี้ที่ทำให้เหตุการณ์มันน่าเคลือบแคลงใจ และตัวเอกต้องเอาหน้าที่การงานเข้าแลก ไอ้ส่วนนี้แหละ ที่มันดูเหมือนจะมีอะไร แต่เอาเข้าจริงมันไม่ได้เห็นความเสี่ยงหรือจุดอันตรายจากเหตุการณ์นี้สักเท่าไหร่เลย เลยกลายเป็นอุปสรรคเล็กๆ ที่ผ่านมาและผ่านไป

ถึงแม้หนังจะตัดสลับเล่าเหตุการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์ในสนามรบที่ผ่านมา 30 ปี แต่ในพาร์ทของสนามรบดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่ได้เห็นความยิ่งใหญ่ น่าทึ่งหรือน่าประทับใจของการช่วยชีวิตของ William H. Pitsenbarger สักเท่าไหร่เลย รู้เพียงแต่ว่ามันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเท่านั้น พาร์ทนี้ถ้าทำออกมาดีๆ มันจะทำให้หนังอินมากกว่านี้เยอะ

ซึ่งจุดอินจริงๆ จากในหนังเรื่องนี้มาจากบทพูดต่างๆ ของตัวละครที่เกี่ยวข้องกับ William H. Pitsenbarger ทั้งนั้น ถึงแม้มันจะค่อนข้างเป็นคำคม จุก กระแทกใจ น่าประทับใจมากเกินจริงไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เราได้ซาบซึ้งถึงวีรกรรมอันหาญกล้าของ William H. Pitsenbarger ได้ดีจริงๆ หลายฉากนี้น้ำตาคลอตามเลยทีเดียว

โดยเฉพาะฉากตอนท้ายเรื่องที่ประธานาธิบดีกล่าว เล่นเอาซึ้งจนเกือบน้ำตาไหล กินใจสุดๆ แถมยังเกือบทำให้เรายืนขึ้นในโรงเลยทีเดียว (อยากรู้ว่าทำไมต้องลองไปดูด้วยตัวเอง).

ทัพนักแสดงนี่เด่นๆ ดังๆ ทั้งนั้น แต่ที่โดดเด่นมากๆ คือ การแสดงของ William Hurt, Ed Harris และ Christopher Plummer ที่ฉากดราม่าทีไรแทบจะเล่นเอาเราน้ำตาคลอได้แทบทุกฉากเลย แต่การแสดงที่เฉยๆ จนน่าเสียดายคือการแสดงของ Sebastian Stan ในบท Scott Huffman และการแสดงของ Jeremy Irvine ในบท William H. Pitsenbarger

สรุปแล้ว  คือหนังที่บอกเล่าวีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่โลกไม่เคยรู้ บอกเล่าการต่อสู้เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ฮีโร่ในสนามรบ บอกเล่าความจริงเบื้องหลังสงครามนั้น แต่บอกเล่าออกมาได้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ มีความน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่มันถูกประคับประคองด้วยบทพูดอันคมคาย ชวนซึ้ง และการแสดงอันยอดเยี่ยม  อ่านต่อ

 

How To การปูกระเบื้อง ทับพื้นเดิม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

How To การปูกระเบื้อง ทับพื้นเดิม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

How To การปูกระเบื้อง ทับพื้นเดิม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?
ปัญหาคราบสกปรกฝังแน่น หรือรอยขีดข่วนบนพื้นกระเบื้อง รวมไปถึงปัญหากระเบื้องโก่งตัว กระเบื้องระเบิด เป็นปัญหาใหญ่ที่มักเกิดขึ้นในบ้าน โดยวิธีการแก้ปัญหาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ การปูกระเบื้องใหม่ ถึงแม้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งเสียเวลาอย่างมาก โดยการปูกระเบื้องใหม่นั้น จะต้องคำนึงถึงวิธีปูกระเบื้องที่ถูกต้อง ต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้พื้นที่มั่นคง เพื่อให้พื้นกระเบื้องที่แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน

 

การปูกระเบื้องทับกระเบื้องเดิมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนเลือกใช้ ในปัจจุบันสามารถปูกระเบื้องทับพื้นเดิมโดยไม่จำเป็นต้องรื้อกระเบื้องเก่าออก! โดยวิธีนี้ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการปูพื้นกระเบื้องใหม่ แต่มีงบประมาณที่จำกัด

เพียงศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปูพื้นเบื้องต้น ถึงขั้นตอนการทำที่ถูกวิธี รวมถึงเลือกช่างที่มีความรู้ และความชำนาญ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ก็จะได้พื้นกระเบื้องใหม่ที่แข็งแรงทนทาน ไร้ปัญหากวนใจภายหลัง ที่สำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และช่วยยืดระยะงานได้งานได้ดีทีเดียว

หนึ่งสิ่งที่สำคัญก่อนเริ่มปูกระเบื้อง คือ อย่าลืมตรวจสอบพื้นเดิมเสียก่อน เพื่อให้พื้นกระเบื้องที่ปูเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมาสวยงาม แข็งแรง ไม่เสี่ยงเกิดปัญหาในอนาคต โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึงมีดังต่อไปนี้

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนปูกระเบื้องทับพื้นเดิม

พื้นเดิมต้องเรียบเนียน ไม่มีรอยแตกร้าว

บริเวณพื้นทั่วไปต้องเสมอกัน ไม่มีความลาดเอียง

หากต้องการปูกระเบื้องทับบริเวณพื้นห้องน้ำควรตรวจเช็คทิศทางการไหลของน้ำให้ดีเสียก่อน ที่สำคัญต้องทำระบบกันซึมก่อนทำการปูกระเบื้องทับ

ในกรณีที่มีกระเบื้องบางแผ่นชำรุด อาทิ มีการโก่งตัว หรือมีรอยร้าว ควรสกัดแผ่นที่ชำรุดออก จากนั้นปรับระดับพื้นให้เท่ากับกระเบื้องแผ่นอื่น

หากกระเบื้องมีอาการโปร่ง ไม่ควรปูทับอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดปัญหากระแตกร้าวหรือน้ำรั่วซึมภายหลังได้
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปูกระเบื้อง มาปูกระเบื้องทับพื้นเดิมกัน

แผ่นกระเบื้อง เลือกแผ่นกระเบื้องตามความต้องการ โดยเลือกให้เหมาะสมกับโครงสร้าง เพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างรับน้ำหนักมากเกินจนทำให้เกิดอันตรายได้

กาวซีเมนต์ ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะกับการปูทับพื้นกระเบื้องเดิม โดยควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติเกาะติดแน่น เพื่อความแข็งแรง

ถังผสม ใช้สำหรับผสมกาวซีเมนต์กับน้ำ เพื่อช่วยให้กาวซีเมนต์ผสมเข้ากันได้ดี

เกรียงหวี ใช้สำหรับปาดกาวซีเมนต์ลงบนบริเวณที่ปูกระเบื้อง โดยควรเลือกใช้เกรียงหวีที่มีขนาดร่องเหมาะกับขนาดแผ่นกระเบื้อง เพื่อการปูกระเบื้องที่ได้มาตรฐานสูงสุด

ค้อนยาง ใช้สำหรับเคาะแผ่นกระเบื้องให้ได้ระดับตามต้องการ

กาวยาแนว ใช้สำหรับปิดรอยต่อระหว่างร่องกระเบื้องหลังปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกาวยาแนวจะช่วยป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ ป้องกันน้ำซึมเข้ากระเบื้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้
วิธีการปูกระเบื้องทับพื้นเดิม
1. ทำความสะอาดพื้นผิว

ควรทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องเดิมให้สะอาดเสียก่อน เพื่อป้องกันการปูกระเบื้องทับเศษฝุ่น ความสกปรก หรือสิ่งแปลกปลอม ทำให้อายุการใช้งานพื้นกระเบื้องสั้นลง หรืออาจมีปัญหาตามมาในภายหลังได้

2. ผสมกาวซีเมนต์

เลือกใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะสมกับประเภท และขนาดของแผ่นกระเบื้อง โดยศึกษาวิธีการใช้งานกาวซีเมนต์ให้ละเอียดเสียก่อน จากนั้นจึงผสมกาวซีเมนต์กับน้ำตามปริมาณที่ระบุไว้บนถุง คนกาวซีเมนต์กับน้ำให้เข้ากันแล้วทิ้งกาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วให้เคมีบ่มตัวประมาณ 15 นาที โดยควรคนซ้ำอีกครั้งก่อนการใช้งาน

3. ปาดกาวซีเมนต์

ปาดกาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วลงบนพื้นผิวที่ต้องการ โดยใช้เกรียงด้านเรียบปาดลงไปบนพื้นที่ที่จะปูกระเบื้องแล้วใช้เกรียงด้านหวีทำมุมเอียง 60 องศาปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นร่องสวยงาม จากนั้นจึงไล้กาวซีเมนต์ที่ด้านหลังแผ่นกระเบื้องให้เต็มแผ่นเพื่อเตรียมแปะลงบนพื้นที่ที่ต้องการ

4. แปะกระเบื้อง

หลังจากปาดกาวซีเมนต์เรียบร้อยแล้ว แปะแผ่นกระเบื้องลงบนบริเวณที่เตรียมไว้ แล้วจัดให้ได้ระดับที่เหมาะสม โดยเลือกใช้อุปกรณ์จัดระดับแนวกระเบื้อง เพื่อให้ได้พื้นที่ร่องยาแนวที่เหมาะสมเท่ากันทุกแผ่น

5. ใช้ค้อนทุบให้ได้ระดับ

หลังจากแปะแผ่นกระเบื้องแล้วจึงใช้ค้อนยางค่อย ๆ ทุบแผ่นกระเบื้องให้ได้ระดับเรียบเสมอกันทุกแผ่น โดยควรจัดระเบียบแผ่นกระเบื้องให้ได้ระดับภายใน 20 นาที ก่อนที่กาวซีเมนต์จะเริ่มเซ็ตตัว

6. ทำยาแนว

หลังจากทิ้งปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24-48 ชั่วโมง จึงเริ่มทำยาแนวได้ โดยผสมกาวยาแนวกับน้ำตามปริมาณที่ระบุบนถุง แล้วใช้เกรียงยางปาดยาแนวจระเข้ ที่ผสมแล้วให้เต็มร่องทำมุมเฉียง 45 องศากับร่องกระเบื้อง จากนั้นปาดยาแนวออกจากหน้ากระเบื้องให้สะอาด

6. เช็คทำความสะอาด

หลังจากปล่อยให้ยาแนวแห้งแล้วก็ใช้น้ำยาจระเข้เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้กระเบื้องปูพื้นใหม่ก็พร้อมเปิดใช้งานได้แล้ว

ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการปูทับกระเบื้องเดิมมีอะไรบ้าง?

1. กาวซีเมนต์จระเข้เงิน

กาวซีเมนต์จระเข้เงิน ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย และวัสดุผสมพิเศษอื่น ๆ ทำให้มีคุณสมบัติยึดเกาะสูง สามารถปูทับกระเบื้องเดิมภายในอาคารได้ เหมาะกับการปูพื้นกระเบื้อง อาทิ กระเบื้องหินอ่อน หินแกรนิตโต้ และหินธรรมชาติได้

2. กาวซีเมนต์จระเข้ทอง

กาวซีเมนต์จระเข้ทอง มีผงลาเท็กซ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์ให้ดีขึ้น ทนทานในทุกสภาพภูมิอากาศ สามารถใช้ได้กับวัสดุหลากหลายประเภท เนื่องจากคุณสมบัติการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม และคงทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี และยังสามารถใช้ปูทับกระเบื้องเดิมได้ โดยไม่ต้องรื้อกระเบื้องเก่าออก

3. กาวซีเมนต์จระเข้เอ็กซ์เพรส

กาวซีเมนต์จระเข้เอ็กซ์เพรสเป็นกาวซีเมนต์ชนิด โพลิเมอร์ โมดิฟรายด์ ชนิดแห้งตัวได้เร็ว เหมาะสำหรับงานปูพื้นกระเบื้องที่มีเวลาจำกัด และต้องการความรวดเร็ว โดยหลังจากปูพื้นกระเบื้องเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดใช้งานพื้นที่ได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง

ถ้าหากคุณกำลังคิดที่จะเปลี่ยนพื้นใหม่ เพราะเบื่อวัสดุปูพื้นแบบเดิมๆ หรือพื้นเดิมชำรุดจึงอยากที่จะเปลี่ยน แต่ไม่อยากที่จะต้องยุ่งยากกับการรื้อพื้นเดิม เพราะกลัวเลอะเทอะ ยุ่งยาก หรือบางคนอาจจะอยู่คอนโดจึงไม่สะดวกในการรื้อ วันนี้เราเลยมีวิธีการที่อยากจะแนะนำ นั่นก็คือการปูกระเบื้องทับวัสดุปูพื้นเดิมนั่นเอง เรามาลองดูกันดีกว่า จะมีวัสดุชนิดไหนบ้างที่สามารถปูทับพื้นเก่าของเราได้เลย

ปุไวนิลทับ
ปูกระเบื้องไวนิลทับพื้นเดิม
อีกวัสดุที่กำลังเป็นที่นิยมนำมาปูพื้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า นั่นก็คือวัสดุ กระเบื้องไวนิล กระเบื้อง SPC หรือที่เราเรียกกันว่า พื้นกระเบื้องยาง เนื่องจากทั้งสะดวกในการติดตั้ง มีลวดลาย สีให้เลือกค่อนข้างมาก ยังให้สัมผัสที่นุ่มนวล ไม่แข็งเหมือนกระเบื้องชนิดอื่น ดูหรูหรา และราคาไม่แพง การติดตั้งมีทั้งแบบใช้กาว และแบบคลิ๊กล๊อค สองแบบนี้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก วิธีการปูกระเบื้องไวนิลทับกระเบื้องเก่า ต้องใช้ปูนกาวปรับพื้นกระเบื้องเดิมให้เรียบเสียก่อน เพื่อไม่ให้กระเบื้องไวนิลหักเวลาปูทับบริเวณร่องกระเบื้อง รอให้ปูนกาวแห้ง จากนั้นให้ลงกาวสำหรับปูพื้น และใช้เกรียงหวีให้เนื้อกาวเรียบ จากนั้นก็เริ่มปูกระเบื้องไวนิลได้เลย หากปูกระเบื้องไวนิลแบบคลิ๊กล๊อค สามารถสอดลิ้นของกระเบื้องแต่ละแผ่นเข้าด้วยกันได้ทันที หลังจากปูนกาวแห้งแล้ว

กระเบื้อง แกรนิโต้
ปูกระเบื้องแกรนิโต้ทับกระเบื้องเดิม
วิธีนี้เป็นที่นิยมทำกันมาก ในการรีโนเวท ( Renovate ) คอนโด หรือ บ้านพัก ที่ไม่สามารถรื้อพื้นเดิมออกได้ เพราะเนื่องจากไม่อยากให้มีฝุ่นเยอะ หรือไม่อยากให้มีเสียงดัง ขั้นตอนการปูกระเบื้องทับพื้นเดิม เริ่มด้วยการลงน้ำยารองพื้นพอลิเมอร์ ( Polymer ) จากนั้นให้ดูความเสียหายของแผ่นกระเบื้องเดิม หากแผ่นกระเบื้องเดิมแตกชำรุดให้สกัดแผ่นนั้นออกและใช้กาวซีเมนต์หยอดลงไปในช่องให้เต็ม และปูกระเบื้องทับกระเบื้องเก่าด้วยกาวซีเมนต์

กระเบื้อง
ปูไม้ลามิเนตทับพื้นเดิม
วัสดุชนิดนี้นิยมใช้กันไม่แพ้กระเบื้องไวนิล เพราะให้สัมผัสที่คล้ายๆกัน แต่วัสดุชนิดนี้ต้องระวังเรื่องน้ำ และ ความชื้น เป็นพิเศษไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาพื้นบวมน้ำ หรือปลวกตามมา ขั้นตอนการปูพื้นไม้ลามิเนตทับพื้นเดิม ให้รองพื้นด้วย PE FOAM เพื่อให้พื้นด้านล่างเรียบ และยังช่วยลดเสียงจากการเดินได้ จากนั้นปูแผ่นไม้ลามิเนตโดยวางเข้าลิ้นตามแนวยาวของห้อง ให้เว้นร่องจากผนังไว้ประมาณ 1 ซม. เผื่อกรณีไม้ลามิเนตขยายตัว จากนั้นปิดด้วยบัวเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำหรับบ้านที่อยากจะปูกระเบื้องในห้องน้ำใหม่หลังจากที่ใช้มานานจะสีคล้ำไม่สวยสดใส หรือลวดลายไม่ทันสมัยตกรุ่นไปไกล แต่จะรื้อกระเบื้องเก่าออกแล้วปูใหม่ก็เป็นเรื่องยุ่งยาก ไปจะต้องเจอปัญหาเรื่องช่าง การทุบรื้อสกัดกระเบื้องเดิมทิ้ง เกิดขยะที่ต้องขนย้ายอีก แบบนี้จะปูกระเบื้องใหม่ทับของเดิมไปเลยได้ไหม? หรือมีข้อควรคำนึงใดให้ต้องตรึกตรองบ้าง วันนี้ช่างประจำบ้าน x บุญถาวร มีคำตอบมาบอกครับ
ข้อพิจารณาก่อนปูกระเบื้องทับของเดิม
สำรวจโครงสร้างเดิมว่าสามารถรับน้ำหนักได้มากแค่ไหน แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วการปูกระเบื้องทับของเดิมจะไม่ได้เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวอาคารมากมาย แต่ในกรณีที่กระเบื้องที่ปูใหม่มีน้ำมากบวกกับพื้นที่เดิมเป็นอาคารเก่า ตึกแถวที่มีอายุยาวนานมากกว่า 30 ปี ควรปรึกษาวิศวกรก่อนเป็นการดี
เช็คดูให้แน่ใจว่าพื้นกระเบื้องเก่าที่จะปูทับนั้น ต้องมีความเรียบเนียน ทุกแผ่นมีระดับเสมอกัน หากพบว่าของเดิมมีจังหวะการปูที่ไม่เท่ากันแนะนำให้รื้อแล้วปูใหม่จะดีกว่า
ก่อนปูกระเบื้องทับของเดิม อย่าลืมสังเกตระยะห่างของประตูกับพื้นด้วย เพราะเมื่อปูกระเบื้องทับแล้วพื้นจะมีระดับสูงขึ้นประมาณ 2-3 เซนติเมตร หากคำนวณแล้วระยะห่างประตูกับพื้นมีมากพอก็สามารถปูทับได้ แต่ถ้าระยะไม่พอก็อาจจะต้องตัดความยาวของประตูออกตามขนาดที่เหมาะสม

หากพื้นกระเบื้องเดิมมีการหลุดร่อนแตกหัก ให้สกัดแผ่นที่ชำรุดออกให้เรียบร้อย อย่าปูทับแผ่นที่ชำรุดเป็นอันขาด

การปูกระเบื้อง ห้ามปูแบบโบราณหรือปูแบบซาลาเปาเป็นอันขาด เพราะจะทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้ง่าย
อุปกรณ์สำหรับปูกระเบื้อง
ปูกระเบื้อง
อุปกรณ์สำหรับปูกระเบื้อง
ค้อนหัวยาง สำหรับเคาะกระเบื้องให้ติดแน่น
เกรียงหวี สำหรับปาดกาวซีเมนต์
กาวซีเมนต์ ที่มีคุณภาพในการยึดเกาะสำหรับเชื่อมระหว่างกระเบื้องเก่าและใหม่
หวีปาดยาแนวกระเบื้อง
อุปกรณ์จัดแนวกระเบื้องหรือสเปซเซอร์พลาสติก
ฟองน้ำสำหรับทำความสะอาดกระเบื้อง
กาวยาแนว ที่มีคุณภาพป้องกันเชื้อรา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องใหม่ทับกระเบื้องเก่า
ปูกระเบื้อง

 

1. ทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องเดิมให้ปราศจากฝุ่น เศษปูน รวมทั้งสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ

2. ผสมกาวซีเมนต์กับน้ำในอัตราส่วนปูนซีเมนต์กาว 4 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ใน บรรจุภัณฑ์ จนได้ปูนที่มีเนื้อครีมเหนียวๆ ทิ้งไว้สักพักประมาณ 15 นาที ให้เนื้อปูนทำปฏิกิริยากับน้ำจนเข้าที่

ปูกระเบื้อง

3. จากนั้นใช้เกรียงตักปูนกาวลงไปบนพื้นกระเบื้องเดิมเกลี่ยปูนให้เรียบแล้วใช้เกรียงหวีปาดร่อง ทำได้ทั้งแบบร่องวงกลมหรือร่องเส้นตรง จากนั้นปาดกาวซีเมนต์ที่แผ่นกระเบื้องเพื่อเพิ่มการยึดติด

ปูกระเบื้อง

4. ค่อยๆ วางกระเบื้องลงไปแต่ละแผ่น โดยให้สังเกตลูกศรบริเวณหลังแผ่นกระเบื้องที่ระบุไว้สำหรับต่อลาย เว้นระยะห่างระหว่างแผ่นประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เป็นร่องยาวแนวกระเบื้อง ถ้าเว้นระยะชิดกันมากเกินไปจะทำให้ยาแนวมันแตกง่ายหลดร่อนได้ง่าย ระยะร่องยาแนวที่อยู่ที่ 2-3 มิลลิเมตร ถ้าเป็นกระเบื้องเจียรขอบหรือขัดขอบส่วนมากจะเว้นร่องยาแนวอยู่ที่2 มิลลิเมตร ถ้าไม่กระเบื้องเจียรขอบเว้นร่องยาแนวอยู่ที่ 3 มิลลิเมตรขึ้นไป หากคำนวณไม่ถูกให้ใช้สเปซเซอร์พลาสติกที่มีจำหน่ายตามร้านวัสดุก่อสร้างก็จะช่วยกะระยะได้ง่ายขึ้น

5. ใช้ด้ามเกรียงหรือค้อนยางเคาะลงไปบนกระเบื้องเบาๆ เพื่อให้กระเบื้องติดกับปูนได้ดีขึ้น ปล่อยให้ปูนซีเมนต์กาวแห้งเป็นเวลา 12-24 ชั่วโมงจากนั้นเป็นขั้นตอนลงยาแนวกระเบื้องต่อไป

TIP ร่องยาแนวมีประโยชน์อย่างไร?

ตามธรรมชาติอุณหภูมิของปูนมันหดหรือขยายตัวได้ หากอุณหภูมิร้อนปูนก็จะคลายตัวออก ถ้ามีความเย็นปูนก็จะหดตัวลง การเว้นร่องยาแนวจึงเป็นการสร้างพื้นที่ว่างระหว่างกระเบื้องเพื่อป้องกันไม่ให้กระเบื้องดันกัน เป็นส่วนที่จะทำให้กระเบื้องรักษาสมดุลของมันได้เมื่อมีการหดขยายตัว ในขณะเดียวกัน ร่องยาแนวก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อราเชื้อโรค ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีจะเห็นได้ชัดอย่างบริเวณห้องน้ำ ฉะนั้นการเลือกยาแนวกระเบื้องจึงจำเป็นจะต้องพิจารณาคุณสมบัติการป้องการเชื้อรา นอกเหนือจากการยึดติดที่เหนียวแน่นด้วยเช่นกัน

รับออกแบบบ้าน

[รีวิว] สวีทโฮม Sweet Home ขอต้อนรับสู่บ้านสุขสันต์ ความสิ้นหวังของมนุษย์

[รีวิว] สวีทโฮม Sweet Home  ขอต้อนรับสู่บ้านสุขสันต์ ความสิ้นหวังของมนุษย์

Sweet Home มังฮวา สยองขวัญ ผลงานอันสุดแสนโด่งดังจากค่าย “Naver” สู่ซีรีส์เกาหลีออริจินัลเน็ตฟลิกซ์ ได้ผู้กำกับสุดเลื่องลือ Lee Eung-Bok มาดูแล โดยผลงานก่อนหน้านี้ของเขาเองก็ไม่ธรรมดา ซีรีส์ที่เขากำกับขึ้นกระแสยอดฮิตถล่มทลายอย่าง Goblin Mr. Sunshine และ Descendants of the sun ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยผู้ชมในเกาหลีถึง 30.1% เลยทีเดียว น่าสนใจขนาดนี้แล้วลองมาดูกันว่าผลงานเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร?

เรื่องย่อ ชาฮยอนซู นักเรียนชั้นมัธยมปลาย เป็นเด็กเก็บกดที่สูญเสียครอบครัวทั้งหมดจากอุบัติเหตุทางรถยนตร์ ทำให้เขาได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในอพาร์ทเม้นท์เองด้วยตัวคนเดียว จนกระทั่งวันหนึ่งเขาที่คิดจะฆ่าตัวตาย แต่แล้วดันมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น โรคระบาดลึกลับได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และได้แปรเปลี่ยนทุกคนให้เป็นสัตว์ประหลาดที่มีเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งเฉพาะตัว ดูเหมือนชาฮยอนซูเองก็ติดเชื้อเช่นเดียวกัน เหล่าผู้อาศัยในอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้จึงต้องร่วมมือหาวิธีเอาตัวรอดจากเหล่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ข้างนอกให้ได้!!

ภาพเปลี่ยนเทียบระหว่างตัวเอก มังฮวา / ตัวเอก ซีรีส์
การเริ่มต้นของบ้านแสนสุขในช่วงแรกนั้นดูเหมือนจะไปด้วยดีในตอนแรก ได้มีการปูความสัมพันธ์ตัวละครต่าง ๆ ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ก่อนที่จะเริ่มเกิดเหตุกาณ์ขึ้น และยังมีการเพิ่มตัวละครอีกมากมายที่ไม่มีในมังฮวา แต่พอเหล่ามนุษย์กลายเป็นสัตว์ประหลาดแค่นั้นแหละ ความพินาศของซีรีส์ก็เริ่มต้นทันที เมื่อการทำฉากแอ็กชั่นไล่ล่าของเหล่าอสูรกายทำได้ออกมาแย่มากเกินไป ทั้งการกำกับภาพ ซีจี และเสียงประกอบที่ไม่ได้เข้ากับบรรยากาศตอนนั้นเสียเลย ถึงแม้จะเป็นการใช้เพลงดังอย่าง Warrior เพลงดังจาก LoL ในฉากนั้นก็ตาม แต่อิมแพ็คที่ได้กลับสวนทางทำให้ความน่าดูหายไปอย่างน่าเสียดาย อย่างฉากพระเอกแอบสัตว์ประหลาดอยู่ดี ๆ ก็มีเสียงเพลงกระหึมเข้ามาแบบมันต้องสู้แล้ว และฉากคุยกับตัวเองที่ทำออกมาได้ไม่น่ากลัวเลย ตอนแรกคาดหวังว่าเรื่องนี้จะทำได้ออกมาดีแน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นแย่สุด ๆ อาจจะเป็นเพราะการทำเรื่องนี้ให้ตรงตามฉบับมังฮวานั้นมันยากสุด ๆ ก็ได้ เนื่องจากเวลาฉายของซีรีส์และความยาวที่ต้องยืดเข้าไว้ความเนือยของเรื่องจึงมีมากเกินไป พอผ่านไป 4-5 ตอน ก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าเลย ในขณะที่บางฉากที่ควรเล่าออกมาให้ดีกลับกลายเป็นเล่าผ่านๆ และตัดฉากตัวละครไปมามั่วไปหมด อย่างการที่นางเอกคุยกับเพื่อน แล้วตัดไปอีกทีพระเอกสู้กับสัตว์ประหลาด แล้วอยู่ดี ๆ นางเอกก็มา และก็ฉากเปิดประตูชั้นหนึ่งโผล่ไปอีกชั้นเลย นี้ก็เป็นอีกความไม่สมเหตุสมผลของเรื่องนี้

พอเข้าสู่ช่วงเนื้อหาหลัก ทุกอย่างเริ่มแตกต่างไปจากมังฮวาทั้งหมด นี้เป็นการตีความใหม่ของผู้กำกับที่จะเปลี่ยนธีมเนื้อเรื่องจากระทึกขวัญ กลายเป็นเอาชีวิตรอดอย่างเต็มตัว และมีการค่อย ๆ เฉลยปมหลายอย่างที่ไม่มีในมังฮวาทีละเล็กทีละน้อย ทำให้ความน่าสนใจของเรื่องเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ยังมีเนือยอยู่เรื่อยมา จากเอาชีวิตรอดกลายเป็นคอมเมดี้ตลก โรแมนติก ไม่รู้ว่าผกก. ยังติดธีมจากเรื่องก่อน ๆ มาหรือไม่ เพราะซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่อะไรแบบนี้เลย จนทำให้ความตึงเครียดมันหายไป จนถึงช่วงสุดท้ายที่ทำออกมาค่อนข้างดีหน่อย มีการสู้กันระหว่างฝั่งสัตว์ประหลาดและมนุษย์ เพื่อเอาชีวิตรอด แต่บทสรุปสุดท้ายก็ยังไม่น่าพอใจเท่าตอนจบของต้นฉบับ และยังมีการปูเนื้อเรื่องไปสู่ซีซั่นต่อไปอีกด้วย

[รีวิว]Sweet Home ขอต้อนรับสู่บ้านสุขสันต์ที่รวมความปราถนาและสิ้นหวังของเหล่ามนุษย์!! 2สำหรับคนที่หาพากย์ไทยอาจจะต้องผิดหวังกันไปก่อนเพราะว่าวันแรกที่มีการฉายนี้เอง กลับไม่เห็นรายชื่อเสียงภาษาไทยภายในเรื่องด้วย ทั้งที่ตัวอย่างโปรโมทกลับเป็นเสียงไทย แต่กลับไม่มีเสียงไทยภายในเรื่องซะได้ อาจจะเป็นเพราะอัดเสียงไม่ทันก็ได้ ต้องรอดูต่อไปว่าทางเน็ตฟลิกซ์จะเพิ่มอีกทีตอนไหนเพราะหลาย ๆ คนก็ชอบฟังเสียงไทยมากกว่าที่จะไปดูซับ

CG ใช้สิ้นเปลืองไปรึเปล่า?

ต้องยอมรับเลยว่าเรื่องนี้มีการใช้ CG เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากต่าง ๆ ภายในอาคาร เลือด ไส้ และสัตว์ประหลาดมากมายภายในเรื่อง เรียกได้ว่ามีอะไรที่ทำไม่ได้ก็ใส่ซีจีซะเลยยยย!! จึงทำให้ผู้เขียนรู้สึกได้ว่าใช้ CG ในการทำเรื่องนี้เยอะเกินไปหรือไม่? และยังไม่สามารถทำให้เหล่าสัตว์ประหลาดพวกนี้น่ากลัวได้อีกด้วย การเคลื่อนที่ต่าง ๆ ก็ดูเร็วจนเกินไป จึงทำให้มีหลายคนบ่นถึงว่าซีจีสัตว์ประหลาดไม่เห็นน่ากลัวเลย[รีวิว]Sweet Home ขอต้อนรับสู่บ้านสุขสันต์ที่รวมความปราถนาและสิ้นหวังของเหล่ามนุษย์!! 3

ตัวละครยกเครื่องใหม่จากต้นฉบับเกือบทั้งหมด
เราปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตัวละครในต้นฉบับนั้นพอมาคิดเล่น ๆ ว่าทำออกมาเป็นซีรีส์จริงคงตลกน่าดู ผกก. เลยมีการเปลี่ยนนิสัยและดีไซน์ตัวละครใหม่เยอะมาก จนหลาย ๆ คนที่อ่านมาอาจจะจำตัวละครไม่ได้เลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นตัวเอกอย่าง ชาฮยอนซู ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนติดเกมเลย แต่เขาติดอนิเมะต่างห่าง วันตายที่เขาตั้งไว้คือวันที่เขาดูอนิเมะเรื่องสุดท้ายที่เขาอยากจะดูก่อนที่จะฆ่าตัวตาย และพระรองอย่าง รี ฮุค เป็นนักศึกษาแพทย์ตัวสูงมีความเป็นผู้นำ แต่ในต้นฉบับเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งที่ตอนแรกแทบจะไม่มีใครฟังด้วยซ้ำ และยังมีข้อสังเกตุอีกว่าตัวละครในซีรีส์เรื่องนี้ มีแต่ตัวละครที่นิ่ง หน้าตายทั้งนั้น มีจนเยอะเกินไปจนทำให้ผู้ชมรำคาญได้เลย ในขณะที่มังฮวาจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

[รีวิว]ขอต้อนรับสู่บ้านสุขสันต์ที่รวมความปราถนาและสิ้นหวังของเหล่ามนุษย์!! 4เสียงประกอบดีเยี่ยมแต่ใส่ผิดฉาก?

เรื่องนี้ไม่รู้ว่าทำไมเพลงประกอบดีมาก มีการใช้วงออเคสต้าบรรเลงให้ และการซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ Imagine Dragons – Believer และ Warrior ของ Riot มาใช้อีกด้วย แต่กลับนำมาใช้ได้ผิดจุดประสงค์อย่างมาก การใช้เสียงประกอบซ้ำจนมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นฉากเศร้า ฉากบู๊ ฉากหนี เปิดอยู่เพียงแค่เพลงเดียว และยังเป็นเพลงปลุกกำลังใจด้วย ใครจะมามีกำลังใจตอนคนเศร้า ๆ กันอยู่ ไม่รู้ว่านี้เป็นปัญหาของวิดีโออิดิเตอร์หรือผู้กำกับที่ต้องการจะใส่เพลงนี้หรือไม่?

สรุป
เป็นเรื่องที่ดูเพลิน ๆ ได้ แต่อาจจะไม่สนุกและแปลกใหม่อะไรมากนัก และผกก. ยังไม่เก่งพอที่จะนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ในเรื่องนี้ออกมาได้อย่างลื่นไหลมากพอที่จะทำให้คนดูสามารถอินไปกับเรื่องได้ และยังคงธีมของหนังไม่ได้ บางทีจะตลกก็ตลก ฉากน่ากลัวกลายเป็นแอ็กชั่นเฉย และสุดท้ายซีจีใช้เปลืองจนเกินไปทำให้คนดูสังเกตุเห็นได้อย่างเลย

ซีรีส์จบแล้วไปต่อที่มังฮวากันต่อเลยย!!

[รีวิว]ขอต้อนรับสู่บ้านสุขสันต์ที่รวมความปราถนาและสิ้นหวังของเหล่ามนุษย์!! 5สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือผิดหวังจากซีรีส์เรื่องนี้ และอยากลองติดตามมังฮวาต่อ ทางไทยเองก็ได้มีการ LC เรื่องนี้ไปแล้ว โดยเปิดให้รับชมฟรีผ่านทาง Webtoon-TH มีผู้ติดตามเรื่องนี้ประมาณ 1.4 ล้านคนเลยทีเดียว โดยมีทั้งหมด 140 ตอนจบ แต่สำหรับผู้ชมหน้าใหม่อาจจะต้องรออ่านเรื่องนี้วันละตอน เพราะหลังจากตอนที่ 5 เป็นต้นไป ทางค่ายจะเริ่มเก็บเงินผู้ชมที่ต้องการจะอ่านต่อ ถ้าใครรีบอ่านแนะนำให้เสียเงินอ่านรวดเดียวไปเลย ได้ทั้งอรรถรสและกำลังใจให้ผู้แต่งได้มีกำลังใจในการเขียนผลงานต่อไป แต่ถ้าใครไม่รีบทาง Webtoon จะมีตั๋วให้อ่านฟรีวันละหนึ่งตอน มีให้เรื่อย ๆ ไปถึงตอนจบเลยทีเดียว

นับเป็นซีรีส์ Netflix Original Series ที่ควรค่าแก่การรอคอยและจับตาดูอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้นักวาดทั้ง 2 คน คิมคันบี และ ฮวังยองชาน มาร่วมทีมเขียนบทแล้ว ยังได้ อีอึงบก ผู้กำกับมากความสามารถที่ผ่านงานกำกับซีรีส์ดังอย่าง Descendants of the Sun (2016) Goblin (2016) และ Mr. Sunshine (2018) แต่ละเรื่องถือเป็นซีรีส์ที่คอซีรีส์ล้วนยกขึ้นหิ้งให้เป็นซีรีส์ในตำนานทั้งสิ้น จึงเป็นที่น่าสนใจว่าผลงานกำกับล่าสุดอย่าง Sweet Home ที่แท็กทีมมากับ Studio Dragon ที่แค่เห็นชื่อก็การันตีว่างานละเอียดสมกับทุนสร้าง 2,500-3,000 ล้านวอนต่อตอน แน่นอนแบบนี้จะออกมาขนาดไหนกัน!!

เป็นเรื่องราวของ ชาฮยอนซู เด็กมัธยมปลายผู้หลีกหนีจากสังคมเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เขาสูญเสียครอบครัวทั้งหมดไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ฮยอนซูต้องย้ายออกบ้านเพื่อหาอพาร์ตเมนต์อยู่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายที่มีอยู่น้อยนิดให้พอประทังชีวิตรอวันที่จะถึงกำหนดฆ่าตัวตาย แต่แล้วกลับเกิดเหตุประหลาดอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น ผู้คนต่างก็เริ่มกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปตามกิเลส ตามความปรารถนาอันแรงกล้าที่ถูกฝังอยู่ภายในจิตใต้สำนึก โดยพวกมันล้วนแต่จ้องจะไล่ล่าผู้คนที่เหลืออยู่อย่างสุดความสามารถ ทำให้ฮยอนซูและคนที่เหลือรอดภายในอพาร์ตเมนต์ ‘กรีนโฮม’ แห่งนี้จึงต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่รอดต่อไป

ชาฮยอนซู รับบทโดย ซงคัง

ชาฮยอนซู ห้อง 1410 เขาเป็นหนึ่งในเหยื่อความรุนแรงในโรงเรียน จนทำให้เขากลายเป็นคนหลีกหนีสังคม เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องและเลือกที่จะเข้าสู่โลกออนไลน์และเกมส์ เขาจะสื่อสารกับคนภายนอกด้วยการพิมพ์แชตเท่านั้นไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเขาเอง แต่แล้วเขากลับต้องมาสูญเสียครอบครัวอย่างรวดเร็วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาจึงต้องเข้ามาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ‘กรีนโฮม’ แห่งนี้เพื่อรอให้ถึงกำหนดฆ่าตัวตาย แต่แล้วเขากลับกลายเป็น ‘อาวุธ’ ชั้นดีของทีมในการปราบสัตว์ประหลาดเพราะเขานั้นอยู่ในสภาวะก่ำกึ่งที่พร้อมจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดได้ทุกเมื่อนั่นเอง

อีอึนฮยอก รับบทโดย อีโดฮยอน

อีอึนฮยอก หนุ่มโอตาคุวัย 18 ปี ที่เป็นดั่งมันสมองของทีม ช่างวางแผน มองการไกลและฉลาดเป็นกรด เขามักจะวางแผนอย่างรอบคอบและมีแผนสำรองอยู่เสมอ เขามีน้องสาว 1 คนคือ อีอึนยู

ยุนจีซู รับบทโดย พัคกยูยอง

ยุนจีซู ห้อง 1510 ห้องข้างบนห้องของชาฮยอนซู เธอเป็นมือเบสของวงดนตรีอินดี้ และเธอก็มีหน้าตาเหมือนกับ ‘มาเรีย’ ตัวเอกจากการ์ตูนเรื่องมาเรียจากฟากฟ้า การ์ตูนที่ทั้งฮยอนซูและอีฮยอกต่างก็คลั่งใคล้ เธอกล้าหาญ พร้อมลุย และเป็นคนที่คอยดึงสติฮยอนซูในยามสติหลุดอยู่เสมอ

พยอนซังอุค รับบทโดย อีจินอุค

พยอนซังอุค ชายลึกลับผู้เป็นกำลังหลักของทีม เก่งกาจทางด้านการต่อสู้ เขามักจะถูกมองว่าเป็นนักเลงจากภาพลักษณ์รูปร่างหน้าตา ท่าทางที่สมบุกสมบัน เขามักจะใช้กำลังมากกว่าคำพูด และมีทักษะในการต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดด้วยมือเปล่า

อีอึนยู รับบทโดย โกมินชี

อีอึนยู น้องสาวของอีฮยอก เธอกล้าหาญ ไม่กลัวอะไร และฉลาดมากไม่ต่างจากพี่ชายของตัวเอง นับตั้งแต่เธอเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากการเต้นบัลเลต์ ทำให้เธอเป็นคนมองโลกในแง่ลบและรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต

พัคยูริ รับบทโดย โกยุนจอง

พัคยูริ เธอเป็นผู้บริบาล (คนดูแลคนแก่ เด็ก หรือผู้ป่วย) เธอใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเองในการเข้าช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็ตามที่พบว่ามีใครได้รับบาดเจ็บ และใช้หน้าไม้เป็นอาวุธในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด

ชองแจฮัน รับบทโดย คิมนัมฮี

ชองแจฮัน ห้อง 1506 หนุ่มผู้เคร่งศาสนาและมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระเจ้า เขาเป็นครูสอนภาษาเกาหลี เขาจะมีดาบเป็นอาวุธคู่กายอยู่เสมอ เป็นหนึ่งในตัวละครที่ถ้าได้ดูจะตกหลุมรักในความแสนดีของเขาแน่นอน

ดูหนังออนไลน์

รีวิว หนัง อ้าย..คนหล่อลวง – Aii-Con-Lor-Luang นักต้มตุ๋นคอลเซนเตอร์สุดแพรวพราว

รีวิว หนัง อ้าย..คนหล่อลวง - Aii-Con-Lor-Luang นักต้มตุ๋นคอลเซนเตอร์สุดแพรวพราว

เรื่องย่อหนัง หนัง Aii-Con-Lor-Luang หรือชื่อไทยว่า อ้าย..คนหล่อลวง ทาวเวอร์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) นักต้มตุ๋นคอลเซนเตอร์สุดแพรวพราว ที่ดันพลาดท่าถูก อินา (ใบเฟิร์น- พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) อดีตสาวแบงค์สุดเพี้ยนจับไต๋ได้

อินาจึงยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับการไม่แจ้งตำรวจจับ นั่นคือการให้ทาวเวอร์คิดแผนต้มตุ๋น เพชร (แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์) แฟนเด็กที่หลอกให้อินาเปย์ค่าเทอมหลายแสนแล้วชิ่งหนี จนอินาเป็นหนี้ท่วมหัวภารกิจถูกยกระดับ เมื่อทาวเวอร์ตัดสินใจเปลี่ยนแผน จากต้มเงินแสน เป็นตุ๋นเงินล้าน งานนี้จึงต้องหาผู้ร่วมทีมอย่าง ครูนงนุช (แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช)

ครูสมัยประถมของอินา ที่ต้องปลอมตัวเป็นนักธุรกิจสาว และ พี่โจร (เผือก-พงศธร จงวิลาส) พี่ชายของทาวเวอร์ มิจฉาชีพรุ่นเก๋าที่เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น . เริ่มแผนลวงได้ไม่ทันไร อินากลับหวั่นไหวกับสิบแปดมงกุฎสุดหล่ออย่างทาวเวอร์ เหมือนชีวิตวนมาเจอแฟลชแบ็ก หรือจะเป็นโชคร้ายของอินา ที่ต้องเจอแต่ผู้ชาย หล่อลวงภารกิจหลอกเงินต้องเดินหน้า แต่อินาจะห้ามใจ ไม่ให้รักนักต้มตุ๋นไหวหรือเปล่า!ติดตามได้ใน อ้าย..คนหล่อลวง ภาพยนตร์ หล่อแมนติก คอมเมดี้ จากจีดีเอช 3 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

อ้ายคนหล่อลวง

ในบรรดาหนังไทยปลายปี 2020 นี้ดูท่าเรื่องนี้ จะเป็นหนังที่หลายๆ คนเฝ้ารอ เพราะไม่ว่าจะเป็นการันตีความสนุกโดยค่าย GDH แล้ว ยังมีดาราตัวแม่ตัวพ่อคับคั่งไม่ว่าจะเป็น ณเดช, ใบเฟิร์น พิมชนก, แหม่มแคทลียา, แบงค์ ธิติ เป็นหนังที่หน้าหนังการันทีความสนุกอยู่แล้วจริงๆ

เรื่องราวว่าด้วย อินา อดีตสาวแบงค์ ผู้เป็นหนีกว่า 5 แสนจากการที่เธอให้ อดีตแฟนยืมเงินไป แล้วไม่คืน เธอต้องมาชดใช้เอง อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ถูกทาวเวอร์ (นักต้มตุ๋นมือดี) โทรมาหลอกให้โอนเงิน แต่แล้วอินาดันรู้ทันเลยจัดการอัดเสียงสนทนา

และขู่กลับไปว่าจะเอาไปแจ้งตำรวจ จนแล้วจนรอด ทาวเวอร์ได้ติดต่อขอเคลียร์เรื่องคลิปกับอินา แล้วอินาก็ได้ปิ๊งไอเดียที่จะให้ ทาวเวอร์ ช่วยหลอกเอาเงิน 5 แสนคืนจากแฟนเก่าเธอ ทำให้เกิดแผนลวงครั้งใหญ่

จะว่าไปแล้วตัวหนังเองก็เดินเรื่องในสไตล์ GDH ไม่ผิดเพี้ยน ฉาบด้วยฉากตลก (ที่บางมุข ค่อนข้างดูแหวะๆ) แต่โดยรวมแล้วถือว่าเพลินๆดีสำหรับหนังไทย ที่ช่วย Made My Day ส่งท้ายปีไปแบบคลายเครียดเลยทีเดียว 7.5/10  อ่านต่อ

 

วิธีแก้ปัญหา ประตูไม้ แตกร้าว ป้องกันสัตว์ และแมลงเข้าบ้าน

การซ่อมแซ่มและดูแลรักษาประตูไม้จริง

วิธีแก้ปัญหา ประตูไม้ แตกร้าว ป้องกันสัตว์ และแมลงเข้าบ้าน

รอยแตกร้าวที่ประตูไม้ ปัญหาที่แก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิด

ประตูไม้ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีความแข็งแรง จึงถือเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ ที่เจ้าของบ้านเลือกนำมาแต่งบ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจพบปัญหาที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องรอยแตกร้าวของเนื้อไม้มักพบช่วงฤดูหนาว ด้วยสภาพอากาศมีความแห้งและเย็น ส่งผลให้เนื้อไม้หดตัวเร็ว ทำให้เกิดปัญหารอยแตกของเนื้อไม้ นอกจากทำลายความสวยของประตูแล้ว

ยังมีผลเสียตามมาอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนจากภายนอก ฝุ่นผงพัดเข้ามาในบ้าน รวมถึงมีแมลงและสัตว์ขนาดเล็กเข้ามาตามรอยแตกร้าว ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นปัญหาเล็ก แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่เร่งทำการแก้ไข ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาภายหลัง!

 

หากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาประตูไม้แตกร้าว อย่าเพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนประตูไม้ใหม่! เพราะพี่เข้มีวิธีแก้ไขที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และวิธีที่ง่ายกว่าการเปลี่ยนประตู

ประตูไม้แตกร้าว! อุดด้วย “จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส” อะคริลิกอุดยาแนวคุณภาพสูง

1. กำหนดความลึก รวมถึงความยาวรอยแตกของประตูไม้ และต้องดูด้วยว่ารอยแตกอยู่ห่างไกลจากขอบประตูแค่ไหน
2. ทำความสะอาดพื้นผิวประตูไม้ด้วยน้ำร้อนผสมกับสบู่ แล้วใช้ฟองน้ำเช็ดลบคราบสกปรก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อนขยายรอยแตกเล็กน้อย เพื่อช่วยให้สะดวกในการอุด
3. ลบสีหรือวานิชที่เคลือบอยู่ โดยสวมถุงมือทุกครั้งขณะที่ลบสีเคลือบเงา จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งป้องกันไม่ให้ไม้แตกภายหลัง
4. ใช้ฟองน้ำที่แช่น้ำร้อนกำจัดเศษวัสดุอื่น ๆ ออกให้หมด
5. ใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบขัดรอยแตกและขอบพื้นผิว เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะให้กับสีโป๊วไม้
6. อุดรอยแตกด้วย จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส ที่มีสีคล้ายเนื้อไม้ให้ทั่วถึง หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 3–4 ชั่วโมง โดยเช็คให้แน่ใจด้วยว่าแห้งแล้วจริง ๆ
7. เมื่ออุดรอยแตกเรียบร้อยแล้ว ให้ขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียด เพื่อสร้างพื้นผิวที่เรียบ แล้วค่อยทำการพ่นสี จากนั้นทำการเคลือบเงาเป็นอันดับสุดท้าย

ประตูไม้จริงเป็นเป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการใช้ตกแต่งภายในบ้าน เนื่องจากคุณบัติหลายประการไม่ว่าจะเป็นเรื่องลวดลาย สีสัน ของไม้ธรรมชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย ที่สำคัญคืออารมณ์ความรู้สึกที่ได้จากการใช้วัสดุไม้แท้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อขึ้นชื่อว่าไม้แล้วย่อมต้องมีข้อเสียบางประการตามมา โดยเฉพาะเรื่องปลวก หรือการบิด โก่ง งอ ของบานประตู ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการซ่อมแซมและบำรุงรักษาประตูไม้ให้อยู่คู่เราบ้านของเราให้ยาวนานกันครับ

Size: ขนาด ขนาดมาตรฐานของบานประตูไม้ ที่นิยมนำมาใช้งาน
700 x 2000 mm., 700 x 1800 mm. (สำหรับใช้เป็นบานประตูห้องน้ำ หรือ ห้องซักล้าง)
800 x 2000 mm., 900 x 2000 mm. (สำหรับใช้เป็นบานประตูห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องทั่วไป)
900 x 2000mm., 1000 x 2000 mm. (สำหรับใช้เป็นประตูบานเดี่ยวหน้าบ้าน หรือ บานทั่วไป)

 

Application: ประเภทของประตูสำหรับการนำไปใช้งาน

ประตูไม้จริง สามารถใช้เป็นประตูภายนอกได้เนื่องจากสามารถโดนน้ำ โดนแดดได้บ้าง แต่ไม่ควรใช้ในส่วนที่มีความชื้นตลอดเวลา เช่น ห้องน้ำ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ ที่สำคัญควรเลือกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับประตูไม้ที่มีการอบหรืออาบน้ำยากำจัดปลวกมาก่อน ทั้งบานประตูและวงกบไม้ ซึ่งโดยส่วนมาจะเกิดปัญหาปลวกกัดกินบริเวณวงกบนี่แหละครับ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีของการผลิตประตูไม้ได้ก้าวหน้าไปมากและมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างดี

 

Maintenance: วีธีการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา

หลายๆท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ทำใหม่ง่ายกว่าแก้” ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นและใช้ได้กับทุกวงการไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมความงาม การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่วงการสถาปัตยกรรมก็เช่นกัน ทางที่ดีที่สุดคือการวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่แรก หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเพราะไม่มีสิ่งใดในโลกจะคงทนถาวรไปได้ตลอดโดยเฉพาะวัสดุตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติ เช่น ประตูไม้ ก็ย่อมมีวันผุพังเช่นกัน

ในวันนี้เราจะมาดูปัญหาที่พบบ่อยและ วิธีการซ่อมแซมบำรุงรักษาประตูไม้กันครับ

 

 

 

 

 

1. การกำจัดปลวก

ส่วนใหญ่แล้วไม้สักเป็นที่นิยมมากเพราะสักเป็นไม้เนื้ออ่อน มีลวดลายเป็นเส้นสวยงามที่เกิดขึ้นจากวงปี ตามอายุของไม้ มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีน้ำมันตามธรรมชาติที่ปลวกไม่ชอบ แต่ปัจจุบันไม้สักนั้นหายากจึงต้องใช้ไม้ประเภทอื่นแทน

และหากประตูไม้จริงที่เราซื้อมานั้นไม่ได้รับการอบน้ำยากันปลวกอย่างถูกวิธี เราจะมีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

โดยปกติปลวกนั้นจะกัดกินเนื้อไม้จากภายในซึ่งยากต่อการสังเกต เมื่อเราต้องเจอกับปัญหาปลวกกัดกินไม้ นั่นก็มักจะเป็นปัญหาใหญ่ไปเสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามเรายังมีทางออกสำหรับปัญหานี้กันครับ

ในขั้นแรกให้โรยผงหรือน้ำยาฆ่าปลวกลงไปบริเวณที่เจอก่อน เมื่อปลวกตัวโดนสารพิษกลับไปที่รังก็จะนำพิษนั้นกลับไปด้วย ส่งผลให้ปลวกตายทั้งรัง อาจดูโหดร้ายนิดๆนะครับหากไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ควรเลือกวงกบและประตูที่มีการอบน้ำยากันปลวกอย่างดีตั้งแต่ต้นครับ
หยอดกาวร้อนลงไปตามช่องที่ปลวกกิน จากนั้นอัดสำลีไปตามช่องไม้เพื่อเติมเต็มช่องว่าง แต่ระวังอย่าให้สำลีออกมาเยอะเกินเพราะเมื่อสำลีโดนกาวแล้วจะแข็งมากจนขัดไม่ออก ซึ่งจะกลายเป็นรอยนูนปูดดออกมาได้
ใช้สีโป๊วรถยนต์อุดลงไปตามช่อง ข้อควรระวังคือควรเลือกยี่ห้อที่ใช้สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น มิฉะนั้นจะเหนียวและขัดแห้งไม่ได้ รอให้สีโป๊วแห้งสนิทแล้วจึงค่อยขัดออกให้ผิวเรียบ
ผสมสีอุตสาหกรรมกับทินเนอร์ ในอัตราส่วน 1 : 4 ในรอบแรกให้พ่นบางๆก่อน หากพ่นหนาจะทำให้สีโป๊วรถยนต์พองและขึ้นขอบได้ รอให้สีแห้งสนิทแล้วค่อยๆพ่นทับ 2-3 เที่ยว
ขัดเม็ดละอองสีออกเบาๆ ด้วยกระดาษทราบเก่าก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งวิธีนี้อาจจะใช้ได้กับประตูที่ทาสีทึบไม่ได้โชว์เนื้อไม้นะครับ

 

 

 

 

2. การแก้ปัญหาประตูไม้จริงบวม

ที่ผ่านการอบมาอย่างดีจะมีอัตราการบวม หรือ โก่ง ค่อนข้างน้อย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปหากประตูไม้จริงโดนน้ำบ่อยๆ หรือต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก็อาจเกิดปัญหานี้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษาเพิ่มเติมแม้ประตูไม้จะอยู่ในที่ร่มก็ตาม

หากประตูบวมไม่มาก ให้ใช้กระดาษทรายหรือผ้าทรายเบอร์หยาบๆมาขัดบริเวณที่บวม จะช่วยให้เอาเนื้อไม้ของประตูออกได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
หากประตูขยายตัวจนไม่สามารเปิด-ปิดได้ ให้แก้ด้วยการไสเนื้อไม้บางส่วนออก โดยเริ่มจากใช้ดินสอทำเครื่องหมายของบานประตูโดยเทียบกับวงกบไว้ก่อนว่าต้องไสออกเท่าไหร่ ถอดบานพับออกโดยคลายตะปูเกลียวเฉพาะด้านที่ยึดตัวบานประตูไว้ เมื่อถอดประตูออกมาแล้วให้ถอดกลอนประตูด้านที่ต้องไสไม้ออกเพื่อให้สามารถวางบานประตูบนพื้นหรือบนโต๊ะได้ จากนั้นจึงยึดบานประตูให้แน่นกับแม่แรงอัดไม้ แล้วจึงไสบานประตูด้านที่ต้องการปรับแต่งตามต้องการด้วยเครื่องเจียรลูกหมู ระวังอย่างไสออกเยอะเกินไปเพราะเมื่อประตูหดตัวจะทำให้เกิดช่องห่างมากเกินไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ประกอบตัวบานเข้าที่เดิม จากนั้นใช้ไขควงขันตะปูเกลียวยึดบานตัวบนสุดไล่ลงมาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
สาเหตุของการ บวม ยืด หด ของประตูไม้จริงคือการที่โดนแดดโดนฝนบ่อย สามารถป้องกันแสงแดดได้โดยการใช้น้ำมัน หรือ สีย้อมไม้ ทาทับลงไป โดยสีจะซึมเข้าสู่เนื้อด้านในและไม่ทำลายลวดลายไม้ตามธรรมชาติ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดทำลายจนเนื้อไม้เสียหายและช่วยป้องกันการแตกร้าวก่อนเวลาได้อีกด้วย

 

 

3. การแก้ปัญหาบานตก

ปัญหาบานตกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันไปดังนี้ครับ

ข้อสันนิฐานแรกเลยอยากให้ตรวจสอบที่บานพับก่อน หากพบว่าเป็นเพราะบานพับเกิดการเสื่อมสภาพ ขึ้นสนิม โยกคลอน ก็ต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนบานพับโดยเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพ ไม่เป็นสนิมง่ายป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซากครับ
ตะปูเกลียวหลวม (ตะปูที่ใช้ยึดบานพับกับประตูและวงกบ) มีสาเหตุอันเนื่องมาจากการติดตั้งบานพับผิดวิธีโดยการตอกตะปูเกลียวแทนการไข เมื่อใช้งานไปไม่นานก็จะทำให้บานตก เปิด-ปิดประตูลำบาก วิธีแก้คือย้ายตำแหน่งบานพับแล้วไขตะปูยึดใหม่ให้ถูกต้อง โดยไม่ห่างจากจุดเดิมมากนักเพื่อการน้ำหนักที่เหมาะสม และอย่าลืมซ่อมรูและโป๊วสีรอยเดิมนะครับ
โครงสร้างของบานประตูไม้จริงที่ไม่แข็งแรง

ปกติแล้ววิธีการทำบานประตูจะเหมือนกันกับวิธีทำกรอบรูป คือนำไม้ 4 ท่อนมาเชื่อมต่อกันเป็นกรอบสี่เหลี่ยม โดยมีลูกฟักไม้หรือกระจกตรงกลาง ความแข็งแรงของบานจึงขึ้นอยู่กับการเข้าไม้บริเวณมุมกรอบทั้ง 4 ด้าน หากมุมของกรอบประตูหลวมจะทำให้ประตูไม้จริงบิดเบี้ยวไม่คงรูปเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก กลายเป็นสี่เหลี่ยมเบี้ยวจึงทำให้บานประตูตก วิธีแก้คือถอดประตูออกมาแล้วทำการวัดฉากใหม่ ปรับองศาให้ได้ฉากจากนั้นจึงยึดมุมให้แน่นด้วยตะปูเกลียวแล้วจึงติดกลับไปใหม่
ผนังเกิดการแตกร้าวเนื่องจากฐานรากที่ทรุดตัว ทำให้กรอบวงกบมีลักษณะบิดเบี้ยว บานประตูจึงปิดไม่สนิท ก็ต้องแก้ไขที่ระบบฐานราก ซึ่งเป็นต้นเหตุหลัก

 

4. การแก้ปัญหาประตูเสียงดัง

เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากบานประตูเอง บานพับ หรือแม้แต่ลูกบิดซึ่งวิธีแก้ไขก็มีดังนี้ครับ

เสียงดังที่เกิดจากประตูกระแทกกับวงกบ ประตูของบางบ้านอาจมีอาการไหลปิดเอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะระดับพื้นที่เอียง หรือเพราะแรงลม ทำให้เกิดเสียงดังโดยไม่ตั้งใจบ่อย สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ยางกันกระแทกติดที่บริเวณวงกบ ซึ่งยางกันกระแทกนี้มีความหนาให้เลือกหลายขนาด
เสียงดังที่เกิดจากบานพับ ให้ใช้สเปรย์เอนกประสงค์ซึ่งจะช่วยขจัดคราบสกปรกและช่วยหล่อลื่นไปในตัว โดยหยอดตามบานพับเพื่อช่วยลดการเสียดสีของโลหะที่มาของเสียง หากฉีดสเปรย์เลงไปเยอะแล้วแต่ก็ยังมีเสียงดัง ให้ลองยกประตูขึ้นนิดนึงด้วยการยกที่ลูกบิดเพื่อเปิดจุดที่เกิดการเสียดสีของบานพับออกแล้วลองฉัดสเปรย์ลงไปใหม่อีกครั้งครับ
หากลูกบิดฝืดเปิด-ปิดยาก ให้ฉีดสารหล่อลื่นลงไปในลูกบิดเพื่อช่วยให้ฝุ่นที่เกาะอยู่หลุดออกไป และกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้งหนึ่ง สารหล่อลื่นบางยี่ห้อสามารถใช้ได้กับทั้งบานพับและลูกบิด

5. การแก้ปัญหาประตูไม้จริงแตกร้าว

ในกรณีนี้หมายถึงรอยแยกหรือรอยแตกเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่บริเวณขอบประตูซึ่งเป็นจุดที่สามารถเกิดการแตกร้าวต่อเนื่องและเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ แต่หากรอยแตกค่อนข้างกว้างแนะนำให้พ่นสีอุตสากรรมทับแทนการทาสีโชว์เนื้อไม้จะดีกว่าครับ

ทำความสะอาดผิวของประตูไม้ด้วยน้ำร้อนผสมสบู่โดยใช้ฟองน้ำเช็ดเพื่อลบรอยคราบไขมันสกปรกออกก่อน หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อนเพื่อขยายรอยแตกเล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการอุดรอยแตก
ลบสีหรือวานิชที่เคลือบอยู่รวมทั้งกำจัดเศษวัสดุอื่นๆออกก่อน และอย่าลืมสวมถุงมือด้วยนะครับ
นำดินสอพองมาผสมกับน้ำ ไม่ต้องข้นหรือใสมากเกินไป แล้วนำมาโป๊วอุดรอยตรงบริเวณที่มีรอยแตก จากนั้นให้ทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง
ใช้กระดาษทรายเบอร์ 0 (ชนิดละเอียดที่สุด) ค่อยๆขัดเนื้อดินสอพองส่วนเกินออกไป
ทำความสะอาดที่ผิวไม้จนหมดพวกฝุ่นผง ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท หลังจากนั้นจึงทาสีรักษาเนื้อไม้

6. การซ่อมแซมสีประตูไม้จริง

ประตูไม้จริงควรใช้สีย้อมไม้ทาเพื่อเป็นการเคลือบผิวแต่ก็ยังโชว์ลวดลายของไม้ แต่หากเป็นประตูไม้อัดจก็สามารถใช้สีน้ำมันหรือสีพลาสติกไปทาทับได้

การซ่อมแซมสีควรถอดบานประตูออกมาก่อนเพื่อความสะดวกในการทำงาน โดยทำการไขสรูที่ยึดบานพับกับบานประตูออกและควรมีผู้ช่วยถือบานประตูไว้ด้วย
หากประตูมีรอยแตกร้าวให้ทำการซ่อมแซมก่อน โดยสามารถดูวิธีการได้ตามข้อที่แล้ว
หากประตูมีราดำ คราบตะไคร่หรือคราบสกปรกอื่นๆ ให้ขัดออกให้หมดก่อนจึงทำการทาสีซ่อมแซม
สำหรับบานประตูไม้จริงที่ต้องการโชว์ลายไม้ ให้ใช้กระดาษทรายขัดตัวเคลือบไม้เดิมออก ถ้าเป็นประตูไม้เนื้ออ่อน ควรใช้กระดาษทรายประมาณเบอร์ 2-3 เพราะตัวเคลือบจะไม่ค่อยหนา และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยที่ผิวไม้ หากใช้เครื่องขัดกระดาษทรายจะทำให้สามารถทุ่นแรงและเวลาได้มากขึ้น
ก่อนที่จะเริ่มทาน้ำยารักษาเนื้อไม้หรือสีทาทับหน้า ควรทำการป้องกันอุปกรณ์ประตูจากสีก่อนด้วยการนำเทปกาวมาติดที่ลูกบิด มือจับ หรือกลอนเสียก่อน จากนั้นจึงทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ให้ทั่วทุกด้าน จำนวน 2 เที่ยว ทิ้งไว้จนแห้งสนิท ในขั้นตอนนี้ควรทาน้ำยาป้องกันเชื้อราลงไปด้วย
จากนั้นก็ทาทับด้วยสีย้อมไม้ 2 เที่ยว ทิ้งไว้ให้แห้ง ดึงเทปกาวออก แล้วติดตั้งประตูเข้ากับวงกบไปดังเดิม

 

 

 

7. การทำความสะอาดประตูไม้จริง

ให้เริ่มจากการปัดฝุ่นที่อยู่ทั้ง 2 ด้านให้สะอาด หลังจากนั้นก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาสำหรับทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดให้ทั่วประตู ซึ่งน้ำยานี้จะช่วยให้ประตูไม้มีความเงางามเหมือนใหม่ อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ประตูเกิดเชื้อราได้อีกด้วย
หากเกิดรอยคราบเป็นวงที่ประตูไม้ ให้ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำมันการบูรถูเบาๆบริเวณที่เป็นรอย รวมถึงหากเกิดรอยขีดข่วนที่ประตูไม้ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถูเบาๆจนรอยขีดข่วนหายไป
คราบเปื้อนจากสี ถ้าสียังไม่แห้งแก้ไขเหมือนรอยขีดข่วน แต่ถ้าแห้งแล้วให้ใช้น้ำมันสนชโลมบริเวณคราบนั้นจนกว่าคราบสีจะอ่อนตัวและหลุดไป จากนั้นใช้น้ำมันชักเงาถูให้สะอาด

8. การทำความสะอาดอุปกรณ์ประตู

ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Stainless steel อาจเกิดสนิมได้จากเกลือทะเลหรือคลอรีนจากน้ำประปา แม้จะใช้เกรด 316 ก็ตาม รวมไปถึงที่อับชื้นและไม่มีอากาศถ่ายเท ควรทำความสะอาดทุก ๆ 3-6 เดือน โดยใช้ผ้าหรือฟองน้ำ
ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Zinc Alloy จะเกิดจุดดำบนผิววัสดุ หากมีการใช้ภายนอกอาคารที่อยู่ใกล้ ๆทะเล ควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์

โดยใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำยาล้างจานเช็ดแล้วล้างออกด้วยน้ำประปา หลังจากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งให้สะอาด
ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Brass (ทองเหลือง) สารเคลือบผิวทองเหลืองอาจชำรุดได้จากการสัมผัสกับวัตดุแหลมคม หรือโดนไอระเหยของสารเคมีที่เป็นกรด ควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์ โดยใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ด ถ้ายังมีคราบอยู่ให้ชุบด้วยน้ำยาล้างจานแล้วล้างออกด้วยน้ำประปาแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้า

 

สถาปนิก

 

รีวิว ซีรีส์วัยรุ่น The End Of The F***Ing World Season 1-2

รีวิว the end of the ****ing world

ถือว่ามาแรงสุดๆแล้วสำหรับ ซีรีส์วัยรุ่น ที่มาพร้อมพลอตแรงๆของ Netflix อย่าง The End of The F***ing World ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างทางของ อลิซซ่า (เจสสิกา บาร์เดน) สาวน้อยที่ต้องการใครสักคนพาเธอหนีไปจากชีวิตที่ไร้ตัวตนในครอบครัว และใครคนนั้นก็ดันเป็น เจมส์ (อเล็กซ์ ลอว์เธอร์) เด็กหนุ่มที่หวังฆ่าเธอเพื่อชดเชยประสบการณ์เลวร้ายในวัยเยาว์ โดยมีจุดหมายคือการตามหาพ่อของอลิซซ่า แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดเมื่ออยู่ๆทั้งคู่ก็ไปพัวพันกับการฆาตกรรมและจี้ปล้นจนต้องหนีการตามล่าจากทางการกันหัวซุกหัวซุน

ดูจากเรื่องย่อที่กล่าวมาข้างต้นก็คงพอเห็นแล้วว่าความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้คือการผสานระหว่างหนังฆาตกรโรคจิตเข้ากับแนวรักโรแมนติกใสๆวัยรุ่นชอบ ซึ่งด้วยความที่หนังต้องการคงโทนโรแมนติกก็สบายใจได้ว่าสัดส่วนของความโหดด้านภาพจะไม่ได้มากมายนัก แถมเล่าๆไปความโรคจิตของตัวเจมส์ก็แทบไม่เห็นเพราะท้ายที่สุดหนังก็พยายามทำให้คนดูรักพระเอกของเรา ซึ่งด้วยการแสดงของ อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาสามารถรับบท เจมส์ ชายหนุ่มผู้อยู่ผิดที่ผิดทางเหมือนวัยรุ่นแสวงหาตัวตนจากด้านมืดของตัวเองได้อย่างมีเสน่ห์ สามารถสร้างสมดุลระหว่างความประหลาด ความน่ากลัวแล้วก้าวข้ามไปสู่ความน่ารัก ทำให้คนดูอยากเอาใจช่วยได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ เจสสิกา บาร์เดน ก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน เพราะบท อลิซซ่า เองก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหาคนรักคนเข้าใจ ภายใต้ท่าทีก๋ากั่นบ้าผู้ชาย เธอสามารถทำให้ความรู้สึกคนดูค่อยๆพังทลายลงช้าๆเมื่อหนังดำเนินไปเรื่อยๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือ

สร้างสรรค์โดย โจนาธาน เอนต์วิสเซิล (จาก คอมิคโดย ชาร์ลส์ เอส ฟอร์แมน)
สตรีมมิ่งทั้ง 8 ตอนได้ทาง Netflix
เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบซีรีส์รักวัยรุ่นที่มีเพลงเพราะคลอไปทั้งเรื่อง

ถือว่ามาแรงสุดๆแล้วสำหรับซีรีส์วัยรุ่นที่มาพร้อมพลอตแรงๆของ Netflix อย่าง The End of The F***ing World ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างทางของ อลิซซ่า (เจสสิกา บาร์เดน) สาวน้อยที่ต้องการใครสักคนพาเธอหนีไปจากชีวิตที่ไร้ตัวตนในครอบครัว และใครคนนั้นก็ดันเป็น เจมส์ (อเล็กซ์ ลอว์เธอร์) เด็กหนุ่มที่หวังฆ่าเธอเพื่อชดเชยประสบการณ์เลวร้ายในวัยเยาว์ โดยมีจุดหมายคือการตามหาพ่อของอลิซซ่า แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดเมื่ออยู่ๆทั้งคู่ก็ไปพัวพันกับการฆาตกรรมและจี้ปล้นจนต้องหนีการตามล่าจากทางการกันหัวซุกหัวซุน

ดูจากเรื่องย่อที่กล่าวมาข้างต้นก็คงพอเห็นแล้วว่าความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้คือการผสานระหว่างหนังฆาตกรโรคจิตเข้ากับแนวรักโรแมนติกใสๆวัยรุ่นชอบ ซึ่งด้วยความที่หนังต้องการคงโทนโรแมนติกก็สบายใจได้ว่าสัดส่วนของความโหดด้านภาพจะไม่ได้มากมายนัก แถมเล่าๆไปความโรคจิตของตัวเจมส์ก็แทบไม่เห็นเพราะท้ายที่สุดหนังก็พยายามทำให้คนดูรักพระเอกของเรา ซึ่งด้วยการแสดงของ อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาสามารถรับบท เจมส์ ชายหนุ่มผู้อยู่ผิดที่ผิดทางเหมือนวัยรุ่นแสวงหาตัวตนจากด้านมืดของตัวเองได้อย่างมีเสน่ห์ สามารถสร้างสมดุลระหว่างความประหลาด ความน่ากลัวแล้วก้าวข้ามไปสู่ความน่ารัก ทำให้คนดูอยากเอาใจช่วยได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ เจสสิกา บาร์เดน ก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน เพราะบท อลิซซ่า เองก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหาคนรักคนเข้าใจ ภายใต้ท่าทีก๋ากั่นบ้าผู้ชาย เธอสามารถทำให้ความรู้สึกคนดูค่อยๆพังทลายลงช้าๆเมื่อหนังดำเนินไปเรื่อยๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือ

ในขณะที่ข้อเสียหลักของซีรีส์ชุดนี้ก็คงเป็นการดำเนินเรื่องในหลายจุดที่บังเอิ๊ญบังเอิญแบบละครไทยยังเรียกพี่ เรียกได้ว่า คู่รักวัยกระเตาะที่พกมาแต่ความบ้าบิ่นสามารถผ่านแต่ละอุปสรรคได้อย่างง่ายดายแทบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย ซึ่งก็ตอบโจทย์กับตัวซีรีส์ที่แต่ละตอนสั้นมากๆ เพราะตอนนึงยาวแค่ 25 นาทีเท่านั้น จึงทำให้คนมีเวลาน้อยสามารถดูทั้งซีซันได้ในเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

สรุปแล้วด้วยเสน่ห์ของเรื่องราวที่มีทั้งความโรแมนติกที่ปรุงรสด้วยความระทึกแบบจางๆ เคล้าเสียงเพลงเพราะๆและความน่ารักของทั้ง อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ และ เจสสิกา บาร์เดน ก็น่าจะทำให้คุณตกหลุมรัก The End of The F***ing World ได้ไม่ยาก

หนังเริ่มเรื่องมาด้วยเด็กผู้ชายที่ชื่อเจม และเด็กผู้หญิงที่ชื่ออลิสซา สองคนนี้เป็นคนแปลกๆ และเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน เจมเป็นผู้ชายที่ไร้อารมณ์และความรู้สึกเกี่ยวกับทุกๆเรื่อง แม้แต่วันที่แม่เขาหายต้วไปจากบ้าน เขาก็ไม่รู้สึกโศกเศร้าหรือว่าเสียใจ ส่วนอลิสซาก็เป็นผู้หญิงที่มีความรู้สึกให้กับทุกๆเรื่องหรือเรื่องที่เกิดขึ้นแทบจะทุกๆเรื่อง เธอเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย

ทั้งสองคนนี้ คบกัน เป็นแฟนกัน และตัดสินใจที่จะหนีออกจากบ้านพร้อมกัน อลิสซานั้นเบื่อหน่ายที่ต้องอยู้บ้านเดียวกับพ่อแม่ของตัวเอง แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกครอบครัว ส่วนเจม มีงานอดิเรกเป็นการฆ่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆน้อยๆเพื่อเขาจะได้มีความรู้สึกสนุกกับมันบ้าง และเขาวางแผนที่จะฆ่าคนที่หมายถึงคนจริงๆ และเขาเลือกให้อลิสซาเป็นเหยื่อคนแรกของเขา

จะเป็นยังไง ถ้าคนแปลกๆ สองคนตัดสินใจที่จะออกเดินทางหนีออกจากบ้านไปร่วมกัน กับรถเก่าๆคันหนึ่งที่ขโมยมาจากบ้านพ่อเจม โดยที่ผู้ชายและผู้หญิงทั้งสองคนนี้ไม่รู้จักอะไรกันเลย นอกจากชื่อ หน้าตา เป็นเพื่อนที่เรียนโรงเรียนเดียวกันและที่เดียวกัน แต่สิ่งที่สองคนนี้มีจุดร่วมเหมือนกันก็คือ เบื่อ และอยากหนีออกไปจากโลกใบเดิมของตัวเอง หรืออยากหนีไปที่ไหนสักที่จากผู้ใหญ่ หรือที่ไหนสักที่ที่ทำให้พวกเขาได้รับความรู้สึกที่เป็นอิสระ ไร้กฏเกณฑ์ และไม่ถูกบังคับจากความคิดของคนอื่น และหลุดจากรอบเดิมของตัวเอง

โทนหนังมีการเล่าเรื่องด้วยโทนที่นิ่ง เงียบ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายและอารมณ์วัยรุ่น คนที่ชอบหนังแนว coming of age ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้เลย หนังเรื่อง The end of the f***ing world มีทั้งหมด 2 ซีซัน มีความยาวทั้งหมด 8-12 ตอนมีความยาวตอนละ 20 นาที เหมาะกับคนที่ต้องทำงานหนัก อยากจะผ่อนคลายความเครียดด้วยการดูหนัง แต่ไม่มีเวลามากนักก็สามารถดูหนังเรื่องนี้ได้นะคะ

The End of the F***ing World โลกมันห่วยช่วยไม่ได้ เป็น Original Series ของ NETFLIX ที่ดัดแปลงมาจากมินิคอมมิคในชื่อเดียวกัน เป็นเรื่องราวของเด็กชายผู้มีปัญหาทางจิตด้วยปมในวัยเด็ก James ที่ต้องการเลือกเหยื่อใครก็ได้สักคนเพื่อทดลองฆ่า แล้วดันบังเอิญไปพบกับ Alyssa เด็กสาวผู้มีนิสัยห้าวเป้ง ไม่แคร์คนอื่น และมีความต้องการทางเพศสูง เมื่อทั้งสองคนนี้มาอยู่ด้วยกันและพากันหนีออกจากบ้าน ความวุ่นวายอลหม่านจากจุดเล็กๆ ลามไปจนเป็นปัญหาใหญ่ที่ทางตำรวจต้องเข้ามาจัดการ

 

ความสนุกของเรื่องนี้คือ ความแปลก ตลกร้าย และความจัดจ้านของตัวละครทั้งสอง อลิซซา ตัวละครที่เรียกได้ว่าแสบทั้งคำพูดคำจา และการแสดงออกต่างๆ นาๆ ที่ต้องการหาใครสักคนที่พาเธอหนีไปจากชีวิตอันแสนห่วยภายในครอบครัวของเธอ ต้องมาเจอกับ เจมส์ผู้ที่อยากหาเหยื่อมาฆ่าเพราะมีปัญหาทางจิตทำให้เป็นตัวละครที่จะค่อนข้างนิ่ง จนไร้อารมณ์ ซึ่งมันดูเหมือนว่าซีรีส์เรื่องนี้จะนำเอาแนวฆาตกรโรคจิตมาผสมกับแนวรักวัยรุ่น แต่เปล่าเลย มันคือตลกร้ายที่แอบจิกกัด เสียดสีเกี่ยวกับสังคมครอบครัวได้แสบสันเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

The End of the F***ing World Alyssa and James
ตัวละครหลักทั้งสองที่คาแรคเตอร์จัดมาก คนหนึ่งโรคจิต อีกคนก็อารมณ์ร้าย
ตัวละครเจมส์ และอลิซซา เป็นเหมือนตัวแทนของเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา และแทนที่เราจะได้เห็นความโรคจิตของเจมส์ กลับกลายเป็นว่ายิ่งดูไป จากคนไร้อารมณ์เพราะปมบางอย่างในวัยเด็ก เริ่มมีชีวิตชีวาเพราะอลิซซา ตัวละครอลิซซาเองก็มีปมเกี่ยวกับครอบครัวเลยต้องการแสดงออกอย่างห่ามๆ เช่นบ้าเซ็กส์ หรืออารมณ์ร้อน แต่เธอเพียงแค่ต้องการใครสักคนคอยเข้าใจ ทำให้เราคอยลุ้นเอาใจช่วยทั้งสองคนนี้ว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และคุณจะถูกตบหน้าด้วยตอนจบของซีซั่น

การดำเนินเรื่องจะค่อนข้างกระชับ แต่ก็ไม่ได้รวบรัดจนเกินไป ทำให้เราเข้าใจประเด็นและอารมณ์ของตัวละครต่างๆ ที่จะสื่อ ได้ง่าย และคอยลุ้นเอาใจช่วย แถมแต่ละตอนเองยาวเพียง 20 กว่านาที ทำให้สามารถดูรวดเดียวจบได้โดยใช้เวลาไม่นาน โดยเรื่องราวต่างๆ มันเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วบานปลายจนใหญ่เกินแก้

มีบางฉากในซีรีส์ที่ค่อนข้างจะรุนแรง ทั้งเลือด ทั้งบทพูด ถ้าหากใครที่ชอบเรื่องราวอะไรที่แปลกๆ Weird ตลกร้ายล่ะก็ ขอแนะนำให้ดูเลยครับ เพราะซีซั่นสองเพิ่งออนแอร์ไปสดๆ ร้อนๆ

หลังจากที่ได้ประกาศเปิดตัวซีซั่นที่สองผู้เขียนบท และเจ้าของออริจินัลคอมมิค Charlie Covell ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับซีซั่นนี้ไว้ว่า “หลังจากตอนจบชวนช็อคของซีซั่นที่แล้ว มีบางสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน แต่สิ่งที่คาดคิด อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด” ซึ่งหลังจากที่ได้ดู มันก็เป็นตามที่ผู้เขียนว่าไว้จริงๆ

Alyssa ที่หนีไปใช้ชีวิตที่เรียบง่ายหลังจากผ่านเหตุการณ์ความวุ่นวายจากภาคแรก

เนื่องจากว่าซีซั่นแรกฉายไปเมื่อ 2017 แล้วฉายอีกทีปี 2019 สองปีพอดี ทำให้เหตุการณ์ในซีรีส์จะ Skip มาเป็นสองปีให้หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก และภาคนี้จะเน้นหนักไปทางด้านการดำเนินเรื่องแบบ BAD JOKE แนวไล่ล่ามากขึ้น เพราะได้เพิ่มตัวละครใหม่อย่าง Bonnie ที่ต้องการจะทำอะไรบางอย่างกับ Alyssa ซึ่งเธอได้หนีไปใช้ชีวิตอันเรียบง่าย และเงียบสงบอยู่ที่บ้านนอกหลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายกับ James

ดูเหมือนว่าอลิซซาเองถูกหมายหัวอยู่?

เหตุการณ์ในซีรีส์ผ่านไปสองปี ตัวละครในเรื่องก็โตขึ้น บุคลิคบางอย่างเปลี่ยนไป เนื่องจากปมในอดีตที่พวกเขาก่อขึ้นที่มันยังติดค้างอยู่ในใจ ถ้าหากใครที่ชอบเรื่องราวความรักวัยรุ่น และความห่ามๆ ของทั้งสอง บอกเลยว่าซีซั่นนี้อาจจะไม่ถูกใจคุณเท่าไหร่ แต่คุณก็จะได้เห็นว่าพัฒนาการของคนเราเมื่อผ่านช่วงวัยรุ่น เข้าสู่ช่วงผู้ใหญ่ ผ่านตัวละครหลักในเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง

สปอยส์ ชะตากรรมของตัวละครหลักในภาคที่แล้ว

ใน The End of the F***ing World Season 2 การมาของตัวละครใหม่อย่างบอนนี่เอง ก็เพิ่มสีสันให้กับเรื่องอย่างมากเลยทีเดียว และยังคงความจิกกัดเกี่ยวกับครอบครัวไว้นิดๆ แบบภาคแรก ซึ่งตอนแรกของซีซั่นสองจะเล่าเรื่องราวของเธอเต็มๆ เลยว่า เป็นใคร มาจากไหน ทำไมซีซั่นแรกถึงไม่โผล่มา แล้วภาคนี้เธอต้องการอะไรกันแน่

ถ้าใครที่ชอบซีรีส์ตลกร้ายอย่าง FARGO หรือหนังของเควนตินล่ะก็ แม้จะไม่จัดจ้านเท่า แต่ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโมเม้นต์ที่น่าอึดอัด หรือตัวละครแปลกๆ เหตุการณ์ที่ดูบังเอิ๊ญ บังเอิญเกินไป ซีซั่นนี้จัดเต็ม

แต่สุดท้ายแล้วผมรู้สึกว่าจากคอมมิค เมื่อมันมาดัดแปลงเป็นซีรีส์แล้วมันค่อนข้างที่จะ playsafe กับตัวบทอยู่พอสมควร ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับได้และทำให้ความวุ่นวายในเรื่องดูแฮปปี้ขึ้น ถ้าหากใครชอบแนวนี้อย่าพลาดที่จะชม

ดูหนังออนไลน์

แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เวลา น้ำซึม ขอบหน้าต่าง แก้ไขง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง

แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เวลา น้ำซึม ขอบหน้าต่าง แก้ไขง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง

แก้ปัญหา ” น้ำซึม ” จาก ขอบหน้าต่าง ให้อยู่หมัด ด้วยวิธีง่ายๆ
หลังจากหน้าร้อน พวกเรากเจอกับปัญหาบ้านร้อนกันไปมากมายแล้ว ทางทีมงานเราก็ได้มีการแนะนำวิะีคลายร้อนให้กับบ้านหรือคอนโดไปแล้ว แต่ในช่วงเดือนนี้ ประเทศไทยต้องเจอกับหน้าฝน แน่นอนในหน้าฝนเช่นนี้ ไม่ว่า จะเป็นบ้าน หรือ คอนโด จะมีปัญหาที่จะเจอกันบ่อยๆ นั่นก็คือ “น้ำซึม” จากขอบของหน้าต่าง แน่นอนว่าปัญหานี้ ผมก็เจอกับตัวเองเช่นเดียวกัน แล้วบ้านของผมนั้นก็แก้มายหลายวิธี แต่ก็ไม่หายสักที จนมาพบวิะีที่แก้ปัญหาได้อยู่มัดเลย วันนี้ผมจะมาบอกทุกๆคน ครับ มันง่ายมากเลยครับ ไม่ต้องจ้างช่างให้เปลืองเงินเปลืองทองอีกต่อไป

คุณกำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้ ใช่ หรือ ไม่

สาเหตุของปัญหา

โดยธรรมชาติแล้วคอนกรีตจะมีรูพรุนเล็กๆ ซึ่งน้ำซึมผ่านได้ แม้ว่าจะมีการใช้น้ำยาลดรูพรุนผสมลงในคอนกรีตก่อนเทแล้วก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป เกิดรอยแตกร้าวขึ้นตามพื้นตามผนัง จึงเป็นสาเหตุให้น้ำซึมผ่านรอยแตกร้าวนั้นได้ หากมีช่องว่างระหว่างวงกบประตู-หน้าต่างกับผนัง ก็ทำให้น้ำผ่านเข้ามาภายในบ้านได้

วิธีแก้ไขปัญหา

วิธีที่ผมจะอธิบายต่อไปนี้ เป็นวิธีส่วนใหญ่ที่ ช่าง หรือ คนที่เคยที่มีประสบการณ์แก้ไขปัญหานี้ แนะนำ แต่ ทางผมจะบอกวิธีที่ง่ายในตอนท้ายครับ

หลักการเลือกวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหา

ถ้าขอบหน้าต่างเป็นวัสดุประเภทไม้ -> ไม้เป็นวัสดุที่มีรูพรุน และมีการยืดหดตัวได้ หากบริเวณที่เกิดการรั่วซึมเป็นรอยต่อระหว่างผนังซีเมนต์และขอบหน้าต่างไม้ สามารถใช้วัสดุประเภท พียู ซีลแลนท์ได้ เนื่องจากจะมีแรงยึดเกาะที่ดีระหว่างผิวสัมผัสประเภทรูพรุน
ถ้าขอบหน้าต่างเป็นวัสดุประเภทอลูมิเนียม หรือ ยูพีวีซี -> เป็นวัสดุผิวเรียบ ไม่มีรูพรุน หากบริเวณที่เกิดการรั่วซึมเป็นรอยต่อระหว่างผนังซีเมนต์และขอบหน้าต่างอลูมิเนียม หรือ ยูพีวีซี สามารถใช้วัสดุประเภท เอ็มเอส ซีลแลนท์ ได้ เนื่องจากมีประสิทธิภาพด้านการยึดเกาะระหว่างผิวสัมผัสที่หลากหลาย เรียกได้ว่าเกือบทุกพื้นผิว มีคุณสมบัติที่ผสมผสานระหว่างการเป็นพียู และซิลิโคนในตัว จึงยึดเกาะได้ดีและสามารถทาสีทับได้ กรณีต้องการเก็บสีในภายหลัง

 

วิธีด้านบนเป็นวิธีการใช้ ซีแลน ในการอัดเข้าไปยังขอบของหน้าต่าง ซึ่งถ้าเรามีฝีมือ มันก็จะออกมาสวยงามเหมือนในคลิป แต่ถ้าไม่มีฝีมือแบบผม มันจะออกมาเละมากเลยครับ เพราะผมก็ดดนมาแล้วครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีในการแก้ไขปัญหา แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าทำไม ขั้นตอนมันเยอะจังเลย ทำคนเดียวน่าจะเหนื่อย วันนี้ผมจะมาแนะนำอีกวิธี ซึ่งบอกเลยว่า ง่ายและไม่ยุ่งยาก

ผลิตภัณฑ์ที่ผมใช้ คือ “น้ำยาป้องกัน การรั่วซึม แบบใส” อันนี้ ผมใช้ทารอบบ้านเลยครับ

 

วิธีการใช้น้ำยากันซึม

ผมบอกได้เลยว่า เราเตรียมแค่ แปรงสำหรับแต้ม หรือ ทา แล้วแต่หน้างาน หากพื้นที่กว้าง สามารถใช้ลุกกลิ้งก็ได้ครับ หากอุปกรณ์ครบแล้ว เราก็แค่ทาทับรอยยาแนวเก่าได้เลยครับ (ก่อนทาควรใช้ผ้าสะอาด เช็คบริเวณที่เราจะมาน้ำยาลงไปครับ)

1.) ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด บริเวณที่จะทาน้ำยา

2.) ใช้แปรงทาบริเวณที่เราต้องการป้องการการซึมของน้ำ (ทาทับของเก่าได้เลย)

3.) หลังจากทารอบแรก ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 3-4 ชม.

4.) ทารอบที่สอง และรอแห้ง 24 ชม. เป็นอันเสร็จ

เอาหล่ะครับ ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ยังไงฝากทุกๆท่าน ตรวจสอบ บ้าน และ คอนโด ของตัวเองกันด้วยนะครับ หากใครเจอปัญหาอย่างที่ได้บอกไว้ ก็ลองเอาวิธีที่ผมนำเสนอไปลองแก้ไขกันดูนะครับ

ปล. ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อยู่ข้างต้นนี้ ทางเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ ทั้งสิน หากแต่นำมารีวิว เื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่านครับ ทุกๆผลิตภัณฑ์สามารถแก้ไขปัญหาได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ใช้ครับ

น้ำซึมขอบหน้าต่าง เป็นปัญหาที่ต้องรีบจัดการในช่วงหน้าฝน เพราะนอกจากจะทำให้น้ำและความชื้นไหลเข้ามาเลอะเทอะพื้นที่ในบ้านแล้ว ก็ยังทำให้เกิดความเสียหายในบริเวณอื่น ๆ ด้วย เช่น วอลเปเปอร์ และพื้น โดยเฉพาะพื้นไม้ โดยการแก้ปัญหาน้ำรั่วตามขอบหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างคอนโด หรือตามบ้านเรือนก็ควรได้รับการแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการแก้ไขสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่จะมีวิธีการอย่างไรนั้นวันนี้มาดูกัน!

ก่อนจะเริ่มแก้ปัญหาเราควรรู้กันก่อนว่า ปัญหาน้ำรั่วซึมตามขอบหน้าต่างนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

แก้ไขปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง ด้วยจระเข้ ซิลิโคน ซีล
วิธีใช้จระเข้ ซิลิโคน ซีล เพื่อแก้ปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง
4 สาเหตุของปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง
1. วัสดุเสื่อมสภาพ
ขอบหน้าต่างเสื่อมสภาพ

 

วัสดุอุดรอยต่อระหว่างหน้าต่าง เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน วัสดุเหล่านี้ก็หมดอายุและเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทำให้เกิดช่องว่าง หรือร่องเล็ก ๆ ระหว่างผนัง และขอบหน้าต่าง ทำให้น้ำฝนรั่วซึมเข้ามาในบ้านได้ จึงต้องคอยตรวจสอบวัสดุที่ใช้ทำยาแนวอยู่เสมอว่าสึกหรอ หรือเสื่อมสภาพตรงไหนบ้าง เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม หรือน้ำเข้าขอบหน้าต่าง ที่ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณอื่น ๆ ตามมา

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนวไม่ถูกประเภท
การทำยาแนวขอบหน้าต่าง

 

การเลือกใช้กาวยาแนว หรือซิลิโคนยาแนวผิดประเภท ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง เพราะกาวซิลิโคนหรือวัสดุอุดรอยต่อแบบต่าง ๆ นั้น มีประสิทธิภาพการใช้งานแตกต่างกันไปตามลักษณะของพื้นผิว ดังนั้นควรเลือกใช้วัสดุอุดรอยต่อให้ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนาน

3. ผนังขอบหน้าต่างแตกร้าว
ผนังแตกร้าว

 

ปัญหาผนังแตกร้าวก็เป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำรั่วตามขอบหน้าต่างได้เช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณขอบมุมหน้าต่าง หากแตกร้าวเป็นแนวเฉียง จะทำให้น้ำซึมตรงขอบหน้าต่างได้เลยทีเดียว จึงต้องรีบแก้ไขก่อนจะเกิดปัญหาบานปลาย

4. ช่องระบายน้ำขอบอลูมิเนียมอุดตัน
ขอบหน้าต่างสกปรก

 

ช่องระบายน้ำขอบอลูมิเนียมของหน้าต่างเมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ อาจมีสิ่งสกปรก เศษฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมเข้าไปสะสมอยู่ ทำให้เกิดการอุดตันขึ้นซึ่งการอุดตันนี้ทำให้น้ำรั่วตามขอบหน้าต่างเข้ามาภายในบ้านได้

แก้ไขปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง ด้วยจระเข้ ซิลิโคน ซีล
จระเข้ ซิลิโคน ซีล

 

จระเข้ ซิลิโคน ซีล เป็นกาวซิลิโคนยาแนวส่วนผสมเดียว ใช้สำหรับเป็นยาแนวกันน้ำรั่วซึม ยาแนวแต่งขอบงานทั่วไป หรือเป็นตัวอุดร่องบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ เช่น ขอบหน้าต่าง ประตู วงกบ รางระบายน้ำ เหมาะสำหรับอุดร่องที่มีความกว้างประมาณ 3-12 มม. โดยเนื้อซิลิโคนแข็งแรงและยืดหยุ่น ไม่ไหลย้อยจึงเหมาะสำหรับใช้งานในแนวดิ่ง และงานเหนือศีรษะ

เนื้อซิลิโคนของจระเข้ ซิลิโคน ซีล เหมาะสำหรับพื้นผิววัสดุหลายชนิด เช่น กระจกแก้ว อลูมิเนียม คอนกรีต สังกะสี แสตนเลส ไฟเบอร์กลาส รวมถึงพลาสติกบางประเภท เช่น อีพ๊อกซี่ โพลีเอสเตอร์ และทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นแรงสั่นสะเทือน ความชื้น อุณหภูมิ และสารละลายต่าง ๆ

วิธีใช้จระเข้ ซิลิโคน ซีล เพื่อแก้ปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง
1. เตรียมพื้นผิว
ทำความสะอาดพื้นผิวที่ขอบหน้าต่าง

 

ก่อนจะเริ่มใช้งานจระเข้ ซิลิโคน ซีล เพื่อยาแนวแก้ไขปัญหาน้ำซึมขอบหน้าต่าง ต้องทำการ ขูด ซิลิโคน เก่าออก และทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด แห้ง ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมันหรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ จากนั้นจึงใช้เทปกาวปิดข้างแนวรอยต่อ เพื่อไม่ให้เนื้อซิลิโคนส่วนเกินล้นออกนอกแนวที่ต้องการ

2. ใส่หลอดจระเข้ ซิลิโคน ซีล ลงในปืนยิงกาว
ปืนยิงกาวยาแนว

 

เลือกใช้ปืนยิงกาวชนิดก้านคู่ หรือแบบอัดลม และ ตัดปลายหลอดจระเข้ ซิลิโคน ซีล และตัดปลายจุกสำหรับใส่ที่ปลายหลอดให้เฉียง 45 องศา และ สวมจุกเข้า กับปลายหลอด แล้วใส่หลอดกาวซิลิโคนลงในปืนยิงกาว

3. บีบกาวยาแนวลงในร่องแล้ว เช็ดทำความสะอาด
บีบกาวยาแนวลงในร่อง

 

บีบกาวซิลิโคนลงในร่องที่ต้องการให้เต็มร่อง จากนั้นปาดเนื้อกาวโดยใช้ อุปกรณ์ปาดยา แนวจระเข้ ให้เรียบภายใน 5 นาที ก่อนที่เนื้อซิลิโคนจะเริ่มเซ็ตตัว แล้วจึง เช็ดทำความสะอาดเนื้อซิลิโคน ส่วนเกินด้วยผ้าหรือ ฟองน้ำชุบหมาด และก่อนกาวแห้งประมาณ 10-15 นาที ให้ลอกกระดาษกาวด้านข้างออก จากนั้นจึงทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง ก่อนใช้งานหรือทาสีทับต่อไป

จะเห็นแล้วว่า ปัญหาน้ำซึม ขอบหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำซึมตามขอบหน้าต่างคอนโด หรือที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ ก็แก้ไขได้ไม่ยากด้วยตนเอง เพียงเลือก ใช้ผลิตภัณฑ์ ยาวแนว อุดรอยต่อที่มีคุณภาพและตรงกับประเภทพื้นผิวที่ใช้งานอย่างเช่น จระเข้ ซิลิโคน ซีล ก็จะช่วยให้ทุกคนจัดการปัญหาชวนปวดหัวนี้ได้อย่างไม่ยุ่งยาก และยังช่วยป้องกันความเสียหายในส่วนอื่น ๆ ของบ้านที่อาจตามมาอีกด้วย  ออกแบบบ้าน

รีวิว Promising Young Woman – สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น อดีตนักศึกษาแพทย์

รีวิว Promising Young Woman - สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น

Promising Young Woman สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น  บอกเล่าเรื่องราวของอดีตนักศึกษาแพทย์ที่ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานร้านกาแฟ แต่ยามกลางคืนช่วงสุดสัปดาห์ เธอก็ออกไปแกล้งทำเป็นเมาเผื่อล่อหลอกผู้ชายที่ไม่ไหวดีกับเธอมาสั่งสอนให้สำนึก พร้อมทั้งเธอวางแผนแก้แค้นเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยฝากปมในอดีตอันเลวร้ายเอาไว้

***รีวิวนี้มีการสปอยล์เนื้อหาบางส่วน***

จากตัวอย่างและเรื่องย่อพาลให้คิดไปว่านี่ต้องเป็นหนังล้างแค้นไล่ล่า ไล่เชือด เดือด เลือดสาดอะไรแบบนั้นมันเป็นหนังล้างแค้นก็จริง แต่พอดูไปสักพักไม่ถึงครึ่งเรื่องก็รู้ว่า “โอเคเราคิดผิดละ” หนังมันหักหลังเราด้วยการใส่สัญญะต่าง ๆ เช่นซอสเปื้อนเสื้อ หรือการขีดนับแต้มของนางเอกในสมุด ก็ล้วนทำให้คิดว่าผู้ชายที่โดนนางเอกหลอกล่อมาต้องโดนฆ่าแน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น เพราะสิ่งที่เธอทำแค่การด่า ๆ เท่านั้น มันเลยทำให้รู้สึกว่า “อะไรวะ ? แค่เนี้ย ?” และจะปูให้เหมือนนางเอกโหดเพื่ออะไรกันนะ มันไม่ได้ฉากไล่ฆ่าผู้ชายตัดช้างน้อย โรคจิต ๆ อะไรแบบนั้นเลย

ย้ำอีกครั้งว่าความจริงคือมันไม่ใช่หนังล้างแค้นแบบนั้น ในด้านการล้างแค้นบุคคลเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตก็ไม่ใช่การไปไล่ฆ่าเช่นกัน แต่มันคือการล้างแค้นแบบ…มีชั้นเชิงหน่อย ๆ

ด้วยความที่หนังมันเป็นแบบนั้นมันจึงยังเป็นการล้างแค้นที่ “ไม่สะใจ” มันค่อนข้างธรรมดาและดูจืดชืดไปเสียด้วยซ้ำ ไม่สมกับเรื่องราวในอดีตที่เลวร้ายตามคำกล่าวอ้างของนางเอกสักเท่าไหร่

หนังมีตอนจบที่ไม่คาดคิด เซอร์ไพรส์ไม่ใช่เล่น เรามักไม่ค่อยได้เห็นหนังล้างแค้นจบแบบนี้สักเท่าไหร่ มันก็มีแบบสรุปในแบบของมัน แต่มันอาจจะแค่ไม่ถูกจริตเราเท่านั้นแหละ มันน่าจะขยี้อะไรได้มากกว่านี้

และในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต หนังมันยังไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเหตุการณ์นั้นว่าจริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่มีฉากแฟลชแบ็ก มีเพียงคำพูดคำกล่าวของเหล่าตัวละคร และคลิปที่คนดูได้ยินแต่เสียงที่ก็ยังคงไม่ชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แถมเรื่องราวของ “ตัวละครนั้น” ที่เกี่ยวข้องกับนางเอก หนังก็ยังคงไม่ได้ให้ความชัดเจนมากเท่าที่ควรเกี่ยวกับชะตากรรมของตัวละคร

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว ด้วยความเป็นคนธรรมดา ถ้าเจอเหตุการณ์แบบในหนัง เราก็คงไปควักปืนไล่ล่าฆ่าแบบ John Wick คงไม่ได้ เราก็คงทำเหมือนนางเอกในหนังแหละ เพราะมันดูจริงและเป็นไปได้กว่าหนังล้างแค้นหลาย ๆ เรื่อง

ตัวหนังยังมีฉากหลาย ๆ ฉากที่นั่งคิดไปคิดมาไม่รู้ว่าจะมีทำไม ไม่รู้ว่าจะใส่ไปเพื่ออะไร คิดออกอย่างเดียวว่าคงอยากให้หนังยาวขึ้นเท่านั้นแหละมั้ง…

ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้มีนักแสดงอย่าง Carey Mulligan คอยแบกเอาไว้ทั้งเรื่อง แค่คนเดียวจริง ๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นไม่ได้มีนักแสดงคนไหนที่น่าจดจำ บางคนเล่นแข็งมาก บางคนเล่นซะตลกเชียว บางคนก็เล่นใหญ่เกินเบอร์ฺ บางตัวละครก็ไม่จำเป็นต้องมีด้วยซ้ำ

ถึงแม้ Mulligan แสดงดีก็จริง แต่โดยส่วนตัวเรายังรู้สึกว่ามีคนที่เหมาะกับบทนี้มากกว่าเธอ ในใจเราคิดถึงนักแสดงคนนึงไม่รู้ทำไมเหมือนกัน นั่นก็คือ Margot Robbie เพราะบทบาทของตัวละครชวนให้นึกถึงจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Robbie ก็รับหน้าที่อำนวยการสร้าง ภายใต้บริษัท LuckyChap Entertainment

และจุดเด่นอีกอย่างของหนังคือเพลงประกอบ หนังมีเพลงประกอบที่โดดเด่นมาก เข้ากับทุกสถานการณ์และทุกอารมณ์ในหนังเลยทีเดียว

สรุปแล้ว Promising Young Woman เป็นหนังล้างแค้นที่ไม่ใช่หนังล้างแค้นเลือดสาดเหมือนที่หลายคนคิด แต่มันมีแนวทางในการเล่าเป็นของตัวเอง จุดเด่นอยู่ที่การแสดงของ Carey Mulligan ที่ภาพรวมยังคงน่าติดตามไปจนถึงตอนจบของหนัง  อ่านต่อ

รีวิว คิมจียอง เกิดปี’ 82 (Kim Ji-young: Born 1982) เกิดเป็นผู้หญิง ผิดตรงไหน ?

รีวิว คิมจียองเกิดปี '82 อวสานเทพนิยาย

รีวิว คิมจียอง เกิดปี’ 82 ( เกิดเป็นผู้หญิง ผิดตรงไหน ? กงยู และ จองยูมิ จะมาเรียกน้ำตาผู้ชม ในภาพยนตร์ที่สั่นสะเทือน ประเทศเกาหลี “คิมจียอง เกิดปี 82” ผลงานนวนิยายจากปลายปากกาของนักเขียนโชนัมจู ที่ทำยอดขายมากกว่า 1 ล้านเล่มภายใน 2 ปี เล่าเรื่องราว คิมจียอง (จองยูมิ) ผู้หญิงชาวเกาหลีธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่แม้ว่าเธอจะแต่งงาน และมีลูกสาวที่น่ารัก แต่ก็ทำให้เธอจำต้องล้มเลิกการทำหลายสิ่งหลายอย่างไป จองแดฮยอน ( กงยู ) สามีของเธอ สังเกตพบว่าได้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับจียองทำให้เขารู้สึกเป็นกังวล เมื่อเธอเริ่มทำตัวแปลกไปราวกับเป็นคนอื่น

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการอนุเคราะห์โดย บริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำหรับตั๋วเข้าชมในรอบสื่อ รอบจริง หนังฉาย 30 ธันวาคม 2562

คิมจียอง เกิดปี 82 (Kim Ji-young: Born 1982) เป็นหนังที่สร้างจากหนังสือชื่อเดียวกัน เขียนโดย โซนัมจู โดยตีแผ่ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศชายและหญิงในประเทศเกาหลีใต้ให้ได้ชมกัน

หญิงสาวที่แต่งงานและมีลูกสาวหนึ่งคน เธอต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกทำงานบ้านและอาหารให้สามีในขณะที่สามีทำงานหาเงิน ชีวิตที่อาจจะฟังดูแล้วดีมีความสุข แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้นในความเป็นจริง

ชีวิต “แม่บ้าน” ที่ดูเหมือนจะสุขสบาย สามีเลี้ยง แต่ด้วยแรงกดดันจากรอบด้านทั้งคนใกล้ชิดและสังคม ทำให้เธอต้องผจญกับอาการทางจิตและมีพฤติกรรมที่แปลกไป ส่วนนี้ผมขอไม่พูดถึงเพราะอาจเป็นการสปอยล์ได้ครับ

จุดเด่นที่น่าสนใจอย่าแรกของเรื่องนี้คือ นักแสดง ที่เรียกได้ว่าได้นักแสดงมีชื่อ ที่รับรองว่าหลายคนต้องร้องอ๋อออกมาแน่นอน พระเอกเราก็กินขาดแล้ว สามีแห่งชาติ อย่าง กงยู (Coffee Prince, Train to Busan) หรือจะเป็นนางเอกที่แสดงหลากหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันอย่างดีอย่าง Train to Busan กับพระเอกกงยูด้วยนั่นเองครับ นักแสดงอื่นอย่าง คิม มิคยอง ที่ลิสการแสดงยาวเหยียด ก็การันตีคุณภาพเช่นกัน

เรื่องการแสดงไม่ผิดหวังแน่นอนครับ นอกจากนั้นการถ่ายทำและมุมกล้องต่างๆก็ถ่ายทอดหนังออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว

อีกอย่างที่ผมชอบคือการดำเนินเรื่องที่มีจุดที่ทำให้เราอยากรู้ หรือคาดเดา ซึ่งหนังทำให้ผมคาดเดาไปหลากหลายจากการชักจูงของตัวละคร และหลายจุดเมื่อเฉลยก็ทำผมอึ้งไปเหมือนกัน

ความเท่าเทียมที่ไม่มีจริง
คิมจียอง

แต่ทั้งหมดทั้งมวล คีย์ของเรื่องนี้คือการนำเสนอความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศชายและหญิงในสังคมเกาหลีได้ค่อนข้างน่าสนใจ และมันไม่ใช่แค่ในสังคมเกาหลีเท่านั้นนะครับ มันสะท้อนถึงสังคมโดยรวมทั้งหมดที่เพศหญิงไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันกับชาย

อย่างเช่นผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านถูกนินทาว่าเกาะสามีกิน และบางส่วนมองตัวเองว่าไร้ค่าที่ไม่สามารถทำงานได้ ตรงนี้มันสะท้อนปัญหาและนำเสนออกมาได้น่าสนใจ เพราะหนังมีการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยๆที่บางทีเราอาจจะไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำ หากตัวละครไม่นำมันกลับมาพูดอีกครั้ง

แม้ว่าหนังจะนำเสนอชีวิตของ คิม จียอง กว่า 2 ชั่วโมง แต่มันกลับไม่ทำให้ผมเบื่อเลย เพราะเนื้อเรื่องมีความน่าติดตาม และมันทำให้ผมนึกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศตะวันตกอย่างอเมริกาที่ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อกันว่าพยายามอย่างมากในเรื่องความเท่าเทียมกัน

แต่ในความเป็นจริงยังคงมีความเหลื่อมล้ำอยู่จนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงาน เงินเดือนที่ได้น้อยกว่าผู้ชาย แต่สิ่งหนึ่งที่พัฒนาดีขึ้นคือ ผู้ชายหันมาเป็น “พ่อบ้าน” มากขึ้น ในขณะที่ภรรยาเป็นฝ่ายทำงาน ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดีขึ้นในแง่มุมมองและความเท่าเทียมกันที่ดีขึ้น

หนังนอกกระแสที่ดีกว่าที่คิด
ต้องถือว่าเป็นหนังนอกกระแสเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ได้คาดหวังเลยตอนเดินเข้าไปดู แต่กลับออกมาด้วยความประทับใจ และมันทำให้ผมอยากแนะนำให้ไปดูกันถ้ามีโอกาส

 

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณทางสหมงคลฟิล์มที่ให้โอกาสฉันและคุณแม่ได้เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่อง ‘คิมจียอง เกิดปี 82’ รอบสื่อมวลชน นำแสดงโดย จองยูมี รับบท คุณคิมจียอง และ กงยู รับบท คุณชองแดฮยอน สามีของคุณคิมจียอง เป็นประสบการณ์การดูหนังก่อนเข้าฉายเป็นครั้งแรกในชีวิต จึงอยากจะพูดอะไรถึงมันเสียหน่อย หลังจากเสียน้ำตาไปประมาณ 1 กระติก ไม่ใช่เพราะความซึ้งใจอันใดเลย แต่เป็นเพราะความเจ็บต่างหาก เจ็บใจเหลือเกินกับหลายๆ เรื่องที่ผันผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วเรามีโอกาสได้มองเห็นมันอีกครั้งหนึ่งผ่านตัวละคร ‘คุณคิมจียอง’ ตั้งแต่เด็กยันโต ประหนึ่งว่าเธอเป็นภาพสะท้อนชีวิตของฉันในบางมุมบางแง่ หลายเรื่องที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าเหตุใดจึงต้องเป็นอย่างนี้ ไม่เคยนึกสงสัยหรือเอะใจว่าตนเองกำลังถูกกดขี่ กำลังถูกเอาเปรียบ กำลังถูกล่วงละเมิดด้วยวาจาอยู่ ก็เพิ่งมาตระหนักรู้เมื่ออ่านหนังสือและดูภาพยนตร์เรื่องนี้นี่ล่ะ

ฉันใช้เวลาขบคิดตลอด 3 วันหลังจากดูหนังเรื่องนี้ คิดอย่างไรก็คิดไม่ตกว่าจะเขียนเกี่ยวกับมันอย่างไรดี เพราะกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ ‘โชนัมจู’ ผู้เขียน ‘คิมจียอง เกิดปี 82’ ต้องการจะสื่อ กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะเข้าใจอะไรผิดเพี้ยนไปไกลจนทำให้ผู้อ่านบทความนี้พลอยเข้าใจผิดตามไปด้วย แต่ศิลปะนั้นไม่มีทั้งถูกและผิด ดังนั้นจึงขอตีความจากความเข้าใจของฉันก็แล้วกัน

Kim-Ji-Young-Born-1982-Poster-Thai02
ภาพจากสหมงคลฟิล์ม
ผี
คำนาม

สิ่งที่ตามปกติแล้วมนุษย์มองไม่เห็น และสัมผัสไม่ได้ แต่เชื่อว่ามีจริงและอาจปรากฏรูปร่างให้เห็นได้ในบางขณะ มีทั้งที่ให้คุณ หรือโทษ.

ตั้งแต่อ่าน ‘คิมจียอง เกิดปี 82’ ครั้งแรก ฉันก็ทึ่งปนสงสัยมาโดยตลอดว่าเหตุใดผู้เขียนถึงเลือกใช้สถานการณ์ ‘ผีเข้า‘ เพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมด ที่ทึ่งเพราะไม่คิดว่าจะมามุกนี้ ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าทำไมต้อง ‘ผี’ วะ แทนที่จะเล่าเรื่องชีวิตแม่บ้านเกาหลีใต้ธรรมดาๆ คนหนึ่งไปเรื่อยๆ ก็ได้ เพราะโดยตัวเนื้อหาก็ทำให้ผู้อ่าน (โดยเฉพาะผู้หญิงอ่อนไหวอย่างฉัน 555+) รู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ อ่านไปน้ำตาเล็ดไปได้แล้ว แต่ยังเลือกจะใช้ความแฟนตาซีอย่าง ‘ผีเข้า’ มาเป็นปมหลัก มันเพราะอะไรกันแน่นะ

สุดท้ายวันนี้ก็ได้รู้…

โชนัมจูอาจต้องการจะบอกว่าที่เกาหลีใต้นั้น ผู้หญิงกับผีก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ใช่รึเปล่า? เมื่อเด็กผู้หญิงลืมตาเกิดมาบนโลกนี้ เติบโต ร่ำเรียนและเข้าทำงาน เดินเพ่นพ่านขวักไขว่ไปทั่ว จากที่หนึ่งสู่ที่หนึ่ง ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้ต่างจากผีเลยสำหรับชายเกาหลีใต้ทุกคน มองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีจริง มีสิ่งนี้ สิ่งที่เรียกว่า ‘ผู้หญิง’ อยู่ในโลก จะสามารถปรากฏรูปร่างเป็นตัวเป็นตนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานแล้วเป็น ‘แม่‘ คน เท่านั้น

เมื่อผู้หญิงเกาหลีธรรมดาคนหนึ่งเป็น ‘แม่’ พวกผู้ชายก็เกิดกลายเป็น ‘คนเห็นผี’ ขึ้นมาทันทีเลยว่ะ 555+ พวกเขาสามารถมองเห็นเธอ (ในที่นี้คือคุณคิมจียอง) แม้ยามที่นึกอยากจะนั่งพักผ่อนกินกาแฟ (ซึ่งเห็นว่าจัดโปรโมชั่นลดราคาจึงกล้าซื้อ) เพื่อชื่นชมความงามของฤดูใบไม้ร่วง หลังไปรับลูกที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก

ชายคนหนึ่งในกลุ่มพนักงานอายุราวสามสิบเหลือบมองเธอแล้วหันไปพูดกับเพื่อน “อยากถลุงเงินผัวซื้อกาแฟกินร่อนไปร่อนมาแบบนั้นบ้างจัง… วาสนาใครจะดีเท่านางปลิง… กูไม่ขอแต่งงานกับสาวเกาหลีหรอก…” [1*]

คุณคิมจียองมีตัวตนขึ้นมาทันทีเมื่อมีลูกน้อย และใช้เงินของสามีซื้อกาแฟแก้วละ 1500 วอน [2*]

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะในโต๊ะอาหารที่บ้าน ในสนามการเรียน การสอบแข่งขัน การสัมภาษณ์เข้าทำงาน ไม่มีใครมองเห็นหัวหรือตัวตนเธอเลยสักคน พวกเขาปล่อยให้เธอถือกาแฟแก้วละกี่บาทก็ได้ กี่แก้วก็ได้ โดยไม่มีการค่อนแคะ ขอเพียงเป็นกาแฟที่ฝากให้เธอซื้อหรือกาแฟที่เธอรับหน้าที่ชงและเสิร์ฟในที่ทำงาน (ทั้งที่เธอไม่ได้สมัครงานมาเพื่อชงกาแฟ และพนักงานชายรุ่นเดียวกันหรืออ่อนกว่าก็ไม่แม้แต่จะรับหน้าที่นี้หรือคิดว่าตนจำเป็นต้องทำ)

ฉันเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน (https://booooks.co/2018/02/27/ความลับในธนบัตร-50000-วอน/) เกี่ยวกับบทบาทความเป็น ‘แม่’ ของผู้หญิงในเกาหลีใต้ ยิ่งเมื่อได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้ ยิ่งพบว่าเรื่องจริงมันหนักหนากว่าที่คิดมาก จนอาจเรียกได้ว่าเป็นลัทธิเลยก็ว่าได้ ยังมีหลายคนในเกาหลีใต้ที่ตกอยู่ภายใต้ ‘ลัทธิเชิดชูความเป็นแม่ที่ดี’

ผู้หญิงเกาหลีมีค่าก็ต่อเมื่อเป็น ‘แม่’ ก็จริง แต่เมื่อทำอะไรผิดจาก ‘ขนบ’ ไปเล็กน้อย เช่นนั่งชิลๆ ดื่มกาแฟแก้ว 39 บาทด้วยเงินผัว ก็สามารถเปลี่ยนร่างกลายเป็น ‘ปลิง’ ได้ทันที เมื่อย้อนกลับไปดูความหมายของ ‘ผี’ เมื่อข้างต้น เออ พอคนมองเห็นผีแล้ว ผีมันก็ให้ทั้งคุณ ทั้งโทษเลยว่ะ มีทั้งผีดีและผีร้าย ถ้าผีเลี้ยงลูกดูแลผัวอยู่บ้านก็นับเป็นผีดี ผีกินกาแฟด้วยเงิน 39 บาทของผัวคือผีร้าย คอยสูบเลือดผัว คุณคิมจียองเป็นเช่นนั้นเอง เฉกเช่นเดียวกันกับผีไม่ต่าง

กลับมาพูดถึงตัวบทภาพยนตร์กันบ้าง ต่อไปนี้คือการสปอยล์ค่ะ 555+

ฉากแรก หนังเปิดมาด้วยภาพคุณคิมจียองทำงานบ้านอย่างขมักเขม้นคลอไปกับเสียงสัมภาษณ์ของผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าอยากเป็นนักบินอวกาศหรืออยากท่องอวกาศ อะไรสักอย่างนี่แหละ ต้องขออภัยที่ไม่ชัวร์ เพราะอ่านซับไตเติ้ลไม่ทัน แอบเสียดายนิดหน่อยที่ตอนนั้นมีข้อความจากโทรศัพท์เตือนขึ้นมาพอดี แต่จับใจความได้ประมาณนี้ ที่ใส่ใจนั่นเป็นเพราะสำหรับภาพยนตร์แล้ว ฉากแรก เราคิดว่าสำคัญนะ เพราะมันเห็นชัดว่าสิ่งที่ข่าวเล่ากับชีวิตของคุณคิมจียองนั้นมันสวนทางกันสุดๆ ไปเลย ในขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่ง(ในข่าว)บอกว่าอยากจะไปท่องอวกาศ แต่คุณคิมจียองกลับยืนวุ่นอยู่ในครัว ใครไปดูแล้วมาบอกด้วยนะคะว่าข่าวพูดเรื่องอะไร ถ้าผิดจะมาแก้ไขให้ นี่คือข้อเสียของการไม่ปิดมือถือขณะดูหนังนะคะทุกคน 555+

แล้วฉากต่อมาคือฉากนั่งดื่มกาแฟเล่น คือฉากที่ฉันกล่าวถึงเมื่อข้างต้น ตรงนี้ขอชื่นชมว่าหนังทำให้ทุกอย่างในหนังสือมันไปไกลและมีมิติมากขึ้นไปอีก เพราะในหนังสือ มีเพียงหนังสือกับคนอ่านที่จะจินตนาการทุกอย่างตามคำบรรยายของผู้เขียนด้วยตนเอง ตอนที่ฉันอ่านนั้น ยอมรับว่า ‘กลุ่มพนักงานออฟฟิศ’ ที่นินทาคิมจียองในระยะเผาขนเป็นกลุ่มผู้ชายล้วน แต่ปรากฏว่าในหนังเลือกจะแทรกพนักงานหญิงคนหนึ่งเข้าไปในกลุ่มด้วย แม้พนักงานหญิงคนนี้จะคอยทำหน้าที่เตือนเพื่อนผู้ชายว่าอย่าเสียงดังไป เขาได้ยินนายนะ แต่กระนั้นก็อดที่จะแสดงท่าทีเห็นด้วยไม่ได้

นี่บอกอะไร?

บอกว่าไม่ใช่แค่ผู้ชาย แต่ผู้หญิงหลายคนในเกาหลีใต้เองก็ตกอยู่ใต้ลัทธิเชิดชูความเป็นแม่ที่ดี แม่ที่ควรต้องปฏิบัติตัวตามขนบธรรมเนียมเช่นกัน น่าเศร้าที่ผู้หญิงหลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนกำลังถูกระบบอันคร่ำครึนี้กดทับอยู่ แต่เศร้ายิ่งกว่าที่หลายคนรู้ ทว่าก็ไม่สามารถต่อต้านมันได้

เช่นเดียวตัวละคร ‘คุณโอมีซุก’ แม่ของคุณคิมจียอง ตรงนี้แอบเสียดายนิดหน่อยที่หนังไม่ได้บอกที่มาของรอยแผลเป็นที่มือของแม่ ซึ่งเกิดจากการทำงานพิเศษอย่างงานรับม้วนคิ้วติดขอบวงกบ แต่หนังก็ทำให้เรารู้แหละว่าแม่ทำงานหนักมากแค่ไหน ชนิดที่แทบไม่มีเวลารับโทรศัพท์ลูกเลย

งานพิเศษอันน่าปวดเศียรเวียนเกล้าที่สุดคืองานรับม้วนคิ้วติดขอบวงกบ เส้นคิ้วขอบวงกบนี้ด้านหนึ่งเป็นฟองน้ำ ยืดหยุ่นได้ตามระยะขอบวงกบประตูหน้าต่าง อีกด้านเป็นแถบกาวเหนียวหนืด งานที่ต้องทำคือเมื่อรถบรรทุกขนพวกมันมาให้กองใหญ่ เราต้องม้วนขดเป็นวงทีละสองเส้น จากนั้นใส่ลงถุงพลาสติกใบเล็ก วิธีม้วนทำโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้มือซ้ายคีบเส้นคิ้วยาวเหยียดไว้แล้วใช้มือขวาจับม้วน ซึ่งขั้นตอนดึงๆ ม้วนๆ นี้เองที่ทำให้ขอบคมของกระดาษสติ๊กเกอร์บนฝั่งแถบกาวบาดผิวเนื้ออ่อนบางระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มือซ้ายอยู่เรื่อย [3*]

ทุกคนที่เคยไปเยือนประเทศเกาหลีใต้หลายคนเองก็คงสังเกตเห็นว่ามี ‘อาจุมม่า’ หรือ ‘คุณป้า’ มากมายหลายแหล่คอยทำงานบริการต่างๆ ไม่ว่าจะทำความสะอาดห้องน้ำในโฮสเทล เป็นแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อ เป็นคนกวาดถนน เก็บขยะ พนักงานเสิร์ฟร้านอาหาร ฯลฯ การที่คุณป้าเหล่านี้คอยแวะเวียนเปลี่ยนหน้ามาให้เราเห็น ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนหรือใช้บริการใดในเกาหลีใต้นั้นมีเหตุผลอยู่ค่ะ เพราะหลังจากที่ผู้หญิงเกาหลีแต่งงานแล้ว จำเป็นอย่างมากที่จะต้องลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูก ดูแลงานบ้าน ดูแลสามีและพ่อแม่สามี ฉะนั้น ผู้หญิงเหล่านี้มีทางเลือกไม่มากในการหารายได้ของตนเอง คือหนึ่ง. ได้รับเงินเดือนจากสามี สอง.จ้างพี่เลี้ยงเด็กแล้วกลับไปทำงาน ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่คนรุ่นใหม่นิยมกันแต่ขัดใจแม่ผัวเป็นที่สุด จึงนำมาซึ่งหนทางสุดท้าย หนทางที่เป็นนิยมที่สุด คือสาม. การหา ‘งานพิเศษเสริมรายได้’

เกาหลีใต้ช่วงหนึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูของงานพิเศษแม่บ้าน หลายงานจึงเรียกขานโดยพ่วงคำว่า “ป้า” เข้าไป ป้าขายประกัน ป้าส่งนมเปรี้ยว ป้าขายเครื่องสำอาง ฯลฯ พวกเธอส่วนมากไม่ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทโดยตรง เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทหรือบาดเจ็บขณะทำงาน ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเอง [4*]

ตัวละครคุณโอมีซุกนั้นถูกลดทอนบทไปพอสมควร เข้าใจได้ว่าหนังอยากจะชูเรื่องของคุณคิมจียองให้โดดเด่นกว่าใคร แต่ก็รู้สึกได้ชัดเหมือนกันว่าหนังพยายามไม่ตัดหรือทิ้งบทบาทของตัวละครผู้หญิงหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่สาว หรือหัวหน้างานของคุณคิมจียอง ซึ่งพวกเธอทั้งหลายต่างพบเจอปัญหาเรื่อง ‘เพศ’ ที่กระทบกับชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวไม่น้อยไปกว่าคุณคิมจียองเอง และที่สำคัญตัวละครแม่นี้เป็นตัวละครที่ทำให้เราต้องเสียน้ำตาสองครั้งติดกันเลยค่ะ 555+ มันมีประโยคเจ็บอยู่ คุณต้องไปดูเอง

และฉากที่ชอบที่สุดคือฉากที่คุณโอมีซุกผู้เป็นแม่พบว่าคุณคิมจียองถูกผีเข้า เราขอยกนิ้วให้ทั้งคนเขียนบท ผู้กำกับ ที่สุดก็คือตัวนักแสดง ‘คิมมีคยอง’ และ ‘จองยูมี’ ที่ทำให้เรามองเห็นความแตกสลายที่มันหยั่งรากลึกแผ่ขยายไปทั่วผืนแผ่นดินเกาหลีใต้ชัดขึ้นถนัดตา เหมือนถูกฟาดหน้าด้วยความจริง ความจริงที่ว่า แม้ตัวแม่ของคุณคิมจียองที่เป็นหญิงแกร่ง บ่อยครั้งที่ลุกขึ้นมาต่อต้านกับความเชื่ออันคร่ำครึและความเกลียดชังผู้หญิงที่มีในสังคมมากเพียงใด สุดท้ายเธอก็ยินยอมปล่อยให้ความเชื่อความเกลียดชังนั้นถล่มลงมาทับถมเธออยู่ดี เพราะศัตรูที่เธอกำลังต่อสู้อยู่นั้นมันยิ่งใหญ่และร้ายกาจกว่าที่เธอคิด

อะไรจะน่าเศร้าไปกว่าการที่ ‘แม่’ เชื่อว่า ‘ลูกสาว’ ของตัวเอง ถูก ‘ผีเข้าสิง’ อย่างที่ใครๆ เขาพูดกันอีกล่ะ ใช่ไหมคะ?

หนังทำให้เห็นว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งกล้าพูดถึงปัญหาเรื่องเพศ ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมไม่อยากรับฟัง พวกเขาทั้งหลาย ไม่ใช่แค่ตัวสามี แม่สามี ครอบครัวของสามี แต่รวมแม้กระทั่งครอบครัวของคุณคิมจียองเองด้วย ต่างยินยอมพร้อมใจ ร่วมกันแปะป้ายว่าเธอกำลัง ‘ป่วย’ เธอถูก ‘ผีเข้า’ สติกลับไปแล้วหรือไง ทำไมถึงกล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องถามหาสิทธิของตัวเองเช่นนี้!!

Kim_Ji-Young_Born_1982-tp22-1
ภาพจาก http://blog.asianwiki.com/korean-movies/gong-yoo-cast-in-movie-kim-ji-young-born-1982
สิ่งที่ต้องชื่นชมอีกอย่างและไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าแตกต่างจากหนังสืออย่างชัดเจนก็คือตัวละคร ‘คุณชองแดฮยอน’ รับบทโดย ‘กงยู’ ในหนังสือนั้นเราจะมองไม่เห็นมิติของตัวละครสามีคุณคิมจียองเท่าใดนัก รู้เพียงแต่ว่าเขาเองก็ใจดี เป็นคนที่พยายามช่วยเหลือคุณคิมจียองอยู่เสมอ ช่วยพูดกับแม่ตัวเองให้ว่าปีใหม่ไปซื้อกับข้าวที่ร้านก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำเอง เพราะไม่อยากให้ภรรยาต้องทำงานหนักหลังคลอด นอกนั้นก็ไม่มีบทบาทอะไรมากมาย

แต่หนังได้เพิ่มบทของสามีเข้าไป คุณชองแดฮยอนเป็นห่วงภรรยาถึงขั้นบอกว่าจะใช้สิทธิ์หยุดงานปีหนึ่งเพื่อมาช่วยเลี้ยงลูก (ซึ่งสิทธิ์นี้ผู้ชายสามารถทำได้แฮะ) โดยเปิดโอกาสให้คุณคิมจียองได้กลับไปทำงานที่ชอบ (เผื่อว่าอาการป่วยจะดีขึ้น) แน่นอนว่ากงยูนั้นน่ารัก หล่อมาก อบอุ่นประหนึ่งไมโครเวฟ แต่เราจะพยายามมองข้ามส่วนนี้ไปเพราะต้องวิจารณ์ตามเนื้อผ้า 555+

ตอนแรกหลังดูจบ ยอมรับเลยว่าเขียนคอมเมนท์สั้นๆ ไปว่าสิ่งที่ไม่ชอบในหนังก็คือ “ตอนจบดีไปหน่อยค่ะ” 555+ เพราะสำหรับคนอ่านหนังสือก็จะรู้กันดีว่ามันจบอย่างไรนะคะ อันนี้ก็ไม่ขอบอก ต้องไปอ่านกันเอง (179 หน้าเองทุกคน อ่านแป๊บเดียวก็จบ) แต่ระหว่างนั่ง GRAB กลับบ้าน พอความคิดมันตกตะกอนเนาะ เราก็ตื่นรู้ขึ้นมาว่า อ้าว แล้วจบดีมันไม่ดีตรงไหนอะ?

คุณคิมจียองสามารถเข้มแข็งและลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง นอกจากต้องขอบคุณตัวเธอเองที่มีความกล้าไปปรึกษากับจิตแพทย์ (ซึ่งเรารู้กันอยู่แล้วว่าที่เกาหลีใต้นั้นก็ไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่นัก สังคมยังคงมองว่าการพบจิตแพทย์คือเป็นบ้า ยังคงมีภาพลบในใจคนทั่วไปอยู่) เราต้องให้เครดิตกับครอบครัวของเธอ และคุณชองแดฮยอนผู้เป็นสามีที่คอยแบ่งเบาภาระ ช่วยเลี้ยงดูลูก หมั่นดูแลเอาใจใส่ ยืนหยัดปกป้องเธอจากการถูกตำหนิโดยแม่ของเขา กล้าที่จะพูดคุยถึงปัญหาอย่างเปิดอก ให้คำปรึกษากันและกัน เคียงข้างกัน ไม่ละทิ้งเธอให้ต้องเผชิญกับปัญหาเพียงคนเดียว

นี่ไม่ใช่หรือ สิ่งที่ควรจะเป็นไปในชีวิตแต่งงาน?
เราจะมีกันและกันไปทำไม หากมิอาจพึ่งพิงกันได้

หนังทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ขอเพียงคุณผู้ชายยื่นมือออกมารับมือของภรรยาไปกุมไว้อย่างอบอุ่น เราสองก็คงจะไปกันได้ตลอดรอดฝั่งอย่างเป็นสุข ต่อให้หนทางขลุกขลักแต่ก็ยังเป็นสุข เป็นเหมือนเหรียญอีกด้าน ไม่เพียงวิจารณ์แต่ยังเสนอความหวังและหนทางแก้ไขให้ด้วย

ตราบใดที่ ‘อีลอน มัสก์’ ยังไม่สามารถสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร เราทั้งหลายยังจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ร่วมกันอย่างไม่มีทางหลีกหนีกันได้ ทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งหลากหลายเพศ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพศใดเพศหนึ่งให้สิ้นซากไป เช่นนั้นแล้วลองหันหน้าเข้าหากัน จับเข่าคุยกัน แล้วมาลองจับมือเดินร่วมกันไป ดีไหม?

มันจะเป็นไปได้ไหมนะ….

 

อนึ่ง ‘จียอง’ เป็นชื่อโหลในเกาหลีใต้ การที่ผู้เขียนเลือกใช้ชื่อนี้คงเป็นเพราะต้องการจะสื่อว่า ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็สามารถเป็น ‘คิมจียอง’ ได้ทั้งนั้น โดยไม่รู้ตัว…คุณอาจเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หรือกำลังเผชิญหน้ากับอาการผีเข้าอยู่ก็เป็นได้

หากเมื่อใดสุ้มเสียงที่นึกอยากจะเปล่งออกมากลับเลือนหาย นั่นล่ะคือวันที่ ‘ผีร้าย’ ได้สูญสลายไปจากร่างของคุณแล้ว…สลายไปพร้อมกับ ‘สิทธิ’ ของคุณ.

 

ดูหนังออนไลน์