การเลือก ฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ มีแบบไหนบ้าง

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์หรือ ฟิล์มติดรถยนต์ ที่ทราบโดยพื้นฐานกันว่ามีคุณสมบัติลดความสว่างของแสงเข้ามาผ่านในรถ ลดรังสี UV และช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสารเป็นอย่างดี สัมผัสได้จากรถยนต์คันไหนที่ไม่ได้ติดฟิล์ม ภายในรถจะร้อนระอุและแอร์จะทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยฟิล์มกรองแสงในเมืองไทยมีหลายประเภท โดยแบ่งออกได้ ดังนี้

1.แบบธรรมดาย้อมสี

ฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มธรรมดาที่มีคุณสมบัติทำให้แสงผ่านเข้ามาในรถยนต์อ่อนลงหรือลดความเข้มข้น โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆจากแสงแดด ทำให้ไม่มีคุณสมบัติที่จะลดความร้อนหรือแสงที่มีอันตรายใดๆ มีราคาถูก เนื้อฟิล์มจะเปลี่ยนสภาพเสื่อมเป็นสีม่วงเร็ว และมีอายุการใช้งานที่สั้น โดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี

2.แบบลดความร้อน

มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆ จากแสงแดด ด้วยคุณสมบัติพิเศษเนื้อฟิล์มถูกเคลือบด้วยโลหะพิเศษ สามารถกันรังสีที่เป็นอันตรายต่างๆได้ แถมยังกันความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันสามารถแบ่งย่อยได้ ดังนี้

– ฟิล์มเคลือบโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท

เป็นฟิล์มสำหรับลดความร้อนภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะ บางตัวสามารถกันได้มากถึง 90 % วิธีสังเกตรถยนต์ที่ติดฟิล์มปรอท จะมองตอนกลางวันจากภายนอกเข้าไปที่รถยนต์ จะพบว่า กระจกมีลักษณะคล้ายสายรุ้งสีต่างๆ แต่ไม่สามารถมองเข้าไปในตัวห้องโดยสารได้เลย

– พิล์มนิรภัย

ชื่อก็บอกอยุ่ว่านิรภัย คือการป้องกันการแตกร้าวของกระจก และมีแบบทนความร้อน กับไม่ทันความร้อน มีความหนาอยู่ที่ 4 MIL ขึ้นไป แต่ก่อนนิยมเป็นอย่างมากที่จะใช้ในอาคารตึกสูงๆ แต่ปัจจุบันนำมาใช้ประกอบกับหน้าจอมือถือ และ กระจกหน้ารถยนต์ กันเพิ่มมากยิ่งขึ้น

– ฟิล์มอินฟราเรด

ฟิล์มแบบพิเศษที่มีความสามารถไปตัดรังสีอินฟราเรดได้ ทำให้คุณสมบัติหลักกันความร้อนได้ดีเยี่ยม แต่มีราคาที่สูงตามขึ้นไป

– ฟิล์มใสประเภทนาโน

เป็นฟิล์มแบบใหม่ แต่ด้วยลักษณะที่ใส แต่ลดความร้อนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแสงส่องผ่านมากถึง 60 % หรืออาจมากกว่านี้ ไม่มีเงาสะท้อน ที่สำคัญมีราคาแพง

ทั้งนี้การใช้เลือกใช้ฟิล์มจริงๆ ควรคำนึงถึง งบประมาณ และความจำเป็นของคนขับเป็นหลัก ใช้รถยนต์บ่อยแค่ไหน ขับรถยนต์ช่วงไหนเป็นหลักเพราะ ราคาของฟิล์มติดรถยนต์มีความแตกต่างกันในเรื่องราคา แบบถูกๆ ก็หลักร้อย แบบดีๆ ก็โดดไปเป็นหลายหมื่นกันเลยทีเดียว

ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

เลือกติด ฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง รถยนต์ แบบไหน ควรอ่านก่อนตัดสินใจ

ฟิล์มกรองแสง รถยนต์ คือ สิ่งจำเป็นอันดับแรกๆสำหรับ รถยนต์ ในบ้านเรา ที่ต้องการฟิล์มกรองแสงที่ปกป้องเราจาก ความร้อน และรังสีอันตรายจากแสงอาทิตย์ นอกจากนั้นยังให้ความเป็นส่วนตัว หรือแม้แต่เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ซึ่งฟิล์มติดรถยนต์ดีๆในปัจจุบันก็สามารถทำได้เช่นกัน

ฟิล์มรถยนต์ มีกี่ประเภท ?
ฟิล์มรถยนต์มีหลากหลายประเภท แต่ถ้าแบ่งกันตามระดับ “ราคาฟิล์มรถยนต์” แล้ว ปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  1. “ฟิล์มติดรถยนต์ทั่วไป” โดยทั่วไปแล้วจัดเป็นฟิล์มที่มีระดับราคาไม่แพงนัก เริ่มตั้งแต่หลักพันถึงหมื่นต้นๆ โดยคุณสมบัติแล้ว สามารถป้องกันรังสีจากแสงอาทิตย์ได้เพียงบางส่วน เช่น รังสียูวี (UV) ซึ่งอาจจะได้มากถึง 99% เพียงแต่ไม่ได้ตอบโจทย์ในการป้องกัน ความร้อน จากแสงอาทิตย์โดยตรง เนื่องจากในแสงอาทิตย์มี รังสีและแหล่งความร้อนสะสมจากรังสีอินฟราเรด (IR) ในปริมาณที่มากกว่า
  2. “ฟิล์มรถยนต์ในระดับพรีเมียม” ซึ่งให้คุณภาพการป้องกันความร้อนที่ชัดเจนมากกว่า การป้องกันรังสี UV แบบฟิล์มรถยนต์ในระดับทั่วไปทำได้ ซึ่งระดับราคาจะอยู่ในระดับหลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลายหมื่น ซึ่งฟิล์มรถยนต์ระดับพรีเมียมบางชนิดอาจจะให้ คุณสมบัติที่มากกว่าการป้องกันความร้อนเพียงอย่างเดียว อาทิเช่น การลดแสงสะท้อนในห้องโดยสาร ให้การขับขี่คมชัด สบายตา หรือแม้แต่มีคุณสมบัติป้องกันการแตกกระจายแบบนิรภัย หรือไม่บล็อคสัญญาณดิจิตอลอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ขั้นตอนและเทคโนโลยีในการผลิตฟิล์ม

 

ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

ทำความรู้จักชนิดของฟิลม์กรองแสงรถยนต์ที่ ขายกันปัจจุบัน

รู้จักชนิดของ ฟิลม์กรองแสง รถยนต์ที่ ขายกันปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ 4 ชนิดใหญ่ๆ คือ ฟิลม์ธรรมดา ฟิลม์ปรอท ฟิลม์เคลือบสารพิเศษ และฟิลม์นิรภัย

1. ฟิล์มกรองแสงชนิดธรรมดา
ฟิล์มกรองแสงธรรมดา เป็นแผ่นฟิล์มพลาสติกสีเข้มเพื่อลดแสงสว่างจากภายนอก ความสามารถในการกรองแสงขึ้นอยู่กับความเข้มของสี โดยสีอาจถูกผสมเข้าไปในเนื้อฟิล์ม หรืออยู่ในกาว หรือเคลือบบนผิวฟิล์ม ฟิล์มกรองแสงชนิดนี้สะท้อนรังสีความร้อนได้น้อยหรือไม่สะท้อน จุดเด่นของฟิล์มกรองแสงธรรมดาคือ ราคาถูก แต่จุดด้อยคือ มีอายุการใช้งานไม่นานเมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มกรองแสงประเภทอื่น โดยเมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง สีของฟิล์มจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือสีน้ำตาลอ่อน (เรียกว่า ฟิล์มขึ้นสนิม) ซึ่งจะลดทัศนะวิสัยในการขับขี่ได้
ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว
ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี
ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่บนเนื้อฟิล์ม
ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่ในเนื้อฟิล์ม

2. ฟิล์มกรองแสงชนิดเคลือบโลหะ
ฟิล์มกรองแสงเคลือบโลหะ หรือฟิล์มปรอท เป็นฟิล์มกรองแสงที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ เนื่องจากผิวด้านหนึ่งของฟิล์มถูกเคลือบด้วยโลหะ ฟิล์มประเภทนี้อาจมีการใส่สีลงไปเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น สำหรับเทคนิคหรือวิธีการเคลือบโลหะลงบนเนื้อฟิล์มที่ใช้ในปัจจุบันมี 2 วิธีคือ 1.การเคลือบในสุญญากาศ (vacuum coating) และ 2.การเคลือบสปัตเตอริง ซึ่งก็สามารถแบ่งได้เป็นชนิดโครงสร้างหลักๆตามฟิล์มกรองแสงชนิดธรรมดาคือ
ฟิล์มกรองแสงประเภทสีผสมในกาว + โลหะ
ฟิล์มกรองแสงประเภทย้อมสี + โลหะ
ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่บนเนื้อฟิล์ม + โลหะ
ฟิล์มกรองแสงประเภทสีอยู่ในเนื้อฟิล์ม + โลหะ

3. ฟิล์มกรองแสงชนิดเคลือบสารพิเศษ
โดยสารพิเศษนี้จะเป็นสารที่สามารถป้องกันรังสีอินฟาเรดได้ดีกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ ฟิล์มกรองแสงประเภทนี้จะเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงน้อย ซึ่งฟิล์มกรองแสงประเภทนี้มีราคาสูงกว่าฟิล์มกรองแสงชนิดเคลือบโลหะ

4. ฟิล์มนิรภัย
เป็นฟิล์มกรองแสงที่มีความหนาของเนื้อฟิล์มตั้งแต่ 4 MIL ขึ้นไป (1 MIL = 1 / 1000 นิ้ว) มีคุณสมบัติในการยึดเกาะกระจกได้ดี เหมาะสำหรับในอาคารสูง และในกรณีที่มีความหนาของเนื้อฟิล์มมากๆ สามารถใช้ในการป้องกันการโจรกรรมรวมถึงป้องกันกระสุน(ขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อฟิล์มและกระจก)

ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

วิธีเลือก ฟิล์มติดรถยนต์ ให้สวย และเหมาะกับ รถยนต์ ของคุณ

เลือก ฟิล์มกรองแสง ติดรถยนต์อย่างไร ให้สวยใส แถมไม่ร้อน ฟิล์มติดรถยนต์ โดยทั่วไปสามารถแบ่งเป็นประเภทย่อยๆ ฟิล์มติดรถยนต์ ได้อีก 4 ประเภท

4 ประเภท ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์
1. ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อน ตัวฟิล์มจะคล้ายกระจกเงา ซึ่งคนข้างนอกจะมองเข้าไปในตัวรถไม่ได้เลยในเวลากลางวัน แต่ถ้าตอนกลางคืนจะสามารถมองเข้าไปได้ ฟิล์มชนิดนี้จะมีคุณภาพในการลดความร้อนตั้งแต่ 35-90% รวมถึงป้องกันรังสีต่างๆ อายุการใช้งานของผิล์มชนิดนี้จะอยู่ที่ 3-7 ปี ส่วนราคาจะอยู่ที่ 2,000-5,000 บาท
2. ฟิล์มอินฟราเรด (Infrared Film) เป็นฟิล์มที่เคลือบสารเคมีพิเศษเข้าไป เพื่อทำการตัดรังสีอินฟราเรด ซึ่งฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มที่สามารถกันความร้อนได้ดีที่สุด แต่ก็เป็นฟิล์มที่มีราคาสูงมากเช่นเดียวกัน
3. ฟิล์มนิรภัย (Safety Film) เป็นฟิล์มชนิดที่มีความหนาตั้งแต่ 4 MIL ขึ้นไป (1 MIL = 1/1,000 นิ้ว) มีทั้งชนิดลดความร้อน และไม่ลดความร้อน ซึ่งฟิล์มชนิดนี้จะทำการยึดเกาะแผ่นกระจกให้คงรูปมากที่สุด และยังจะช่วยซับแรงจากการกระแทกได้อีกด้วย
4. ฟิล์มใสนาโน เป็นฟิล์มที่แสงสามารถส่องผ่านได้มากที่สุดถึง 60% แต่ก็เป็นฟิล์มที่ช่วยลดความร้อนได้สูง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาผลิต ซึ่งฟิล์มชนิดนี้ส่วนมากมักจะราคาที่ค่อนข้างสูง

เปอร์เซ็นต์ที่ใช้เรียกกันนั้น จริงๆ ก็คือ เปอร์เซ็นที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ คำว่า 40, 60 ,80 เป็นภาษาที่ใช้เรียกตามระดับความเข้มของฟิล์ม โดยแต่ละยี่ห้อก็จะมีค่ากำหนดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทฯ จะออกแบบมา ซึ่งพออธิบายได้ง่ายๆ ดังนี้

  • ฟิล์ม 40% บางยี่ห้ออาจหมายถึงฟิล์มใส ที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 35% ขึ้นไป เช่น ตัวเลขที่ระบุบนเนื้อฟิล์มเช่น APL35N, POP35N, APL45NX, L80BL ฯลฯ
  • ฟิล์ม 60% หมายถึง ฟิล์มเข้มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 20% เช่น ANL20N, ARL20C, ARL20BX, L20N, POP20N ฯลฯ
  • ฟิล์ม 80% หมายถึง ฟิล์มเข้มที่สุดที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 5% เช่น ARL05C, ANL05N, POP05C, L05 Digital CTX ฯลฯ

การเลือกฟิล์มรถยนต์สำหรับประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อนและแสงแดดมีความเข้มสูง อีกทั้งยังรังสีต่างๆ ที่มากับแสงแดดยังเป็นอันตรายต่อผิวหนัง จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น งบประมาณ คุณภาพ ความจำเป็นในการเลือกความเข้มของฟิล์มส่วนยี่ห้อผู้ผลิตนั้นส่วนใหญ่มักเป็นแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพสูงๆ ดังนั้นควรเลือกฟิล์มที่เหมาะสม เพียงพอกับตัวรถยนต์และลักษณะการใช้งาน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งในเรื่องของอาชญากรรม และวิสัยทัศน์ของผู้ขับขี่และผู้ขับตามหลัง แต่ก็ยังมีเจ้าของรถยนต์บางคนติดตั้งฟิล์มเข้มจัด จนมองได้ยาก และเสี่ยงต่ออาชญากรรมอีกด้วย

ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

ทำความรู้จักกับ ตลาดฟิล์มกรองแสง รถยนต์ ภาษีรถ ว่ามีมูลค่าเท่าไร

ตลาด ฟิล์มกรองแสง มีมูลค่าเท่าไร ? ภาษีรถ ตลาดนี้โตเพราะรถใหม่ก็ได้ รถเก่าก็ดี เป็นที่ทราบกันดีว่า 1-2 ปีนี้ ตลาดรถยนต์ กลับมาเติบโตอย่างคึกคักเนื่องจาก “ ภาษีรถ คันแรกหมดไป”

โดยในปีนี้ค่ายรถหลากหลายค่ายได้ประเมินตัวเลขว่าปีนี้ตลาดรถยนต์ใหม่ ทะลุถึง 1 ล้านคัน เติบโตจากปีก่อนกว่า 12% ส่งผลให้ตลาดรถยนต์เติบโตอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เองได้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกันอย่าง “ตลาดฟิล์มกรองแสง” นั้นเติบโตตามไปด้วย

ตลาดฟิล์มกรองแสงจะรถใหม่ก็ได้ หรือรถเก่าก็ดี
โฉลก วณิชชากรพงศ์ บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิลม์กรองแสงติดรถยนต์ Hi-Kool ได้ให้ข้อมูลว่า “มูลค่าตลาดฟิล์มกรองแสงประเทศไทยมีตัวเลขเติบโตประมาณ 12-15% ต่อปี ซึ่งปีนี้ก็คาการณ์ว่าตลาดจะเติบโตได้เหมือนที่ผ่านมา โดยจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และในปี 2562 ก็คาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10%”

ตลาดฟิล์มกรองแสงนี้ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่รถยนต์ใหม่เพียงเท่านั้น แต่รถยนต์เก่าหรือ After Market ก็มีส่วนผลักดันตลาดให้มีการเติบโต โดยอายุการใช้งานของฟิล์มต่อรถ 1 คัน จะมีอายุเฉลี่ย 5-6 ปี ก็จะเสื่อมคุณภาพทำให้การกรองแสงลดลง

ปัจจุบันตลาดฟิล์มกรองแสงนั้นจำเป็นต้องพึ่งพาอยู่ 2 ตลาดคือ ตลาดรถยนต์ใหม่ และตลาดรถยนต์เก่า หรือ After Market และถ้าแบ่งสัดส่วนมูลค่าตลาดฟิล์มกรองแสง คือ 40% มาจากรถยนต์ใหม่และอีก 60% มาจากตลาด After Market เห็นได้ว่า After Market นั้นมีสัดส่วนที่เยอะกว่าเนื่องจากรถยนต์เก่าที่มีความต้องการเปลี่ยนฟิล์มมีมากกว่ารถยนต์ใหม่ในตลาดนั่นเอง

และรถเก่าอายุตั้งแต่ 6-7 ปีที่ต้องการเปลี่ยนฟิล์ม (After Market ) ในปี 2561 นั้นมีประมาณ 800,000 คัน เติบโตจากปี 2560 ประมาณ 15-20% และในปี 2562 นั้นก็ถูกคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 10%

ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรประเมินไว้ว่า ปีนี้คือจุดพีคที่สุดของตลาดรถยนต์ คือทะลุ 1 ล้านคัน แต่ในปีหน้าจะลดลง 2-3% นั้นจะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ “ตลาดฟิล์มกรองแสง” หรือไม่นั้น กลับบอกได้ว่าไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเลย เนื่องจากตลาดฟิล์มกรองแสงนั้นไม่ได้พึ่งพาแค่รถยนต์ใหม่เท่านั้น แต่รถเก่าที่ต้องการเปลี่ยนฟิล์มกลับมีผลต่อตลาดในระดับที่มากกว่ารถยนต์ใหม่นั่นเอง

ราคายังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ เมื่อทราบถึงภาพรวมของตลาดไปแล้วจะไม่กล่าวถึงก็ไม่ได้นั่นคือ ปัจจัยการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ระดับแรกยังคงมาจาก “ราคา” โดยส่วนใหญ่ในตลาดระดับราคามีตั้งแต่ 4,000 บาท (รวมค่าติดตั้ง) จนถึงในระดับราคากว่า 30,000 บาท (รวมค่าติดตั้ง) แต่ 70% ของตลาดอยู่ในช่วง 5,000-6,000 บาท (รวมค่าติดตั้ง) เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ผู้บริโภครับได้ และส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อได้ง่ายนั่นเอง

ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

ติดฟิล์มรถยนต์ กับ วิธีดูแลรักษา ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มรถยนต์

ในปัจจุบัน ฟิล์มกรองแสง ติดรถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ซึ่ง ฟิล์มติดรถยนต์ ในแต่ละยี่ห้อ แต่ละประเภท ก็จะมีระยะเวลาการรับประกันฟิล์มต่างกัน ฟิล์มทั่วไปก็จะมีการรับประกันประมาณ 5-7 ปี ฟิล์มติดรถยนต์คุณภาพสูงก็จะมีการรับประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ถ้าดูแลฟิล์มติดรถยนต์ไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้อายุการรับประกันฟิล์มลดลงได้ด้วยเช่นกัน มาดูวิธีดูแลหลังติดฟิล์มติดรถยนต์หลังติดตั้งกันดีกว่าครับ

โดยปกติแล้วเวลาติดตั้งฟิล์มกรองแสงนั้นจะมีการใช้น้ำยาติดตั้ง ฉีดลงไปบนกระจกรถยนต์ที่ติดตั้งพร้อมกับบนกาวของแผ่นฟิล์มกรองแสง เพื่อให้สามารถเลื่อนขยับฟิล์มกรองแสงได้ตามความต้องการ เสร็จแล้วจึงรีดออกด้วยเครื่องมือรีดน้ำแบบต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำขังอยู่ระหว่างแผ่นฟิล์มกับกระจกได้ ทำให้มองดูไม่ชัดเจน ถือเป็นเรื่องปกติ อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายในเวลา 1-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความหนาของฟิล์ม และสภาพอากาศ ซึ่งในช่วงยะระเวลาระหว่าง 1-4 สัปดาห์นี้ ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าเช็ดลงบนแผ่นฟิล์มเพราะอาจจะทำให้ฟิล์มอาคารเลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมได้

เมื่อฟิล์มติดรถยนต์แห้งสนิทและกาวยึดติดกระจกแล้ว มีข้อควรระวังดังนี้
1.ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ , ผ้าหยาบ , ขนแปรง , สก็อตซ์ไบรต์ หรือวัสดุอื่นๆ เช็ดลงบนเนื้อฟิล์มกรองแสง โดยปกติตัวเนื้อฟิล์มจะถูกเคลือบด้วยสารกันรอยขีดข่วนอยู่แล้ว เนื้อวัสดุที่หยาบอาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มกรองแสงได้ แนะนำให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำ เช็ดเบาๆลงบนแผ่นฟิล์ม

2.ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนีย เช็ดทำความสะอาดฟิล์มโดยเด็ดขาด น้ำยาแอมโมเนียจะทำให้ฟิล์มแข็งกระด้าง และลดอายุการใช้งานของฟิล์มกรองแสงลดลง

3.งดใช้ระบบไล่ฝ้าเป็นเวลา 30 วันหลังจากติดตั้งฟิล์มรถยนต์ เพราะการใช้ระบบละลายฝ้านั้นอาจจะทำให้ฟิล์มติดรถยนต์เสียหายได้

4.ควรจอดรถยนต์จากแดดไว้เป็นเวลา 7-15 วันหลังจากติดตั้งฟิล์มกรองแสง เพื่อให้ฟิล์มแห้งและอยู่ตัว

เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีฟิล์มติดรถยนต์ที่ไม่เสื่อมสภาพ อยู่คู่รถของท่านไปอีกนานหลายปีครับ

ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

ติด ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มดำ หรือ ฟิล์มปรอท แบบไหนดีกว่ากัน

คนที่กำลังจะติด ฟิล์มรถยนต์ อาจจะเคยได้ยินว่า มี ฟิล์มกรองแสง ติดรถยนต์อยู่สองประเภทคือ ฟิล์มดำ เเละ ฟิล์มปรอท แล้วทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร

ฟิลม์ปรอท คือฟิล์มที่ช่วยสะท้อนเเสงอาทิตย์เเละสะท้อนความร้อนได้มากกว่าเพราะเป็นฟิล์มที่ใช้ติดกระจกอาคารบ้านเรือนมีความสะท้อนแวววับ การติดฟิล์มชนิดนี้บานหน้าควรติดในค่าเปอร์เซ็นต์ไม่มากจนเกินไป รวมถึงกระจกบานอื่นๆ รอบคันเนื่องจากเป็นฟิล์มที่มีการเคลือบปรอท หากค่าเปอร์เซ็นต์ของปรอทสูงเกินไปจะทำให้แสงตกกระทบเเล้วสะท้อนสร้างความรำคาญตาให้กับผู้พบเห็น นอกจากนั้นข้อเสียของฟิล์มชนิดนี้คือตัวเซนเซอร์ Easypass ก่อนใช้บริการการทางพิเศษเซนเซอร์อาจอ่านได้ยากกว่าฟิล์มปกติ สัญญาณ GPS หรือโทรศัพท์มือถือทะลุเข้ามาในรถได้ยากทำให้สัญญาณโทรสัพท์หากใช้ในรถไม่แรง

ฟิล์มดำ หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวทำกิจกรรมต่างๆ ในรถคนมองไม่เห็นฟิล์มดำค่า 60เปอร์เซ็นต์คือคำตอบที่เหมาะสำหรับคุณ เวลาแสงตกกระทบกระจกไม่สะท้อนโดนตาคนที่มอง แต่ข้อเสียของฟิล์มดำคือหากติดฟิล์มในค่าความเข้มมากเกินไปหากขับในเวลากลางคืนจะยากต่อการมองขณะขับรวมถึงการถอยในที่มืดมองลำบาก ทำให้ต้องคอยลดกระจกลงมาเพื่อมองเวลาถอยทุกครั้ง

ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

ซื้อรถใหม่ ครั้งแรก ควรเลือก ฟิล์มติด รถยนต์ ยี่ห้อไหนดี

ฟิล์ม รถยนต์ เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและมีส่วนช่วยในการดูแลรักษารถยนต์ โดยเฉพาะภายในห้องโดยสารและทำให้การขับ รถยนต์ ของเรานั้นง่ายขึ้นในช่วงกลางวันที่แดดจัด ๆ เพราะนอกจากจะช่วยลดความร้อนในห้องโดยสาร แล้วยังช่วยในเรื่องการมองเห็นในช่วงเวลากลางวันที่มีแดดจัด ๆ ด้วยนะครับ และทุกวันนี้ นวัตกรรมการผลิตรวมถึงเทคโนโลยีนั้นล้ำไปทำให้ฟิล์มติดรถยนต์มีคุณภาพสูงขึ้นมากจากเดินเมื่อหลายสิบปี และไม่ว่าจะเป็น รถมือหนึ่ง รถมือสอง หรือรถไหน ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องติดฟิล์มไว้

วันนี้จึงอยากมาแนะนำฟิล์มรถยนต์ปี 2020 ที่น่าสนใจในท้องตลาดว่ามียี่ห้ออะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกคนตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น

1. Suncool Nano Carbon Mineral
ฟิล์มคาร์บอนผสมหินแร่ ทำให้เนื้อฟิล์มมีสีดำเข้มแต่ภายในเคลียร์ใส ทัศนวิสัยการมองดีเยี่ยม ช่วยตัดแสงเวลากลางวัน ลดอุณหภูมิในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี รองรับการใช้งาน Easy Pass และ GPS มีทั้งหมด 3 ระดับความเข้มคือ 40% 60% และ 80%

2. WINCOS Premium IR Series
ฟิล์มกรองแสงกันร้อนระดับสูงสุดจากประเทศญี่ปุ่น สามารถป้องกันความร้อนจากรังสีอินฟราเรดสูงสุด 97% และรังสี UV ได้มากกว่า 99% พร้อมให้วิสัยทัศน์ในการขับขี่ชัดเจนจากเทคโนโลยี Anti Glare ที่ช่วยลดแสงสะท้อนภายในห้องโดยสาร และยังเป็นฟิล์มนิรภัยด้วยเนื้อฟิล์มแบบ Shatter Proof ป้องกันอันตรายจากการแตกร้าวตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น และไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอลใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้ง GPS, Easy Pass และ Google Map

3. Super Hi-Kool Crystal Vision Series
ฟิล์มรถยนต์ที่ผลิตขึ้นจากเซรามิคและโลหะทับซ้อนกันถึง 50 ชั้น ด้วยกรรมวิธี Multi-Layers Sputtering ออกมาเป็นฟิล์มกรองแสงที่ ใส เคลียร์ เย็นสบายตา ภายในห้องโดยสารมีทัศนวิสัยคมชัด และภายนอกสีเข้มสวย ให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมกับประสิทธิภาพกันความร้อนและรังสีอินฟราเรดสูงสุด 99% และไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล

4. Lamina Digital Ceramatrix
ฟิล์มรถยนต์แบบเซรามิคที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Ceramatrix ลิขสิทธิ์เฉพาะของลามิน่ามาตรฐานอเมริกา ISO 9001 ให้มุมมองที่เป็นธรรมชาติทั้งภายนอกและภายใน โทนสีแบบ Soft Charcoal ทำให้ไม่เกิดเงาสะท้อนหลอกตาขณะขับขี่ รองรับสัญญาณดิจิตอลทุกชนิดทั้ง GPS, Easy Pass และระบบนำทางผ่านดาวเทียม

5. 3M Ceramic Ultra Clear
ฟิล์มรถยนต์แบบเซรามิก เนื้อฟิล์มใส ภายนอกสีเข้มแต่ภายในมองเห็นอย่างชัดเจน เคลือบชั้นป้องกันรังสีอินฟราเรดและสามารถสะท้อนรังสี UV ได้ถึง 99% ไม่มีผลกระทบต่อสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น WiFi, Bluetooth, RFID และสัญญาณโทรศัพท์ แต่อาจมีผลกับระบบสัญญาณอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นระหว่าง 900 – 1,100 นาโนเมตร

ฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์ม กรองแสง คุณภาพดี ติด รถยนต์ 3เอ็ม รุ่น สมาร์ท FX Series

เพื่อป้องกันความร้อน เพื่อปกป้องคุณและโลกของเรา ฟิล์มกรองแสง คืออะไร ฟิล์ม พลาสติกที่ทำมาจากโพลิเอสเตอร์ เคลือบทับด้วยชั้นของสีและชั้นกาว มีความเหนียว บาง เรียบไร้รอยย่น และสามารถแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับ กระจกซึ่งแผ่นฟิล์มจะยึดกระจกได้ด้วยกาวที่มีความบางใส ไม่ทำให้ภาพที่มองเห็นผ่านฟิลืมที่มีความบิดเบือน โดยปกติแล้วฟิล์มกรองแสงทำหน้าที่ในการลดหรือกรอง แสงที่ส่องผ่านเข้ามาทางกระจก

ฟิล์มกรองแสงทั่วไปจึงมีการย้อมสีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะการกรองแสงสว่างเท่านั้น แต่ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดีกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไปอย่างฟิล์มกรองแสง3เอ็ม สามารถลดความร้อนและรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป้นบ่เกิดของปัญหาสุขภาพ เช่นมะเร็งผิวหนัง ต่อนับน์ตา อีกทังช่วยลดความร้อนภายในรถ จะช่วยประหยัดพลังงานแอร์ ถนอมอุปกรณ์ภายในรถยนต์ให้มีอายุการใช้งานที่ดีขึ้น

เป็นฟิล์มใสที่มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้สูง
ด้วยความใสของฟิล์มทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจน
เป็นฟิล์มกรองแสงที่สามารถป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้ถึง 99%
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของกาวซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ 3เอ็ม ที่เคลือบบนฟิล์มนี้ จะไม่ทำให้ทัศนวิสัยที่มองผ่านกระจกเกิดการบิดเบือนจากความเป็นจริง และยังช่วยยืดอายุฟิล์มให้ยาวนาน ฟิล์มติดรถยนต์