15 อันดับหนังของ เฉินหลง Jackie Chan ซุปเปอร์สตาร์หนังบู๊แอคชั่น

เฉิ น. หลง

15 อันดับหนังของ เฉินหลง Jackie Chan ซุปเปอร์สตาร์หนังบู๊แอคชั่น คงไม่มีใครไม่รู้จักพระเอกซุปเปอร์สตาร์หนังบู๊แอคชั่นสุดมันส์เชื้อสายเอเชีย ชาวฮ่องกงอย่าง “แจ๊คกี้ ชาน” (Jackie Chan) หรือ “ เฉินหลง ” ที่อยู่ในวงการภาพยนตร์มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี โดยแสดงหนังไปแล้วกว่า 200 เรื่องด้วยกัน ที่ล่าสุดเพิ่งได้ถูกประกาศให้รับรางวัลออสการ์สาขาเกียรติยศ หรือ Governors Award ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2016 ซึ่งรางวัลนี้จะถูกมอบให้กับบุคลากรแวดวงภาพยนตร์ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับชีวิตที่ประสบความสำเร็จการทำงานของพวกเขา โดยคณะกรรมการสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์การภาพยนตร์ หรือ AMPAS ซึ่งพิธีมอบรางวัลออสการ์สาขาเกียรติยศ หรือ Governors Award ครั้งที่ 8 จะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2016 ณ Ray Dolby Ballroom ในบริเวณ Hollywood & Highland Center ของลอสแองเจลิส

15. ใหญ่ผ่าใหญ่ 1911 (2011)

1911 เป็นเรื่องราวที่หยิบมาจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกขนานนามว่า “การปฏิวัติซินไฮ่” (Xinhai Revolution) เกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1911 ซึ่งก็คือการสิ้นสุดระบอบศักดินาของราชวงค์ชิง และเป็นการเข้าสู่ระบบสาธารณรัฐของชาติจีน โดย เฉินหลง รับบทเป็น แม่ทัพหวงซิง ที่มีบทบาทในการก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง และเป็นผู้นำแห่งคณะปฏิวัติของ ดร.ซุนยัดเซน (วินสตัน เชา) ต่อสู้กับกองกำลังจักรพรรดิอย่างห้าวหาญ โดยมี ซูจงฮั่น (หลี่ปิงปิง) ภรรยาคอยให้กำลังใจและเป็นที่ปรึกษา

14. คู่ใหญ่ฟัดข้ามโลก Shanghai Noon (2000)

เมื่อเจ้าหญิงเพ่ยเพ่ย (ลูซี่ ลิว) ถูกลักพาตัวมาจากประเทศจีน องค์จักรพรรดิทรงจัดการส่งทีมราชองค์รักษ์หลวง ที่ฝีมือร้ายกาจที่สุดสามนายเป็นผู้ถือทองคำเป็นค่าไถ่มาส่งมอบให้กับโจรลักพาตัวเจ้าหญิงในดินแดนตะวันตกอันป่าเถื่อนของอเมริกา จางเหวิน (เฉินหลง) ที่ไม่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่องครักษ์ ได้หาทางจนได้ร่วมเดินทางไปด้วย เมื่อเขาเสนอที่จะเป็นเด็กถือกระเป๋าให้กับลุงที่เป็นล่าม และในระหว่างการเดินทาง จางเหวินก็ได้พบกับ รอย โอแบนนอน (โอเว่น วิลสัน) โจรดวงซวยที่กลายมาเป็นคู่หูของเขา ทั้งสองต้องต่อสู้เพื่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความซื่อสัตย์จงรักภักดี และสมบัติที่เป็นทองคำ

13. ใหญ่แค้นเดือด The Shinjuku Incident (2009)

จากปกติหนังของเฉินหลงจะเป็นหนังแนวแอคชั่นปนฮา แต่เรื่องนี้ถือเป็นหนังที่มีความเป็นดราม่าอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องราวของ หัวเหล็ก (เฉินหลง) ช่างซ่อมรถแทร็คเตอร์จากเมืองเฮยหลงเจียนทางตอนเหนือของประเทศจีน ได้ตัดสินใจเดินทางไปยังโตเกียว หลังจากเขาขาดการติดต่อกับ ซิวซิว (ซู จิงเล่ย) แฟนสาวของเขาที่เดินทางไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น เขาพยามที่จะเอาตัวให้รอดในแต่ละวันในโลกใต้ดินของมหานครโตเกียว หวังที่จะได้พบกับซิวซิวอีกครั้งหนึ่ง และในที่สุดหัวเหล็ก ก็ได้มาตระหนักว่าพวกเขาต้องรวมตัวกัน ถ้าอยากมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงแค่จากยากูซ่าเจ้าถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแก๊งค์คนจีนที้คอยข่มเหงผู้ที่มาใหม่อีกด้วย

12. เดอะ คาราเต้คิด The Karate Kid (2010)

ภาพยนตร์แอคชั่นฉบับรีเมคของปี 1984 โดยเนื้อหากล่าวถึง เด็กชายวัย 12 ปีซึ่งมีนามว่า เดร ปาร์กเกอร์ (เจเดน สมิธ) ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองดีทรอยต์ แต่แล้วเขาก็ต้องย้ายบ้านใหม่มาที่ปักกิ่งเนื่องจากแม่ของเขาได้บรรจุงานใหม่ที่นี้ เขาต้องเผชิญกับหัวหน้าอันธพาลที่มีชื่อว่า เฉิง จนกระทั่งเขาได้มาพบกับ ลุงฮัน (เฉินหลง) ช่างซ่อมประจำอพาร์ทเม้นท์ของเขาได้สอนวิชาการต่อสู้กังฟูให้กับเดร และนำเขาไปแข่งรายการแข่งคาราเต้สุดยิ่งใหญ่

11. เร็วฟ้าผ่า Thunderbolt (1995)

อาหัว (เฉินหลง) นายช่างฝีมือดีของมิตซูบิชิ ที่ดันบังเอิญไปเผชิญกับอาชญากรนักซิ่ง “ครูเกอร์” ที่อาศัยการแข่งรถมืออาชีพมาบังหน้าในการซิ่งบนถนน ทว่าการที่อาหัวช่วยตำรวจในการจับตัวครูเกอร์นั้นกลับกลายเป็นความแค้นที่ทำให้ครูเกอร์มาลักพาตัวน้องสาวของเขา เพื่อให้อาหัวมาแข่งรถกับเขาในสนามประลองฝีมือกันอีกครั้ง

10. ใหญ่เต็มฟัด Who Am I (1998)

อาหลง (เฉินหลง) เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการลับได้ประสบอุบัติเหตุในคณะปฏิบัติหน้าที่จนความจำเสื่อม แต่โชคดีที่ได้คนป่าชาวอัฟริกาใต้ช่วยเหลือไว้ เมื่อเขาฟื้นขึ้นมากลับจำชื่อตัวเองและจำทุกอย่างไม่ได้ เลยเอ่ยปากถามชาวป่าทันทีที่ตัวเองฟื้นว่า “ผมเป็นใคร” (Who Am I) แต่ชาวป่าดันนึกว่านั่นเป็นชื่อของเขา จึงถูกเรียกว่า “ผมเป็นใคร” เขาได้ออกเดินทางตามหาความจริงที่ว่าตัวเองเป็นใครและมาจากไหน และเหล่าคนชั่วที่ตามล่าเขานั้นเป็นใคร มีเป้าอะไรกันแน่?

9. คู่ใหญ่ ฟัดเต็มสปีด Rush Hour (1998)

ภาพยนตร์แอคชั่น-คอเมดี้ ของตำรวจ 2 นาย คือ สารวัตรสืบสวน ลี (เฉินหลง) หน่วยสืบสวนสอบสวนชาวฮ่องกง และนักสืบ เจมส์ คาร์เตอร์ (คริส ทัคเกอร์) จากเอฟบีไอ ที่พวกเขาต้องมาทำงานร่วมกันช่วยกันจับกุมตัวอาชญากรและช่วยชีวิตเด็กสาวชาวจีนวัย 11 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของกงสุลชาวจีนนามว่า โซ ยุง (จูเลีย ซู) ให้ทันเวลา

8. ขาตั้งสู้ Wheels on Meals (1984)

ภาพยนตร์ของ 3 พี่น้องนักแสดงหนังบู๊ซึ่งได้แก่ หงจินเป่า, เฉินหลง และหยวนเปียว โดยเนื้อเรื่องคือ หงจินเป่า ได้กลายเป็นเจ้าของสำนักงานนักสืบหลังจากไปอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งมีเฉินหลงเป็นผู้ช่วย ลูกค้ารายแรกของพวกเขาก็คือหลุยส์ ซึ่งเขาก็อยากจะให้หาลูกของผู้หญิงที่ชื่อ กลอเลีย หงจินเป่าและเฉินหลงได้ไปหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญ ที่ไม่รู้เลยว่า เธอเป็นนักล้วงกระเป๋าตัวยง พ่อของหงจินเป่าแต่งงานโดยมีลูกติดคือ ซิลเวีย และเธอก็เป็นคนที่เขาตามหาและหลงรักนั่นเอง ซิลเวียถูกจับตัวไปโดยญาติห่างๆ และแน่นอนเขาสองคนต้องวางแผนเพื่อช่วยซิลเวีย

7. ใหญ่ไม่ใหญ่ ข้าก็ใหญ่ City Hunter (1993)

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง City Hunter ของอาจารย์ เท็ตซึกะ โฮโจ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ ซาเอบะ เรียว (เฉินหลง) นักสืบเอกชนจอมเจ้าชู้กับผู้ช่วยสาวคาโอริ ที่ต้องคอยปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีคนว่าจ้างมา มีเศรษฐีชาวญี่ปุ่นได้ว่าจ้างให้ เรียว และคาโอริ ออกตามหาลูกสาวของเค้าที่ชื่อ คูมิโกะ ที่หนีออกจากบ้านไปเพราะไม่ถูกกับแม่เลี้ยงคนใหม่ เรียวได้ติดตามหาลูกสาวของเศรษฐีไปจนถึงเรือสำราญลำใหญ่ แต่เรื่องก็วุ่นวายขึ้นเมื่อในเรือสำราญ ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวธรรมดา แต่มีพวกโจรกลุ่มใหญ่ยังลอบขึ้นเรือมาด้วย เพื่อก่อการปล้นคนรวยที่ขนเงินกันมาเล่นพนันบนเรือ ซึ่งเรียวจะต้องหยุดกลุ่มโจรพวกนี้ให้ได้

6. เอไกหว่า Project A (1984)

ช่วงต้นยุคสมัย 1900 ของจีน เหล่าโจรสลัดได้ออกอาละวาดอย่างหนัก หม่ายูหลง (เฉินหลง) ตำรวจน้ำผู้ตงฉิน ได้วางแผนจะไปปราบโจรสลัดในย่านทะเลจีน ที่มีผู้นำ คือ โล แต่เรือทั้งหมดก็เกิดโดนผู้ร้ายมาวางระเบิด ทำให้เรือจมใช้ไม่ได้ไปทั้งลำ ทำให้แผนการทั้งหมดถูกยกเลิก แล้วพวกเฉินหลงและตำรวจน้ำทุกคน ต้องโดนย้ายไปตำรวจบกแทน ซึ่งหม่ายูหลงต้องร่วมมือกับเพื่อนสนิทคนเก่า (หงจินเป่า) และ หัวหน้าตำรวจบก ซึ่งเป็นคู่แข่งของเฉินหลง (หยวนเปียว) โดยใช้แผนการที่ชื่อว่า “เอไกหว่า” เป็นหนังที่เฉินหลงเสี่ยงตายมากกับฉากที่ต้องตกลงมาจากหอนาฬิกาโดยทำให้เขากระดูกซี่โครงหักถึง 5 ซี่ ทำให้ต้องพักไปหลายปีจึงค่อยเริ่มกลับมาถ่ายทำใหม่

5. ใหญ่ทับใหญ่ Mr.nice Guy (1997)

เรื่องราวของ แจ๊คกี้ (เฉินหลง) ยอดกุ๊กหนุ่มแดนมังกรที่ต้องเข้าไปพัวผันกับพวกแก๊งค์มาเฟีย เพียงแค่บังเอิญไปสลับม้วนวิดิโอการทำอาหารกับม้วนวิดิโอการแอบถ่ายการซื้อขายยาเสพติดของแก๊งค์มาเฟีย โดยเรื่องนี้มีฉากที่ลงทุนเป็นอย่างมาก กับฉากการทำลายบ้านทั้งหลังโดยรถแท็คเตอร์ขนาดใหญ่ของเฉินหลง ซึ่งมันเป็นฉากที่ติดตาติดใจผู้ชใเป็นอย่างมาก

4. ใหญ่สั่งมาเกิด Armour of God (1987)

นักล่าขุมทรัพย์จอมผจญภัยที่มีนามว่า แจ็คกี้ (เฉินหลง) เจ้าของฉายา “เหยี่ยวเอเชีย” แจ็คกี้ได้ช่วยท่านดยุคค้นหาอาวุธเทพเจ้า ซึ่งในการค้นหาครั้งล่าสุด แจ็คกี้ได้ดาบศักดิ์สิทธิ์มาไว้ในครอบครอง ท่านดยุครู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมากและพร้อมที่จะจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ได้ ดาบศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้มาเป็นของตน แต่เมื่อผู้ก่อการร้ายจอมโหดได้ทราบข่าวเรื่องดาบก็ได้ส่งคนมาจับตัวแฟนสาวของ อลัน (ทั่มหย่งเหลียง) ไป ซึ่งในอดีตเธอเคยเป็นแฟนกับแจ็คกี้มาก่อนเพื่อนำเธอมาเป็นเงื่อนไขในการต่อรองกับดาบศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งภาพยนตร์ที่ทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล โดยได้ยกกองไปถ่ายทำยังหลายประเทศแถบยุโรปถือเป็นความยิ่งใหญ่ และความภูมิใจของวงการภาพยนตร์เอเชีย เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งให้ชื่อของ เฉินหลง ผงาดขึ้นเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่ก็ทำให้เฉินหลงเฉียดตายมาด้วยเหมือนกันกับฉากที่เขาต้องโหนต้นไม้สูงแต่กิ่งไม้เกิดขึ้นมาหัก ทำให้เขาตกลงมาหัวกระโหลกร้าว

 

3. ใหญ่ฟัดโลก Rumble in the Bronx (1995)

เคี้ยง (เฉินหลง) ตำรวจฮ่องกงที่ลาพักร้อนไปเยี่ยม ลุงเปียว (ตงเปียว) ญาติที่เป็นเจ้าของธุรกิจร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตในเขตบร็องซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในย่านเขตบร็องซ์นั้นมีกลุ่มอันธพาลขาใหญ่ที่นำโดย โทนี่ (Marc Akerstream) และสมุนที่คอยก่อกวนสร้างความปั่นป่วนโดยการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง แถมยังเข้ามาปล้นจี้ร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตของลุงเปียวบ่อยๆ ด้วยสถานการณที่บีบบังคับเคี้ยงจึงต้องลุกขึ้นมาพิทักษ์ร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตกิจการของลุงและต้องสู้ต่อกรกับกลุ่มคนเลว หนำซ้ำเขายังเผลอเข้ามาพัวพันกับเพชรจำนวนหนึ่งของขบวนการค้าเพชรเถื่อน

2. ไอ้หนุ่มหมัดเมา Drunken Master (1978)

ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อให้ เฉินหลง อย่างเต็มขั้นหลังจากเรื่อง “ไอ้หนุ่มพันมือ” ซึ่งเป้นเรื่องราวของ หวงเฟยหง (เฉินหลง) เด็กหนุ่มลูกชายของปรมาจารย์กังฟูชื่อดังอย่าง หวงฉีอิง (หลินเจียว) หวงเฟยหงเป็นเด็กหนุ่มมีนิสัย ร่าเริง ขี้เล่น เขามักจะขี้เกียจฝึกกังฟูถ้ามีเวลาว่างๆ ก็ชอบแอบหนีเที่ยวเล่นเรื่อยเปื่อยไปวันๆ บางครั้งก็ไปก่อความวุ่นวายให้กับญาติและศิษย์ร่วมสำนักรวมทั้งบรรดาชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้านที่พักอาศัยในละแวกนั้นจนทำให้พ่อของเขาเอือมระอาในพฤติกรรมจำใจต้องส่งหวงเฟยหงไปดัดนิสัยกับ ยาจกซู (หยวนเสี่ยวเถียน) ยาจกเฒ่าที่มีวิชากังฟูเพลงมวยที่ล้ำเลิศอย่างวิชา 8 เซียนเมาเหล้า จึงเป็นที่มาให้หวงเฟยหงได้ร่ำเรียนวิชากังฟูเพลงมวยที่สุดแสนมหัศจรรย์

1.วิ่ง สู้ ฟัด Police Story (1985)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเฉินหลงได้อย่างแท้จริงซึ่งเป็นเรื่องราวของ “กุ๊กกู๋” ตำรวจหนุ่มผู้บ้าระห่ำที่ต้องการจะนำตัวพวกแก๊งค์มาเฟียที่ทำผิดกฎหมายมาเข้าคุกให้จงได้ ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นการตีแผ่ตำรวจในฮ่องกงยุคสมัยนั้นได้อย่างเจ็บแสบอีกด้วย โดยการแสดงที่ดีเยี่ยมและฉากบู๊เสี่ยงตาย ก็ทำให้ผู้ชมติดตากับบทบาทตำรวจองเฉินหลงเป็นอย่างมาก จึงได้ทำการสร้าง “วิ่ง สู้ ฟัด” มาอีกหลายภาคเช่นกัน โดยภาคหลังๆ จะเน้นไปที่แนวชีวิตตำรวจที่ดราม่าซะส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกเลยที่หนังเรื่องจะทำให้นักแสดงคิวบู๊ฉากเฉินหลงจะกลายเป็นตำนานแห่งวงการภาพยนตร์

 

ดูหนังออนไลน์

รวมหนัง ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่จะเข้าฉายปี 2019 ปีแห่งโลกภาพยนต์

Avenger : Endgame

รวมหนัง ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่จะเข้าฉายปี 2019 ปีแห่งโลก ภาพยนต์ 2019 อาจถือเป็นปีแห่งโลกภาพยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะมีหนังที่น่าสนใจมากมาย หรืออาจจะเป็นปีแห่งหนังซุปเปอร์ฮีโร่เลยก็ว่าได้เช่นกัน เพราะมีหนังจ่อคิวเข้าชนโรงตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีอย่างเนืองแน่น วันนี้เราจะพาไปดูรายชื่อหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีกำหนดฉายในปีนี้กัน

เริ่มต้นกันที่ Captain Marvel ฮีโร่หญิงคนแรกของจักรวาลมาร์เวล ที่เตีรยมจะเข้าฉาย 6 มีนาคมนี้ กัปตันมาเวล คือนักบินหญิงผู้ได้รับพลังมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากการเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ หรืออาจจะเป็นตัวละครที่แกร่งที่สุดในมาร์เวลเลยก็เป็นได้

เรื่องต่อมาคือ Shazam ฮีโร่สุดเกรียนจากค่าย DC ที่ถือได้ว่าอาจเป็นครั้งแรกที่ตัวละครนี้มีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเอง Shazam คือเด็กน้อยที่ได้พลังมาจากพ่อมด และสามารถแปลงร่างจากเด็กวันสิบกว่าปีให้กลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ล่ำบึ๊ก แข็งแกร่ง ทรงพลัง เหาะได้อีกด้วย แต่ยังมีนิสัยเป็นเด็กอยู่ ซึ่งทำให้ตัวละครนี้เป็นที่น่าสนใจและรับรองได้ว่า สนุดแน่นอน มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 4 เมษายนนี้

เรื่องต่อมาคือ Hellboy แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เฮลบอยที่เกี่ยวโยงหรือต่อจากสองภาคที่ผ่านมา แต่เป็นหนังรีบูทใหม่ ทำเนื้อเรื่องใหม่ นักแสดงคนใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด เฮลบอย คือบุตรแห่งซาตานที่ถูกนักวิทยาศาสตร์เก็บได้และนำมาเลี้ยง เพื่อให้เขาเป็นฮีโร่ช่วยปกป้องประชนชน แต่ทว่าด้วยรูปลักษณ์ของเขาที่ไม่เหมือนมนุษย์สักเท่าไหร่ จึงทำให้เขาไม่เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไป และทำให้เขาใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์ยากขึ้น กำหนดเข้าฉาย 11 เมษายนนี้

ต่อมาคือ Avenger : Endgame หนังฟอร์มใหญ่ที่สุดของปีก็ว่าได้ ภาคต่อจาก Avenger : Infinity War หลังจากที่ธานอสดีดีนิ้ว สิ่งมีชีวิต 50% ได้หายไป ฮีโร่ที่เหลือจึงต้องรวมตัวกันเพื่อหาทางแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น และนำสิ่งมีชีวิตทุกคนหรือตัวที่หายไป กลับมาให้ได้ นั่นรวมไปถึงเพื่อนฮีโร่ของพวกเขาด้วย กำหนดเข้าฉาย 22 เมษายนนี้

X-men : Dark Phoenix หนังนุษย์กลายพันธุ์ที่โฟกัสไปที่ตัวละคร จีน เกรย์ ที่มีพลังมากที่สุด แต่ทว่าเทอไม่รู้ว่ามันคือพลังอะไร เทอจึงพยายามหาคำตอบ และปลดปล่อย ทว่าหากพลังที่แท้จริงของเธอถูกปลดปล่อย นั่นหมายถึงหายนะของโลก ดังนั้นเหล่า X-men จึ้งต้องพยายามหยุดเธอ กำหนดเข้าฉาย 6 มิถุนายนนี้

Spider-Man : Far From Home หนังภาคต่อ จาก โฮม คัมมิ่ง ที่เป็นครั้งแรกที่สไปเดอร์แมนกลับคืนสู่มาร์เวล และทำรายได้ถล่มทลาย ภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ Avenger : Endgame ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ต้องมาเจอกับวายร้ายตัวใหม่ ที่ดูๆแล้วน่าจะมีมากกว่าหนุ่งตัวอย่างแน่นอน กำหนดเข้าฉาย 3 กรกฏาคมนี้

The New Mutants เรื่องนี้ยังไม่มีพล็อตเรื่องที่แน่นอน แต่คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องราวของมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นใหม่ ที่ถูกนำไปทดลองในเล็ป แต่ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ใน X-men อย่างไร มีกำหนดเข้าฉาย 3 สิงหาคนนี้

 

ดูหนังออนไลน์ 

ภาพยนตร์เกาหลี 5 เรื่องที่ไม่ควรพลาดความ สนุก K-Drama

Battleship Island

วันนี้คุณกำลังหาก ภาพยนตร์เกาหลี K-Drama ดูอยู่ไม่ต้องไปที่ไหนไกลเพราะเรามีภาพยนตร์เกาหลีมานำเสนอกันทั้งหมด 5 เรื่อง หากพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

1. Train To Busan

Train to Busan พิสูจน์ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีไม่เพียงแต่ยึดติดกับ K-Drama เพียงอย่างเดียวเพื่อให้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก แต่แนวสยองขวัญ – ระทึกขวัญของเกาหลียังเป็นที่ต้องการของผู้คนทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงซอมบี้ที่เกี่ยวข้องกับตัวละครหลัก ซอกวู (กงยู) ที่วางแผนจะไปปูซานกับลูกสาวของเขา ที่ชื่อว่าซูอัน (คิมซูอัน) โดยนั่งรถไฟ KTX ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงของเกาหลีใต้ หนึ่งในผู้โดยสารรถไฟได้รับการติดเชื้อและกลายเป็นผีดิบหรือที่เรียกว่าซอมบี้ ตั้งแต่นั้นมาผู้โดยสารรถไฟส่วนใหญ่ก็กลายเป็นซอมบี้ ซอกวูต้องปกป้องลูกสาวและตัวเองท่ามกลางรถไฟโดยสารที่ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ รวมถึงผู้คนที่สถานีต่าง ๆ ก็ได้รับเชื้อจากการระบาดของซอมบี้นี้แล้ว พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดเพื่อไปปูซานซึ่งเป็นสถานที่เดียวที่ปลอดจากการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ บอกเลยว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดที่ดีมากโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของครอบครัวและการเสียสละ ใครที่ไม่น้ำตาแตกถือว่าอึดมาก

2. Battleship Island

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางหลังจากการคัดเลือกนักแสดงอย่างซงจุงกิในช่วงสูงสุดของอาชีพการงานของเขา นักแสดงยังเป็นนักแสดงและนักแสดงระดับสูงเช่น ฮวังจองมิน, โซจีซบ และ อีจองฮยอน ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงในช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครอง นำเสนอภาพความพยายามของนักโทษในการหลบหนีจากค่ายแรงงานบนเกาะฮาชิมะซึ่งพวกเขาถูกบังคับให้ทำงานที่นั่น โดยภาพยนตร์นี้ทุ่มงบยักษ์ 21 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้มันเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมภาพยนตร์เป็นเรื่องที่น่าพอใจตั้งแต่ต้นจนจบด้วยการถ่ายภาพยนตร์ที่ชาญฉลาดมันก็ดีมาก พล็อตก็แน่นด้วยนักแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อเสียงมากในเกาหลีใต้เนื่องจากความแม่นยำของเรื่องราวและรูปลักษณ์ของพลเรือเอก สำหรับใครที่ชอบหนังแนวแอคชั่นเราขอแนะนำเรื่องนี้เพราะพระนักแสดงดีมาก

3. Real

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่มีผู้รอคอยมากที่สุดในปี 2017 หนึ่งในภาพยนตร์ที่รอคอยมานานของคนเกาหลีคือเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง โดยนักแสดงในเรื่องนี้ก็มีคิมซูฮยอน, ซอลลี, ซองดงอิล, อีซองมินและโจอูจิน นักแสดงเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวของภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในเมืองเมืองหนึ่งในเวลาสั้น ๆ ที่นาฬิกาเดินตามปกติ แต่แน่นอนโลกไม่ได้สวยงามเพราะมีการควบคุมจริงจากโลกใต้ดินที่โหดร้าย จางแทย็อง (คิมซูฮยอน) เป็นผู้ชายที่น่าเชื่อถือในการติดต่อธุรกิจคนผิวดำและสามารถจัดการกับคำขอต่าง ๆ ได้ แต่สิ่งที่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้พบกับนักสืบคนนึง จางแทย็องตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากดร. ชเวจินกี (อีซองมิน) เพื่อช่วยจางแทย็อง ดร. ชเวจินกีจึงคิดแผนการที่ซับซ้อนขึ้นมาอย่างไรก็ตามมันได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดเพราะมีการสร้างจางแทย็องขึ้นอีกคน การต่อสู้ของจางแทยองตัวจริงและตัวปลอมจึงเกิดขึ้น หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังสไตล์มาเฟียอีกเรื่องที่มีตัวเอกที่เปลี่ยนจากบทร้าย แต่มันซับซ้อนกว่านี้และคุณต้องไปดู ขอบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ติดเรตหน่อย ๆ เด็กควรดูกับพ่อแม่นะคะ

4. Parasite

ภาพยนตร์เรื่อง Parasite หรือเรื่องชนชั้นปรสิต เป็นหนึ่งในภาพยนตร์เกาหลีที่ดีที่สุดและเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่มีชื่อเสียงในระดับสากลมากที่สุดในตอนนี้ เพราะได้รับรางวัลปาล์มดอร์ที่ 2019 เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และมีการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรทำให้ หนังเรื่อง Parasite เราขอบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวยากจนที่หลอกลวงให้พวกเขากลายเป็นพนักงานบ้านของครอบครัวที่ร่ำรวย แม้ว่าหลักฐานนี้จะฟังดูเรียบง่าย แต่ก็มีการดำเนินการที่ยอดเยี่ยม เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากครอบครัวคิมซึ่งเป็นครอบครัวที่ยากจนและมีแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อก้าวขึ้นสู่สังคมและออกจากอพาร์ทเมนต์ชั้นใต้ดินที่สกปรก ดังนั้นเมื่อกีอู (ชเวอูชิก) ได้รับโอกาสจากเพื่อนของเขาให้ไปเป็นครูสอนพิเศษให้กับครอบครัวที่ร่ำรวยเขาก็ยินดีรับมันแม้ว่าเขาจะปลอมเอกสารบางอย่างเพื่อรับงาน สิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้กับคนอื่น ๆ ในครอบครัว แต่สิ่งต่าง ๆ กลับแย่ลง เราขอบอกเลยว่าหากคุณดูภาพยนตร์เรื่องนี้คุณจะลืมไม่ลง

5. My Sassy Girl

My Sassy Girl มักถูกเรียกว่าเป็นหนังตลกโรแมนติกของเกาหลีที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน กำกับโดย ควังจียง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบล็อกโพสต์ออนไลน์ที่เขียนโดยชายหนุ่มชื่อคิมโฮชิก ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวของ คยอนอู (ชาแทฮยอน) นักเรียนที่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีจิตใจอ่อนโยนและเป็นหนอนหนังสือที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่โรแมนติก โง่เง่าและตลก วันหนึ่งเขาได้ช่วยหญิงสาวคนหนึ่ง (ชอนจีฮยอน)จากการพลัดตกรางรถไฟที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เขารู้สึกแย่ที่อาจทิ้งเธอไว้ในสภาพเมามายเขาจึงพาเธอไปที่โรงแรมที่เธอจะค้างคืนได้ ด้วยโชคชะตาที่แปลกประหลาดตำรวจต้องบุกค้นห้องพักของโรงแรมและส่งตัวเขาเข้าคุก ด้วยความประหลาดใจของเขา หญิงสาวที่ไม่มีชื่อโทรหาเขาในวันรุ่งขึ้นและเธอก็เริ่มเปิดใจกับเขาเกี่ยวกับการเลิกรา ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้นซึ่งต่อมาได้เปิดเผยความลับเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ทำรายได้สูงสุดของเกาหลีในช่วงเวลาที่เปิดตัวและยังถูกจัดประเภทให้เป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยสร้างในเอเชีย มันประสบความสำเร็จอย่างมากกับตลาดเอเชีย ฮอลลีวูดที่พากันสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ในเวอร์ชันของตัวเอง

 

 

ดูหนังออนไลน์

5 บทอุตสาหกรรม หนังฮอลลีวูด ที่เกือบจะไม่ใช่หนังแสดงตัวจริง

หนังฮอลลีวูด

กว่า 100 ปีของ อุตสาหกรรม หนังฮอลลีวูด ได้สร้างตัวละครคลาสสิกขึ้นมามากมาย ตัวละครเหล่านี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และหลาย ๆ ตัวก็ส่งให้ นักแสดง ผู้รับบทนั้นได้กลายมาเป็นดารามีชื่อเสียง เรียกได้ว่าเป็นบทแจ้งเกิด ส่งให้เขาเหล่านั้นกลายเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูด ค่าตัวระดับหลายสิบล้านเหรียญ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน แฟน ๆ ก็ยังจะจดจำภาพของเขาเหล่านั้นในภาพลักษณ์จากบทแจ้งเกิดอยู่ตลอดไป กลายเป็นค่านิยมในบ้านเราที่มักจะตั้งชื่อหนังตามชื่อนักแสดงที่รับบทนำในเรื่องนั้นอยู่ร่ำไป อย่างเช่นหนังอาร์โนลด์ ก็จะต้องมีคำว่า “คนเหล็ก” , จูเลีย โรเบิร์ต ก็จะต้องมีคำว่า “บานฉ่ำ” ส่วน บรู๊ซ วิลลิส ก็จะคู่กับคำว่า “คนอึด”

แต่หารู้หรือไม่ว่านักแสดงชื่อดังเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ได้บทแจ้งเกิดนี้มาก็เพราะ”โชคช่วย” แน่นอนว่าสิ่งสำคัญสุดคือฝีมือการแสดงของพวกเขา ที่ถ่ายทอดบุคลิกของตัวละครดังเหล่านี้ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ บวกกับภาพลักษณ์ของพวกเขาก็เข้ากันได้ดีกับบทนั้น ๆ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่ผู้สร้างต้องการ ซึ่งรวมไปถึงผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับ รวมไปถึงคนเขียนบทภาพยนตร์ก็ไม่ได้มีภาพเขาเหล่านี้อยู่ในหัวตอนที่สร้างสรรค์ตัวละครเหล่านี้ออกมาบนหน้ากระดาษ แต่เผอิญว่านักแสดงที่เป็นตัวเลือกแรก ๆ นั้น ไม่สามารถมาร่วมงานได้ อาจจะด้วยตารางงาน , ค่าตัวที่ตกลงกันไม่ได้ , อ่านบทแล้วไม่ชอบ หรือเหตุผลอีกต่าง ๆ นานา แต่คนมันจะรวยก็ช่วยไม่ได้ โอกาสก็ผ่านพ้นตัวเลือกหนึ่ง ตัวเลือกสอง มาตกบนตักของตัวเลือกสุดท้าย ที่กลายเป็นดาราระดับโลกจากบทส้มหล่น ที่ทำให้เรารู้จักเขามาจนทุกวันนี้ มาดูกันซิว่า “ตัวละครดัง” เหล่านี้ ทางผู้สร้างเคยทาบทามใครไปแล้วบ้าง อ่านแล้วลองจินตนาการดูนะครับ ว่าถ้ามีโลกคู่ขนานที่พวกบรรดาตัวเลือกแรกไม่บอกปฏิเสธบทเหล่านี้ไป มันจะออกมาน่าดูกว่าไหม หรือว่าหนังจะดังเท่าที่เป็นอยู่นี้หรือไม่ มีบทไหนบ้างไปดูกัน

1.แพททริค เบตแมน ใน American Psycho (2000)

แม้ไม่ใช่หนังที่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่ก็เป็นหนังในความทรงจำของคอหนังหลาย ๆ คน ในเรื่องของความโหด แปลก และแน่นอนฝีมือการแสดงของคริสเตียน เบล ที่ถ่ายทอดความบ้าคลั่งได้อย่างน่ากลัว และบท แพททริค เบตแมน ก็ทำให้คริสเตียน เบล ได้ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายในหลาย ๆ เวที เป็นบทแรก ๆ ของคริสเตียน เบล ที่เริ่มฉายแสงในฐานะนักแสดงสายขายฝีมือ

แต่กว่าที่บท แพททริค เบตแมน จะมาถึงมือคริสเตียน เบล นั้นผ่านมาหลายมือมาก ตัวเลือกแรกเลยคือ จอห์นนี่ เด็ปป์ ที่บอกปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลย บทถูกส่งต่อไปที่ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ แน่นอนว่าหนุ่มลีโอสนใจบทบ้าดีเดือดแบบนี้อยู่แล้ว เขาตอบรับ แต่โดนผู้จัดการหว่านล้อมให้บอกปัดเพราะกลัวจะมีผลต่อภาพลักษณ์ในระยะยาว ตัวเลือกที่สามก็ยังไม่ใช่คริสเตียน เบล แต่เป็น ยวน แม็คเกรเกอร์ นักแสดงอังกฤษที่เพิ่งสร้างชื่อมาจาก Trainspotting แต่มาถึงตอนนี้ คริสเตียน เบล ได้เห็นบทแล้ว เขาอยากได้บทนี้มาก ถึงขั้นโทรไปหายวนด้วยตัวเอง บอกว่าเขาต้องการบทนี้จริง ๆ ขออย่าให้ยวนรับบทนี้ ซึ่งยวนก็ยินยอม สุดท้ายบทถึงได้ตกมาถึงคริสเตียน เบล แล้วเขาก็ได้ถ่ายทอดตัวตนของ แพททริค เบตแมน ออกมาได้แบบที่ไม่ทำให้เจ้าของหนังผิดหวังเลย ทุกวันนี้เรายังเห็นภาพของ คริสเตียน เบล ถือขวานกลายเป็น Meme วนเวียนอยู่บนโลกออนไลน์กันอยู่เลย

2.แอนนี่ รีด ใน Sleepless in Seattle (1993)

หนึ่งในหนังโรแมนติกคอมเมดี้ ที่อยู่ในความทรงจำผู้คนตลอดกาล เป็นหนัง เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ เรื่องที่ 2 ต่อจาก Joe Versus the Volcano (1990) เป็นผลงานที่ตอกย้ำถึงความเข้าขากันได้อย่างลงตัวของพระ-นาง คู่นี้ ทำให้มี You’ve Got Mail (1998) ผลงานเรื่องที่ 3 ของทั้งคู่ แต่กระนั้น Sleepless in Seattle ก็เป็นหนัง เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ ที่ผู้ชมประทับใจที่สุดในทั้ง 3 เรื่อง

แต่เดิมที Sleepless in Seattle ก็ไม่ได้เป็นโพรเจกต์ที่ผู้สร้างหมายหมั้นจะให้เป็นหนัง เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ แต่แรก เพราะตัวเลือกแรกที่ผู้สร้างทาบทามให้มาเป็น แอนนี่ รีด นั้นคือนางเอกสาวปากกว้าง จูเลีย โรเบิร์ต แม้ว่าเราจะมองที่บุคลิกภาพลักษณ์แล้ว จูเลีย ไม่น่าจะเหมาะกับบทสาวหวานนุ่มนิ่มแบบ แอนนี่ รีด สักเท่าใดนัก แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเหตุผลทางการตลาด เพราะในตอนนั้นเป็นยุคทองของ จูเลีย โรเบิร์ต เพราะเธอเพิ่งดังเป็นพลุแตกจากหนัง Pretty Woman แต่จูเลีย ก็บอกปฏิเสธไป บทจึงไปตกที่ เม็ก ไรอัน ในฐานะตัวเลือกอันดับ 2 เรื่องราวนี้ได้รับการเปิดเผยจากตัวจูเลีย โรเบิร์ต เองตอนที่ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Variety
“ฉันได้รับการเสนอให้รับบทใน Sleepless in Seattle แต่ฉันไม่สามารถไปแสดงได้ แต่แล้ว เม็ก ไรอัน กับ ทอม แฮงค์ ก็แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่นั้นเปรียบได้กับอัญมณีที่ส่องประกายในเรื่องนั้น ฉันมองว่าการแสดงของทั้งคู่นั้นก็เทียบได้กับที่ ริชาร์ด เกียร์ กับฉันใน Pretty Woman ที่กลายเป็นหนังที่คนพูดถึงกันทั้งเมืองนั่นล่ะ”

3.เจค ซัลลี่ ใน Avatar (2009) เจค ซัลลี่

ทหารผ่านศึกพิการที่ขาเสียทั้ง 2 ข้าง ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็น ก่อนที่จะได้พบชีวิตใหม่ในภาพลักษณ์ของชาวนาวี และนี่ก็เป็นบทแจ้งเกิดให้โลกรู้จักชื่อ แซม วอร์ธิงตัน เพราะหลังจาก Avatar เขาก็มีผลงานแสดงอีกมากมาย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จได้เท่า Avatar อีกแล้ว แต่ แซม วอร์ธิงตัน ก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับบท เจค ซัลลี่ แม้ว่าโพรเจกต์มหึมาที่มีชื่อเจมส์ คาเมรอน เป็นผู้กำกับนั้นไม่จำเป็นจะต้องใช้นักแสดงมีชื่อ หนังก็สามารถเรียกคนดู ทำรายได้ถล่มทลายได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่กระนั้นตัวเลือกแรกในบท เจค ซัลลี่ นั้นก็ยังเป็น แมตต์ เดมอน ซึ่งดูหน่วยก้านก็น่าจะเหมาะ เพราะว่าก่อนหน้านั้น แมตต์ ก็ผ่านมาแล้วทั้งบทตำรวจใน The Departed(2006) และสายลับระดับพระกาฬในไตรภาค Bourne แต่ช่วงที่เสนอบทไปนั้น แมตต์ มีอีกตัวเลือกคือ Green zone ที่เขาต้องรับบทเป็นทหารเช่นกัน แต่แล้วแมตต์ ก็ตัดสินใจเลือก Green Zone เพราะเขามีความสนิทสนมส่วนตัวกับผู้กำกับ พอล กรีนกราส ที่ร่วมงานกันมาแล้วใน Bourne 2 ภาคหลัง

4.เซบาสเตียน ใน La La Land

บางทีการที่นักแสดงชาย-หญิง ที่เคยร่วมงานกันมาแล้ว ก็สามารถส่งให้เห็นถึงการแสดงที่เข้าขากันมากขึ้นบนจอ อย่างคู่ เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ ที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ และตอกย้ำกันอีกสักคู่กับ ไรอัน กอสลิง กับ เอ็มเมา สโตน ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง Crazy, Stupid Love และ Gangster Squad พอมาร่วมงานกันครั้งที่ 3 กัน La La Land ก็ต้องถือว่าทั้งคู่ต้องสนิทสนมคุ้นเคยกันพอดู ถ่ายทอดออกมาเป็นเคมีที่เข้ากันอย่างที่คนดูสามารถสัมผัสได้ แล้วก็น่าจะเป็นการแสดงที่ให้ผลลัพธ์เกินคาด เพราะมันดีงามถึงขนาด ไรอัน กอสลิง ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำชายเป็นครั้งที่ 2

ก็เลยเป็นความบังเอิญที่เกิดเป็นความพอดีและส่งผลถึงความสำเร็จของทั้งตัวหนังและนักแสดง เพราะตัวเลือกแรกในบท เซบาสเตียน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่เขาคือ ไมลส์ เทลเลอร์ นั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่ผู้กำกับ แดเมียน ชาเซลล์ จะหมายมั่นให้ ไมลส์ มารับบทนี้ เพราะทั้งคู่ก็เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Whiplash (2014) เป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับทั้งคู่ ผู้กำกับ แดเมียน ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมาก ถึงฝีมือการกำกับ เช่นเดียวกับ ไมลส์ ที่ได้เปิดโอกาสให้แสดงความสามารถทางการแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ พ้นจากภาพลักษณ์ดาราวัยรุ่นขายหน้าตาที่เคยติดตัวมาตลอด

5.วิเวียน วาร์ด ใน Pretty Woman (1990)
อีกบทบาทที่กลายเป็นบทคลาสสิกของฮอลลีวูด และเป็นบทแจ้งเกิด จูเลีย โรเบิร์ต ให้กลายเป็นนักแสดงแถวหน้าค่าตัวแพงของฮอลลีวูดในทันที บท วิเวียน วาร์ด นี้ถูกเสนอให้กับนักแสดงหญิงชื่อดังของฮอลลีวูดหลายรายมากทั้ง แดรีล ฮันนาห์ , แซนดรา บูลล็อค , มอลลี ริงวอลด์ , ไดแอน เลน และ เม็ก ไรอัน ที่ดูสลับกันดีกับ Sleepless In Seattle ที่เม็กรับบทแทน จูเลีย โรเบิร์ต แล้วกลายเป็นหนังดังในเครดิตของเธอ

ด้วยเหตุที่ว่าบท วิเวียน วาร์ด นั้นเเธอเป็นโสเภณี นักแสดงหญิงจึงขอไม่พิจารณาบทนี้กันแทบทั้งสิ้น เพราะไม่อยากรับบทเป็นสาวขายบริการ สุดท้ายบทจึงมาตกที่ จูเลีย โรเบิร์ต ขณะนั้นอยู่ในวัย 23 ปี ก็เป็นวัยที่เหมาะกับบทมาก จูเลีย เพิ่งเข้าวงการมาไม่นาน ก่อนหน้านั้นเธอมีผลงานดรามา Mystic Pizza และ Steel Magnolias ที่ได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องฝีมือการแสดง แต่ก็มาดังสุด ๆ ใน Pretty Woman หนังทำเงินเป็นบ้าคลั่ง รายได้ทั่วโลก 463 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียงแค่ 14 ล้านเหรียญ ด้วยความสำเร็จของ Pretty Woman คนดูจึงคิดถึงผลงานคู่ขวัญ ริชาร์ด เกียร์ – จูเลีย โรเบิร์ต ทำให้เธอต้องมาประกบคู่กับ ริชาร์ด เกียร์ อีกครั้งใน Runaway Bride (1999)

 

ดูหนังออนไลน์ 

การประมาณราคา สร้างบ้าน งานก่อสร้าง ก่อนเริ่มทำจริง

การประมาณราคางานก่อสร้าง

การประมาณราคา สร้างบ้าน หลากหลายปัจจัย ก่อให้เกิดงบบาน อาจเรียกว่า เป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ในแฟนเพจ บ้านไอเดีย เมื่อสมาชิกพบเห็นแบบบ้านที่ถูกใจ หลังจากกดไลค์กันไปแล้ว คำถามต่อมาก็คือ ราคาเท่าไหร่ งบสร้างเท่าไหร่ เนื่องจากหลายๆ แบบที่แอดมินไม่ได้แจ้งราคาไว้อาจเรียกว่าเป็นส่วนมากเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็มีเหตุผลหลายประการ ที่ไม่สามารถแจ้งได้ โดยเฉพาะบางหลัง ที่ไม่มีข้อมูลขนาดพื้นที่ใช้สอย หรืออาจใช้เทคโนโลยีอื่นๆ วัสดุแปลกใหม่ในการสร้างบ้าน ก็จะขอเว้นไว้ ไม่ขอแจ้งราคามั่วให้เกิดความเข้าใจผิดกัน ส่วนแบบบ้านที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน แบบบ้านเหล่านี้ก็สามารถแจ้งราคาได้ครับ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น

เมื่อแจ้งไปแล้ว หลายคนก็ไม่เข้าใจ ว่าเป็นราคาประมาณการเท่านั้น ราคากลาง แต่ผู้อ่านไม่เป็นกลาง ก็กลับกลายเป็นประเด็นต่อเนื่อง เคยมีแบบบ้านบางหลัง แฟนเพจนำไปประยุกต์สร้างจริง เมื่อสร้างเสร็จ งบบานได้ราคาที่สูงกว่าที่เคยประมาณราคาไว้ กลายเป็นว่าบ้านไอเดียผิด ที่ให้ประมาณราคาให้ได้ไม่ตรง (ทั้งๆ ที่มันเป็นการประมาณราคา) เอาหละครับ วันนี้จึงขอนำบทความ ปัจจัยต่างๆ ของราคา ว่าทำไมราคาในการสร้างบ้าน ถึงได้แตกต่างกัน

วิธีคิดคำนวณ งบประมาณการสร้างบ้าน
การคำนวณง่ายๆ หลักการแรก คิดคำนวณโดยอ้างอิงตามพื้นที่ใช้สอย โดยปกติแล้วจะคำนวณกันเป็น ตารางเมตร ตั้งแต่ 8,500 – 20,000 บาท/ตารางเมตร เช่น หากในเว็บบอกข้อมูลไว้ว่า บ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 200 ตร.ม. ก็ให้ตั้งไว้เลย บ้านหลังดังกล่าว มีราคาคร่าวๆ ที่ 2 ล้านบาท แต่หลายหลังก็ไม่ได้บอกไว้ ตรงส่วนนี้ต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ หากแอดมินทราบข้อมูลก็จะบอกไว้ ที่ไม่บอก เพราะสถาปนิกไม่ได้แจ้งมา ก็ไม่ทราบจริงๆ ครับ แต่หากตัวบ้านดูไม่ซับซ้อนมากนัก ก็อาจจะบอกพื้นที่กันแบบประมาณคร่าวๆ ได้ ส่วนข้อแตกต่าง รายละเอียดของความแตกต่างของราคาสร้างบ้านนั้น เกิดขึ้นจากอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ปัจจัยที่ทำให้งบบาน & ราคาที่แตกต่าง
– สถานที่ก่อสร้าง จัดได้ว่าเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่จะมีผลในการประเมินราคา แม้บ้านจะมีขนาดพื้นที่เท่ากัน ใช้วัสดุเหมือนกันทุกอย่าง แต่หากมีสถานที่ แตกต่างกัน ก็อาจทำให้บ้านราคาแตกต่างกันได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ สร้างบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ VS สร้างบ้านในจังหวัดสงขลา 2 จังหวัดนี้ เป็นจังหวัดใหญ่พอๆ กัน แต่เนื่องจาก จ.สงขลา ค่าครองชีพ ค่าแรง ค่าวัสดุต่างๆ แพงกว่าเชียงใหม่

การสร้างบ้านในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงสามารถหาผู้รับเหมาตีราคาได้ถูกกว่าสงขลาพอสมควร หรือแม้แต่ พื้นที่ภายในจังหวัดเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นต้องราคาเท่ากันเสมอไป อาทิเช่น บ้านนาย ก. อยู่ชานเมือง ผู้รับเหมาสามารถขนส่งวัสดุต่างๆ ได้สะดวก อีกทั้งยังมีพื้นที่ไว้สำหรับทำบ้านพักคนงานชั่วคราว บ้านนาย ข. อยู่ในเมือง ยากต่อการขนส่งวัสดุชิ้นใหญ่ เช่น เสาเข็ม อีกทั้งยังไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับสร้างบ้านพักชั่วคราวของคนงาน

ผู้รับเหมาจึงจำเป็นต้องเช่าบ้านให้คนงานอยู่อาศัย เป็นอย่างไรบ้างครับ นี่เพียงตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ยังมีความเปรียบต่างกันอีกมากมาย

– วัสดุก่อสร้าง ของใช้ชนิดเดียวกัน วัตถุดิบต่างกัน ยี่ห้อต่างกัน ลวดลายแตกต่างกัน ย่อมมีราคาที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นชิ้นเล็กๆ เพียงไม่กี่ชิ้น คงไม่เห็นข้อแตกต่างมากนัก แต่สำหรับการสร้างบ้าน ปกติแล้วจำเป็นต้องซื้อวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่งในปริมาณที่มาก ยกตัวอย่างกันง่ายๆ อีกครั้ง อาทิเช่น กระเบื้องปูพื้น ปัจจุบันมีหลายเกรด กรรมวิธีผลิตที่แตกต่างกัน ในพื้นที่ 1 ตาราเมตรเท่ากัน บางรุ่น ตารางเมตรละร้อยกว่าบาท บางรุ่นตารางเมตรละ สามสี่ร้อย ส่วนต่างเหล่านี้

เมื่อนำไปคูณกับพื้นที่ทั้งหมด ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันมาก อาจมากกว่าเท่าตัวก็เป็นได้ ดังนั้น จึงเป็นการยาก ที่จะมองเพียงภายนอกว่า บ้านหลังดังกล่าวที่สร้างมานั้น ถูก หรือแพง แต่ต้องมองไปถึงรายละเอียดของวัสดุที่เลือกใช้เช่นกัน

– ฝีมือผู้รับสร้าง ไม่ว่าจะเป็น บริษัทรับสร้างบ้าน ผู้รับเหมาทั่วไป หรือแม้แต่นายช่างตามชนบท ก็ย่อมมีเครดิตฝีมือที่แตกต่างกัน บางท่านเน้นงานละเอียด งานปราณีต จึงจำเป็นต้องคิดในราคาแพง บางรายฝีมือระดับหยาบๆ จึงคิดค่าแรงในราคาถูกได้ รวมไปถึงประสบการณ์ และผลงานที่เคยได้ทำมา แน่นอนว่า ผู้เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ จะให้เงินเดือนเท่านายช่างใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์นับสิบปี ก็จะดูขัดๆ ต่อความเป็นจริง ดังนั้น การที่จะบอกว่า บริษัทนั้น ผู้รับเหมาคนนี้ คิดค่าแรง ถูก หรือแพง ก็ไม่สามารถตัดสินได้ จำเป็นต้องดูผลงานควบคู่กันไปด้วยครับ

– ปัจจัยอื่นๆ ทั้ง 3 ข้อที่ว่ามานั้น เป็นส่วนสำคัญหลัก ในการประเมินความแตกต่างของงบประมาณในการสร้างบ้าน แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ที่อาจทำให้เกิดงบบานได้ ทั้งสภาพอากาศ ความล่าช้าของการทำงาน เวลาก็สำคัญ ข้อมูลบ้านในวันนี้ กลับไปดูอีก 2 ปีข้างหน้า

ก็คงไม่ใช่ราคาเดิมแน่นอนครับ หรือความสูงของตัวบ้าน ก็สำคัญไม่น้อย หากเปรียบเทียบเพียงแค่พื้นที่ใช้สอย ก็ไม่อาจได้คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป ต้องดูความสูงของบ้านด้วยครับ ยังมีอีกหลายๆ ปัจจัยเลยครับ ฯลฯ

วิธีแก้งบบาน
– ตั้งงบเผื่อไว้ซิ : คำตอบนี้อาจดูกวนใจใครหลายๆคน ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ แต่เจตนานั้น ไม่ได้ต้องการจะกวนอย่างไร เพียงแต่ส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้

ในช่วงการเสนอราคา ปกติแล้วบริษัทรับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมาทั่วไป ต้องการที่จะได้ลูกค้าไว้ก่อน จึงอาจจะเน้นการคำนวณราคาแบบปกปิด อาจจะบอกไม่หมด ประมาณว่า ค่อยว่ากัน ส่วนเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ ก็อยากจะได้ของถูก คาดหวังว่า ผู้รับเหมาจะเสนอราคาถูกๆ มาให้ ซึ่งเราจะเจอกรณีเช่นนี้กันเป็นส่วนใหญ่

จะมีน้อยรายที่เสนอราคาเผื่อไว้ และมีเจ้าบ้านน้อยราย ที่ต้องการหาผู้รับสร้างในราคาสูง เราจึงอาจจำเป็นต้องตั้งงบเผื่อไว้ อาทิเช่น สร้างบ้าน 1.5 ล้านบาท อาจเผื่องบไว้ที่ 2 ล้านบาท เมื่อตอนสร้างจริง เสร็จสิ้นแล้ว 1.9 ล้านบาท อีก 1 แสน ถือเป็นกำไร เอาไว้ซื้อของประดับ ซื้อต้นไม้มาจัดสวนสนุกๆ คิดงบเผื่อไว้ ก็ยากยิ่งที่จะบาน

– ตกลงให้ชัดเจน : ตามพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ มักเกรงใจกันก่อนแล้วค่อยไปทะเลาะกันตอนหลัง หากเป็นการดำเนินงานในต่างประเทศ กระบวนการติดต่อ จะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาในการตัดสินใจอย่างละเอียดมาก พวกเขาจะไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน

ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ อย่างรัดกุม ใช้การพูดคุยให้เครียกันไปตั้งแต่แรก หลังจากตกลงกันได้แล้ว ก็จะไว้ใจโดยทันที

แต่สำหรับพวกเราคนไทย ส่วนใหญ่แล้วตอนตกลงงานกันนั้น มักจะไม่ค่อยตรวจสอบรายละเอียดอะไรมากนัก และมักจะละเลยอ่านข้อตกลง ข้อสัญญาต่างๆ ให้ความไว้วางใจในเอกสาร

แต่เมื่อดำเนินงานจริงไม่ค่อยไว้ใจ จึงอาจเป็นที่มาของผู้รับเหมาหนีงาน ที่มาของปัญหาทะเลาะกันต่างๆ นานาน เพราะฉะนั้น ทางที่ดี เราควรจะชัดเจนแจ่มแจ้งกันไปตั้งแต่แรกนะครับ อะไรที่ค้างคาใจ ก็อย่าปล่อยให้เลยผ่านไป เพราะเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง สิ่งที่ค้างคาใจ มันย่อมแสดงออกมาอยู่ดี

 

ออกแบบบ้าน

รีวิวหนังแนว horror/thriller The Hunt (2020) จับ ล่า ฆ่าโหด

The Hunt (2020) จับ ล่า ฆ่าโหด  เป็นหนังอีกเรื่องที่โดนโรคเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เพราะดันไปเจอกับเรื่องของการกราดยิงที่เกิดขึ้นในห้าง Wallmart ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะมาโดนพิษโควิดเข้าไปอีกระลอก ทำให้ต้องเลื่อนยาวมาจนถึงตอนนี้ แต่จริงๆ แล้วหาดูตามเว็บได้ตั้งนานแล้วนะ เพราะเมืองนอกบางประเทศฉายไปบ้างแล้ว

เรื่องราวของคนแปลกหน้า 12 คน ซึ่งตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาถูกเลือกมา… สำหรับวัตถุประสงค์พิเศษ… ท่ามกลางทฤษฎีสมคบคิดทางอินเตอร์เน็ตสุดดาร์ก กลุ่มชนชั้นสูงรวมตัวกันเป็นครั้งแรกที่คฤหาสน์หลังใหญ่ เพื่อล่ามนุษย์เป็นเกมกีฬา แต่แผนการหลักของคนกลุ่มนี้กลับหยุดชะงัก เพราะ คริสตัล หนึ่งในผู้ถูกล่า รู้จักวิธีเอาตัวรอดจากนักล่าเป็นอย่างดี เธอจึงพลิกเกมของเหล่านักล่า และยิงนักล่าทิ้งทีละคน ในขณะเดียวกัน เธอก็เข้าไปใกล้กับ หญิงลึกลับ ที่อยู่เบื้องหลังการไล่ล่าครั้งนี้

เอาจริงๆ หนังเปิดตัวได้อย่างน่าสนใจ อารมณ์แบบเหมือนกำลังดู Battle Royale ของญี่ปุ่นอยู่เลยไม่ผิดเพี้ยน แล้วก็ตามมาด้วยฉากการไล่ฆ๋ากันแบบเลือดสาด ซึ่งช่วงแรกของหนังดูน่าตื่นเต้นและติดตามมากๆ แต่แล้วความเข้มข้นของหนังก็จางลงเรื่อยๆ ยิ่งช่วงกลางๆ เรื่องเป็นช่วงที่หนังพยายามจะเล่ารายละเอียดที่มาที่ไป แต่กลับทำให้ความน่าสนใจลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงที่หนังเปิดเผยตัวตนของคนที่จับจบมาไล่ฆ่า จากที่น่าจะเป็นปมสำคัญของเรื่อง กลายเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆ บางๆ ที่ใส่มาเติมเต็มเท่านั้น

ว่ากันตามตรง หนังสนุกด้วยการที่นางเอกของเรื่องไล่ตลบหลังองค์กรไปเรื่อยๆ จนไปเจอตัวต้นตอนี่แหละ เพราะฉากแอ็คชั่นดูมันส์และสนุกพอตัว หลายๆ ฉากยิงกันหัวแบะ ระเบิดขาขาด แต่มันก็เหมือนกับเอาจุดนี้มากลบเกลื่อนความอ่อนของบทให้คนดูไปโฟกัสตรงนั้นแทน โดยเฉพาะตอนช่วงท้ายของเรื่องที่เราจะได้ดูฉากต่อสู้ของสองสาวตัวเอกของเรื่อง แต่คำถามในหัวเราจะเยอะมากเลย ว่าตกลงมันคืออะไร มันเป็นยังไงกันแน่ ความสมเหตุสมผลมันอยู่ตรงไหน

เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้ดูเอาเพลินๆ ละกันครับ ความสนุกของหนังมันขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งเรื่อง คือมีทั้งช่วงพีคขึ้นสูงสุดและช่วงตกต่ำสุดๆ ในเรื่องเดียวกัน ดูฆ่าเวลาแก้เบื่อได้ครับ

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิวหนังรักวัยรุ่น ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น 4 เรื่องราวของวัยรุ่น

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น 4 เรื่องราวที่ต่างเกิดขึ้นในช่วง ปิดเทอมใหญ่ หนังออนไลน์ มีทั้งการแย่งกันจีบสาวของ 2 หนุ่มวัยมัธยม พุ กับ ไม้ ที่รุมจีบเพื่อนสาวอย่าง นานา หรือเรื่องราวของ โอ๋เล็ก สาวน้อยที่ชื่นชอบนักร้องเกาหลีอย่างบ้าคลั่ง อีกทั้งเรื่องราวการแอบรักเพื่อนของหนุ่มมหาลัยอย่าง โจ้ ที่สรรหาวิธีการบอกรักสาว ซี เพื่อนร่วมคณะเดียวกัน และขยับวัยขึ้นมาของหนุ่ม เหิร ที่นั่งรถไฟกลับไปหาแฟนสาว นวล ที่จังหวัดตรัง แต่กลับต้องถูกทดสอบหัวใจเมื่อต้องเผชิญกับสาวญี่ปุ่นในสเป็กอย่างอาโออิ

จุดเด่นของปิดเทอมใหญ่ฯ ที่น่าสนใจคือการที่หนังไม่จำเพาะเจาะจงเหมารวมวัยรุ่นแบบเดียว แต่แตกแขนงช่วงวัยเล่าไปตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น (Preteen หรือ early adolescent) กินยาวไปจนถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลาย (late adolescent) ด้วยวิธีการเล่าสลับไปมาเหมือนสไตล์หนังหลากชีวิตเช่นใน Love actually ที่นำเสนอความรักหลากหลายรูปแบบที่ช่วงวัยนี้ต้องเผชิญ

ในช่วงม.3 ของ ไม้ พุ และ นา ที่เป็นตัวแทนของเด็กผู้ชายที่กำลังจะใช้คำว่า ‘นาย’ นำหน้าชื่อ เราจึงเห็นภาพของเด็กที่เริ่มทำตัวเป็นผู้ใหญ่ บ้างก็ทำตัวโตเกินวัยแต่แท้จริงข้างในยังเหมือนเด็ก (pseudomaturity) บ้างก็ละล้าละลังยังเลือกไม่ได้ว่าการทำตัวเป็นผู้ใหญ่ต้องทำเช่นไร

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่เริ่มต้องการ การยอมรับจากคนอื่น รูปแบบที่เห็นจึงเป็นเช่น ไม้กับพุ ที่แข่งกัน จีบสาว แข่งขันเอาชนะใจอีกฝ่าย หรือ นา เด็กหญิงที่เริ่มต้นเข้าวัยสาว ก็ย่อมยินดีกับการเป็นที่สนใจ เพราะมันก็เหมือนกับได้รับการยอมรับว่าตัวเองนั้นสวยพอหรือดีพอ

ที่เป็นตัวแทนวัยรุ่นจำนวนมากที่มักจะมี idol ของตัวเอง บ้างก็เป็นนักร้อง บ้างก็เป็นดารา หรือ บ้างก็เป็นนักกีฬา และ idol เหล่านั้น บ่อยครั้งที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญหนึ่งต่อช่วงชีวิตวัยรุ่น เช่น บางคนเรียนดนตรีเพราะอยากเป็นอย่างนักร้องในฝัน หรือ โอ๋เล็กที่เลือกเรียนภาษาจีนด้วยหวังที่จะฟังเพลงของตีตี๋ นักร้องในดวงใจให้อินยิ่งขึ้น

ดังนั้น หากพัฒนาไปได้ถูกทางการมี idol ก็เป็นปัจจัยหนึ่งของการสร้างความฝันและช่วยให้รู้จักตัวเองมากขึ้น แต่หากหลงหมกมุ่นมากเกิน วัยรุ่นก็จะจมอยู่กับภาพลักษณ์แต่ไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้เติบโต

ความรักเช่นนี้มักมีปัญหาตามมา เพราะเมื่อพ่อแม่เริ่มกังวลว่า idol จะสำคัญกว่า พ่อแม่พี่น้อง ทำให้พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจเด็กๆรีบกีดกันปิดกั้น โดยไม่ทันเข้าใจว่า ทั้ง idol และ peer group(กลุ่มเพื่อน) เป็นกลุ่มบุคคลสำคัญในช่วงวัยนี้และมักจะมีอิทธิพลกับเด็กทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ท้ายที่สุดครอบครัวก็ยังสำคัญที่สุดอยู่ดี ในส่วนของหนัง มีทั้งหมด 4 part และสามารถติดตามรับชมต่อได้ใน ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

 

รีวิวหนังตลก ดอกฟ้า หมาแจ๊ส ผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค

รีวิวหนังตลก ดอกฟ้า หมาแจ๊ส ที่มีสโลแกนว่าย้อนอดีต กรีดหัวใจ โดยได้พระเอกตลกร้อยล้าน แจ๊ส ชวนชื่น มาแสดงนำ พร้อมด้วย ใบเตย อาร์สยาม, บี้ เดอะสกา, โจ๊ก โซคูล และรวมดาวตลกไว้อีกมามาย

ดอกฟ้า หมาแจ๊ส ว่าด้วยเรื่องราวของ หมา เด็กหนุ่มจากเกาะสีชังผู้เข้ามาสู่เมืองกรุงเพื่อค้นหาตัวตนและเป้าหมายที่แท้จริงนั่นก็คือการได้เป็นนักเขียนผู้มีชื่อเสียง แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่าถ้าหน้าตาไม่ดี เขาทำดีได้แค่เป็นเด็กเสิร์ฟในผับแห่งหนึ่ง แล้วคืนหนึ่ง หมาก็ได้เจอกับ ขจร เพื่อนเล่นสมัยเรียนอยู่ที่เกาะ จากลูกเจ้าของค่ายมวยบนเกาะ ขจรกลายเป็นเจ้าของคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามผู้ร่ำรวย และได้ยื่นโอกาสทองให้หมานั่นก็คือการทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าโดยไม่คิดเงินหมาแม้แต่บาทเดียว

เมื่อหมาฟื้นขึ้นมาจากห้องผ่าตัดกลับพบว่าใบหน้าของเขานั้นไม่ได้เหมือนกับใบหน้าของไอดอลที่เขาอยากจะเป็นอยากจะเหมือน เขาคิดว่ามันอัปลักษณ์ แต่ขจรกลับบอกนี่คือใบหน้าที่อินเทรนด์ที่สุดของเกาหลี ซึ่งทันทีที่เขาโพสต์รูปลงอินสตาแกรม ยอดไลก์ยอดฟอลโลวก็เพิ่มขึ้นหลักแสนในชั่วข้ามคืน มันทำให้หมาพอฝืนทนอยู่กับใบหน้าอันผิดรูปนั้นได้ แต่ถ้าเขาสามารถย้อนเวลาได้เขาไม่มีวันจะทำศัลยกรรมแบบนี้เด็ดขาด

แล้วหมาก็ได้เจอกับ ลุงโมก ลุงเจ้าของเรือประมงแห่งเกาะสีชังในวันที่เขาจะกลับไปร่วมพิธีศพของ เฟื่องฟ้า อดีตรักวัยเรียนคนเดียวของเขาที่มาเสียชีวิตจากการถูกรถชน ลุงโมก บอกกับหมาว่า เฟื่องฟ้ายังไม่ถึงที่ตาย ชีวิตเธอยังไม่ถึงฆาต แต่มันเกิดความผิดพลาดบางอย่างกับห้วงเวลา และหมาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดนั้นได้

เมื่อได้ชมภาพยนตร์จนจบแล้วจะเห็นว่า สิ่งที่ตัวหนังต้องการจะสื่อก็ยังเป็นเรื่องราวของประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่เด่นชัดคือเรื่องการศัลยกรรม สถานะทางสังคม และเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวัง จนเกิดเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่อง ซึ่งจะเห็นว่างานของ ต้อม ยุทธเลิศ มักจะแฝงประเด็นเหล่านี้ไว้ในหนังเสมอ ไม่ว่าจะเป็นหนังผี หนังตลก หนังแอ็คชั่น และกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หนังทุกเรื่องของเขาต้องมี

ในส่วนของความดราม่าเรียกว่าไปไม่สุด ความตลกร้ายที่คาดหวังไว้ว่ามันน่าจะดีกว่านี้ทำออกมาได้ไม่ค่อยถึงใจ แต่ต้องชื่นชมในส่วนของโปรดักชั่น ทำออกมาได้ไม่เสียชื่อ ต้อม ยุทธเลิศ จริงๆ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพของหนังไทยไปอีกขั้น เรื่องขององค์ประกอบภาพก็สวยงาม หากใครที่เรียนเกี่ยวด้านภาพยนตร์ก็ควรไปดูไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษา ซึ่งน่าจะทำให้เรียนรู้องค์ประกอบหลายๆ อย่างได้เป็นอย่างดี

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Dew (2019) ดิว ไปด้วยกันนะ ประเด็นในสังคม ดราม่า ความรัก

รีวิว Dew ดิวไปด้วยกันนะ เป็นหนังที่เรารู้สึกว่าตัวอย่างหนังบอกอะไรเราน้อยมาก และแน่นอนว่ารีวิวนี้ก็จะไม่สปอยล์เนื้อหาใดๆ แต่จะบอกเล่าความรู้สึกอย่างเดียวนะครับ เพราะนี่คือหนังที่ไม่ควรรู้สปอยล์ใด ๆ ก่อนดูเลยทั้งสิ้น

หนังสร้างความประหลาดใจให้ผมถึงสิ่งที่หนังหยิบนำเสนอหลายต่อหลายอย่าง ประเด็นในสังคม ดราม่า ความรัก การตัดสินคน ความเชื่อ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแม้ว่าหน้าหนังจะชัดเจนกว่ารักแห่งสยาม ว่าหนังเรื่องนี้พูดถึงประเด็นของเพศที่สาม แต่ส่วนตัวแล้วผมมองว่าหนังเรื่องนี้ไปไกลกว่านั้นมากๆ ทำให้เราอาจจะพูดได้ว่าหนังตัวอย่างแทบจะไม่บอกส่วนสำคัญจริงๆของหนังเลย

นี่เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของคุณมะเดี่ยวอีกชิ้น นับตั้งแต่รักแห่งสยาม หนังมีความละเอียดมากๆ เป็นสองชั่วโมงที่เต็มอิ่มไปกับหลากหลายเรื่องราว และความรู้สึกมาก มีหลายฉากที่ผมยากจะบอกว่าผมรู้สึกอย่างไร เพราะมันมีความหลากหลายในอารมณ์ที่รู้สึกมากๆ นั่นทำให้ผมทึ่ง ถึงการนำเสนอประเด็นแบบนี้ และดูจนจบแล้วก็รู้สึกจุกมากจริง ๆ

โดยรวมแล้วนี่เป็นหนังไทยที่ผมชอบมากจริงๆ และมันคงเป็นหนังที่มาได้ถูกที่ ถูกเวลา เพราะถ้ามาก่อนกาล กระแสตอบรับและความรู้สึกของคนดูคงจะต่างออกไปแน่นอน หลังหนังจบรอบสื่อ เสียงปรบมือถล่มทลายมากๆ ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในเสียงปรบมือนั้นนะ แม้ผมจะการันตีไม่ได้ว่าทุกคนที่ไปดูจะชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกับผม เพราะมันมีความหมิ่นเหม่ที่จะทำให้คนไม่ชอบหลายอย่าง แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบในความกล้า และการหยิบประเด็นมาเล่า สำหรับผมหนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมากครับ เป็นหนังไทยที่ชอบที่สุดในปีนี้เลย

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิวหนังวัยรุ่น Big Time Adolescence เด็กที่ยึดติดกับแฟนเก่าของ พี่สาว

รีวิวหนังวัยรุ่น Big Time Adolescence มันเป็นเรื่องที่หยาบคาย ยาเสพติด และคำหยาบคายทำให้“ Superbad” ได้พบกับ“ ลูกชิ้น” ของเด็กที่ยึดติดกับแฟนเก่าของพี่สาวของเขามานานแล้วโดยมีเหตุผลผู้ชายที่ให้เด็กดื่มเบียร์คนแรกของเขาการเดินทางครั้งแรกของเขา บาร์แฟนสาวคนแรกของเขาเซ็กส์ครั้งแรกและ“ กล่องร้อน” คนแรก

และในฐานะที่เป็นแถบด้านข้างมันยังเกี่ยวกับพ่อแม่ที่ยึดติด แต่ยังคงอนุญาตที่ปล่อยให้สิ่งนี้ดำเนินต่อไป จำJon Cryerใน“ Two and a Half Men ได้ไหม” นี่คือตัวละครของเขาที่ทำให้ทุกคนควบคุมชีวิตลูกของเขาให้กับชาร์ลีชีน – สโตเนอร์ / คนขี้เกียจ / ขี้แพ้ที่นอกใจลูกสาวตอนที่พวกเขาออกเดท

พีทเดวิดสันจาก“ Saturday Night Live” รับบทบิลเมอร์เรย์ /“ ลูกชิ้น” ที่นี่ซึ่งบางครั้งก็เป็น“ พี่ใหญ่” ที่ดูอ่อนหวานผิดปกติและไม่เป็นมิตรกับมอนโร ( กริฟฟินกลัค )

Zeke เคยเดทกับ Kate ( Emily Arlook ) เด็กโตมักจะรวมเด็กที่อายุน้อยกว่าไว้ในการเยี่ยมชมอาร์เคดทางเดินริมทะเลวันที่ฉายภาพยนตร์ เขาสนใจ เจ็ดปีต่อมาเคทเข้าเรียนที่วิทยาลัยและย้ายไป แต่“ โม” ยังคงยึดติดกับ Zeke เหมือนแฟนบอยและอิทธิพลที่ไม่ดี Zeke ก็กินมันเข้าไป

ขณะที่ฉากเปิดเรื่องคือค้อนที่หนุ่มมอนโรทิ้งลงไปและการบรรยายด้วยเสียงพากย์ของเขาทำให้เกิดความผิดพลาดที่จะตามมาของความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเขาด้วย“ ไม่ใช่ความผิดของฉันทั้งหมด”“ Big Time Adolescence” จะเกี่ยวกับทางลาดชัน ของการแขวนคอกับ“ ผู้ชาย” ที่“ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชาย” ในความหมายของวัยรุ่นส่วนใหญ่เท่านั้น 

ซีคกระจัดกระจายไม่สมจริงเต็มไปด้วยบทพูด “ฉันเป็นนักแสดงได้ ” หรือ “ฉันจะเป็นพิธีกรรายการ TALK” ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายเพื่อทำให้ความหลงผิดเหล่านั้นเกิดขึ้น

เขาไปรับโมด้วยรถบรรทุกวอลโว่คันเดียวกับที่เขาใช้รับเคทน้องสาวและออกไปที่บาร์และออกไปเที่ยวกับเพื่อนร่วมงานของซีค“ โจโรแกนโชว์”

โมแทบจะไม่สนใจที่จะตีสนิทกับใครในยุคของตัวเองและเด็กคนหนึ่งที่มีความสนใจ ( โทมัสบาร์บัสกา ) คือเพื่อนร่วมงานของ“ Superbad” ซึ่งเป็นคนที่ใช้โมใช้ Zeke ทำเหล้าให้กับ“ Pimps & Ho’s rager” ที่ บ้านรุ่นพี่มัธยม

เด็ก ๆ ที่นั่นไม่รู้ว่าซีคดื่มเหล้าที่เขาซื้อมาด้วยเงินของพวกเขา และอ้อเด็กเอาวัชพืชของฉันไปขายด้วย

พ่อของเด็กคนนั้นคือคุณนาย“ มันต้องใช้เวลาเพียง 10 วินาทีในการทำลายชีวิตคุณทั้งชีวิต” แต่โมแทบจะไม่ทะเลาะกันเลย “ ฉันรู้สึกว่ามันจะกลายเป็นเรื่องทั้งหมดนี้ “ เขาสามารถมองเห็นอนาคตได้แม้ว่าเขาจะดูเหมือนหมดหนทางที่จะหลีกเลี่ยงมันก็ตาม

โมชอบการเป็น “เดอะเลเจนด์” ที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งต่างๆสำหรับเพื่อนร่วมชั้นของเขา เขากล้าที่จะจีบโซฟี“ ตัวจริง” หน้าด้าน ( Oona Lawrenceจาก“ The Beguiled”) แต่เรารู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างไร – ภาพลวงตาของความผิดพลาดความนิยมหลงผิดความผิดพลาด 

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง