รีวิวซีรีส์ Love Alarm ss2 (2021) สัญญาณแจ้งเตือนรัก ภาค 2

รีวิวซีรีส์ Love Alarm 2 (2021)  สัญญาณแจ้งเตือนรัก ภาค 2

Love Alarm ss2 Netflix รีวิว แอปเลิฟเตือนรัก ซีรีส์ดัดแปลงจาก Webtoon ชื่อดังของเกาหลี เรื่องราวความรักสามเส้าของหญิงหนึ่งชายสองที่สืบเนื่องจากซีซันแรก ที่ชีวิตของพวกเขาต้องวุ่นวายเพราะเลิฟอลาม แอปที่จะทำให้ผู้ที่ดาวโหลดมาใช้สามารถรับรู้ได้ว่าภายในรัศมี 1 เมตรนั้นมีใครที่กำลังแอบชอบคุณอยู่ แล้วยังทำให้คนอื่นรับรู้ได้ว่าคุณกำลังแอบชอบเขาหรือไม่

สามารถรับชมซีซันทั้ง 6 ตอนจบได้แล้วใน Netflix ครับ และมีพากย์ไทย ซึ่งพากย์ไทยได้ดีมากด้วย ส่วนบทสรุปของความรักว่า ใครจะได้คู่กับใคร ในรีวิวด้านล่างสุดมีซ่อนสปอยตอนจบไว้ หากใครอยากรู้ กดเข้าไปดูข้างในได้เลยครับ

สำหรับรีวิวจากภาคแรก

รีวิว Love Alarm Netflix แอปเลิฟเตือนรัก เมื่อเรื่องความรักอาจใช้เทคโนโลยีไม่ได้

ตัวละคร
นางเอกของเรื่อง คิมโจโจ (แสดงโดย คิมโซฮยอน) สาวน้อยที่ชีวิตต้องเผชิญมรสุมตั้งแต่เด็ก มีปมเรื่องครอบครัวที่เสียชีวิตไปหมดจากการฆ่าตัวตายทั้งครอบครัวเมื่อครั้งอยู่ที่เกาะเซจู ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปมฝังใจลึก จนยากที่จะมีความสัมพันธ์แบบคนปกติได้

เพื่อที่จะระบายอดีตของตนเอง เธอจึงกลายมาเป็นนักวาดบนอินเทอร์เน็ต สร้างผลงานภาพวาดที่ชื่อว่า “เดอะ ริงกิ้ง เวิร์ล” จนเป็นกระแสโด่งดัง มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก แต่กลายเป็นว่าผลงานของเธอกลับมีส่วนกระตุ้นให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา เพราะถูกคนบางกลุ่มตีความเป็นคำทำนายจนเกิดเหตุฆาตกรรมไปหลายคน ในที่สุดเธอจึงยอมเปิดเผยเรื่องราวแท้จริงของริงกิ้งเวิร์ลว่ามาจากชีวิตของเธอเอง

บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 1อีฮเยยอง (แสดงโดย จุงคารัม) ชายหนุ่มผู้หลงรักโจโจอย่างหมดใจมาตั้งแต่สมัยเรียน เขายังเป็นเพื่อนรักตั้งแต่ สมัยเด็ก ของซอนโอด้วย เป็นคนจิตใจดีและซื่อตรงมาก แม้เขาจะรู้ว่าโจโจชอบซอนโอมากกว่า แต่ภายหลังเขาก็ตัดสินใจที่จะรอให้เลิฟอลามของโจโจต่อไปโดยไม่สนใจว่าเขาอาจจะต้องรอเก้อก็ตาม หลังจากเรียนจบ เขาก็เข้าทำงานในบริษัทที่พัฒนาเลิฟอลาม ซึ่งในซีซันสองเราจะได้เห็นเขาพัฒนาความสัมพันธ์หวานชื่นกับโจโจมากขึ้นเรื่อยๆทุกที

บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 2ซอนโอ (แสดงโดย ซองคัง) นายแบบหนุ่มสุดฮอต เพื่อนสนิทของฮเยยอง และเป็นคนรักเก่าของโจโจในสมัยเรียนมัธยม เขากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แม้ว่าปัจจุบันจะคบหากับยุคโจซึ่งเป็นนางแบบชื่อดัง แต่เขายังคงไม่ลืมรักแรกคือโจโจ กระทั่งเขาได้กลับมาพบเธออีกครั้ง เรื่องราวรักสามเส้าสุดดราม่าวุ่นวายระหว่างหญิงหนึ่งชายสองจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

รีวิว Love Alarm ss2 (Netflix) แอปเลิฟเตือนรัก บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 3ซอนด็อกกู เพื่อนสมัยเรียนของ โจโจ เนื่องจากสมัยเรียน โจโจเคยช่วยเขาไว้ เขาจึงยอมเปิดใจให้ ที่จริงแล้วเขาคือผู้สร้างเลิฟอลามตัวจริง แรงบันดาลใจของเขามาจากการที่เขาแอบหลงรักพัคกุลมี แต่แสดงออกไม่เก่ง ภายหลังเขาช่วยเหลือโจโจด้วยการให้ฟังชั่นโล่และหอก เพื่อช่วยแก้ปัญหาชีวิตรักของเธอ แล้วเพื่อเป้าหมายแท้จริงของเขาก็คือต้องการยกเลิกเลิฟอลาม 2.0 ที่ ไบรอัน ชอน พี่ชายของเขาปล่อยออกมา

 

สำหรับภาคต่อของ Original Series Netflix ของเกาหลี ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่ Netflix ออกทุนสร้างโดยตรง แล้วจบเรื่องแบบโคตรจะค้างคาเอาไว้ในซีซันแรก สำหรับความรักสามเส้าสุดดราม่าของตัวละคร และฉากจบในแบบระเบิดลง ซึ่ง เปิดเรื่อง ในซีซันสองมา จะไม่ได้เริ่มต้นจากฉากจบของซีซันแรกเลยนะครับ แต่จะเป็นการเล่าย้อนกลับไปเล็กน้อย เพื่อให้เราได้เห็นว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ในฉากจบภาคแรก ตัวละคร ได้เติบโตและใช้ชีวิตกันยังไงบ้าง รวมถึงความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นระหว่าง โจโจและฮเยยอง ที่กำลังหวานชื่นเต็มที่

แต่แล้วเรื่องราวทั้งหมดก็กลับมาดราม่าทันทีหลังจากซอนโอกลับเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ ซึ่งตัวซอนโอเองก็ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับแฟนสาวที่เป็นนางแบบดังคือ ยุคโจ ในขณะที่ตัวซอนโอเองก็มีความตึงเครียดในชีวิตจากความกดดันหลายอย่างทั้งในเรื่องหน้าที่การงานและการต้องลงเล่นการเมือง

แล้วในซีซันสองยังมีการเริ่มต้นเลิฟอลาม 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการใช้ระบบที่ทำให้ส่วนของลิสต์รายชื่อผู้ที่อาจจะชอบ แต่มันกลับทำให้ผู้คนหมกมุ่นกับการใช้งานเลิฟอลามกันมากขึ้น จนกลายเป็นตัวชี้นำความรักและความคิดอ่านของผู้คนในสังคมไปด้วย

บทสรุปความรักสามเส้าสุดดราม่า 5ซีซันสองมีจุดเด่นหลายอย่างที่น่าสนใจ ที่ดูเหมือนว่าทีมสร้างจะพยายามขยายการเล่าเรื่องราวให้ลุ่มลึกขึ้น และเล่นประเด็นทางสังคมกับด้านมืดของเทคโนโลยีเพิ่มเติม มีบางฉากที่ดูแล้วเหมือนเรากำลังดูเรื่องแนวดาร์กเทคโนโลยีแบบ Black Mirror เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่เลิฟอลามที่เป็นหนึ่งในปมสำคัญของซีรีส์ รวมถึงการ์ตูนที่โจโจวาดบนออนไลน์เรื่อง เดอะริ้งกิ้งเวิร์ล ที่กลายเป็นชนวนเหตุด้วย ซึ่งการใส่และขยายปมเรื่องด้านมืดของเทคโนโลยีเข้ามานี่เอง ทำให้เรื่องราวดูมีน้ำหนักและน่าติดตามมากกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ก็จะมีแต่เรื่องราวรักสามเส้ากับดราม่าชีวิตรันทดของนางเอกเท่านั้นเอง

ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ ต้องชม คือ การเขียนบทมิตรภาพเพื่อนผู้ชายระหว่าง ฮเยองและซอนโอ ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ดูแล้วเชื่อลงว่า สองคนนี้เป็น พื่อนสนิท กันมานานจริงๆ ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเข้ามาแทรก จนกลายเป็น รักสามเส้า สุดดราม่า แต่ท้ายที่สุดมิตรภาพของพวกเขาก็ยังคงอยู่

ตัวซีรีส์ได้เพิ่มประเด็นการสะท้อนสังคม ที่ราวกับจงใจจิกกัดสังคมจริงๆของโลกเราในเวลานี้ในหลายแง่มุม แม้ว่าเลิฟอลามจะมีความโอเวอร์ในตัวของมันเอง ทั้งการทำงานของเอไอและอื่นๆ แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ไม่กี่ปีต่อจากนี้ อาจจะมีการพัฒนาแอปลักษณะนี้ขึ้นมาใช้งานจริงก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้น มันก็อาจจะกลายเป็นตัวชี้นำความคิดของผู้คนในสังคมได้เหมือนที่ในซีรีส์นำเสนอว่ามันทำให้คนเราหมกมุ่นกับมันมากเกินไป

รีวิว Love Alarm ss2 (Netflix) แอปเลิฟเตือนรัก บทสรุปความรัก สามเส้า สุดดราม่า 6อีกข้อที่น่าสนใจคือ มีการพูดถึง ประเด็น การใช้ เลิฟอลาม ในทางการเมือง จะเป็นยังไงถ้าหากว่ามันทำให้บรรดานักการเมือง ศิลปิน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ต้องเสียชื่อ เพราะตัวเลิฟอลามดันไปดังขึ้นบนเครื่องของผู้หญิงหรือผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีภรรยาของตนเอง มันคงจะกลายเป็นประเด็นดังที่ผู้มีอำนาจนำมาใช้งานแน่นอน ซึ่งซีรีส์ก็มีการหยิบยกเรื่องนี้มาเล่นอยู่ เพียงแต่เล่นไม่สุดเท่านั้น

ส่วนจุดด้อยยังคงมีมากมาย โดยเฉพาะการเดินเรื่องที่ ค่อนข้าง มีฉากยืดและใช้แฟลชแบ็กย้อนอดีตแทรกเป็นระยะเยอะมาก อีกทั้งบรรดาคาแรคเตอร์ตัวละครส่วนใหญ่ก็ดูแล้วไม่ค่อยสมจริงเลย มีความเป็นการ์ตูนผู้หญิงตามสูตรสูงมาก แต่ก็อย่างว่า เพราะต้นฉบับมาจาก Webtoon ตัวบทและการเดินเรื่องก็มีความโอเวอร์มากไปนิดเหมือนละครไทยน้ำเน่าที่เต็มไปด้วยมุกบังเอิญได้ยิน หรือตัวละครบังเอิญเจอกันหลายครั้ง อีกจุดหนึ่งที่น่าเสียดายคือ มีการสร้างปมไว้เยอะหลายประเด็นมาก แต่ใช้งานไม่คุ้ม เพราะบทสรุปอยู่ที่ความรักของตัวละครเป็นหลักเท่านั้นเองจริงๆ

 

สปอยตอนจบ 

ในที่สุด โจโจ ก็รู้ใจตัวเองใน ตอนสุดท้าย เธอและซอนโอได้ เคลียร์ใจ ต่อกัน แล้วเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางความรักและชีวิตของแต่ละคน แล้วโจโจก็ได้คู่กับ ฮเยยอง ในที่สุด ถึงแม้เธอจะยังไม่สามารถทำให้เลิฟอลามของเธอดังขึ้นบนมือถือของเขาได้เพราะฟังก์ชั่นโล่ที่ป้องกันไว้ แต่นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะเธอเลือกเขาแล้ว ส่วนซอนโอ ก็เลือกที่จะกลับไปขอคืนดีกับยุคโจ แม้ว่าเขาจะยังทำให้เลิฟอลามอีกฝ่ายดังไม่ได้ แต่คราวนี้เขาก็ตั้งใจว่าจะมาหาเธอตลอดเพื่อสักวันมันจะได้ดังขึ้นจริงๆ

ตอนสุดท้าย โจโจได้มาปรึกษากับด็อกกู เรื่องของ เลิฟอลาม ด็อกกู อธิบาย ง่ายๆว่า สาเหตุที่โจโจไม่เคยมั่นใจใน ตัวเองว่าเธอรักใคร กันแน่ แม้แต่ตอนนี้ที่ เธอคบหากับฮเยยอง แล้ว แต่ส่วนหนึ่งเธอก็ยังมีความคาใจอยู่เกี่ยวกับเลิฟอลาม ด็อกกูจึงให้ตัวล็อก (ตัวบันทึก) การทำงานของเลิฟอลามที่โจโจมีกับคนอื่น แต่เนื่องจากเป็นเทปรุ่นเก่า เมื่อ โจโ ฉมาเปิดฟังกับฮเยยอง มันจึงไม่ทำงาน ทั้งสองคน ก็ไม่คิดอะไรมาก ออกไปกินข้าวกัน แต่แล้วตัวล็อกก็เฉลยทุกอย่างว่า สิ่งที่โจโจคาใจ มาตลอดว่า เลิฟอลาม ของเธอจะเป็นยังไงหากไม่ได้ใช่โล่กันไว้นั้น แท้จริงแล้ว ตลอดเรื่องราวของ ซีซันนี้ ที่เธอกับเขาใช้เวลาร่วมกัน ทั้งหมดนั้นทำให้ เลิฟอลามแจ้งเตือน มาตลอด ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนที่ด็อกกูพยายามบอกกับโจโจเช่นกันว่า มันดูออกง่ายมากๆว่าโจโจรักใคร เหมือนกับที่ลึกๆแล้วซอนโอก็ดูออกเช่นกันว่า คนที่โจโจรัก สุดท้ายก็ไม่ใช่เขาแล้ว

ที่จริงแล้ว บทสรุป ของเรื่องราว มันก็ได้ ซับซ้อน อะไรนัก ก็เหมือนที่ ด็อกกู บอกไว้ในเรื่องว่า คนเราพึ่งพาเครื่องจักรมาเกินไปหน่อย แม้มันจะมีประโยชน์และเราก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงมันได้ก็ตาม แต่แท้จริงแล้วคนเราหากชอบใคร สิ่งที่ทำก็แค่บอกออกไป ถ้าทำไม่ได้ ก็แค่ลองทำซ้ำๆ เขียนถึงกันก็ได้ สักวันมันก็อาจจะกลายเป็นของจริงไปเอง ที่สำคัญที่สุดคือ เรามีความตั้งใจจะทำแบบนั้นหรือไม่ขนาดไหน

จัดว่านี่เป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีของ Netflix ที่แม้ว่าด้านเนื้อหาและองค์ประกอบต่างๆจะยังคงใช้แบบสูตรสำเร็จ แต่ก็มีความพยายามพัฒนาบทและต่อยอดความสำเร็จจากภาคแรกให้ไปไกลกว่าเดิม รวมถึงการกล้าเล่นประเด็นด้านมืดของเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ใครจะดูเพื่อเอาความฟินๆจิ้นๆ ในสไตล์รักสามเส้าของเกาหลีแบบเดิมๆก็สามารถดูได้เพลินๆครับ

 

สรุป

บทสรุปของเรื่องราวความรักสามเส้าสุดดราม่า ที่บอกให้ผู้คนเลิกยึดติดเรื่องหัวใจกับเทคโนโลยีเกินไป เพราะบางครั้งเรื่องหัวใจมันง่ายกว่าที่เราคิด นำเสนอในหลายมิติมากขึ้น บทสรุปสวยงาม แต่เดินเรื่องยืดยาดเกินไปหน่อย ปมต่างๆ ถูกสร้างไว้เยอะแต่ใช้ไม่คุ้มเท่าไหร่

 

การเล่าเรื่องครีเอทและมีชั้นเชิงมากขึ้น
นักแสดง หล่อสวย ดูเพลินตาดี บทหวาน ชวนฟิน มีกระจายกว่า ซีซันแรก
งานสร้าง และ โปรดักชั่นสวย เพลงประกอบเพราะ แค่ฟังอย่างเดียวก็เพลินแล้ว
เล่นประเด็น เรื่องความรู้สึก ของคนกับ เทคโนโลยี ได้ดี
ใส่ความเป็น ทริลเลอร์ไซไฟ เข้ามาเพิ่มได้น่าสนใจ ชนิด ที่สามารถเอา ประเด็นนี้ ไปทำซีรีส์แยกเลยยังได้
มีพากษ์ไทย ทีมเดียวกับ ซีซันแรก
จุดด้อย

คาแรคเตอร์ตัวละคร ส่วนใหญ่ ดูไม่สมจริงเลย มีความเป็นการ์ตูนผู้หญิงตามสูตรสูงมาก
บทมีความโอเวอร์มากไปนิดเหมือน ละครไทย น้ำเน่าที่เต็มไปด้วย มุกบังเอิญ ได้ยิน
เดินเรื่องยืดยาดหลายฉาก ใส่แฟลชแบ็ก มากเกินไป
สร้างปมไว้เยอะ แต่ใช้ไม่คุ้ม

ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีส์ Birthcare Center โลกใบใหม่ของมนุษย์ ที่เรียกว่า แม่

รีวิวซีรีส์ Birthcare Center  โลกใบใหม่ของมนุษย์ ที่เรียกว่า แม่

รีวิวซีรีส์ Birthcare Center ดูเพลินเบาสบาย ฮากรุบกริบ ต้องยอมรับ ซีรีส์เกาหลี เขาอย่างหนึ่งเลยว่า เขาสามารถสร้างซีรีส์ที่เรียลและสอดแทรกความรู้ไว้มากมายได้เนียนและน่าติดตามมาตลอด กี่เรื่องต่อกี่เรื่องเรียกได้ว่าอยู่หมัด หยิบประเด็นเล็กน้อยมาขยายได้อย่างมีอรรถรส จนอยากจะขอคาราวะด้วยโซจูสักจอกสองจอก

เมื่อคุณก้าวเข้าสู่ความเป็นแม่ ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เรื่องราวของมนุษย์แม่ทั้งหลาย ที่เข้าไปใช้บริการที่ศูนย์ดูแลคุณแม่หลังคลอดระดับไฮเอนด์ จ่ายเงินไว้ได้เลยจ้ะ คลอดปุ๊บหิ้วกระเป๋าพร้อมลูกน้อยไปพักฟื้นที่ศูนย์กันได้เลยทั้งครอบครัว คุณจะได้การบริการที่ครบวงจรที่สุดในปฐพี ผู้ใช้บริการในศูนย์จะเป็นทั้งคุณแม่ที่ผ่านการมีลูกมาแล้วและคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งมีลูกครั้งแรก โอฮยอนจี (ออมจีวอน) Working Woman วัย 42 เธอขึ้นรับตำแหน่งเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารของบริษัทที่อายุน้อยที่สุด แต่เมื่อวันหนึ่งที่เธอได้มีโอกาสเป็นคุณแม่ เธอกลับเป็นคุณแม่ที่อายุมากคนหนึ่งที่ทั้งขาดประสบการณ์ ตื่นตระหนกและไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก

Birthcare Center สปาคุณแม่
หลังคลอด เธอกับสามี (ยุนพัค) ตัดสินใจเข้ารับบริการของศูนย์ดูแลคุณแม่หลังคลอด ที่นั่นมีผู้เชี่ยวชาญอย่าง จางฮเยจิน (ชเวฮเยซุก) ผู้อำนวยการดูแลศูนย์พักฟื้นที่มีความรู้เกี่ยวกับดูแลเด็กและเหล่าพยาบาลพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือและชี้แนะ และได้พบกับคุณแม่มือโปร พัคฮาซอน (โจอึนจอง) ที่อายุน้อยกว่าเธอเกือบสิบปี คุณแม่ลูกสามที่ทุกคนอยากสนิทด้วย เพราะเธอดูเหมือนจะเชี่ยวชาญไปซะทุกอย่างและได้รับการยกย่องจากคุณแม่คนอื่น ๆ ว่าเธอนี่ช่างเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ

 

กว่าจะได้เป็นแม่ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยจริง ๆ
ศูนย์พักฟื้นคุณแม่หลังคลอดในซีรีส์ก็เปรียบเสมือนสวรรค์ชั่วคราวของคนเป็นแม่ เป็นโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้และมิตรภาพ เป็นสังคมขนาดย่อม เป็นสนามซ้อมก่อนลงสนามจริง เพื่อจะออกไปเป็นแม่ที่ดีที่สุดของลูกตัวเอง

เรื่องนี้เป็นซีรีส์สั้น ๆ เพียง 8 ตอนจบเท่านั้นเองนะคะ แต่สามารถเล่าเรื่องราวของความเป็นแม่ได้ครบถ้วนละเอียดยิบ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ให้กำเนิดไปจนถึงขั้นตอนการเลี้ยงดูเด็ก ๆ ดูแลคุณแม่หลังคลอดที่พิถีพิถัน หยิบยกเคสตัวอย่างของคุณแม่แบบต่าง ๆ ขึ้นมาผูกเรื่องราวให้ชวนติดตามได้ง่าย ๆ โดยใช้เคสของ โอฮยอนจี เป็นตัวดำเนินเรื่อง เปรียบเสมือนตัวแทนของคุณแม่วัย 40 เป็น Working Woman ที่เก่งกาจในสายงานที่ทำแต่อ่อนหัดในเรื่องที่แม่มือใหม่ควรรู้อย่างสิ้นเชิง

โอฮยอนจี (ออมจีวอน) คุณแม่วัย 42
ซีรีส์บอกเล่าหลากหลายเรื่องราว ที่คนภายนอกไม่เคยรู้มาก่อน (ก็คนที่ไม่เคยมีลูกนี่แหละ) ที่ดูแล้วก็โอ้โหเฮ้ย!! คนจะคลอดลูกนี่เขาต้องมีการทำแบบนี้กันด้วยเหรอเนี่ย ผ่านการนำเสนอที่สนุกสนาน ขำ ฮา ตามสไตล์เกาหลีเขาละค่ะ แต่มันดูเรียลและลื่นไหลเอามาก ๆ ทั้งบทและแอกติ้งของนักแสดงที่เรียกได้ว่ากลมกลืน จนบางครั้งแอบเสียน้ำตาเมื่อนึกขึ้นมาว่า “เป็นแม่” มันไม่ง่ายเลยนะเนี่ย

ส่วนผสมที่กลมกลืนในการดำเนินเรื่อง
ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบในโลกใบนี้และแม่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบได้เหมือนกัน พัคฮาซอน ถูกกำหนดให้มาเป็นแม่ที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบที่สุดในเรื่อง แต่ในความสมบูรณ์ที่เธอมีก็ต้องแลกมาด้วยการทิ้งความสุขของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว ซีรีส์จะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของตัวละครตัวนี้จนเราเห็นใจเธอในที่สุด แตกต่างกับตัวละคร โอฮยอนจี ที่จะสร้างความเข้าใจให้กับคุณแม่มือใหม่วัย 40 ยืนยันว่าคนเราไม่ได้เก่งไปทุกด้านหรอกนะ และเมื่อถึงเวลาต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตเราจะเลือกแบบไหนกันดี

พัคฮาซอน (โจอึนจอง) กับเหล่าคุณแม่มือใหม่
ซีรีส์รวมเรื่องราวของคุณแม่หลากสถานะ ทั้งแม่ที่อยากมีลูกมาก ๆ พยายามทุ่มเทสุดหัวใจเพื่อให้ได้ลูกน้อยมาอยู่ในครรภ์ ในส่วนนี้คนที่มีลูกยาก ๆ น่าจะทัชใจเอามาก ๆ แม่ที่อ้วนหลังคลอดจนลดไม่ลง แม่วัยรุ่นที่มีมุมมองความคิดเรื่องลูกและครอบครัวแตกต่างออกไป แต่ทุกคนมีหัวใจของความเป็นแม่อย่างเต็มเปี่ยมและความกระชุ่มกระชวยของคนเป็นแม่ ที่เพียงมีหนุ่มหล่อเดินผ่านก็อยากจะดี๊ด๊าให้หัวใจมันพองฟู เหมือนกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง เป็นคอมเมดี้เล็ก ๆ แต่ก็บอกเราได้ว่า ความสุขของคนเป็นแม่แค่หาเศษหาเลยเล็กน้อยก็จั๊กจี้หัวใจมากมายแล้ว

 

การดูแลระดับไฮเอนด์
ส่วนผสมต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาให้กลมกลืนเข้าไปอีก คือการนำเสนอมุมมองของพ่อที่ต้องรับมือกับอารมณ์ที่ปรวนแปรของภรรยาตัวเอง การรับมือ ความเข้าใจ บทใส่ตรงนี้มาอย่างเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่เอามาก ๆ และก็เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อไปในคราวเดียวกัน ผ่านการเล่าในเชิงอุปมาอุปไมยที่ทำให้ซีรีส์กลายเป็นคอมเมดี้คำโต จนอดขำไม่ได้ เนื้อหามีการตั้งคำถามถึงการเป็นแม่ที่ดีอย่างที่สังคมว่ากัน แม่ที่ดีเป็นแบบไหนแล้วถ้าเป็นแบบนั้นยังเป็นแม่ที่ดีอยู่หรือเปล่า การเลี้ยงลูกตามตำราหรือทำตามความคาดหวังจากสังคม เป็นสิ่งที่ถูกที่ควรแล้วจริงหรือ ซึ่งสายตาชาวบ้านก็ยังสำคัญมาก ๆ ในสังคมเกาหลี

แม่ท้ายขบวนที่ไม่รู้อะไรเลย
ซีรีส์เล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านชีวิตของตัวละครในแบบสบาย ๆ แกมตลกขบขัน มีการต่อสู้แย่งชิงสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกของตัวเอง เรียกว่าเปิดสัญชาติญานความเป็นแม่กันอย่างเต็มที่ ด้วยการสื่อสารที่แยบยลผ่านมโนสำนึกเป็นเรื่องเล่าในแบบแฟนตาซี ใส่ดราม่ายอดฮิตเรื่องนมแม่กับนมผงเข้าไปได้อย่างมีเหตุผลให้น่าคิด ซีรีส์มีหลอกเราด้วยนะ ชนิดที่หลอกเก่งหลอกจังตามสไตล์เกาหลีที่ขี้หลอก แต่ก็ทำให้เราหลงเชื่อ สงสัยและคอยลุ้นไปกับปมความลับ ปมปัญหาต่าง ๆ ที่ซีรีส์ผูกขึ้นมาได้อย่างเฉลียวฉลาดและน่าติดตาม อ่านต่อได้ที่

Birthcare Center
แนว : ดราม่า | ครอบครัว | คอมเมดี้
กำกับ : พัคซูวอน
เขียนบท : คิมจีซู
จำนวนตอน : 8 ตอนจบ

 

การพนัน ฟุตบอล ทำความรู้จัก แทงบอลเต็ง และแบบสเต็ป 

การพนัน ฟุตบอล ทำความรู้จัก แทงบอลเต็ง และแบบสเต็ป 

การพนัน ฟุตบอล  ในสหราชอาณาจักร การพนันฟุตบอล เป็นแหล่งรวมการพนันที่อาศัยการทำนายผลของแมตช์ฟุตบอลระดับสูงสุดที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์ถัดไป ปกติเงินค่าเข้ามีราคาถูก และอาจชนะเงินรางวัลมหาศาล เดิมมีการส่งผลทางจดหมายหรือเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวม แม้ปัจจุบันสามารถเล่นออนไลน์ได้ นายหน้าจะมีพื้นที่จำเพาะซึ่งรวบรวมผล ผู้เล่นที่ทำนายได้แม่นยำที่สุดชนะรางวัลสูงสุด หรืออาจต้องแบ่งเงินรางวัลกันอาจมีผู้เล่นชนะมากกว่าหนึ่งคน

นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ 3 ล้านปอนด์หรือส่วนแบ่งของเงินรางวัลนี้ถ้าสามารถทำนายผลเสมอได้เก้านัด (เสมอ 1-1 หรือสูงกว่านั้น) เมื่อมีเฉพาะผลเสมอบนคูปอง ผู้เล่นสามารถชนะเงินรางวัลมหาศาลได้หลายทาง ภายใต้ระบบการคิดคะแนนแบบยึดแต้ม

แทงบอลเต็งทำความรู้จัก ความแตกต่างระหว่างการ แทงบอลเต็ง และแบบสเต็ป

ทำความรู้จัก ความแตกต่างระหว่างการ แทงบอลเต็ง และ บอลแบบสเต็ป นักเดิมพันที่เป็นมือใหม่ อาจจะเคยได้ยินคำว่าการเดิมพัน ฟุตบอลออนไลน์ แบบเต็ง และการเดิมพันฟุตบอลออนไลน์แบบสเต็ปกันมาบ้างแล้ว ซึ่งการเดิมพันฟุตบอลออนไลน์ทั้ง 2 รูปแบบ มีความแตกต่างกันดังนี้

3.1 การเดิมพันฟุตบอลออนไลน์แบบ แทงบอลเต็ง
การพนัน บอล ออนไลน์แบบ เต็ง เป็นการวางเดิมพัน บอล ออนไลน์เพียงแต่ 1 คู่ ใน 1 ใบเสร็จรับเงิน การพนัน ซึ่งการวาง เดิมพัน บอล ออนไลน์ ลักษณะนี้ อัตราการชำระเงิน พนัน จะ ค่อนข้างจะต่ำ แต่ว่า จังหวะ ชนะ พนันนั้น สูง เป็นอย่างมาก บอล

ผู้เดียว หรือ บอลเต็ง ก็คือการ พนันบอล แค่เพียง คู่เดียว ต่อหนึ่ง ใบเสร็จรับเงิน ซึ่ง ไดโอกาสถูก 50/50 อย่างยิ่งจริงๆ แถม ถ้าเกิดยิ่งมีการพินิจพิจรณามา อย่างยอดเยี่ยม ก็จะ ยิ่งทำให้ ได้โกส ได้รับ เงิน มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ดังนี้ การพนัน

ลักษณะนี้ ก็ได้รับความนิยมชมชอบ สูงที่สุดก็ว่าได้ เนื่องด้วย ได้โอกาสถูกสูง รวมทั้ง บรรดา เซียน บอลเอง ก็ ชอบ พนัน ลักษณะนี้ กัน เป็นหลักด้วย แม้กระทั่ง ได้รับ เงิน ไม่ มากมาย อย่างกับ การเล่น ใน แบบอย่างอื่นๆ ก็ตาม

3.2 การเดิมพันฟุตบอลออนไลน์แบบสเต็ป แทงบอลเต็ง
การพนัน บอล ออนไลน์ แบบสเต็ป เป็นการวางเดิมพัน บอล ออนไลน์ตั้งแต่ 2 คู่ ขึ้นไป ใน 1 ใบบิลการพนัน ซึ่งการ

วางเดิมพัน บอล ออนไลน์ ใน ลักษณะนี้ นัก พนันจำเป็นที่จะต้อง ชนะ การพนัน ทุกคู่ที่ ได้กระทำการ วางเดิมพันเอาไว้ ก็เลย

จะ นับว่า ชนะ การพนัน โดย อัตรา การ ชำระเงิน พนัน จะ ออกจะ สูง แต่ว่า ช่องทาง ชนะ พนันจะ น้อย

บอล สเต็ป หรือ บอล ชุด เป็น เกม พนัน บอล ยอดนิยม มากมายสำหรับ นัก พนันบอล ออนไลน์ ทั้งยัง คนใหม่ จนกระทั่ง ระดับ

เซียน เนื่องจากเป็น เกมพนัน ที่ ผู้เล่นสามารถ ลงทุน อย่างน้อย ใน ปริมาณที่น้อย แต่ว่า ผลตอบแทน กลับมานั้น มี สูงเป็น

หลายเท่า ตัว

ผู้คนจำนวนมากคงจะ เคยรู้จัก การพนัน บอล กันบ้าง แล้ว ว่าสามารถ พนัน ได้ อีกทั้งบอลผู้เดียว แล้วก็บอล สเต็ป โดย แบบ

อย่าง การพนัน บอล อีกทั้ง 2 อย่างนี้ ไม่เหมือนกัน เกือบจะ ทั้งมวล ทั้งยัง กรรมวิธีการพนัน รวมทั้ง ผลกำไรที่กลับ ก็มาแตก

ต่างกัน แม้กระนั้นที่เช่นเดียวกันอยู่ อย่างหนึ่งเป็น ผู้พนันจำเป็นที่จะต้องทาย ให้ได้ว่า ใน แม ชการ ชิงชัย บอล ที่ ทายไป นั้น

กลุ่มไหน จะเป็นข้างชนะ

ในเนื้อหานี้จะ พาคุณ มาทำความรู้จัก กับบอล สเต็ป ให้ ยอะขึ้น แล้ว ถ้าเกิดต้องการ ล่น พนัน แล้วจะมีวิธีการคำนวณ จำนวน

เงินอย่างไร บ้าง และก็สำหรับมือใหม่ที่ ต้องการเล่น บอล สเต็ป ให้ ได้กำไร มาดูกันวสูตรการเล่น บอลสเต็ ปมี อะไรบ้าง

บอล สเต็ป เป็นการทาย ผล บอลแบบ Mix Parley ซึ่งเป็นการ ทาย ผล แบบ หลาย ดู่ การแข่งขันชิงชัย ชิงรางวัล โดย ใน

แต่ละวัน การแข่งขันชิงชัย บอล จะ เกิดขึ้น หลาย แมช และก็หลายค ทางเจ้ามือ ก็เลย มีการทำ โพยบอล

ศูนย์รวม เอาการ ประกวด ของ วันนั้น มา ให้ผู้พนัน ทำพนันตามจำนวนคู่ ที่เจาะจง

 

สำหรับ นักเล่นการพนันมือใหม่ เสนอแนะ ให้แก่ท่านเล่น บอล เต็ง เนื่องจกว่า การเล่น บอล เต็ง ได้ ก็คือ ได้ โดยทันที โดย

ไม่ต้องลุ้นคู่อื่นๆ ช่นเดียวกับบอลสเต็ป ว่า จะ ชนะ ครบทุกคู่ ไหม การเดิมพัน บอล เต็ง จะเริ่มที่ 125 บาท แม้กระนั้น การ

เดิมพัน บอลชุดนั้น จะ เริ่มที่ 63 บาท นักเสี่ยงดวงระดับ เซียน หรือ ผู้มีประสบการณ์ โดยมาก จะ เล่นกัน

ราคาบอล สีแดง รวมทั้ง สีต่ำ แตกต่างกันเช่นไร มือใหม่ควรจะรู้

ราคาดำ หมายถึง ราคาบอล ที่เวลาเล่น ได้น้อย แต่เสียมาก จะมีวิธีคิดเงินดังนี้
ราคาบอล น้ำดำ 0.70 ลงทุน 100 บาท
ชนะ จะได้ 70 บาท ไม่รวมทุน
แพ้ จะเสียเต็มจำนวนทุน 100 บาท
ราคาบอล น้ำแดง -0.93 ลงทุน 100 บาท
ชนะ ท่านจะได้เต็มราคาทุน คือ 100 บาท ยังไม่รวมทุน
แพ้ จะเสีย 93 บาท ได้เงินคืน 6 บาท

การ พนันบอล ในเวลานี้มีเยอะแยะ กว่าครั้งก่อน เยอะแยะ ถือเป็นการพนันบอล สนุกสนาน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่า เดิมมาก รวม

ทั้งวันนี้เลยจะ พามามอง การพนันบอลนั้น ดีไหม มันดียังไง อย่างแรก ที่จะต้อง ทำความเข้าใจก่อนว่า การพนันบอล นั้น

เป็นการ พนัน เกี่ยวกับ กีฬผู้คน ทั่วโลก จัดว่า พอใจ กัน อยู่แล้วเนื่องจาก กีฬบอล เป็น ก็ฬา ผู้คน ทั่วโลก ยกย่องแล้วก็เชียร์

ผู้คนนั้นต่างพากันมีกลุ่มที่ถูกใจ ในดวงใจมีความสนุกสนานรเริง ครั้งใดก็ตาม ได้ดูการแข่งขันชิงชัย ใน แต่ละครั้ง ด้วยเหตุ

ดังกล่าว มันก็เลยมีการพนันบอลเกิดขึ้น เพื่อ เพิ่ม ความสนุกสนานรเริง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การ พนันบอล นั้นอยู่ ในลักษณะของ

การลุ้นโชค โดย นักพนั้น นั้น จะต้อง อาศัย การคาดคะเนว่า ผลของการแข่งขัน ขั้นแต่ละ แมตซ์

โดยจะ ราดแพงต่อรองที่ คุ้ม อย่างมาก เมื่อ กัน พนันนั้น สมารถ ที่จะ พนันบอล ได้ชนะ ก็จะ ได้รับเงิน ในคู่นั้นๆ ไป ต้นแบบ

สำหรับในการ พนันบอล ยอดนิยม อย่างมากมาย ก็จะมีอยู่ 2 แบบสำคัญๆก็คือ บอลเต็ง บอลสเต็ป

นักพนันบอลมือใหม่ที่เข้ามาเล่น ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นเดิมพันที่การแทงบอล แบบมันนี่ไลน์ 1×2 ก่อน เพราะง่าย ไม่ต้องคิดอะไร ทายว่า ทีมไหนชนะ

วิธีแทงบอล อย่างฉลาด เพิ่มโอกาสในการเลือกคู่บอลแต่ละครั้ง

วิธีแทงบอล อย่างฉลาด ได้มาตรฐาน จะช่วย ให้เรา มีแนว ทางใน การลงทุน ที่ดี ในการ สร้างผลกำไร

การแทงบอลออนไลน์ เมื่อการเ ลือกที่ จะเข้า ไปลงทุน กับการแทง บอลออนไลน์ได้เงิน

ซึ่งได้ รับความนิยมเ พิ่มขึ้น เรื่อยๆเพราะ จะเป็น แนวทาง ในการลงทุน ที่จะทำ ให้หลายๆคน

มีโอกาส เพิ่มขึ้น ด้วยการ ที่เรา ไม่ต้องใช้ เงินลงทุน ที่มาก และไม่ต้องเสี่ยง บาคาร่า

กับการ เดินทาง ออกไปข้ างนอก ด้วยทำให้ การเลือก เข้ามาลงทุ

เทคนิคการแทงบอลออนไลน์

ได้รับความนิยมแต่สิ่งที่สำคัญของการลงทุนเราต้องรู้จักที่จะต้องเลือกเว็บที่ดี
ในการ ข้าใช้ บริการ การ และเลือกรูปแบบการ ให้ได้เงิน

ที่จะ สามารถ ทำผล กำไรใ ห้กับ การลงทุนข องเรา ได้อีก ทางหนึ่งด้ วยการเลือก

เข้ามา ลงทุน กับการแทง บอลออนไลน์ต่ างก็มี ความนิ ยมและเลือก ที่จะศึกษา หาแนว ทางใน การนำรูป

แบบต่างๆ เข้ามา ใช้ใน การลงทุน เพื่อที่ จะเพิ่มโอกาส ในการเลือก คู่บอ ลแต่ละครั้ง

ให้ได้ ดีที่ สุดแต่ สิ่งที่ สำคัญเ ราจะ ต้องเลือก เว็บใน การเข้า ใช้บริการ ให้ดี ด้วยเพราะ ยิ่งมี การเข้าใช้บริการ

เพิ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆ ก็จะ มีเว็บที่เปิด ให้บริการ เพิ่มขึ้น ตามมาการเลือกเว็บหรือว่าเป็นสิ่ง UFABET

ที่สำคัญ เพราะเหตุที่ดี และได้มาตรฐานจะช่วยให้เรามีแนวทางในการลงทุนที่ดีในการสร้างผลกำไร

ได้อีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งเว็บที่ดียังมีรูปแบบที่หลากหลายให้เราเข้าไปลงทุน

แทงบอลออนไลน์ เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนใคร เทคนิคเล่นยังไงให้รวย

และยังมีการ เปิดให้ เราเข้า ไปลงทุนไ ด้ตลอด 24 ชั่วโมง เราจึง ได้รับความ สะดวกสบาย ในการใ ช้บริการ

แทงบอล ออนไลน์ แต่ละครั้ง ได้เป็นอ ย่างดีการ แทงบอลออนไลน์ และที่สำคัญการจ่าย

เงินของเว็บแทงบอลออน ไลน์ ที่เราเลือ กเข้าใช้บริการ จะมีความรวดเร็ว ในระบบการฝากถอนเงิน

ที่จะ มีพนักงาน คอยดูแล และอำนวย ความสะ ดวกให้ กับเราตลอด 24 ชั่วโมง

ทำให้การ เลือกเข้า ไปลงทุน กับการแทงบอลจะ เป็นโอกาส ในการสร้าง ผลกำไร ที่ดี ให้กับ เราอีกทางหนึ่งด้วย

เพราะการ ที่เรา เลือกเข้าไ ปลงทุน กับการ แทงบอลออนไลน์ จะทำใ ห้เรา มีแนวทาง

ตัวช่วยของการ แทงบอลออนไลน์ได้เงินจริง

ที่ดีมากกว่าที่เราจะไปลงทุนกับการแทงบอลที่โต๊ะบอลเพราะเราไม่ต้องเสี่ยงกับการเดินทางไปลงทุน

ไม่ต้อง เสียค่า ใช้จ่าย ในการ เดินทาง และยัง ได้ราคา ที่ดีกว่า การที่ จะไป ลงทุน กับโต๊ะบอล วิธีหาเงินจากเว็บพนัน

อีกด้วยพร้อมทั้ง รูปแบบในการ ลงทุนก็มี ให้เลือก หลากหลายกว่า ทำให้เรามี โอกาสในการสร้างผลกำไรได้ดีกว่า

จึงทำ ให้การ แทงบอลออนไลน์ ได้รับ ความนิยม และมี แนวทาง ที่ดี ในการล งทุนจาก

การเลือกเว็บที่ ดีในแต่ละ ครั้งของการ ลงทุนจึงทำใ ห้เราสามารถส ร้างผลกำไร ได้ดีที่สุด

แทงบอลออนไลน์

ทำความรู้จัก แบล็คแจ็ค และทริคในการเล่น สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก แบล็คแจ็ค   และทริคในการเล่น สำหรับมือใหม่

แบล็คแจ็ค คือ เกมไพ่ชนิดหนึ่ง ซึ่งนักพนันบางท่านเรียกว่า เกมไพ่ 21 เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในบ่อน คาสิโน ทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันสามารถเล่นได้ทั้งแบบ คาสิโนสด และ คาสิโนออนไลน์ เป็นเกมไพ่ที่เล่นง่าย เดิมพันสนุก โดยเกมจะมีการใช้ไพ่ทั้งหมด 52 ใบ หนึ่งสำรับหรือมากกว่านั้น ผู้เล่นคนใดได้คะแนนรวมทั้งหมดใกล้เคียงกับ 21 แต้มมากที่สุด และจะต้องไม่เกิน 21 แต้ม ถึงจะเป็นผู้ชนะ

ประวัติ ความเป็นมา ของ เกมไพ่ แบล็คแจ็ค
แบล็คแจ็ค คือ

ไพ่แบล็คแจ็ค ( Blackjack ) ต้นกำเนิดที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่า เกมไพ่ 21 นี้มีการเล่นครั้งแรกก่อนปี 1700 หรือยาวนานถึงกว่าสี่ศตวรรษแล้ว ในเมืองเหมืองแร่ทางด้านตะวันตกของอเมริกา และแม้ว่ากฎระเบียบการเล่นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย แต่ ไพ่แบล็คแจ็ค ก็ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยกติกาการเล่นเกมนี้คือ ไพ่สองใบ รวมแต้มได้ 21 แต้ม จะได้รับเงินเท่าต่อเท่า ยกเว้นไพ่ในมือจะเป็น แบล็คแจ็ค และ เอซ หรือ ดอกจิก โดยจะได้รับผลตอบแทน 10:1 จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อ Blackjack หรือ เกมไพ่ยี่สิบเอ็ด นั่นเอง

ปัจจุบัน แม้ว่าไพ่สองใบในมือรวมแต้มได้ 21 แต้ม เปลี่ยนเรียกว่าเป็น แบล็คแจ็ค และจ่ายในอัตรา 3:2 ส่วน 21 แต้มจากไพ่สามใบ หรือมากกว่า จะทำการจ่ายเงินเท่าต่อเท่า ถ้านับแต้มรวมกันแล้วชนะ เจ้ามือ

โดยในแถบเอเชีย เกมไพ่แบล็คแจ็คนี้ จัดได้ว่าเป็นเกมอันดับ 2 ที่รับความนิยมเป็นอย่างมาก รองลงมาจาก ไพ่โป๊กเกอร์ และ บาคาร่า โดยเฉพาะใน คาสิโนออนไลน์ ความนิยมของ ไพ่แบล็คแจ็ค นั้นดูเหมือนเติบโตขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับการเล่นเกมพนันอื่นๆ

การนับแต้ม ไพ่แบล็คแจ็ค ใน คาสิโน ออนไลน์
blackjack

แต้มหน้าไพ่ เป็น A (Ace, เอช) มีค่า 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับหน้าไพ่ เช่น มี A, 9 ในมือมีค่า 10/20 เป็นต้น
หน้าไพ่ เป็น 2-10 มีคะแนน ตามหน้าไพ่
ไพ่ J (แจ็ค), Q (ควีน, แหม่ม), K (คิง) มีค่าเท่ากับ 10
การเล่น เกมไพ่ แบล็คแจ็คออนไลน์ ใน คาสิโน maxbet
แบล็คแจ็ค

รูปแบบการเล่น แบล็คแจ็คออนไลน์ ใน คาสิโน maxbet นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบแฟรชเกม และ การเล่นสดกับเจ้ามือจริง

โดย วิธีการเล่น ไพ่แบล็คแจ็ค นั้น ทั้งสองรูปแบบ จะมีเป้าหมายที่เหมือนกัน คือ ไพ่ที่อยู่ในมือบวกกันแล้วต้องให้ได้ 21 แต้ม หรือใกล้เคียง หรือน้อยกว่า 21 แต้ม แต่ห้ามเกิน 21 แต้ม ในกรณีที่ผู้เล่นได้ไพ่ 2 ใบแรกมีใบหนึ่งเป็น A และ ไพ่10 แต้ม จะถือได้ท่านได้ Blackjack ชนะในตานั้นทันที

 

เทคนิค แบล็คแจ็ค สูตร รวมถึง กลยุทธ์ต่างๆ จะสอนให้เอาชนะมากกว่าการแพ้ ซึ่งช่วยผู้เล่นในการตัดสินใจระหว่างวางเงินเดิมพันเล่น เกมพนันออนไลน์ ว่าจะต้องใช้อย่างไร และการเดิมพันที่ถูกต้องต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะแบล็คแจ็คมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย ผู้เล่นจึงจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจว่าเป้าหมายการเดิมพันคืออะไร การนับแต้มเป็นอย่างไร แต้มรวมกันจะได้ค่าเท่าไหร่ ไพ่เสีย ไพ่ดีเป็นอย่างไร

ต้องกล่าวกันก่อนเลยว่า การเล่น ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นเกมส์ที่ได้รับความสนใจและนิยมมากเป็นอันดับต้นๆสำหรับเกมส์การพนัน เนื่องจากเป็นเกมส์ที่เล่นไม่ยาก เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก และยังไม่มีสูตรตายตัว แต่ก็ยังสามารถนำหลายสูตรมาใช้ได้ตลอด หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการเล่นแบบนี้เริ่มต้นมาได้อย่างไร ถึงเป็นที่นิยมเดิมพันกันทั่วโลก จากที่มีคนค้นพบมานั้นน่าจะเริ่มมาจากทางแทบยุโรป อย่างประเทศสเปน และประเทศฝรั่งเศส ที่เข้ามาตั้งแต่ช่วงกลาง ค.ศ. 1700 ซึ่งใช้ชื่อว่า “ไวนท์อัน” แปลว่า 21 ที่ตรงตามกับกติกาของเกมนั้นเอง

 

ซึ่ง รูปแบบ วิธีเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์นั้น ไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยาก หรือซับซ้อนแต่อย่างใดเลย เพียงแค่ผู้เล่นทุกท่าน ทำการนับแต้มหน้าไพ่ให้เป็น รู้วิธีเล่น ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพียงเท่านี้ ทุกท่านก็จะสามารถเล่น เกมไพ่แบล็คแจ็ค แล้วได้กำไรงามแล้ว ศัพท์แบล็กแจ็ก
Blackjack (แบล็กแจ็ก): การได้แต้ม 21 ทันทีเมื่อแจกไพ่สองครั้งแรก
Hit: การเรียกไพ่เพิ่มเพื่อให้เข้าใกล้ 21 แต้มให้มากที่สุด
Stand: การพอใจในไพ่ที่ได้มา (ชื่อเรียกอื่นๆ: Stay, Stick, Stand pat)
Double down (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): เป็นการลงเดิมพันเพิ่มขึ้น 100% ตามกฎของแบล็กแจ็ก ผู้เล่นวางเงินเดิมพันทับเส้นกรอบสี่เหลื่ยม กรณีนี้เรียกไพ่เพิ่มได้ 1 ใบเท่านั้นเพื่อลุ้นว่าไพ่ใบที่สามจะเป็นอะไร
Split (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): หากผู้เล่นได้ไพ่คู่ เช่น ไพ่ 5 สองใบ เจ้ามือจะถามว่าต้องการ Split? ไหม ถ้าตอบตกลงผู้เล่นก็สามารถเล่นไพ่ 2 ชุดได้ในเวลาขณะนั้น
Surrender (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): ในบางเกมผู้เล่นสามารถขอยอมแพ้ได้ และได้เงินพนันกลับคืนมาแค่ครึ่งเดียว
Insurance (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): หากไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือ A เจ้ามือจะถามว่าทำ Insurance? ไหม ถ้าทำก็เพิ่มเงินอีกครึ่งของวงเงินเดิมพัน (เช่น เงินเดิมพัน 10 เงิน Insurance คือ 5) เพราะไพ่ A ของเจ้ามือถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะชนะ หากเจ้ามือได้แบล็กแจ็กผู้เล่นจะได้เงินส่วนที่ทำ Insurance เพิ่มกลับมา ในทางกลับกันถ้าเจ้ามือแพ้จะริบเงินที่ทำ Insurance ไป

ค่าของหน้าไพ่

ไพ่ A (Ace, เอช) มีค่า 1หรือ 11 ขึ้นอยู่กับกฎของแบล็กแจ็ก เช่น มี A, 9 ในมือมีค่า 10/20 เป็นต้น
ไพ่ 2-10 มีค่า ตามหน้าไพ่
ไพ่ J (แจ็ก), Q (ควีน, แหม่ม), K (คิง) มีค่า 10

(บน) แสดงการเริ่มเล่นในรอบแรกผู้เล่นได้ไพ่คนและสอง, (ล่าง) แสดงการเล่นจบมีเสียและได้
วิธีการเล่น
ผู้เล่น: 2 คนขึ้นไป

ผู้เล่นวางเงินเดิมพันลงในช่องสี่เหลี่ยม
เจ้ามือแจกไพ่ให้ผู้เล่นคนละใบก่อนแล้วค่อยแจกให้ตัวเอง โดยผู้เล่นจะได้ไพ่คนละ 2 ใบ ส่วนเจ้ามือได้ 1ใบหรือหงาย 1 ใบ คว่ำ 1 ใบ(ไพ่ของผู้เล่นต้องคว่ำเสมอ)
หากไพ่ทั้ง 2 ใบของผู้เล่นรวมแล้วแต้มบนไพ่ยังห่างไกลจาก 21 มากสามารถเรียกไพ่ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่หากแต้มบนไพ่เกิน 21 แพ้ทันที (เรียกไพ่ทีละคนตามลำดับ เจ้ามือเรียกไพ่เป็นคนสุดท้าย)
กฎของแบล็กแจ็ก เจ้ามือจะเรียกไพ่ให้ถึง 17 แต้มเป็นอย่างต่ำ ถ้าผู้เล่นได้แต้มตั้งแต่ 16 ลงมาถือว่าแพ้เจ้ามือ
หากผู้เล่นพอใจที่ 16 สามารถหยุดได้ รอลุ้นให้เจ้ามือได้แต้มเกิน 21 ผู้เล่นก็จะเป็นฝ่ายชนะ

ศัพท์แบล็กแจ็ก

Blackjack (แบล็กแจ็ก): การได้แต้ม 21 ทันทีเมื่อแจกไพ่สองครั้งแรก
Hit: การเรียกไพ่เพิ่มเพื่อให้เข้าใกล้ 21 แต้มให้มากที่สุด
Stand: การพอใจในไพ่ที่ได้มา (ชื่อเรียกอื่นๆ: Stay, Stick, Stand pat)
Double down (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): เป็นการลงเดิมพันเพิ่มขึ้น 100% ตามกฎของแบล็กแจ็ก ผู้เล่นวางเงินเดิมพันทับเส้นกรอบสี่เหลื่ยม กรณีนี้เรียกไพ่เพิ่มได้ 1 ใบเท่านั้นเพื่อลุ้นว่าไพ่ใบที่สามจะเป็นอะไร
Split (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): หากผู้เล่นได้ไพ่คู่ เช่น ไพ่ 5 สองใบ เจ้ามือจะถามว่าต้องการ Split? ไหม ถ้าตอบตกลงผู้เล่นก็สามารถเล่นไพ่ 2 ชุดได้ในเวลาขณะนั้น

Surrender (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): ในบางเกมผู้เล่นสามารถขอยอมแพ้ได้ และได้เงินพนันกลับคืนมาแค่ครึ่งเดียว
Insurance (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): หากไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือ A เจ้ามือจะถามว่าทำ Insurance? ไหม ถ้าทำก็เพิ่มเงินอีกครึ่งของวงเงินเดิมพัน (เช่น เงินเดิมพัน 10 เงิน Insurance คือ 5) เพราะไพ่ A ของเจ้ามือถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะชนะ หากเจ้ามือได้แบล็กแจ็กผู้เล่นจะได้เงินส่วนที่ทำ Insurance เพิ่มกลับมา ในทางกลับกันถ้าเจ้ามือแพ้จะริบเงินที่ทำ Insurance ไป

สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาสูตรเสริมที่ช่วยสร้างผลกำไรได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในเนื้อหานี้เรานำกลเม็ดการเล่นเกมไพ่แบล็คแจ็คหรือเกมยี่เอ็ดจากบรรดาเซียนไพ่ทั้งหลายที่มักจะใช้ได้กำไรมาฝากบรรดา นักเดิมพัน มือใหม่ที่กำลังเริ่มเล่นเกมนี้โดยเฉพาะ เรียกว่า จะเพิ่มอรรถรสสำหรับการเล่นให้บันเทิงใจและชำนาญขึ้น หาก เรียนรู้เทคนิค เหล่านี้ไปใช้ในคาสิโนออนไลน์ letou จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

 

ทคนิคแบล็คแจ็ค สูตรแบล็คแจ็ค ขั้นพื้นฐาน แบบง่าย

  • เมื่อผู้เล่นได้ ไพ่ในมือ น้อยกว่า 15 แต้ม ควรที่จะทำการจั่วเพิ่ม
  • แต่หากผู้เล่นมีไพ่ในมือมากกว่า 17 แต้ม ไม่ควรที่จะต้องจั่วไพ่เพิ่ม
  • คิดวิเคราะห์ไพ่ของเจ้ามือว่าจะมีไพ่ใบใดอยู่ในมือบ้าง
  • ผู้เล่นสามารถใช้สถิติการแพ้ชนะเข้ามาช่วยในการตัดสินใจวางเงินเดิมพันได้
  • ผู้เล่นจะต้องตั้งงบการเล่นแต่ละวันอย่างชัดเจน
  • เมื่อได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว ควรที่จะหยุดเล่นและมาเล่นในวันถัดไป
  • แต่หากท่านเสียจนงบหมด ก็ไม่ควรที่จะต้องเล่นต่อเช่นเดียวกัน คิดซะว่าวันนี้ไม่ใช่วันของท่าน
  • ถึงแม้จะมีกลยุทธ์ เทคนิคการเล่นแต่ถ้าโชคยังไม่ใช้ของเรา ก็ควรที่จะหยุดเล่น และนั่งดูผู้เล่นคนอื่น เพื่อสังเกตุวิธีการเล่นของคนอื่นมาปรรับเปลี่ยนใช้กับตั้วเอง

วิธีการทำเงินกับไพ่แบล็คแจ็ค

ขอไพ่เพิ่มก็ต่อเมื่อจำเป็น เราจะทราบได้ยังไงว่าเมื่อไรถึงควรจะขอไพ่เพิ่ม ให้สังเกตแต้มในมือ ถ้าหากไพ่ 2 ใบ แต้มรวมกันแล้วได้ น้อยกว่าหรือพอๆกับ 8 แต้ม ควรจะขอไพ่เพิ่มในทันที
เพิ่มเงิน ที่ใช้ในการเดิมพัน เมื่อมองเห็นโอกาส เมื่อไรที่ไพ่ 2 ใบ รวมกันได้ 9 แต้ม ผู้เล่นควรจะเพิ่มเงินที่ใช้ในการเดิมพันหรือดับเบิ้ลโดยทันที หรือแม้แต่เจ้ามือมีแต้มเพียงแค่ 3 – 6 แต้ม ก็ควรจะขอไพ่เพิ่มเช่นเดียวกัน
ดับเบิ้ล เมื่อได้แต้ม 10 – 11 ถ้าหาก 2 ใบแรก รวมแต้มได้ 10 หรือ 11 แต้ม ผู้เล่นควรจะดับเบิ้ล หรือ เจ้ามือมีแต้ม 2 – 10 ควรจะขอ ไพ่เพิ่ม ด้วยเหมือนกัน
เดินเกม ให้เป็น เมื่อเจ้ามือได้ แต้มอื่น มาถึงข้อนี้เชื่อว่านัก เดิมพัน จำนวนไม่น้อยคงจะมีความสามารถสำหรับ การเล่นเกม นี้มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าจะต้องรู้จักไพ่ในมือครบทุกแบบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากไพ่ในมือเรา มี 12 แต้ม หรือ 13 -16 แต้ม และเจ้ามือ มี 2 – 6 แต้ม ก็ให้ขอ ไพ่เพิ่ม แต่ว่าถ้าหาก 2 ใบแรกแต้มรวมได้ 17 – 21 ให้อยู่ นับได้ว่าเป็น แต้มที่ดี ที่สุดแล้ว ให้หยุดจั่ว เพราะ เสี่ยงแต้ม เกิน 21 จัดว่าคุณจะแพ้เจ้ามือในทันที
วางแผน เดินเงิน ให้ดี การเล่นพนัน แบล็คแจ็ค อย่างฉลาดหลักแหลมให้มีผลกำไร ควรจะกำหนดแผนการเดินเงินให้ดีก่อนลงมือเล่น ไม่หุนหันพลันแล่น หรือรีบร้อน จะต้อง วิเคราะห์เหตุการณ์ ให้เป็น

ไม่ควรแยก ไพ่หลายคู่ มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไพ่คู่ 6 และ ไพ่คู่ 10 ไม่สมควรแยกไพ่อย่างมาก ด้วยเหตุว่ามีโอกาสเสียหรือแพ้เกมพนัน ยิ่งขึ้น Split เสียเปรียบแน่นอนและเสี่ยงมากที่จะได้แต้มเกิน 21

ufabet

แนะนำซีรีส์เรื่องใหม่ Awaken คดีฆาตกรรมแจ้งเตือนล่วงหน้า

แนะนำซีรีส์เรื่องใหม่ Awaken คดีฆาตกรรมแจ้งเตือนล่วงหน้า

แนะนำซีรีส์เรื่องใหม่ Awaken เฮียนัมกุงมินได้คัมแบคอีกแล้วจ้าาา !!! และแน่นอนทุกการกลับมาของเฮียนัมไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวังเลยสักครั้ง หลังจากได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆอย่างล้นหลามในซีรีส์กีฬาอย่าง Hot Stove League ในบทผู้จัดการแพคซึงซูผู้ที่จะมาดึงทีม ‘ดรีมส์’ ให้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของตารางให้ได้ ในครั้งนี้นัมกุงมินได้กลับมาในคราบของตำรวจสายสืบมาดกวน ที่มีปมความหลังที่เกี่ยวพันกับหมู่บ้านค่ำคืนสีขาว โครงการทดลองของรัฐที่ล้มเหลวไปเมื่อ 26 ปีก่อน บอกเลยถ้าเผลอเข้ามาดูจะกลับเข้าสู่วังวนของ ติด! ซะ! แล้ว!

Awaken เป็นเรื่องราวของคดีฆาตกรรมที่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า คนร้ายจะส่งรหัสคำใบ้ที่ถูกตัดแปะต่อกันให้กับนักข่าวอย่าง อีจีอุค (รับบทโดย ยุนคยองโฮ) ให้ออกอากาศเพื่อส่งสารถึงตำรวจทีมพิเศษที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดย ผู้กำกับโดจองอู (รับบทโดย นัมกุงมิน) มีสมาชิกด้วยกันทั้งหมด 4 คน คือ หมวดกงฮเยวอน (รับบทโดย คิมซอลฮยอน) ตำรวจสาวเลือดร้อนสุดแกร่ง ที่แอบชอบโดจองอูตั้งแต่แรกเห็น จางจีวาน (รับบทโดย อีชินยอง) สายสืบน้องเล็กของทีม ยุนพิลซอก (รับบทโดย ชเวแดชอล) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และ เจมี่ เลย์ตัน (รับบทโดย อีชองอา) อดีตเจ้าหน้าที่ FBI ที่สงสัยในตัวของโดจองอู

ในคำใบ้จะบอกถึงสถานที่ วันและเวลาที่จะเกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพวกกลับเจอกับการฆ่าตัวตายสุดประหลาดของเหยื่อ เหยื่อทุกคนล้วนฆ่าตัวตายด้วยใบหน้าที่มีความสุขอย่างสุดขีด แต่ด้วยความที่มันมีการบอกล่วงหน้าเหมือนมีการวางแผนฆ่าไว้แล้ว คดีนี้จึงกลายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าทันที แต่เมื่อขุดคุ้ยและสืบสาวคดีนี้มากเท่าไหร่ ข้อมูลทั้งหมดก็ล้วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อ 28 ปีก่อนที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นที่ ‘หมู่บ้านค่ำคืนสีขาว’ โครงการทดลองเลี้ยงเด็กแบบเปิดเป็นชุมชนของรัฐบาล ทุกคนภายในหมู่บ้านล้วนตายและสูญสลายไปพร้อมๆกับกองเพลิงที่โหมไหม้ เหลือไว้เพียงเด็กเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิต

เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ตั้งตารอตั้งแต่เห็นว่าเฮียนัมกุงมินได้รับบทนำแล้ว เพราะแค่มีเฮียนัมเล่นซีรีส์เรื่องนั้นก็สนุกไปแล้ว 300% และมันก็ไม่ได้เกินจริงเลยด้วยเพราะเมื่อได้ดูจริงๆกลับว้าวกับการวางปมเรื่องที่สลับซับซ้อนและดูฉลาดมากแบบคิดได้ยังไงเนี่ยคนเขียนบท!!! เป็นซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญแฟนตาซี อีกเรื่องที่น่าจับตามองของปีนี้ ตัวละครหลักอย่างผู้กำกับโดจองอูดูจะลึกลับ และมีปมปริศนาอยู่เบื้องหลังพอๆกับพวกตัวร้ายเลยก็ว่าได้

ผู้กำกับโดจองอู (รับบทโดย นัมกุงมิน)

นอกจากในพาร์ทการสืบสวนสอบสวนแล้วก็ยังมีความแฟนตาซีที่แฝงอยู่ในภายตัวของเด็กๆที่รอดชีวิตทั้ง 3 คนด้วย ยังคงเป็นปริศนาว่าเด็กทั้ง 3 คนที่ถูกทดลองถูกทำอะไรบ้างภายใต้โครงการที่รัฐสร้างขึ้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่ภายในค่ำคืนแห่งโศกนาฏกรรม เป้าหมายที่แท้จริงของการทดลองมันคืออะไรกันแน่ ความเป็นอมตะ? การสร้างกองทัพมนุษย์ที่แข็งแกร่ง? หรือการทดลองการกลายพันธ์ของมนุษย์? เด็กๆทั้ง 3 คนที่รอดชีวิตมาได้นั้นแท้จริงแล้วมีพลังวิเศษ หรือมีอะไรแตกต่างจากมนุษย์ปกติทั่วไปอย่างไรบ้างนอกเหนือจากความฉลาดฉลาดเกินมนุษย์ทั่วไป

เจมี่ เลย์ตัน (รับบทโดย อีซองอา)

 

มุนแจอุง (รับบทโดย ยุนซอนอู)
“ผมยืนอยู่บนถนนที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ดวงอาทิตย์ส่องแสงระยิบระยับ และนาฬิกาที่ไม่เคยบอกเวลาผิดแสดงเวลา 12.00 จากนั้นผมก็สงสัยกับตัวเอง

ตอนนี้คือเที่ยงวันหรือเที่ยงคืนกันแน่“

ประโยคข้างต้นนี้จะเป็นประโยคที่คนดูจะได้ยินบ่อยมากๆ และชวนให้สงสัยตลอดว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากสังเกตที่ภาพโปสเตอร์ดีๆก็จะเห็นว่ามีการแบ่งเป็นฝั่งสว่างกับฝั่งมืดด้วย โดยทาง คิมจองฮยอน ผู้กำกับของเรื่องนี้ได้กล่าวไว้ว่า เขาได้เปรียบเทียบกลางวันและกลางคืนเข้ากับความดีและความชั่ว คนเราสามารถแยกกลางวันกับกลางคืนออกโดยดูจากความสว่างของดวงอาทิตย์และความมืดมิดของดวงจันทร์ แต่ถ้าหากเป็นความดีและความชั่วร้ายล่ะ ? คนเราจะแยกมันออกได้อย่างไร ?

เป็นซีรีส์ล็อตสุดท้ายของปี 2020 ที่ต้องตามเก็บกันจริงๆ มาร่วมลุ้นไปด้วยกันว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และปมที่แท้จริงของเรื่องนี้แท้จริงแล้วอยู่ที่ใคร  อ่านต่อได้ที่

 

รีวิวซีรีส์ : Romantic Doctor Teacher Kim 2016 แนวการแพทย์

Romantic Doctor Archives - World of Happiness

เรื่องย่อ Romantic Doctor Teacher Kim  แนวการแพทย์ ชีวิตของยุนซอจองต้องเปลี่ยนไปหลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับคนรักของเธอ ซึ่งทำให้เขาเสียชีวิต ส่วนเธอเองได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซึ่งอาจทำให้เธอไม่สามารถทำหน้าที่แพทย์ได้อย่างที่เธอตั้งใจ ระหว่างที่กำลังสับสนเพราะปัญหาและความเสียใจที่ประดังประเด เธอเดินทางขึ้นเขา และนั่นทำให้เธอประสบอุบัติเหตุอีกครั้ง ครั้งนี้เธอได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ฝีมือดี ผู้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลบ้านนอกเล็กๆ เขาคือ “อาจารย์คิม”

อาจารย์คิมเคยเป็นศัลยแพทย์มือทอง ของโรงพยาบาลใหญ่ แต่ด้วยความผิดพลาดบางอย่าง เขาออกจากโรงพยาบาลใหญ่ ซ่อนตัวด้วยชื่อใหม่ และทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ โรงพยาบาลที่ดูธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา

ด้วยฝีมือขั้นเทพของอาจารย์คิม เขาได้รับข้อเสนอให้ทำการผ่าตัดท่านประธานผู้สนับสนุนโรงพยาบาลใหญ่ที่เขาต้องจากมาเพราะการโกงกินและการใช้อำนาจของแพทย์ที่ไร้จรรยาบรรณ

คังดงจูศัลยแพทย์คนเก่งแห่งโรงพยาบาลใหญ่ ต้องรับผิดชอบการผ่าตัดที่ผิดพลาดโดยการย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลเล็กๆแห่งนี้ ที่นี่ เขาได้พบกับหมอที่เขาเคยพบในวันทีี่สูญเสียพ่อไป และเป็นผู้จุดประกายให้เขาอยากเป็นหมอที่ดี ในวันนี้ที่เขากำลังจะถูกระบบการทำงานของโรงพยาบาลใหญ่กลืนกิน ตัวตนและอุดมการณ์ เขาได้พบอาจารย์คิม และได้เรียนรู้ที่จะเป็นหมออย่างที่เขาเคยอยากเป็น

ซีรีส์แนวการแพทย์เป็นซีรีส์อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีใต้ จึงมีการสร้างซีรีส์ประเภทนี้มาแล้วหลายเรื่อง ในช่วงปลายปี 2016 ซีรีส์เรื่อง Romantic Doctor Teacher Kim ก็เป็นซีรีส์แนวการแพทย์อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซีรีส์เรื่องนี้มีการนำเสนอเรื่องราวของแพทย์ในมุมมองที่ต่างจากซีรีส์เรื่องอื่น

Romantic Doctor Teacher Kim เป็นซีรีส์แนวการแพทย์ของเกาหลีที่ออกอากาศเมื่อปลายปี 2016 นำแสดงโดย นักแสดงมากฝีมืออย่าง ฮันซอกกยู รับบทเป็น อาจารย์คิมซาบู ยูยอนซอก รับบทเป็น คังดงจู ซอฮยอนจิน รับบทเป็น ยุนซอจอง และนักแสดงหน้าใหม่ ยังเซจง รับบทเป็น โทอินบอม บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของแพทย์ในโรงพยาบาลทลดัมที่ต้องเผชิญกับอาการของผู้ป่วยที่หลายรูปแบบ และปัญหาจากปัจจัยภายนอก พร้อมปมปัญหาของตัวละครแต่ละตัวที่ช่วยเสริมให้เรื่องราวเข้มข้นและน่าติดตามมากขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณได้รู้ว่า เบื้องหลังของอาชีพแพทย์ที่หลายคนใฝ่ฝัน แท้จริงแล้วพวกเขาต้องเผชิญปัญหาอะไรบ้าง คุณจะได้รู้สึกเหมือนได้ไปนั่งอยู่ในโรงพยาบาลทลดัมและร่วมรักษาคนไข้ไปกับพวกเขาจริง ๆ

ตัวละคร
อาจารย์คิมซาบู (รับบทโดย ฮันซอกกยู) ชื่อเดิมของเขาคือหมอพูยงจู ศัลยแพทย์มากฝีมือที่เคยทำงานในโรงพยาบาลกอแดซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่วันหนึ่งเขากลับถูกผู้บริหารของโรงพยาบาลหักหลังด้วยการใช้ชื่อของเขาไปผ่าตัดให้กับคนไข้ เมื่อเกิดความผิดพลาด ความผิดทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เขา หมอพูยงจูจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “คิมซาบู” ละทิ้งทุกอย่างมาทำงานในโรงพยาบาลเล็ก ๆ ตลอดเวลาที่อาจารย์คิมทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลทลดัม เขาได้ใช้ความสามารถในการช่วยชีวิตคนไข้ เมื่อเขาได้รับข้อเสนอให้ผ่าตัดให้กับประธานผู้ก่อตั้งคาสิโนผู้มีผลประโยชน์ทางธุรกิจกับผู้บริหารโรงพยาบาลกอแด ชีวิตการเป็นแพทย์ของอาจารย์คิมจึงถูกก่อกวนอีกครั้ง

คังดงจู (รับบทโดย ยูยอนซอก) ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกล ผู้เคยสูญเสียพ่อจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของแพทย์ เขาจึงพยายามเป็นแพทย์ที่เก่งและมุ่งมั่นรักษาให้กับผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ในโลกของความเป็นจริงที่การมีเส้นสายเป็นสิ่งสำคัญ ความสามารถเพียงอย่างเดียวจึงไม่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ คังดงจูตัดสินใจเลื่อนการผ่าตัดคนไข้ทั่วไปที่มาถึงก่อนและผ่าตัดให้กับคนไข้วีไอพีเพื่อความก้าวหน้าด้านการงาน แต่ผลการผ่าตัดที่ผิดพลาดทำให้ชีวิตของคังดงจูเปลี่ยนไป เขาถูกย้ายมาที่โรงพยาบาลทลดัม จึงได้พบกับศัลยแพทย์มากฝีมืออย่างอาจารย์คิมและยุนซอจอง แพทย์รุ่นพี่ผู้เป็นรักครั้งแรกของเขา

ยุนซอจอง (รับบทโดย ซอฮยอนจิน) ศัลยแพทย์สาวที่เคยทำงานที่โรงพยาบาลกอแดและเป็นแพทย์รุ่นพี่ของ คังดงจู เธอเลือกเป็นหมอเพราะคนที่ดูแลเธอตั้งแต่เมื่อแม่ของเธอเสียชีวิตคือผู้บริหารโรงพยาบาลกอแด ที่เธอคิดมาตลอดว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆ เธอจึงต้องการทำให้เขาภาคภูมิใจและยอมรับว่าเธอเป็นลูกคนหนึ่ง ยุนซอจองเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้แฟนหนุ่มของเธอเสียชีวิต จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอต้องต่อสู้กับอาการทางจิตที่รุนแรงขนาดต้องใช้ยาระงับประสาท ซึ่งมีผลต่ออาชีพแพทย์ของเธอเอง

โทอินบอม (รับบทโดย ยังเซจง) ศัลยแพทย์รุ่นเดียวกับคังดงจู ทั้งสองเป็นคู่แข่งกันในทุกเรื่อง แต่โทอินบอมไม่เคยเอาชนะคังดงจูได้เลย เพียงสิ่งเดียวที่โทอินบอมที่เหนือกว่าคังดงจูคือการมีเส้นสายทางการงานที่ดีเพราะเขาเป็นลูกชายของผู้บริหารโรงพยาบาลกอแด วันหนึ่งโทอินบอมถูกส่งมาที่โรงพยาบาลทลดัมเพื่อสืบข่าวเรื่องการวางแผนผ่าตัดของอาจารย์คิม เขาจึงได้เรียนรู้การทำงานด้วยความสามารถของตัวเองโดยไม่มีเส้นสายใดๆ และมันทำให้เขาค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของการเป็นแพทย์

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามคือ การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและเน้นเรื่องการแพทย์มากจริงๆ ถึงแม้จะเป็น ซีรีส์ที่มีความยาว 20 ตอน แต่การันตีได้เลยว่ามีฉากผ่าตัดแทบทุกตอน เรื่องความโรแมนติกของพระนางก็มีให้เห็นบ้าง ชนิดที่ว่านานๆมาทีแต่ก็มาแบบจัดเต็ม เป็นความรักแบบผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้หวานแหววกุ๊กกิ๊กกันมากมาย ตามภาระหน้าที่การเป็นแพทย์ของทั้งคู่ ถ้ามีฉากสวีทกันมากกว่านี้ก็คงไม่เหมาะ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราติดตามตลอด คือเราอยากดูตอนที่พระนางจะสวีทกัน แม้จะเป็นโมเม้นต์เล็ก ๆ แบบแค่ซบไหล่กัน บอกรักกัน แต่มันเป็นความรักท่ามกลางความกดดันและปัญหาต่างๆ ความสวีทของพระนางจึงช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดไปได้บ้าง

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามคือ ตัวละครทุกตัวมีปมปัญหาที่ซ่อนเอาไว้ ไม่มีใครเป็นคนเพอร์เฟ็ก ซึ่งทำให้ตัวละครมีความสมจริงยิ่งขึ้น ตัวละครที่เราชื่นชอบมากที่สุดก็คือตัวละครเอก ทั้งพระเอกและนางเอก คนเขียนบทสร้างเรื่องราวให้กับตัวละครเอกได้อย่างสมเหตุสมผล การกระทำของตัวละครเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งคังดงจูและยุนซอจองต่างมาประกอบอาชีพเป็นหมอเพราะมีความต้องการบางอย่าง แต่เมื่อพวกเขาได้มาเป็นหมอแล้ว ความต้องการนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยภาระหน้าที่ของการเป็นหมอ ไม่ว่าความต้องการก่อนหน้านี้คืออะไร สุดท้ายสิ่งที่คนเป็นหมอทุกคนควรกระทำก็คือการช่วยเหลือชีวิตคนไข้

ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า ชีวิตของหมอ บางครั้งก็ไม่ได้สวยงามและไม่ได้ดำเนินไปตามทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าพวกเขาจะได้มาประกอบอาชีพอันมีเกียรตินี้ พวกเขาก็ต้องผ่านความยากลำบากมาก่อนกันทั้งนั้น และเมื่อได้มาประกอบอาชีพนี้แล้วก็ขึ้นอยู่กับหมอแต่ละคนว่าจะเลือกดำเนินชีวิตของตนอย่างไร จะเลือกนำความรู้ที่ตนมีไปช่วยเหลือผู้อื่นหรือทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น

คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจซีรีส์เรื่อง Romantic Doctor Teacher Kim คือคุณควรมีเวลาว่างพอสมควรในการดูซีรีส์เรื่องนี้ เพราะหากคุณได้เริ่มต้นดูแล้วฟันธงเลยว่า คุณจะต้องอยากดูต่อยาวๆ และอีกหนึ่งคำแนะนำคือคุณควรมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ ซีรีส์เรื่องนี้สามารถทำให้เราเสียน้ำตาได้ง่ายๆ เพราะมีทั้งเรื่องเกี่ยวกับความรัก ครอบครัว เพื่อน และที่สำคัญเมื่อดูซีรีส์เรื่องนี้จบ คุณอาจได้คุณหมอหรือบุรุษพยาบาลของโรงพยาบาลทลดัมเป็นแฟนเพิ่มก็เป็นได้

 

นับเป็นซีรี่ส์เรตติ้งสูงส่งท้ายปลายปี 2016 (ที่มาจบเอาปี 2017) ซึ่งไต่เรตติ้งด้วยการเปิดตัวที่ 9% และทำได้สูงสุดที่ 28% ในตอนที่ 20 แม้ปีที่ผ่านมาเราจะได้ชมซีรี่ส์ทางการแพทย์ไปบ้างแล้ว แต่เรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีและโดดเด่นมากๆ แม้จะมีเรื่องรัก แต่ก็ไม่ได้เวิ้นเว้อจนน่าเบื่อ แต่เน้นไปที่การเล่าเรื่องการทำหน้าที่ของแพทย์จริงๆ โดยเรื่องนี้ เด่นไปที่เป็นคนไข้ฉุกเฉินเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอุบัติเหตุในเรื่องก็ไม่ธรรมดาเลย ไม่ว่าจะชนขบวนจักรยาน หรือการรถชนหลายคันเนื่องจากถนนลื่น ทำให้เรื่องนี้ เหล่าหมอๆ ต้องรับเคสคนไข้พร้อมกันเป็นจำนวนมาก

ระหว่างเรื่องเราได้เห็นการผ่าตัดจำนวนมาก โดยบางตอนถึงกับมีการผ่าตัดพร้อมกัน 2 เคสเลยทีเดียว (ฉากผ่าตัดก็จริงจังมาก มีความสมจริง ตัวละคร แต่ละตัวเป็นแพทย์พยาบาลฝีมือดี แสดงได้คล่องมาก) ขณะเดียวกันนอกจากเรื่องราวของ แต่ละเคส ที่นอกจากจะเล่าเรื่องการผ่าตัด ยังมีการแทรกดราม่าชีวิตของคนไข้แต่ละคน ที่ช่วยหล่อหลอมให้ตัวละครแต่ละตัวเติบโตขึ้น โดยมีการเล่าเรื่องของทั้งตัวละครหลัก และสมทบ ซึ่งแต่ละคนก็มีปมปัญหาของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็น 20 ตอนที่เต็มไปด้วยฉากการรักษาและดราม่าชีวิตไปพร้อมๆกัน อัดแน่นทุกตอน แต่ก็ยังแทรกมุกขำๆ และเรื่องราวความรักไว้ด้วย ทำให้ไม่มีจุดไหนน่าเบื่อ และกลมกล่อม ครบรสมากๆ

ในส่วนของนักแสดง ก็ได้ 3 นักแสดงนำที่เราอาจจะเคยได้ชมผลงานมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะตัวละครอาจารย์คิมซึ่งแสดงฝีมือเป็นที่ประจักษ์และได้รับรางวัลแดซัง(รางวัลสูงสุด) จากงาน SBS Drama Awards 2016 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการแสดงที่มีพลังและปมอารมณ์ที่อัดแน่นของตัวละคร อีกทั้งยังมีฉากการฟาดฟันอารมณ์ อันเกิดจากการไม่เข้าใจกันทำให้ทั้ง ฮันซอกกยู และยูยอนซอก ได้ปล่อยของกันแทบจะตลอดเวลา นอกจากนี้ เคมีของคู่พระนางที่เปิดตอนแรกมาก็จูบกันเลย ก็ลงตัวอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายๆซึ่งน่ารักมากๆ

ในส่วนนักแสดงสมทบทั้งหมดก็เรียกว่าไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ทั้งคุณหัวหน้าพยาบาล (ติดตามออนนี่มาหลายเรื่องแล้ว นับเป็นหนึ่งในนักแสดงสมทบมากฝีมือที่มีผลงานเยอะมากๆ) คุณหมอดมยา ผอ.โรงพยาบาลตัวร้าย ฯลฯ แต่ละคนมีบทบาทต่อการดำเนินเรื่อง และกลายเป็นที่รักของคนดู โดยเฉพาะ Yang Se Jong (รับบท หมอโดอินบอม) ก็เป็นที่สนใจของแฟนๆซีรี่ส์มาก รวมทั้ง คิมมินแจ ผู้รับบทฝ่าบาทในช่วงวัยรุ่นในเรื่อง Goblin ที่มารับบทบุรุษพยาบาลในเรื่องนี้ด้วย

 

ฉากหนึ่งที่เราประทับใจมากในเรื่อง คือการก้าวผ่านปมในใจของคังดงจู ที่เรียนรู้ว่าแพทย์ไม่สามารถรักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้ได้ เขาได้นึกถึงเรื่องราวของพ่อของเขาที่เขาเชื่อว่าต้องจากไปเพราะความผิดพลาดของอาจารย์คิม เมื่อเจอกับตัวเองในขณะที่ตัวเองอยู่ในฐานะแพทย์ เขาเข้าใจอาจารย์คิม แต่ก็ไม่สามารถทำใจยอมรับได้ทั้งหมด ฉากนี้ยูยอนซอกแสดงออกมาได้ดีมากๆ เรียกได้ว่า สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง แสดงออกมาได้อย่างครบถ้วน เราสามารถเห็นความสับสน ความรู้สึกของการพยายามยอมรับสิ่งที่ตัวเองรู้ดีว่าถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถทำได้ เป็นความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ของคนที่กำลังจะโตขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ในตอนพิเศษของเรื่องยังได้นำตัวละครรักแรกของอาจารย์คิมมาเล่าเรื่องของการทำงานของแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานนอกโรงพยาบาล อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไม่สงบต่างๆ ที่แม้จะเป็นแพทย์เหมือนกัน แต่กลับต้องทำงานอยู่ในโลกที่แตกต่างจากโรงพยาบาลในเมืองอย่างมากมาย

คิมฮเยซูมาร่วมแสดงในบทอดีตคนรักของอาจารย์คิม

อีกประเด็นที่เรื่องนี้แทรกไว้คือ การที่ชีวิตคนเราเกิดจาการเลือกทางเดินต่างๆ หากเราเลือกที่จะทำให้ดีที่สุดแล้ว สุดท้ายทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี ชีวิตเต็มไปด้วยทางเลือกที่เราต้องตัดสินใจ และไม่ว่าเราจะเลือกอย่างไร นั่นแหละจะเป็นการหล่อหลอมตัวตนของเรา

ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องล้วนมีที่มาที่ให้มาพบกัน ความดีทั้งหมดที่อาจารย์คิมทำมาตลอด นำพาผู้คนมากมายเข้ามาในชีวิต ช่วยเหลือกัน เรียนรู้จากกันและกัน ชีวิตไม่มีเรื่องบังเอิญ การพบกันของคนเราก็เช่นกัน ไม่ว่าอะไรจะพาให้แต่ละคนมาพบกัน สิ่งสำคัญคือทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียใจในผลของการกระทำนั้น

 

ซีรีย์แนวการแพทย์ โรแมนติกในซีรีย์การแพทย์เนื้อเรื่องดีจนมีซีซั่น 2 ในซีซั่น 1 กับเรื่อง ( Romantic Doctor, Teacher Kim 1 : ด็อกเตอร์โรแมนติก 1 ) เป็นเรื่องราวของเหล่าทีมแพทย์และบุคลากรของโรงพยาบาลทลดัมเป็นโรงพยาบาลเล็กๆในต่างจังหวัด ที่จะต้องรับมือกับคนไข้ที่เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน นำทีมโดยหมอคิม อดีตศัลยแพทย์มือทองของโรงพยาบาลใหญ่ ผู้ที่ต้องคอยดูแลเคสต่างๆ ทั้งหนักและเบา นอกจากนี้เค้ายังต้องคอยดูแลเหล่าแพทย์หนุ่มสาวที่ต่างคนต่างมีนิสัยและปัญหาที่แตกต่างกัน โดยเรื่องเริ่มต้นจากนางเอกมีพี่ชายเป็น ผอ. โรงพยาบาลเอกชนเธอพยายามทำตัวให้เก่งเพื่อที่จะให้พี่ชายของเธอยอมรับ แต่พี่ของเธอค่อนข้างมีนิสัยเป็นสีเทา ทำให้เธอเสียใจและได้ออกเดินทางไปเดินเขาแต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้เธอต้องไปทำงานที่ ทลดัม และพระเอกของเรานั้นเป็นชายหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตัวเองสูงทำให้ เกิดข้อผิดพลาด ในการทำงานทำให้ต้องย้ายไปเป็นหมอที่ โรงพยาบาลทลดัม ในตัวของเชานั้นไม่อยากไปเพราะโรงพยาบาลมีความล้าสมัย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปและตัวเอกอย่าง dr.คิมเค้าจะจัดการปัญหาที่ต้องคอยรับมือกับผู้บริหารระดับสูงของ มูลนิธิการแพทย์ กอซาน ที่คอยจะกำจัดเค้าอย่างไร ไปลุ้นด้วยกัน

 

ดูหนังออนไลน์

สีทารั้วบ้าน สำคัญยังไง วิธีการเลือกสีทารั้วบ้านให้เป็นมงคล

สีทารั้วบ้าน สำคัญยังไง วิธีการเลือกสีทารั้วบ้านให้เป็นมงคล

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนทาสีรั้วบ้านด้วยตัวเอง เลือก สีทารั้วบ้าน ต้องไม่พลาดกับบทความนี้ ที่จะมาช่วยแนะนำตั้งแต่การเลือก สีสันเสริมทรัพย์ เสริมโชคสำหรับปี 2564 นี้ โดยยึดตามหลักฮวงจุ้ย ที่ถือเป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อย เพิ่มความสบายอกสบายใจ ตามด้วยเช็คลิสต์สำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มลงมือทาสี ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์ และวิธีการลงมือทาสีจริง แต่หากใครมีสีในใจอยู่แล้วก็สามารถเลื่อนไปดูเช็คลิสต์สำคัญก่อนการทาสีรั้วบ้าน รวมถึงวิธีการทาได้เลย

เริ่มต้นดูสีมงคลเสริมทรัพย์กันก่อนสำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทาสีรั้วบ้านสีอะไรดี

เฉดสีรั้วบ้านสีไหนดี เสริมทรัพย์ปี 2564
สีรั้วบ้าน และสีประตูบ้าน ตามวันเกิด

มาต้อนรับปี 2564 ด้วยเฉดสีรั้วบ้าน เพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้อาศัย เพิ่มความสบายใจ ให้เราได้ปรับตัวปรับใจพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ในปีนี้ด้วยพลังบวกกัน

สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
สีมงคล: สีขาว หรือสีโทนสว่าง

สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์
สีมงคล: โทนเฉดสีฟ้า

สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร
สีมงคล: สีเทา สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน หรือโทนสีเย็นอื่นๆ

สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ
สีมงคล: สีดำ สีน้ำตาล สีเทา

สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี
สีมงคล: สีเบจ ไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน

สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์
สีมงคล: สีขาว สีเทาควันบุหรี่

สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์
สีมงคล: สีเขียว สีขาว สีเทาควันบุหรี่

นอกจากนั้นตำราต่างๆ ต่างระบุว่าในปี 2564 ปีฉลูนี้ 3 สีที่เป็นมงคลโดดเด่น พร้อมดึงดูดความเจริญ และส่งเสริมเรื่องของสุขภาพ ได้แก่ สีฟ้าน้ำทะเล (Aqua Blue) สีเทาเมทัลลิก (Metallic Gray) และสีขาว (White) โดยเราอาจจะเลือกใช้ 3 สีนี้ในการแต่งแต้มบางจุดของบ้านก็ช่วยเสริมดวงได้เช่นกัน

เช็คลิสต์ที่ต้องรู้ ก่อนการเริ่มทาสีรั้วบ้าน
ก่อนลงมือทาสีจริงมาสำรวจกันดูก่อนว่ารั้วบ้านของคุณทำมาจากวัสดุอะไร เพราะแต่ละวัสดุก็จะมีความสามารถในการดูดซับสีที่เราทาลงไปแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกประเภทของสีให้เหมาะสมกับวัสดุแต่ละชนิดจะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเรียบเนียนปกปิดบนพื้นผิวเดิมได้เป็นอย่างดี

1.ประเภทของวัสดุรั้วบ้าน
รั้วบ้านที่ทำมาจากการก่ออิฐฉาบปูน หรือผนังคอนกรีต
การเลือกสีทาบนรั้ววัสดุนี้จะมีความคล้ายคลึงกับการเลือกทาสีบ้าน ฉะนั้น เราสามารถเลือกใช้สีทาบ้านทาลงบนรั้วร่วมกันได้ โดยสีชนิดนี้จะเรียกว่า สีน้ำอะคริลิก ซึ่งจะมีส่วนผสมของกาวอยู่ ทำให้มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน ยึดเกาะบนพื้นผิวได้เป็นอย่างดี สีน้ำอะคริลิก ยังมีการแบ่งเป็นสีทาภายใน และสีทาภายนอก การทาสีรั้วบ้านนั้นให้เลือกเป็นแบบสีน้ำอะคริลิกสำหรับทาภายนอก ส่วนชนิดของฟิล์มสี เรื่องความเงา-ความด้านต่างๆ เราสามารถเลือกได้ตามความชอบเลย

รั้วบ้านที่มีวัสดุเป็นเหล็ก
การทาสีรั้วเหล็ก ข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือการทาสีรองพื้นก่อนเพื่อป้องกันสนิม หลักจากนั้นให้เลือกสีทาทับซึ่งเป็นประเภทสีน้ำมัน โดยสีน้ำมันก็จะมีการแบ่งประเภทของชนิดฟิล์มสีลงไปอีก ทั้งแบบที่ให้ความเงางาม มันวาว กึ่งเงา หรือสีน้ำมันที่ให้ผลลัพธ์เป็นแบบสีด้าน ซึ่งเราสามารถเลือกรูปแบบตามความชอบได้เลยเช่นเดียวกัน

รั้วบ้านที่เป็นระแนงไม้สังเคราะห์-ไฟเบอร์ซีเมนต์
การทาสีลงบนรั้วไม้ สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างแรกเลยก็คือ หากคุณต้องการให้หลังการทาสียังหลงเหลือลายไม้เดิมอยู่ ชนิดสีที่ควรเลือกใช้คือสีย้อมไม้ เพราะเป็นลักษณะสีที่มีความโปร่งแสง มีความยืดหยุ่นสูง สามารถป้องกันเชื้อรา และแมลงกัดกินไม้ได้ด้วย นอกจากนั้นคุณยังสามารถเลือกชนิดฟิล์มสีที่ต้องการได้ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนรั้วไม้ให้เป็นสีใหม่ไปเลยให้เลือกใช้สีที่เรียกว่าสีทาไม้แบบทึบแสง ที่มีเฉดสี และฟิล์มสีให้เลือกหลากหลาย และคุณสมบัติที่สามารถกลบพื้นผิวเดิมได้เป็นอย่างดี

2. คุณสมบัติสำคัญของสีทารั้วบ้านที่มีคุณภาพ
คุณสมบัติสำคัญที่เราอยากให้คุณเอาไปพิจารณาระหว่างการเลือกซื้อสีทารั้วบ้านมีดังนี้

มีคุณสมบัติแห้งเร็ว
มีคุณสมบัติในการปกปิดที่ดี
สามารถปกป้องพื้นผิววัสดุเดิมได้
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย
กลิ่นไม่ฉุน
นอกจากนั้น สีทาบ้านในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เกรดประหยัดไปจนถึงเกรดพรีเมี่ยม ทำให้ราคาก็มีความหลากหลายไปด้วย ทริคที่จะเลือกสีทาบ้านได้แบบคุ้มค่าที่สุดคือ ให้ดูพื้นที่การใช้งาน เช่น หากเป็นการทาสีรั้วบ้าน ควรจะเลือกเกรดที่สูงหน่อยเพราะพื้นที่ตรงนี้ต้องโดนแดด โดนฝน สีที่เกรดสูงก็จะมีราคาสูงตามไปด้วย แต่ว่าก็คุ้มค่าแน่นอน เพราะจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

3. ระยะเวลาการแห้งตัวของสี
ระยะเวลาแห้งตัวของสีแต่ละชนิด จะใช้เวลาแตกต่างกัน และขึ้นกับสภาพอากาศขณะที่เราทาสี โดยปกติแล้ว

สีน้ำมัน จะใช้เวลาแห้งอย่างน้อย 6 ชม.
สีน้ำอะคริลิก จะใช้เวลาแห้งอย่างน้อย 3 ชม.
หากสภาพอากาศมีความชื้นสูง สีก็จะใช้เวลาในการแห้งนานขึ้น
วิธีการทาสีรั้วบ้านด้วยตัวเอง
อันดับแรก ให้คำนวณพื้นที่การใช้สีก่อน
ก่อนอื่นให้คุณดูขนาดบรรจุปริมาณของสี ที่ใช้หน่วยเป็นแกลลอน โดยในท้องตลาดทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ขนาดด้วยกัน
1/4 แกลลอน = 0.946 ลิตร สำหรับพื้นที่ 8 – 10 ตร.ม./เที่ยว*
1 แกลลอน = 3.785 ลิตร สำหรับพื้นที่ 30 – 35 ตร.ม./เที่ยว*
2.5 แกลลอน = 9.46 ลิตร สำหรับพื้นที่ 70 – 75 ตร.ม./เที่ยว*
5 แกลลอน =18.925 ลิตร สำหรับพื้นที่ 150 – 160 ตร.ม./เที่ยว*
*ตัวเลขอาจมีการคลาดเคลื่อนได้ ขึ้นอยู่กับชนิดสี และสภาพของพื้นผิวที่ทา
วัดตัวรั้ว: กว้าง x สูง = ตร.ม.
นำปริมาณพื้นที่รั้วที่ได้ มาคูณด้วยจำนวนรอบเที่ยวที่จะทา
สีรองพื้น ทา 1 รอบ
สีจริงสำหรับทาทับหน้า ทา 2 รอบ
ตัวอย่าง

รั้วบ้านกว้าง 2 เมตร สูง 5 เมตร = 10 ตร.ม.
สีรองพื้น ทาเที่ยวเดียว = ทาในจำนวนพื้นที่ 10 ตร.ม.
สีจริง สำหรับทาทับหน้า ทา 2 เที่ยว = 10×2 หรือ 20 ตร.ม นั่นเอง

เลือกขนาดของกระป๋อง หรือแกลลอน ให้เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งานที่คำนวณได้
จากนั้นเริ่มขั้นตอนการทาสี
1.เตรียมอุปกรณ์
แปรง ลูกกลิ้ง เครื่องพ่น หน้ากากปิดจมูก ผ้ากันเปื้อน ถาดพลาสติกสำหรับลูกกลิ้งทาสี

2.ขัด ลอก และทำความสะอาดพื้นผิว เตรียมพร้อมสำหรับการทาสี
เมื่อมีอุปกรณ์พร้อมเพรียงแล้ว สิ่งสำคัญของการทาสี คือ การเตรียมพื้นผิวที่สะอาด หากเป็นรั้วเก่าให้ทำการขูด ลอกสีเก่า รวมถึงรอยสนิม รอยเปื้อนสิ่งสกปรกต่างๆ ออกให้ได้มากที่สุดเสียก่อน เมื่อทำการซ่อมแซมรอยต่างๆ เสร็จเรียบร้อย เราก็จะได้พื้นผิวที่เรียบเนียน เวลาลงสีทาทับก็จะมีความคงทน เรียบเนียนไม่หลุดร่อน

3.ทาสีรองพื้น
การลงสีทารองพื้นก่อน จะช่วยถนอมวัสดุจริงให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และช่วยให้เมื่อลงสีจริงไปแล้วไม่ลอกร่อน เรียบเนียนสวยงาม แถมยังช่วยขจัดและป้องกันเชื้อรา รวมถึงกันสนิมได้ด้วย โดยสีรองพื้นมีหลายหลายรูปแบบมาก สามารถเข้าไปสอบถามทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้เลยที่นี่เลย เพื่อให้คุณสามารถเลือกสีทารองพื้นได้เหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพดีที่สุด การทาสีรองพื้นให้ทาสัก 2 รอบ

4.ลงสีจริง หรือที่เรียกว่า ทาสีทับหน้า
ขั้นตอนต่อมาคือการลงสีจริง โดยให้ทาสัก 2 รอบ และให้เลือกชนิดของสีให้เหมาะกับวัสดุของรั้วบ้าน ดังที่เราได้กล่าวไปข้างต้น ดังนี้

สีน้ำอะคริลิกสำหรับทาภายนอกสำหรับรั้วบ้านที่ทำมาจากการก่ออิฐฉาบปูน หรือผนังคอนกรีต
สีน้ำมัน สำหรับรั้วบ้านที่มีวัสดุเป็นเหล็ก
สีย้อมไม้ และ สีทาไม้แบบทึบแสง สำหรับรั้วบ้านที่เป็นระแนงไม้ (ไม้จริง/ไม้สังเคราะห์-ไฟเบอร์ซีเมนต์
ใช้ระยะเวลากี่วันกว่าสีจะแห้ง
เมื่อลงสีรองพื้นควรทิ้งไว้ 1 วัน ก่อนที่จะลงสีจริง (สีทับหน้า) และทิ้งไว้อีก 1 วัน ทำให้ใช้เวลาทั้งหมด 2 วัน เลือกวันดีๆ ที่มีแดดออก เช็กสภาพอากาศก่อนเริ่มลงมือทาสี

า สีทารั้วบ้าน เป็นสีแบบไหน? จะไปซื้อมาทาเองก็กลัวจะซื้อไม่ถูก ผมก็เลยจะมาเพิ่มรายละเอียดไว้อีกสักเล็กน้อย

ทาสีรั้วบ้านใหม่

ขอยกตัวอย่างให้ดูตามรูปด้านบนนี้ก็แล้วกัน รั้วบ้านส่วนที่เราจะทาสีตามรูปนี้จะมีอยู่สองส่วนด้วยกัน คือ..

1. รั้วบ้านส่วนที่เป็นปูน
สีทารั้วปูน ก็ใช้สีแบบที่ทาบ้านทั่วไปนั่นแหละครับเป็นสีน้ำอะคริลิก แต่สีน้ำอะคริลิกที่วางขายอยู่ทั่วไปนั้นแทบทุกยี่ห้อก็จะแยกประเภทไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ที่เห็นๆกันอยู่ก็จะมีอยู่ 2 แบบ คือ

สำหรับทาภายนอกและทาภายใน สีประเภทนี้จะใช้ทาได้ทั้งภายนอกและภายใน ในกรณีที่เราต้องการเอามาทารั้วบ้านก็ควรเลือกเอาแบบนี้เพราะใช้สำหรับทาภายนอกได้ จะเหมาะสมถูกต้องตามชนิดของงานและทนทานกว่าการเอาสีที่ทาเฉพาะภายในอย่างเดียวมาทาภายนอก (ซึ่งเป็นการใช้งานผิดประเภท) ถามว่าเอาสีที่ทาภายในอย่างเดียวมาทาภายนอกได้มั้ย? มันก็ได้อยู่นั่นและครับตำรวจก็ไม่จับด้วย แต่ความทนทานหรืออายุการใช้งานก็จะไม่เหมือนกับสีที่เขาออกแบบส่วนผสมมาไว้สำหรับการทาภายนอก
สีทารั้วปูน

สำหรับทาภายใน แบบนี้จะระบุให้ใช้สำหรับงานภายในอย่างเดียว ก็ใช้ทาภายในบ้าน ตามที่เขาระบุมานั่นแหละครับ
สีทาภายในบ้าน

* สีน้ำอะคริลิกยังมีชนิดกึ่งเงา Semi-gloss , เนียน Sheen, และชนิดด้าน Matt (ชนิดกึ่งเงาเมื่อทาแห้งแล้วสีจะออกเงาๆ สะท้อนแสง ลักษะคล้ายๆฟิล์มพลาสติก, ชนิดเนียนหรือ Sheen นั้นก็เนียนสมชื่อนั่นแหละจะเงานิดๆแต่ไม่เงาเท่าแบบ Semi-gloss, ส่วนชนิดด้านเมื่อทาแห้งแล้วสีจะออกด้านๆแห้งๆไม่เงา ตามชื่อนั่นแหละ ในส่วนนี้ลองไปหารายละเอียดเพิ่มเติมดูนะครับมีข้อมูลเยอะแยะ

ดังนั้นเวลาคุณไปซื้อสีทารั้วปูน แบบรูปที่ผมยกตัวอย่าง (บนสุด) คุณต้องเตรียมข้อมูล 3 อย่าง (1. สีน้ำอะคริลิก 2.แบบทาภายนอก 3. ชนิดกึ่งเงา, เนียน หรือชนิดด้าน (ชอบแบบไหนก็เลือกแบบนั้น)

** ปัจจุบันนี้มีสีออกมาใหม่กำลังฮิตกันเรียกว่า สีลอฟท์ หรือปูนลอฟท์ ก็เอามาทารั้วปูนได้เช่นกัน มีหลายเฉดสีให้เลือก สีที่นิยมใช้กันที่ผมเห็นบ่อยๆก็จะเป็นสีออกเทาๆดำๆ ให้ความรู้สึกดิบๆเหมือนเอาน้ำปูนมาทาผนังบ้านนั่นแหละครับ

2. รั้วบ้านส่วนที่เป็นเหล็ก
สีทารั้วเหล็ก รั้วบ้านส่วนที่เป็นเหล็กการทาสีส่วนใหญ่ก็จะใช้สีน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งสีน้ำมันก็จะมีแบ่งประเภทเป็นแบบเงา (เมื่อทาแห้งแล้วก็จะออกเงา มัน วาว ประมาณนี้) อีกประเภทหนึ่งก็จะเป็นสีน้ำมันแบบด้าน (ทาแห้งแล้วก็จะเป็นแบบด้านๆ ไม่เงา ไม่วาว) ก็แล้วแต่ความชอบ ใครชอบแบบไหนก็เอาแบบนั้น

สีน้ำมันชนิดเงา

สีน้ำมันที่ใช้ทาเหล็กส่วนใหญ่ก็จะใช้ทาได้ทั้งภายนอกและภายใน หรือถ้าไม่แน่ใจก็ลองถามคนขายดูก็ได้ อาจมีบางยี่ห้อที่ทำแยกกันระหว่างสีภายนอกกับสีภายในอันนี้ผมไม่แน่ใจ

เทคนิคช่างเล็กๆน้อยๆที่ควรรู้สำหรับงานทาสี
สีน้ำอะคริลิก การปรับความข้นหนืด ของสี ใช้น้ำสะอาดเติมเล็กน้อย
*การเติมน้ำทำให้สีหนืดน้อยลงหรือพูดง่ายๆว่าเหลวขึ้น ทาง่ายก็จริง แต่เนื้อสีก็จะจางลงทำให้ต้องเหนื่อยทาหลายรอบกว่าสีจะทึบหรือเข้มขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรเติมน้ำเยอะ

แปรงทาสี ที่ใช้ทาสีน้ำอะคริลิก เมื่อทาเสร็จแล้วใช้น้ำประปาสะอาดล้างแปรงฯได้เลย รวมทั้งการล้างกระป๋องหรือภาชนะที่ใช้ใส่สีด้วย (เมื่อใช้งานเสร็จแล้วล้างทันทีจะล้างง่ายกว่าการทิ้งไว้จนแห้ง)
สีน้ำมัน การปรับความข้นหนืดของสี ใช้น้ำมันสน เติมเล็กน้อย
**ไม่ควรเติมน้ำมันสนเยอะ จะทำให้เนื้อสีจาง ต้องทาหลายเที่ยวกว่าสีจะขึ้น (เข้ม,ทึบ)

การล้างแปรงทาสีน้ำมัน ใช้น้ำมันสนแช่ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำมันสนใหม่อีกทีหนึ่ง รวมถึงภาชนะหรือกระป๋องที่ใส่สีด้วย (ส่วนใหญ่ช่างทาสี จะไม่ล้างกันเพราะมันเปลืองน้ำมันสน เขาจะหาขวดพลาสติกหรือกระป๋องที่ไม่ใช้แล้วตัดเอาเฉพาะส่วนล่าง พอใช้งานเสร็จแล้วทิ้งเลย)

สีน้ำมันที่เลอะมือใช้ผ้าชุบน้ำมันสนเช็ดออก หรือถ้าเลอะมากก็ล้างออกด้วยน้ำมันสน

สถาปนิก

 

รีวิว GODZILLA VS. KONG : ไม่ควรมีราชาในโลกนี้ สิ้นสุดการทัวร์นาเมนต์

รีวิว GODZILLA VS. KONG : ไม่ควรมีราชาในโลกนี้

รีวิว GODZILLA VS. KONG สิ้นสุดทัวร์นาเมนต์แห่ง จักรวาลมอนสเตอร์ ? เมื่อปี 2014 เราได้เข้าสู่ MonsterVerse ของยุค Modern Hollywood GODZILLA VS. KONG จากหนัง Godzilla (2014) ที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำมากนัก แต่ก็ถือว่ายังไม่เละเทะ จากนั้นจักรวาลก็มี Kong: Skull Island (2017) ตามมา โดยเล่าเรื่องของ Kong ณ เกาะกะโหลกที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณครึ่งศตวรรษที่แล้ว ก่อนจะกลับมาเรื่องราวของพี่ก๊อดอีกครั้งใน Godzilla: King of the Monsters (2019) ที่พี่ก๊อดต้องต่อสู้ชิงบัลลังก์กับมอนสเตอร์โบราณต่าง ๆ และเริ่มออกทะเลไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด ปี 2021 นี้ คาดว่ามาสิ้นสุดทัวร์นาเมนต์กันแล้ว สำหรับคู่ใหญ่ชนใหญ่ที่ทั่วโลกรอคอยอย่าง Godzilla vs. Kong

พี่ KONG เป็นพระเอก พี่ GOD เป็นตัวร้าย?
ในตอนจบของ Godzilla: King of the Monsters เราอาจจะพอจำกันได้ว่า Godzilla ได้กลับไปอยู่ในน่านน้ำอย่างสงบสุขหรือต่างคนต่างอยู่กับพวกเราไปแล้ว แต่ในภาคนี้พี่ก๊อดกลับมาอาละวาดอีกครั้งเมื่อ Walter Simmons (Demián Bichir จาก The Nun) CEO แห่ง Apex Cybernetics และวิศวกรเอกของเขา Ren Serizawa (Shun Oguri นักแสดงญี่ปุ่นชื่อดัง) ได้ทำการทดลองบางอย่างแล้วไปปลุกต่อมโกรธของพี่ก๊อดแกเข้า

อย่างไรก็ตาม พี่ก๊อดอาจจะมีหนังเดี่ยวมาเยอะกว่าแล้ว ทำให้ Godzilla vs. Kong ภาคนี้เหมือนจะเป็นหนังของ Kong เสียมากกว่า ที่เห็นได้ชัดคือ ความเป็นมนุษย์ การสื่อสาร และประเด็นครอบครัว ที่ใส่มาให้พี่ Kong มีมิติกว่าที่เคย ในขณะที่พี่ก๊อดยังคงเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ส่วนใหญ่ก็มา ๆ ไป ๆ และโดยผิวเผิน เหมือนจะเป็นตัวร้ายเสียมากกว่าฮีโร่

สมาชิกมนุษย์ทีม Kong ได้แก่ Dr. Nathan Lind (Alexander Skarsgård จาก The Legend of Tarzan), Dr. Ilene Andrews (Rebecca Hall จาก The Prestige), และเด็กพื้นเมือง Jia (Kaylee Hottle นักแสดงเด็กหน้าใหม่ผู้บกพร่องทางการได้ยิน) ซึ่งเติบโตมากับ Kong พ่วงด้วย Maia Simmons (Eiza González จาก Baby Driver) ทายาทแห่ง Apex Cybernetics ที่มาคุมภารกิจแสวงหาแหล่งพลังงานที่ Hollow Earth ด้วยยานไฮเทคสุดล้ำอย่าง Hollow Earth Aerial Vehicles (HEAVs) ที่จะทำให้คุณไปกลับแกนโลกได้ง่ายดายเสมือนข้ามจากฝั่งนนท์ไปฝั่งธนฯ

แต่ Godzilla ก็ยังมีทีมมนุษย์มาช่วยสมทบ นั่นก็คือ Madison Russell (Millie Bobby Brown จาก Stranger Things) ลูกสาวของ ผอ. Mark Russell คนเดิม (Kyle Chandler จาก Manchester by the Sea) ครอบครัวนักวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทหลักในภาคก่อนหน้า กับเหล่าเนิร์ดเพื่อนใหม่ของเธอ Bernie Hayes (Brian Tyree Henry จาก Hotel Artemis) และ Josh Valentine (Julian Dennison จาก Deadpool 2)

มนุษย์ยังจำเป็นอยู่มั้ย?
พาร์ทมนุษย์อันเต็มไปด้วยเหล่าตัวละครมนุษย์หลายรูปนามเป็นจุดอ่อนของจักรวาลนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ในภาคนี้ก็ยังอ่อนอยู่ และด้วยมีมอนสเตอร์สองทีมใหญ่ แต่ละทีมก็มีลูกทีม (มนุษย์) ของตัวเอง คราวนี้มันก็เลยยั้วเยี้ย

Millie Bobby Brown ดูโตและสวยขึ้นเป็นกอง แต่ก็ต้องยอมรับว่า บทของเธอและผองเพื่อนมีอยู่อย่างแทบไร้ความจำเป็น (แต่หนังก็ทำให้จำเป็นได้จนได้แหละ) ในขณะที่เด็กใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์ ที่รับบทเป็น Jia ทีม Kong มีความโดดเด่นและน่าสนใจกว่า

อย่างไรก็ตาม พาร์ทการต่อสู้ปะทะกันระหว่าง Godzilla กับ Kong ก็จัดหนักจัดเต็ม สาแก่ใจแฟน ๆ ทุกยก ทุกกระบวนท่า รวมถึงองก์สามที่ถล่มเกาะฮ่องกงแทบราบคาบ ถึงแม้แทบทุกซีนจะขัดต่อหลักฟิสิกส์หรือความสมเหตุสมผลไปมากก็ตาม แต่ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมาก ก็ถือว่าฉากเหล่านี้สนุก สมการรอคอย ไม่ผิดหวังกับความมัน(ส์)กระจาย และซีจีที่วางใจได้ ควรค่าแก่การดูโรงจอยักษ์อย่าง IMAX

หรือโลกนี้ ไม่ควรมีคิง?
จะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมา Godzilla กับ Kong เขาก็อยู่ของเขาเฉย ๆ แหละ แต่ที่ร้ายที่สุดของเรื่องก็คือ มนุษย์รวยผู้มีเทคโนโลยีสุดล้ำอยู่ในมือ กับความปรารถนาที่จะเป็นผู้ล่าสูงสุดในห่วงโซ่อาหารและควบคุม Godzilla หรือ Kong ได้อย่าง Apex Cybernetics นั่นเอง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเดี๋ยวหนังจะกำจัดตัวละครที่น่าลำไยเหล่านี้ออกไปอย่างง่ายดายราวกับไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อน เราจึงโฟกัสที่ Godzilla กับ Kong ได้เลย

ในขณะที่หลายคนตั้งคำถามก่อนเข้าโรงว่า ระหว่างสองตัวนี้ ใครจะชนะ ใครจะได้เป็นคิง เราคิดว่า ในยุค 2021 นี้ คำถามเหล่านั้นควรจัดเป็นชุดความคิดที่ล้าหลังได้แล้ว สุดท้ายทั้งสองต่างก็มีทั้งความเหมือนและความต่างกัน ทั้งสองต่างมีชีวิตในแบบของตัวเอง และพยายามใช้ชีวิตของตัวเอง เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ตื่นมาอาบน้ำ กินข้าว หรือเดินเล่นชมวิว และก็มีความคิดและจิตใจ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาและสิ่งเร้าภายนอก ดังนั้น มันจำเป็นด้วยหรือที่เขาจะต้องให้คนอื่นมาเป็นคิงคอนโทรลชีวิตเขา มันจำเป็นด้วยหรือที่เราต้องก้มหัวให้คนอื่นเพียงเพราะเขาตัวใหญ่กว่าหรือแข็งแรงกว่า

คำถามที่ถูกต้องก็คือ คิงยังจำเป็นอยู่มั้ย? ทำไมสองตัวนี้ต้องมาสู้กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งราชันแห่งมอนสเตอร์หรือเป็นจ้าวโลกกันด้วย? เราแค่เคารพซึ่งกันและกัน ไม่รุกล้ำหรือเบียดเบียนกัน หรือแค่ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะเพื่อนร่วมโลกเฉย ๆ ไม่ได้หรือ? เราจะมีราชาไปทำไม?  อ่านต่อได้ที่ 

รีวิวหนัง THE NUN : ผีแม่ชี กับ จักรวาล The Conjuring ที่มากับความหลอน

รีวิว The NUN 'เดอะนัน' ระบบ 4DX ในจักรวาล The Conjuring ภาคนี้อ่อนสุดเลย..  | TheHOUSE

The Nun เรื่องที่ 5 ในจักรวาล the conjuring หลังจากดึงตุ๊กตาผีแอนนาเบลล์ มาเป็นภาคแยกไป 2 เรื่อง ก็ถึงคราวของ ผีแม่ชี ที่ไปสร้างความน่ากลัวจนเป็นที่จดจำใน The Conjuring 2 (2016) ผีแม่ชี ก็เลยได้เป็นผีตัวที่ 2 ที่ได้มีเรื่องราวภาคแยก ที่พาผู้ชมย้อนอดีตไปดูความเป็นมาของผีแม่ชีตัวนี้ และตัวต่อไปที่จะมีเรื่องราวภาคแยกของตัวเองก็คือ The Crooked Man ผีชุดแดงถือร่ม ที่โผล่มา 2 ฉากใน The Conjuring 2 เช่นกัน

แม้ว่า เจมส์ วาน ผู้ให้กำเนิดจักรวาล The Conjuring ไม่ได้มากำกับ แต่ก็ยังเป็นคนเขียนเรื่องร่วมกับ แกรี่ เดาเบอร์แมน ที่เพิ่งมี ผลงานสุดฮิต อย่าง “IT” และเจมส์ ก็ยังนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสร้าง และมาช่วยในขั้นตอนถ่ายทำซ่อมด้วย

จักรวาลหนังผีของ James Wan เป็น จักรวาล ที่เพิ่งถือกำเนิดมาในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีและใช้งบประมาณที่ถือว่าค่อนข้างต่ำเลยทีเดียว แต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งในแง่รายได้และกระแสตอบรับ

โดยส่วนตัวเราเองก็ชอบหนังในจักรวาลนี้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวคือ Annebelle ภาคแรก ที่เรียกได้ว่าผิดหวังหนักมาก (แต่หนังก็ทำเงินดีด้วยผลใบบุญที่ The Conjuring สร้างไว้)

และหลังจากดู The Nun รอบสื่อจบลง เราก็จัด The Nun ให้เป็นหมวด “หนังที่ไม่ควรคาดหวังมากก่อนไปดู” ซึ่งถ้าให้ขยายความก็คือ หนังไม่ได้แย่อะไร ถือว่าดีกว่าหนังผีหลาย ๆ เรื่อง และดีกว่า Annebelle ภาคแรกที่หลายคนสาปส่ง

แต่ถ้าเทียบกับเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลของ James Wan ด้วยกันแล้วล่ะก็… เราให้เรื่องนี้เป็นอันดับ 4 จาก 5 (แน่นอนว่าอันดับ 5 คือ Annebelle ภาคแรก)

อย่างไรก็ตาม เราก็คิดว่า ถ้าดูเรื่องอื่นใน จักรวาล มาครบแล้ว หรือเป็นแฟนหนังจักรวาลนี้เราคงเคยเจอผีแม่ชี หรือซาตาน Valak มาก่อนแล้วตั้งแต่ The Conjuring 2 และ Annebelle Creation อะนะ ดังนั้น ไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไง ก็ยังควรมาดู The Nun อยู่ดี เพราะมันเหมือนเติมเต็ม gap บางอย่างของเรื่อง มีความเชื่อมโยงกับ The Conjuring และเหมือนแอบมีแง้ม ๆ เรื่องที่น่าจะเป็นอีกเรื่องใหม่ในจักรวาลไปได้อีก

 

แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลคือ ไม่ค่อย family, ไม่มีเด็ก (มีก็มีแบบมาว้อบ ๆ แวม ๆ เป็นเรื่องเสริมเรื่องรอง), และฟีลจะ Gothic ไปเลย โดยเรื่องเซตอยู่ที่ปี 1952 เรื่องมีอยู่ว่า หนุ่มหล่อชาวไร่ Frenchie (Jonas Bloquet จาก Elle) ไปพบศพแม่ชีแขวนคอตายคาวิหารเก่าแก่ที่นานทีปีหนจะมีคนย่างกรายไปโฉบละแวกนั้น ทำให้วาติกันส่ง Father Burke

(Demián Bichir จาก The Hateful Eight) กับแม่ชีฝึกหัด Sister Irene (Taissa Farmiga จาก The Bling Ring เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของนางเอก The Conjuring ทั้งสองภาค ในหนังมี vision เหมือนกัน และ หน้าตา คล้ายกันมาก แต่หนังไม่ได้บอกว่าทั้งสองเกี่ยวดองกันหรือไม่อย่างไร) มาตรวจสอบว่าสถานที่แห่งนี้ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่

หนังสยองขวัญเรื่องล่าสุดของจักรวาล The Conjuring เป้าประสงค์ของหนังเรื่องนี้คือการต่อยอดคาแรกเตอร์ตัวละครสุดขโมยซีนใน The Conjuring 2 อย่างผีแม่ชี หรือเป็นร่างจำแลงของปีศาจร้ายที่ชื่อว่า “วาลัค” ให้ผู้ชมได้มีโอกาสรู้จักต้นกำเนิดและที่มาที่ไปของปีศาจตนนี้ให้มากขึ้น

ปัญหาประการเดียวของหนังก็คือ มันเป็นหนังที่แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องอะไรสลักสำคัญนัก หรืออันที่จริง ต้นกำเนิดของปีศาจวาลัค ก็ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างกับจักรวาลนี้มากขึ้นเท่าไหร่ เพราะมันเป็นเหมือนหนังคั่นเวลา เพื่อรอหนัง The Conjuring ภาคถัดไป ซึ่งถ้าหากเราเทียบกับบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว The Conjuring น่าจะคล้ายคลึงกับหนังอย่าง The Avengers หรือ Justice League ส่วนบรรดาหนังผีภาคแยกนั้นก็น่าจะคล้ายหนังขยายจักรวาลที่ไม่จำเป็นต้องดูก็ได้

ความน่าตลกขบขัน คือความพยายามอันล้มเหลวในการออกแบบฉาก “ตุ้งแช่” ให้มีความโดดเด่น สะดุดตาและน่าตกใจ โดยในหลายครั้งภาพที่ปรากฏบนจอหนัง กลายเป็นเหมือนการพาคนดูเข้า บ้านผีสิง ตามสวนสนุก ซึ่งในหลายครั้ง คนดูก็ควรจะตั้งคำถามกับตัวละครหลักทั้งสามไม่ว่าจะเป็นแม่ชีไอรีณ บาทหลวงเบิร์ค เฟรนชี่ ที่มักจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรจะอยู่ อาทิ การพูดว่า “ฮาโหล” กับสิ่งที่อยู่ในเงาดำๆ ตะคุ่มๆ

ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าในคอนเวนท์ดังกล่าวไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้ว (ในตอนหลัง) การที่พวกเขาวิ่งตามปีศาจจากอดีตไปในป่าช้า หรือกระทั่งการเดินตามผีแม่ชีที่ตายไปแล้ว เพื่อดูให้แน่ใจเป็นหนที่สองว่านั่นคือคน!

 

พฤติกรรมสิ้นคิดดังกล่าว ยิ่งทำให้เราตั้งคำถามกับคาแรกเตอร์ของตัวละครทั้งสามว่าตกลงแล้วพวกเขา อยากจะมาค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น หรือจริงๆพวกเขาอยากจะพาตัวเองมาเป็นเหยื่อของความน่ากลัวกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งตัวละครพยายามแสดงอาการหวาดกลัว หวีดร้องลั่นโรงหนังแค่ไหน กลับไม่ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกตามไปด้วย (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง) ประกอบกับคนดูไม่มีโอกาสทำความรู้จัก “พื้นที่” ซึ่งหมายถึงปราสาทคอนแวนต์อันแสนลึกลับ เพราะอันที่จริงคนดูมีโอกาสได้เห็นแค่ ห้องแช่แข็ง ทางเดินเข้าปราสาท โบสถ์ ห้องพักชั่วคราวของแม่ชีไอรีณ และคุกมืดใต้ปราสาท ซึ่งทุกอย่างมาในลักษณะ “เป็นห้อง” แยกจากกันโดยเอกเทศน์

คนดูไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าแผนผังของปราสาทนี้เดินเชื่อมโยงกันอย่างไร ตัวละครเดินไปมาหาสู่กันเช่นไร และท้ายที่สุด เราก็ไม่มีโอกาสรู้จักตัวละครอื่นๆนอกจากตัวละครเดินเรื่องทั้งสามคน เราเลยอุปมาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า บรรดาแม่ชีคนอื่นๆในคอนแวนต์นี้ไม่น่าจะมีสภาพปกติตั้งแต่แรก

 

ถึงแม้จะยอมรับ เป็นหนังผีที่ไม่เข้าท่า และ ความน่ากลัว สอบตกมาตรฐานหนังผีทั่วไป (แต่ได้ความตลกแบบไม่ตั้งใจทดแทน) เราก็ได้แต่หวังว่า หนังเรื่องต่อๆไปในจักรวาลนี้จะให้ความสำคัญกับบทภาพยนตร์ มากกว่าจะเน้นขายแต่ฉากตกใจ ผีหลอก จนกลายเป็นความพร่ำเพรื่อ เพราะอย่าลืมว่าคนดูเสียเงินมา “ทำความเข้าใจกับคาแรกเตอร์” ไม่ได้อยากมาดูคาแรกเตอร์เหล่านั้นตั้งหน้าตั้งตาหลอก (เงิน) คนดูอย่างเดียว!

 

เอาจริง เนื้อเรื่องภาคนี้ ไม่มีอะไรมากจริง ๆ เหมือนเอาเรื่องเล็ก ๆ มาเล่าเป็นเรื่องยาว ๆ โลเกชั่นก็อยู่แต่ในวิหารทั้งเรื่องเลย แต่จริง ๆ หนังก็ไม่ได้ยาวมากนะ แค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ต่างจากเรื่องอื่น ๆ ใน จักรวาล ที่ยาวสอง ชั่วโมง อัพ (ก็อย่างที่บอกอะนะ เรื่องไม่มีอะไรมาก) ฉากน่ากลัว ๆ ก็มีอยู่บ้าง

แต่ก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร และมีฉากตุ้งแช่ (jump scare) ค่อนข้างหลายครั้ง แต่ก็เดาได้เกือบทุกครั้งว่า “นี่แหละ ๆ แพลนกล้องแบบนี้แหละ เดี๋ยวผีจะมาตุ้งแช่ตรงนี้แหละ”

 

แต่ ยังคงเป็นหนังสยองขวัญที่รักษามาตรฐานของจักรวาล The Conjuring ไว้ได้ คอหนังสยองขวัญดูได้ไม่ผิดหวัง ถึงไม่เคยดูหนังในจักรวาล The Conjuring มาเลยสักเรื่อง ก็สามารถดูได้รู้เรื่อง แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอยู่ในระดับต้น ๆ ของหนังจากจักรวาลนี้ ถึงแม้ผีจะออกถี่ ฉากลุ้นสะดุ้งจะมีมาก

แต่ก็ไม่ได้มีฉากที่น่ากลัวถึงขั้นน่าจดจำพอให้หยิบมาพูดถึงหลังออกจากโรง และไม่ได้น่ากลัวเทียบเท่าการปรากฏตัวครั้งแรกของผีแม่ชีเองใน The Conjuring 2 อีกจุดที่น่าชื่นชมก็คือฝีมือเขียนบทของแกรี่ เดาเบอร์แมน สามารถเชื่อมฉากจบของ มาต่อเนื่องกับ The Conjuring 1 ได้อย่างลงตัว แล้วจบแบบปลายเปิดให้สานต่อวีรกรรมสยองของผีแม่ชีได้ต่อไป

 

ดูหนังออนไลน์

ข้อดีและข้อระวังในการใช้ หลอดไฟ LED T8 พร้อมการติดตั้ง

หลอดไฟแอลอีดี Master LED TUBE T8 HO 14W 1200mm. แสงขาว 6500K 2100lm อายุ การใช้งาน 50,000 ชั่วโมง "PHILIPS" | Shopee Thailand

สำหรับการใช้ หลอดไฟ LED T8 ติดตั้งใหม่โดยเลือกใช้ LED set หลอดไฟ LED T8 พร้อมราง การติดตั้งจะสะดวกง่ายดาย โดยยึดติดขารางไฟ แล้วต่อสายไฟ AC 220V เข้ากับสายไฟหรือหลักต่อสายที่ภายในรางไฟ ก็เป็นอันเรียบร้อย

เปลี่ยน หลอดบ้าน ทั่วไป หันมาใช้ LED T8 ในอดีตกาลนานก่อน เราเคยได้ยินคำโฆษณาเชิญชวนรณรงค์ให้ทุก ๆ บ้าน หันมาใช้หลอดผอมประหยัดไฟ หรือตามศัพท์แล้วเรียกกันว่า หลอด Fluorescent ซึ่งจะประหยัดไฟได้ดีกว่าหลอดไส้ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันหลอดผอมประหยัดไฟที่ว่ามานี้ กลายเป็นหลอดกินไฟ เนื่องด้วยมีหลอดรุ่นใหม่ที่ประหยัดยิ่งกว่า นั่นคือ หลอดไฟ LED

การติดตั้งใช้งานหลอดไฟ LED T8

ปัจจุบันหลอดไฟ LED มีราคาถูกลงมาก และด้วยความประหยัดไฟและให้แสงสว่างสูง จึงทำให้มีสินค้าออกมาจำหน่ายมากมายหลายแบบ และมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย สำหรับการใช้หลอดไฟ LED T8 ติดตั้งใหม่โดยเลือกใช้ LED set หลอดไฟ LED T8 พร้อมราง การติดตั้งจะสะดวกง่ายดาย โดยยึดติดขารางไฟ แล้วต่อสายไฟ AC 220V เข้ากับสายไฟหรือหลักต่อสายที่ภายในรางไฟ ก็เป็นอันเรียบร้อย

ส่วนการเปลี่ยนหลอดไฟ LED T8 ขั้ว G13 เข้ากับรางหลอดไฟ Fluorescent ของเดิม หรือรางไฟ-โคมไฟใหม่ เราจำเป็นจะต้องรู้จัก Diagram ของหลอดไฟ LED และเลือกให้ถูกต้องก่อนจะนำมาใช้ หลอดไฟ LED จะมี Driver ไฟ AC 220V ติดตั้งอยู่ภายในหลอด ส่วนใหญ่แล้วจะมีการต่อไฟเข้าอยู่ 2รูปแบบ ดังนี้

1. แบบต่อไฟเข้าหัว-ท้าย ควรสังเกตุ ข้อบ่งชี้การติดตั้งใช้งานและ Diagram ที่ข้างกล่องหรือระบุมาที่ขั้วหลอดไฟ เพื่อให้เลือกใช้ และต่อไฟเช้าได้ถูกต้อง ก่อนนำมาติดตั้งใช้งาน

Diagram A ไฟเข้าหัว-ท้าย และการต่อใช้งานกับไฟ AC 220V รูปฉลากบอกการต่อใช้งานหลอดไฟ LED

 

การติดตั้งใช้งานกับโคมหลอด Fluorescent บัลลาสแกนเหล็กของเดิม ทำได้ง่ายดาย โดยถอด Starter ออกและใส่หลอดไฟ LED แทนหลอด Fluoresce ของเดิม และเปิดไฟใช้ได้เลย (หากเป็นบัลลาสอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเดินสายใหม่ ถอดบัลลาสออก และต่อไฟตรงเช้าหลอด LED ตาม Diagram A)

ที่ขาของหลอด LED ทั้งสองด้าน ภายในจะต่อถึงกันทำให้สามารถต่อสายไฟ L-N เข้าหัว-ท้าย เพียงขาใดขาหนึ่งก็ได้ สามารถสลับหลอดไฟใส่ด้านใดก็ได้ สะดวกต่อการใช้งาน

2. หลอดไฟ LED แบบไฟเข้าข้างเดียว และมี Protector Fuse มักจะเป็นหลอดไฟ LED Philips, Toshiba และอีกหลายยี่ห้อ ต้องดูสเป็ค ดูDiagram และข้อบ่งชี้การติดตั้งใช้งานและ ที่ข้างกล่องหรือที่หลอดไฟ

ไฟ AC เข้าที่ขา L-N ที่ปลายด้านที่ติดตั้ง Driver ส่วนขาอีกด้าน ภายในจะต่อถึงกันภายในหลอด LED

6 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเปลี่ยนใช้หลอดไฟ LED แทนหลอด Fluorescent แบบ EM บัลลาส

 

1) ปิดสวิตซ์ไฟ

2) ถอดหลอดไฟเดิมออก

3) ถอดสตาร์ทเตอร์ออก

 

4) ใส่ฟิวส์แทนที่สตาร์ทเตอร์

5) ใส่หลอดไฟ LED แทนที่หลอดเดิม

6) เปิดสวิตซ์ไฟใช้งาน

สำหรับการติดตั้งใช้งานกับโคมไฟใหม่ หรือโคมเดิมที่เดินสายไฟใหม่แนะนำให้ใช้ Diagram ดังนี้ หลอดไฟบางรุ่นมีแถม Protector Fuse มาด้วยก็ควรใส่ Fuse หากไม่มีก็ต่อตรงตาม Diagram การเดินสายไฟแบบนี้จะทำให้สะดวกเมื่อติดตั้งใช้งานกับหลอดไฟ LED แบบไฟเข้าด้านเดียว โดยสามารถใส่หลอดสลับด้านใดก็ได้

การต่อใช้งานกับขารางไฟ หรือโคมไฟเดิมสามารถทำได้สะดวกเช่นกัน โดยใส่ Protector Fuse ที่แถมมาด้วย ใส่แทน Starter และใส่หลอดไฟ LED แทนหลอด Fluorescent เพียงเท่านี้ก็เปิดไฟใช้ได้เลย

เดือนที่ผ่านมาบ้านไอเดียได้นำรีวิวจากแฟนเพจมาให้อ่านกัน เป็นการรีวิวเปรียบเทียบค่าไฟที่ลดลงไปมากอย่างน่าทึ่ง เมื่อเจ้าของบ้านเปลี่ยนมาใช้หลอด LED ทั้งหลัง จะว่าไป หากเราลองค้นหาข้อมูลใน Google ก็จะรู้ว่า คนที่เคยเปลี่ยนมาใช้ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันประหยัดจริง ปัจจุบันตามร้านค้าสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า จึงนิยมเปลี่ยนมาใช้หลอด LED กันเยอะมาก เนื่องด้วยช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายรายเดือนลงไปเยอะมาก

เอาหละครับ เชื่อได้ว่าผู้อ่านคงเชื่อแล้วหละ ว่าประหยัดจริง สำหรับวันนี้ ขอนำข้อดีอื่น ๆ นอกจากความประหยัดแล้ว LED ยังมีดีอะไรอีกบ้าง โดยขอเปรียบเทียบหลอดไฟ T8 หรือหลอดผอมที่บ้านเรือนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ดูกันว่า เมื่อเปลี่ยนจาก Fluorescent T8 เป็น LED T8 จะมีข้อแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง

“สำหรับผู้อ่านที่สงสัยว่า T8 คืออะไร T ย่อมาจาก Tube หมายถึงหลอดไฟที่มีลักษณะแบบเดียวกับท่อ ดั่งเช่นหลอดผอม ส่วนเลข 8 นั้น เป็นขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางหลอดไฟ มีหน่วยเป็นหุน T8 = 8 หุน หรือ 1 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีขนาดมาตรฐานอื่น ๆ เช่น T5 , T12”

8 ข้อดี เมื่อเปลี่ยนมาใช้หลอด LED T8

1. ประหยัดพลังงานไฟฟ้า ช่วยให้ค่าไฟลดลงกว่า 50% อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานของชาติด้วยครับ
2. ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น สารตะกั่ว สารปรอท
3. ไม่มีรังสี UV ซึ่งส่งผลให้ตาเมื่อยล้า ผิวหมองคล้ำ อีกทั้งยังมีผลกับวัตถุต่าง ๆ ส่งผลให้สีซีดจาง
4. ลดอุณหภูมิในห้อง เนื่องด้วยความร้อนจาก LED นั้น มีระดับต่ำกว่าหลอดชนิดอื่น ๆ มาก เมื่ออุณหภูมิในห้องต่ำลง ยังส่งผลทางอ้อมช่วยให้เครื่องปรับอากาศลดการทำงานลงอีกด้วย
5. อายุการใช้งานยาวนานกว่า ช่วยลดค่าซ่อมแซม ค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
6. หลอด LED ไม่ต้องใช้บัลลาสต์ และสตาร์ทเตอร์ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้
7. เปิดสวิทซ์ ติดทันที แตกต่างจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่ต้องรอการอุ่นให้ไส้หลอดร้อน และใช้แรงดันไฟฟ้าสูงในการจุดหลอดให้ติด กระบวนการนี้ใช้เวลา 2-5 วินาที หรือมากกว่านั้น กรณีสตาร์ทเตอร์เสื่อม
8. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อน

เห็นข้อดีมากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะข้อแรกที่ทำให้ประหยัดค่าไฟมากขึ้น อาจทำให้หลายท่านเริ่มสนใจอยากเปลี่ยนมาใช้ LED บ้าง คำถามที่พบบ่อยครั้ง หลอด LED T8 สามารถใช้ร่วมกับรางเดิมได้ไหม ? ตอบทันทีเลยว่า สามารถนำมาใช้ร่วมกับรางเดิมได้ครับ เพียงแค่ผู้อ่านทำการเชื่อมต่อระบบสายไฟภายในรางใหม่ ปกติจะเชื่อมต่อกับบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์ กรณีเปลี่ยนมาใช้หลอด LED T8 สามารถถอดทั้งบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์ออก ทำการเชื่อมต่อสายไฟตรงได้เลยครับ นอกจากหลอดผอม T8 แล้ว ปัจจุบันหลอด LED ยังมีหลากหลายรูปทรง รองรับกับการใช้งานทุกรูปแบบ อีกทั้งราคาได้ปรับลดลงมาจากอดีตมาก เปลี่ยนมาใช้เพียงไม่กี่เดือน เมื่อหักลบกับค่าไฟที่ลดลงไป ก็คุ้มกับค่าหลอดไฟที่จ่ายไปแล้วหละครับ

 

ออกแบบบ้าน