6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะ สร้างบ้าน หลังใหญ่ให้สวยงามกับ สถาปนิกที่เก่ง

ออกแบบบ้าน

6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะ สร้างบ้าน หลังใหญ่ให้สวยงามกับ สถาปนิก ที่เก่งหากผู้อ่านต้องการสร้างบ้านหลังใหญ่เน้นความสวยงาม การออกแบบด้วยสถาปนิกนั้นนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้าน สถาปนิกที่เก่ง จะช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรพื้นที่ ช่วยให้บ้านของเราสวยงาม มีสไตล์ แถมยังอยู่สบายสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้อาศัยในบ้าน แต่หากต้องการสร้างบ้านหลังเล็ก เน้นการอยู่อาศัยอย่างง่าย การออกแบบบ้านด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้ จุดสำคัญคือการสื่อสารกับช่างก่อสร้างให้ได้ทราบถึงความต้องการของเราเอง และวิธีการสื่อสารที่ง่ายที่สุดในการสร้างบ้าน นั่นคือการวาดแปลนบ้านนั่นเองครับ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” ขอนำหลักการออกแบบบ้านด้วยตนเองอย่างง่าย โดยจะเน้นไปถึงการจัดสรรพื้นที่ พร้อมกับวาดผังแปลนภายในบ้านด้วยตนเอง เพื่อนำแปลนดังกล่าวไปให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรืออาจส่งต่อให้สถาปนิกเขียนแบบแปลนมาตรฐาน เพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นแปลนบ้านใช้งานจริงกันครับ

สำรวจที่ดิน : ก่อนจะถึงขั้นตอนการออกแบบบ้าน สิ่งแรกที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการศึกษาแปลงที่ดินของเราเองให้ละเอียด ที่ดินมีหน้ากว้างกี่เมตร ลึกกี่เมตร ทิศไหนอยู่ด้านไหนบ้าง การสำรวจทิศทางนี้เพื่อที่จะให้เราได้วางผังบ้านได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ ลมและแสงแดด ขนาดของที่ดินยังบอกถึงขนาดและรูปทรงของบ้าน เช่น มีที่ดิน 40 ตร.ม. แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม แน่นอนว่าจะต้องออกแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นเท่านั้น และการออกแบบจะต้องเผื่อขอบเขตระยะร่นตามกฎหมายกำหนดไว้ (อ่านกฎหมายระยะร่น)

1. กำหนดสไตล์ : การเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการกำหนดขอบเขต เป้าหมาย เพื่อให้จินตนาการของความต้องการมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้อ่านอาจขับรถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ พักรีสอร์ท เยี่ยมบ้านเพื่อน หรือหากให้สะดวกหน่อยก็เพียงคลิกเข้าชมเว็บไซต์บ้านไอเดีย ตัวอย่างบ้านเหล่านี้เราสามารถนำมาประยุกต์ กำหนดแนวทางการออกแบบบ้านในฝันของเราได้ แต่ต้องขอย้ำให้ทราบกันก่อนว่า เราสามารถนำดีไซน์มาประยุกต์ใช้ได้ แต่ไม่สามารถไปลอกแบบได้นะครับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของแบบโดยตรง โดยปกติแล้วสไตล์ของบ้านมีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งไทยประยุกต์ , Vintage , Loft , Minimal , Tropical , หรืออาจเลือกเอกลักษณ์ของบ้านจากต่างประเทศ เช่น บ้านสไตล์ทัสคานี เป็นต้น ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เราอาจผสมผสานรวมแต่ละสไตล์ เลือกจุดที่ชอบนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้กลายเป็นสไตล์ของเราเองได้เช่นกันครับ พบเจอที่ไหน ถ่ายภาพเก็บไว้ หรือหากชอบตัวอย่างแบบบ้านในเว็บบ้านไอเดีย ก็อาจจะเซฟลิงค์เก็บไว้ เผื่อตอนใช้งานจริงจะได้ค้นหาข้อมูลเจอ การเลือกสไตล์บ้านที่ดี นอกจากความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว สถานที่ก่อสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสม สอดคล้องหรือดูเข้ากับสถานที่ ชุมชนที่อยู่อาศัยด้วยครับ

2. เขียนความต้องการลงไป : ก่อนการออกแบบสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือการวิเคราะห์ความต้องการ ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องพูดคุยกันทั้งครอบครัว มีสมาชิกกี่คน อยากได้อะไรบ้าง อยากได้แบบไหน มีเฉลียง ชานระเบียง มีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ เป็นคนชอบทำครัวหรือไม่ ห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องทำงาน โจทย์เหล่านี้แต่ละบ้านย่อมมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะความต้องการหลักพื้นฐาน เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

ตัวอย่างความต้องการ

คุณแอนทำงานที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ต้องการสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ใกล้กับที่ทำงาน โดยปกติอยู่อาศัยเพียงคนเดียว แต่จะมีวันพิเศษที่พ่อแม่มาเยี่ยม หรือมีเพื่อนมานอนด้วย จึงต้องการห้องนอน 2 ห้อง โดยห้องของคุณแอนเน้นความกว้างใหญ่ มีมุมทำงาน มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนอีกห้องใช้งานไม่บ่อยนัก จึงไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก พร้อมทั้งเป็นคนชอบทำอาหารเอง ห้องครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องมี กิจกรรมเสริมเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พื้นที่นอกบ้าน สนามหญ้าจึงจำเป็นไว้สำหรับให้น้องหมาได้วิ่งเล่น ความต้องการพื้นฐานของคุณผู้อ่านหละครับ มีอะไรบ้าง เขียนมันลงไปได้เลย

3. กำหนดขนาด : เมื่อทราบความต้องการแล้ว กำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป อยากให้กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขนาดแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบบ้านชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้เราทราบอีกว่า เราควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม หากมีที่ดินอยู่แล้วจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับที่ดิน แต่หากยังไม่มีที่ดิน การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอย จะทำให้เราหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ การกำหนดขนาดนี้ยังสามารถนำไปอิงกับการประมาณราคาก่อสร้างได้อีกด้วยครับ

4. กำหนดตำแหน่ง ทิศทาง : การออกแบบผังบ้านที่ดีควรออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด โดยรวมแล้วจะคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม โดยแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก ทิศใต้ ห้องที่ต้องการแสงมาก เป็นห้องที่ต้องการกำจัดความชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องซักล้าง ส่วนห้องที่ต้องการแสงเพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน , ห้องนั่งเล่น , ห้องทำงาน , ห้องดูหนัง เพราะหากแสงมากเกินไปอาจหมายถึงความร้อนที่มากขึ้นเช่นกันครับ

สำหรับทิศทางลม ลมมีสองทิศทางหลัก ทิศเหนือและทิศใต้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล (ทิศใต้มีลมเข้า 8-9 เดือน ทิศเหนือ 2-3 เดือน) ซึ่งหากอ้างอิงร่วมกับทิศทางแดด แดดทางทิศใต้จะค่อนข้างแรงเกือบทั้งวัน ส่วนทิศเหนือแดดจะร่มเกือบทั้งวัน คนไทยจึงนิยมสร้างบ้านให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ แต่ก็มีจำนวนมากเช่นกันที่เลือกหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อต้องการรับกระแสลมเกือบตลอดทั้งปี ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแต่อย่างใด เพราะการใช้งานของแต่ละบ้านนั้นแตกต่างกัน บางท่านอาจออกแบบเพื่อเน้นการใช้ข้างบ้าน , หลังบ้าน ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงด้วยครับ

5. ลองวาดดูซิ : เครื่องมือพื้นฐานที่สุดที่ใช้ในการวาดแปลน คือ ดินสอ + กระดาษ A4 หรือผู้อ่านถนัดใช้เครื่องมือใดก็สามารถเลือกได้ตามต้องการ ทั้งวาดด้วยมือหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยก็สามารถทำได้เช่นกันครับ หลักการวาดแปลน วาดเป็นมุมภาพ 2D โดยให้นึกถึงการมองภาพจากบนหลังคาบ้าน ซึ่งอาจต้องทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์พื้นฐานกันสักนิด เช่น ประตู หน้าต่าง ส่วนห้องอื่นๆสามารถวาดเป็นสี่เหลี่ยมในแบบห้องทั่วไป ทั้งนี้หากผู้อ่านไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ก็ไม่เป็นปัญหาใด เพียงแค่วาดและเขียนคำอธิบายประกอบร่วมด้วย ให้พอสื่อสารได้ตรงกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปคุยกับช่างรับเหมาได้แล้วครับ

การออกแบบบ้านด้วยตนเอง ในมุมมองของผู้เขียนจัดเป็นเรื่องราวพื้นฐานที่เราควรต้องศึกษา อันที่จริงควรมีในหลักสูตรการศึกษาไทยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลที่ว่า บ้านคือที่อยู่อาศัยเป็นพื้นฐานจำเป็นในการดำรงชีวิต เราควรได้เรียนรู้วิชาพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อที่จะได้รองรับกับการใช้ชีวิตจริง สำหรับเนื้อหาชุดนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น

 

รับออกแบบบ้าน 

วิธีแต่งและออกแบบ บ้านย้อนยุค ให้ดูทันสมัยและน่ามอง

วิธีแต่งและออกแบบ บ้านย้อนยุค ให้ดูทันสมัยและน่ามอง

วิธีแต่งและ ออกแบบ บ้านย้อนยุค ให้ดูทันสมัยและน่ามอง หยิบเรื่องราวในอดีตมาแต่งบ้านให้ไม่รู้เบื่อ หวนไปนึกถึงช่วงเวลาของความเป็นเด็ก เพื่อปลุกความทรงจำให้กลับมารู้สึกดีอีกครั้ง สำหรับใครที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านสไตล์เรโทรรวมไปถึงสไตล์วินเทจแล้วละก็ วันนี้เรามีไอเดียตกแต่งบ้านย้อนยุคให้น่าลุ่มหลงมาฝาก

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ เมื่อต้องการตกแต่งบ้านให้มีกลิ่นอายของความเป็นย้อนยุค สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงนั่นคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เริ่มจากมองเฟอร์นิเจอร์เก่าเก็บสมัยคุณตาคุณยาย นำมาจัดให้เข้ากับสไตล์ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้กับข้าวหลังเก่า จักรเย็บผ้า สามารถนำมาแต่งแต้มเพิ่มความขลังให้บรรยากาศของบ้านให้ดูคลาสสิกได้เช่นกัน

ไอเท็มคูลๆ สร้างอินเนอร์ให้บรรยากาศภายในบ้านดูเก่าแต่เก๋า โดยการหยิบเครื่องพิมพ์ดีดโบราณมาตกแต่ง เพราะเครื่องพิมพ์ดีดที่หลายคนมองข้าม ถูกวางไว้ภายในห้องเก็บของ สามารถสร้างลุควินเทจให้บ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ จัดวางคู่กับอะไรก็ได้นะคะ หรือจะเป็นแจกันเก๋ๆขนาดเล็ก ก็เพิ่มความสดใสไปอีก

อยู่อย่างวินเทจ กาลเวลาที่ผันแปรมานานแต่ก็ไม่เคยทำให้ความชื่นชอบของสไตล์วินเทจลดลงไปเลย เฉกเช่นเดียวกับไอเดียนี้ นำเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายมีกลิ่นอายของความเป็นวินเทจมาไว้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้สีขาว โต๊ะ เก้าอี้ เสริมความโดดเด่นเหนือกาลเวลาด้วยรูปภาพ เข้ากันได้ดีกับอารมณ์เก่าๆ

ห้องรับประทานอาหารเคล้าอารมณ์คลาสสิก จัดห้องรับประทานอาหารให้เก่าเสมือนมีอารมณ์ขลังเคล้าอารมณ์คลาสสิก โดยการนำเก้าอี้หุ้มเบาะกำมะหยี่ และม้านั่งยาวหนังสำหรับนั่งรับประทานอาหาร และผสมผสานให้เข้ากันกับโต๊ะหินอ่อน ผนังแต่งแต้มด้วยกรอบรูป ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

 

สถาปนิก

วิธีการจัดเก็บ การประหยัด พื้นที่ในการใช้สอย ของ ในบ้าน

วิธีการจัดเก็บ การประหยัด พื้นที่ในการใช้สอย ของ ในบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็กหรือใหญ่ หลายบ้านต่างต้องเผชิญกับปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะด้วยข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่มีจำนวนมากจนไม่สามารถจัดเก็บได้อย่างเพียงพอ การออกแบบพื้นที่จัดเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบโดยไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยในบ้าน ด้วยไอเดียสุดล้ำเหล่านี้ที่เรานำมาฝากกัน ก็พร้อมเปลี่ยนบ้านรกให้กลับมาน่าอยู่และเพียงพอต่อการใช้งานมากกว่าเดิม

จัดเก็บเต็มผนัง
เมื่อพื้นที่มีจำกัดหรือมีของใช้จำนวนมาก การจัดเก็บอย่างชาญฉลาดจึงสำคัญ ลองปรับเปลี่ยนผนังภายในบ้านให้สามารถใช้งานได้มากขึ้น โดยการบิลท์อินชั้นวางจัดเก็บแนวตั้งที่มีความสูงเต็มผนังจากพื้นจรดเพดาน ซึ่งมาพร้อมชั้นวางอันหลากหลาย อาจดีไซน์เป็นชั้นวางเปิดโล่งสำหรับโชว์ของใช้ดีไซน์สวย หรือมีบานปิดเพื่อซ่อนเก็บของใช้ในบ้านให้เป็นระเบียบ ก็ช่วยให้หยิบจับของที่ใช้บ่อยได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็ซ่อนเก็บความรกไว้หลังบานตู้ให้พื้นที่ในบ้านดูเป็นระเบียบและสะอาดตา

ผสานฟังก์ชั่นจัดเก็บ
การมองหาพื้นที่เรียบโล่งในบ้านที่ปราศจากของใช้รกตาอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากผสมผสานไอเดียสร้างสรรค์เพียงเล็กน้อย การเปลี่ยนบ้านรกให้ดูสะอาดตาก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์หลากฟังก์ชั่นและสามารถใช้งานได้หลากหลายในการตกแต่งบ้าน โดยอาจดีไซน์ผนังบริเวณทีวีให้มาพร้อมชั้นวางสำหรับจัดเก็บในแนวตั้ง แบ่งของบางส่วนที่สามารถใช้งานได้ในบริเวณเดียวกันมาจัดเก็บไว้ในมุมห้องนั่งเล่น ก็ช่วยให้สามารถหยิบใช้งานสิ่งของต่าง ๆ ได้อยากสะดวกและง่ายดาย

เปลี่ยนพื้นที่จัดเก็บเป็นมุมสวยของบ้าน
ของใช้หลากดีไซน์เมื่อนำมาจัดเก็บรวมกันให้เป็นระเบียบในมุมที่เข้าที่เข้าทาง ก็สามารถเปลี่ยนเป็นมุมสวยของบ้านที่พร้อมโชว์ได้เช่นกัน เพียงแค่ออกแบบชั้นวางจัดเก็บให้มาพร้อมดีไซน์สวยงามที่กลมกลืนไปกับพื้นที่อยู่อาศัย อาจใช้เป็นชั้นวางเปิดโล่งสไตล์ลอฟท์ที่โชว์ความสวยของโครงสร้างเหล็กและวัสดุไม้ หรือจะบิลท์อินมุมนั่งเล่นให้มาพร้อมลิ้นชักจัดเก็บใต้ที่นั่ง ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านพร้อมเปลี่ยนมุมรกให้ดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น

ซ่อนเก็บแนบเนียนและพร้อมโชว์
ไอเดียสุดล้ำของการจัดเก็บคือการออกแบบดีไซน์ที่สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนมุมที่คาดไม่ถึงอย่างพื้นที่ใต้บันไดให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่เพื่อการจัดเก็บ ด้วยการปรับเปลี่ยนมุมว่างใต้บันไดให้เป็นพื้นที่ห้องเก็บของ ซึ่งบ้านรุ่นใหม่จะมาพร้อมฟังก์ชั่นกั้นห้องเก็บของใต้บันไดในตัว แต่หากต้องการพื้นที่จัดเก็บเพิ่มมากขึ้น แนะนำให้เพิ่มไอเดียสร้างสรรค์โดยการบิลท์อินชั้นวางแนวตั้งที่สามารถเปิด-ปิดส่วนใช้สอยบริเวณห้องใต้บันไดได้อย่างแนบเนียน เพื่อใช้ฟังก์ชั่นในบริเวณนี้ให้เป็นมุมชั้นวางจัดเก็บของบ้านเพิ่มอีกหนึ่งมุม

 

สถาปนิก