ซีรย์ยอดฮิต ในปี 2021 เตรียมลงจอต่อ จาก ss2 The Penthouse ss3

Penthouse Season 3

ซีรีส์ฮิตของ SBS ‘The Penthouse’ ที่ทำเอาแฟน ๆ ทั่วเอเชียต่างรอคอยการกลับมาของซีซัน 3 อย่างใจจดใจจ่อ ประกาศวันฉายออกมาแล้วและเป็นการประกาศที่แฟน ๆ ต้องดิ้นไม่หยุดอย่างแน่นอน ทำไมน่ะเหรอ? เพราะ 2 ซีซันก่อนหน้านี้ออกอากาศสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ ‘The Penthouse 3’ จะออกอากาศเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในวันศุกร์ (ตามเวลาเกาหลี) เท่านั้น OMG ไม่นะ!! อย่างนี้ก็คุ้มคลั่งกันพอดี

จากความสำเร็จของ ซีรีส์ที่ทำให้ผู้ชมชาวเกาหลีใต้และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย ประสาทเสียกันถ้วนหน้า ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นซีรีส์ที่ถูกบันทึกสถิติในกรุงโซลด้วยตัวเลข ที่อยู่ในจุดที่สูงสุดคือ 31.1% สวมมงราชีนีกลายเป็นซีรีส์ที่มีเรตติ้งผู้ชมทะลุเพดานกันไปเลย และความคาดหวังถึงความแซบเกินเบอร์ก็มาอยู่ที่ตอนจบในซีซัน 3 นี่แหละจ้ะว่า ‘คิมซุนอ๊ก’ ผู้เขียนบทที่ชื่นชอบในการแกงคนดู จะทำให้แฟน ๆ ต้องตะลึงกับซีรีส์ที่ผู้ชมโดนแกงกันแบบซ้ำซ้อน เรื่องนี้อีกหรือไม่

ซึ่งซีซัน 3 ที่กำลังจะมาถึง ได้เริ่มถ่ายทำแล้วในวันที่ 27 เมษายน และมีกำหนดออกอากาศตอนแรกในวันที่ 4 มิถุนายน (ตามเวลาเกาหลี) ไวกว่านี้มีอีกไหมจ๊ะ ‘Taxi Driver’ จบปุ๊บ ก็ต่อด้วยเรื่องนี้กันเลย ภาคต่อของเรื่องอื่นต้องร้องว่าสู้เบา ๆ ในลำคอเลยทีเดียว และความไวปานวอกนี้ก็เป็นที่มาของ การออกอากาศได้เพียงอาทิตย์ละตอนเท่านั้นแหละ

ซึ่งในซีซัน 3 จะยังคงเป็นเรื่องราวดราม่าที่สุดจะคาดเดา และการแก้แค้นที่แสบเข้าไปถึงทรวงระหว่าง‘ชิมซูรยอน’ (อีจีอา) และ‘จูแดนแท’ (อึมคีจุน) เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือบทบาทของตัวละครใหม่ ‘จุนกิ’ (อนจูวาน) และ‘ยูดงพิล’ (พัคโฮซาน) ที่จะเพิ่มความแซบ เติมดีกรีให้เข้มข้นมากขึ้นไปอีก ด้วยความลับและเงื่อนปมของทั้งสองซีซันที่ยังไม่ได้เปิดเผย ตั้งตารอดูจุดจบของ ‘จูแดนแท’ กันได้เลยจ้ะ ว่าจะสาแก่ใจของแม่ ๆ ที่ตามแช่งกันอยู่หรือเปล่า มิถุนายนนี้เจอกัน ufa

รีวิว To All the Boys I’ve Loved Before แด่ผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยรัก 2

To All the Boys I've Loved Before

รีวิว To All the Boys I’ve Loved Before แด่ผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยรัก 2 ลาร่าจีน คัฟวีย์ (Lana Condor) และ ปีเตอร์ (Noah Centineo) ไม่ได้แกล้งทำเป็นแฟนกัน อีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขาได้เป็นแฟนกันจริง ๆ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ ลาร่า จีน มีแฟน! ประสบการณ์ทุกอย่างเป็นครั้งแรกไปหมด ทั้งจูบแรก เดตแรก และวันวาเลนไทน์ครั้งแรก! ลาร่า จีน

รู้สึกว่าเธอยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากจากพี่น้องและเพื่อนสาว รวมไปถึง สตอร์มมี่ (Holland Taylor) หญิงสูงวัยที่จะมาช่วย ลาร่า จีน จัดการกับความรู้สึกที่วุ่นวายและความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงขึ้นเรื่อย ๆ จากการปรากฏตัวของ จอห์น แอมโบรส แมคคลาเรน (Jordan Fisher) หนึ่งในผู้ที่ได้รับจดหมายรักสมัยเด็กของ ลาร่า จีน! จู่ ๆ โผล่มาปั่นป่วนหัวใจแบบนี้ สาวน้อยของเราจะทำอย่างไร แล้วจะเป็นไปได้ไหมที่คนเราจะสามารถตกหลุมรักคนสองคนได้พร้อมกัน?

หลังจากรอคอยกันมาเกือบ 2 ปี ก็ลงจอ Netflix เป็นที่เรียบร้อย สำหรับ To All the Boys: P.S. I Still Love You หรือในชื่อภาษาไทย แด่ชายทุกคนที่ฉันเคยรัก (ตอนนี้ก็ยังรัก) ภาคต่อของภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ที่ได้รับความนิยมอย่าง To All the Boys I’ve Loved Before

ที่ออกฉายเมื่อปี 2018 และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี โดยการกลับมาในครั้งนี้ เป็นการเดินเรื่องต่อจากภาคที่แล้ว เราจึงแนะนำให้คุณดูภาคแรกก่อนที่จะดูภาคนี้นะคะ (ใครไม่ดูมาก่อน อาจจะมีงง ๆ กับบางจุดในเรื่องได้)

เนื้อเรื่องเปิดมาในช่วงที่ ลาร่า จีน กำลัง ‘เห่อ’ กับการมีแฟนคนแรกและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะได้ทำเป็นครั้งแรก เช่น เดตแรก จูบแรก และวันวาเลนไทน์ครั้งแรกที่มีแฟน!

ถ้าใครที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก็อาจจะกระตุ้นความทรงจำให้นึกถึงวันวานในวัยหวาน แต่ถ้าคุณไม่เคยมีแฟนมาก่อน ช่วงนี้ก็เป็นฉากฟิน ๆ ให้กุ๊กกิ๊กหัวใจ แต่สำหรับเราแล้วช่วงแรกของหนังค่อนข้างน่าเบื่อ อาจจะเป็นคำติที่แรงไปสำหรับหนังรักวัยรุ่น แต่ด้วยมาตรฐานของภาคแรกที่ทำไว้อย่างดีและชวนติดตามทุกนาที เราจึงคาดหวังอะไรที่มากกว่านี้

ความสัมพันธ์ของ ลาร่า จีน และ ปีเตอร์ เริ่มต้นด้วยความหวานชื่นและดูเหมือนเทพนิยายที่สาวน้อยตกยากได้ตกหลุมรักกับเจ้าชายรูปงาม แต่ระหว่างทางล้วนเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจของฝ่ายหญิงที่เฝ้าสงสัยว่า เธอดีพอหรือไม่ ที่จะได้เป็นแฟนกับหนุ่มสุดฮอตประจำโรงเรียน

รวมไปถึงความโชกโชนของ ปีเตอร์ ที่เคยมีแฟนมาแล้ว ผิดกับ ลาร่า จีน ที่เขาคือแฟนคนแรก เธอจึงมักเปรียบเทียบตัวเองกับ เจ็น (Emilija Baranac) แฟนเก่าของ ปีเตอร์ และอดีตเพื่อนสนิทของเธอ อาจจะดูยืดเยื้อและน่ารำคาญไปบ้าง แต่นี่ก็คือความเป็นมนุษย์ที่ถูกใส่ความมาในหนังเรื่องนี้ ทำให้เรารู้สึกว่านี่คือหนังรักที่มีความจริงจังมากขึ้น ดรามามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นตึงเครียด

จุดที่ทำให้เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าติดตามจริง ๆ คือหลังจากการปรากฏของตัวของ จอห์น แอมโบรส แมคคลาเรน หนึ่งในผู้ที่ได้รับจดหมายรักสมัยเด็กของ ลาร่า จีน ซึ่งทั้งคู่ได้เลือกทำกิจกรรมอาสาที่บ้านพักคนชราที่เดียวกันโดยบังเอิญ ทำให้ทั้งคู่ได้มาใกล้ชิดกันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้รับจดหมาย สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ ส่งผลให้เราใจเต้นไม่เป็นจังหวะและร่วมลุ้นไปกับตัวละครว่า หนุ่มคนไหนจะได้ลงเอยกับสาวน้อย ลาร่า จีน ซึ่งเราขอบอกเลยว่า ไม่สามารถคาดเดาได้จนจบเรื่องเลยทีเดียว

To All the Boys: P.S. I Still Love You กลับมาพร้อมกับนักแสดงชุดเดิมจากภาคที่แล้ว แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าไม่ค่อยได้เห็นหน้าเห็นตากันมากนัก

เนื่องจากเนื้อเรื่องมุ่งประเด็นไปที่ตัวละครหลัก 3 คน อย่าง ลาร่า จีน, ปีเตอร์ และจอห์น แอมโบรส การกระจายบทไปที่ตัวละครอื่น ๆ ต้องเรียกได้ว่านับครั้งได้ เรียกง่าย ๆ ว่าจะโผล่มาก็ต่อเมื่อต้องมาส่งบทให้ตัวละครหลักเท่านั้น

แม้ว่าจุดนี้จะไม่ได้ส่งผลต่อบท แต่เราคิดว่าก็ทำให้เนื้อเรื่องขาดสีสันไปไม่ใช่น้อย โดยเรารู้สึกเสียดายบทของ สตอร์มมี่ ที่แสดงโดย Holland Taylor (All My Children (1970), The Truman Show (1998), Legally Blonde (2001), Two and a Half Men (2003)) หญิงสูงวัยที่พักอยู่ในบ้านพักคนชราที่ ลาร่า จีน และ จอห์น แอมโบรส ทำกิจกรรมอาสา

เธอมักจะให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลือ ลาร่า จีน ด้านปัญหาความรักอยู่เสมอ และด้วยความสามารถรวมถึงผลงานในอดีตของ Holland Taylor เราคาดหวังบทที่มีเนื้อหามากกว่านี้

แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทุกครั้งที่ สตอร์มมี่ ปรากฏตัว เราให้ความสนใจเธอมากกว่าตัว ลาร่า จีน เองเสียอีก ช่างเป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์เสียจริง ๆ

สำหรับ Lana Condor และ Noah Centineo ก็ต้องบอกว่าแสดงได้ดีตามมาตรฐาน ฝีมือไม่ได้ตก ออร่าไม่ได้หาย แค่บทส่งมาให้เท่านี้ แต่สำหรับนักแสดงที่บทส่งจริง ๆ คือ Jordan Fisher ที่รับบท จอห์น แอมโบรส แมคคลาเรน เรารู้สึกว่าเขาเป็นธรรมชาติมาก ๆ ดูเป็นหนุ่มเนิร์ดจิตใจดีที่มาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์และพร้อมช่วยเหลือทุกคน นี่มันโพรไฟล์ของเฟรนด์โซนชัด ๆ !! แต่จะใช่แบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า เราขอแนะนำให้ไปดูในหนังกันเองนะคะ

อีกหนึ่งจุดที่เราขอชื่นชมทีมเขียนบทอย่าง Sofia Alvarez และ J. Mills Goodloe เป็นพิเศษ คือความเป็นเนื้อเป็นหนังของมนุษย์ในด้านความรู้สึกและความซับซ้อนของความสัมพันธ์ เพราะบางครั้งในโลกของความเป็นจริง

เราก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกเป็นเหตุผลได้ว่าทำไมเราถึงเลือกคน ๆ นี้ เพราะบางครั้งคนหนึ่งก็เป็นดั่งความฝันที่เราถวิลหา แต่อีกคนคือความจริงที่คอยปลอมประโลมเราในโลกอันโหดร้าย ท้ายที่สุดแล้วการเดินบนความจริงอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่การเดินตามความฝันก็ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป

 

ดูหนังออนไลน์

 

แต่งบ้าน ด้วย กระจกลอนแก้ว คืออะไร? การทำให้กระจกมีมิติมากขึ้น

กระจกลอนแก้ว

กระจกลอนแก้ว คืออะไร? คือ กระจก ที่ถูกออกแบบให้มีแพทเทิร์นเป็นลายลูกคลื่นในตัว ซึ่งการที่เป็นลูกคลื่นนี่แหละ ทำให้กระจกมีมิติมากขึ้น เพราะลอนคลื่นจะบิดเบือนมุมมองภาพ ทำให้ภาพมีความเบลอ ไม่ชัดเจน แต่ก็ยังเห็นเงาภาพจางๆ มีแสงสะท้อนผ่านกระจก สรุปสั้นๆ ก็คือ กระจกลอนแก้วจะมีความโปร่งแสง แต่ไม่โปร่งใสจนเกินไป เพื่อความเป็นส่วนตัวฮะ

 

เป็นกระจกที่มีมิติต่างจากกระจกโดยทั่วไป กระจกทั่วไปก็จะมองเห็นทะลุปรุโปร่งใช่มั๊ยครับ สมมติว่าห้องเราเป็นแปลนตอนลึก แล้วห้องนอนทำเป็นกำแพงกระจก เราสามารถเปิดประตูห้องแล้วมองเห็นทุกอย่างได้ครบ ตั้งแต่ครัว ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงห้องนอนเลย ซึ่งจุดนี้ต้องบอกว่าเวลามีแขกมาเยี่ยม จะขาดความเป็นส่วนตัวมากๆ แต่ก็จะทำให้ห้องไม่อึดอัด ไม่แคบ ดูกว้างขึ้น แต่สำหรับ “กระจกลอนแก้ว” เนี่ย จะเป็นเหมือนตัวกลางระหว่างคนที่ไม่อยากทำกำแพงห้องให้ทึบ กับคนที่ไม่อยากได้กระจกใสให้คนอื่นมองเห็น แต่ก็ยังคงมีความสวยงาม ใช้แบ่งห้องได้ แต่งห้องก็ได้ แถมมีเอกลักษณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากวัสดุอื่นๆ ด้วยนะฮะ

 

ส่วนภาพที่ได้จะชัดหรือเบลอมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับทางผู้ออกแบบเลือกสีกระจกแบบไหน และขนาดกระจกลอนเล็ก-ลอนใหญ่เท่าไหร่ โดยความหนาของกระจกลอนแก้วที่นิยมจะเริ่มต้นที่ 6 มม. ขึ้นไป นอกจากนี้กระจกลอนแก้วยังมีความแข็งแรง ทนทาน และเช็ดทำความสะอาดง่าย ข้อสำคัญที่สุด คือมีราคาไม่แพงด้วยฮะ

 

กระจกลอนแก้วใช้กับอะไรได้บ้าง?
ตามปกติแล้วกระจกลอนแก้วมักใช้ในงานอินทีเรียครับ สามารถนำไปตกแต่งได้แทบทุกส่วนของอาคาร อาทิ ผนังกั้นห้อง กระจกประตู กระจกหน้าต่าง กระจกบานตู้ และกระจกเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ซึ่งการใช้กระจกลอนแก้วจะเป็นกิมมิคเล็กๆ ที่เพิ่มความโดดเด่นให้สเปซในห้องและการตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ

กระจกชนิดนี้ไม่ว่าจะวางขวางแนวตั้งหรือแนวนอนก็สวยแปลกตาทั้งนั้น ผมมองว่าการใช้กระจกลอนแก้วเหมาะสำหรับงานสไตล์วินเทจ และงานสไตล์โมเดิร์น โดยเมื่อนำกระจกลอนแก้วมาผสมผสานกับเส้นสายเหล็ก โครงอะลูมิเนียม หรือไม้ ก็จะทำให้ดีไซน์ดูอินเทรนด์สุดๆ เลยฮะ

 

หากชอบสไตล์เรียบหรู ก็สามารถใช้กระจกลอนเป็นส่วนประกอบได้เช่นกัน ด้วยการเลือกโทนสีและวัสดุเพียงไม่กี่ชนิด เพื่อคุม Mood & Tone โดยรวมของห้อง จากนั้นจึงสร้างจุดนำสายตาด้วยเส้นขอบประตูและร่องผนัง แค่นี้ก็เข้ากันกับกระจกลอนแก้วแล้วฮะ

สำหรับห้องหรือบ้านไหนที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องน้ำ ก็สามารถใช้ประตูกระจกลอนแก้วได้ วิธีนี้จะทำให้ห้องโปร่ง โล่ง ได้รับแสงธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัว หรือถ้าต้องการสร้างความเป็นส่วนตัวเฉพาะส่วนก็สามารถประยุกต์ใช้กระจกลอนแก้วกับกระจกใสปกติได้เช่นกัน ซึ่งส่วนไหนที่อยากให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นหน่อยก็ใช้กระจกลอนแก้วแทนครับ

 

จะเห็นได้เลยว่า “กระจกลอนแก้ว” สามารถใช้ได้กับหลายงานออกแบบและตกแต่ง มีความอเนกประสงค์สูง ไม่ว่าจะเป็นประตู ฉากกั้นครัว ฉากกั้นห้องน้ำ บานประตู บานตู้เก็บของต่างๆ ซึ่งมันทำให้ห้องดูมีลูกเล่นและมิติมากกว่าการใช้กระจกธรรมดาได้ แถมยังไม่ดูทึบ เทอะทะ ให้รู้สึกอึดอัดด้วยฮะ เป็นความโปร่งแสงที่ยังคงมีความเป็นส่วนตัวอยู่ ผมว่าเป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจในการแต่งห้องเลยแหละ

 

รับออกแบบบ้าน

รีวิวหนัง Mr. Peadbody and Sherman ผู้กำกับ ร๊อบ มิงค์ออฟ จาก The Lion King

Mr. Peadbody and Sherman

รีวิวหนัง Mr. Peadbody and Sherman เป็นอนิเมชั่นที่สร้างต่อยอดมาจาก การ์ตูน ความยาว 6 นาทีที่ฉายทางทีวี สำหรับ Mr. Peabody & Sherman ของผู้กำกับ ร๊อบ มิงค์ออฟ จาก The Lion King ที่ทางดาราที่มาให้เสียงพากษ์ก็มีทั้ง ไท เบอร์เรลล์, แม็กซ์ ชาร์ลส, สแตนลี ตุชชี่, เลสลี่ย์ มานน์ และ แพทริค วอเบอร์ตั้น อีกด้วย

Mr. Peabody & Sherman เป็นเรื่องราวของ นายพีบอดี้ คือนักธุรกิจ นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล นักชิมอาหาร ผู้ชนะรางวัลเหรียญทองโอลิมปิคสองสมัย และอัจฉริยะ ผู้บังเอิญเป็นสุนัข นายพีบอดี้และเชอร์แมน บุตรบุญธรรมของเขา โดยใช้เครื่อง WABAC สุดยอดสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะของเขา ท่องเวลากลับสู่อดีตเพื่อสัมผัสกับเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลกด้วยตัว เองและเจอกับบุคคลสำคัญต่างๆ ของโลก แต่เมื่อเชอร์แมนทำผิดกฎแห่งการท่องเวลา

พระเอกทั้งสองจึงต้องเร่งแก้ไขประวัติศาสตร์และช่วยรักษาอนาคต ขณะที่นายพีบอดี้อาจจะต้องเจอกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือ การเป็นพ่อ ให้แก่เด็กชายคนนี้

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วนั้นไม่เคยได้รู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้ หรือว่าได้ดูผ่านทางทีวีในการ์ตูนชุด Rocky and His Friends มาก่อนเลย เพราะฉะนั้นนี่จึงเหมือนครั้งแรกที่ได้สัมผัสรู้จักกับ พีบอดี้ และ เชอร์แมน ซึ่งโดยส่วนตัวถึงแม้จะมีชื่อผกก. The Lion King แต่จากหน้าหนังนั่นก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เนื่องจากเห็นเป็นอนิเมชั่นเด็กๆที่มีคาแรกเตอร์และเนื้อเรื่องไม่ต่างกัน แต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากดูจบ หนังเรื่องนี้กลับให้มากกว่าที่คาดไว้

โดยอย่างแรกคงหนีไม่พ้นกับ ความสนุก ของตัวหนัง ที่ปรากฏว่าไม่ได้ทำออกมาเพื่อให้เด็กดูไปหมดซะทีเดียว เพราะมันมีมุกที่กับต่อมจี้ของผู้ใหญ่ได้อย่างถูกจุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประวัติศาสตร์, การเล่นคำ หรือแม้แต่มุกตลกสถานการณ์

ซึ่งถึงแม้อาจจะยังอุดมไปด้วยมุกไร้สาระและเจ็บตัว แต่ผู้กำกับก็สามารถสร้างสรรค์มันออกมาได้เพลินหูเพลินตา สนุกทั้งครอบครัว หนำซ้ำการเล่นประเด็นเกี่ยวกับพ่อลูก โดยวางตัวให้ พีบอดี้ และ เชอร์แมน เป็นคนนอกด้วยการเป็น สุนัข และ ลูกสุนัข ก็ไม่ได้ทำออกมาให้เข้าใจยากเกินเหตุ แต่หากสามารถทำให้ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงเกี่ยวกับเรื่องราวของ ความรัก ครอบครัว และ มิตรภาพ ที่ยังคงเล่นง่ายๆ แต่ได้มาก

ซึ่งคาแรกเตอร์บุคคลในประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาร์โด ดาวินซี, ไอน์สไตน์, ลินคอร์น หรือ จอร์จ วอซิงตั้น ที่โผล่ออกมาสร้างความสนุกสนาน ก็เป็นอีกจุดเด่นนึงของหนัง ที่สามารถดึงเอาความสามารถของบุคคลเหล่านี้มาล้อเล่นได้อย่างถูกจุด

โดยเฉพาะในฉากไคล์แมกซ์ที่ปล่อยลูกบ้าและความสนุกกันอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับระบบ 3D ของตัวหนังที่ทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานของ อนิเมชั่น ทั่วไป เพราะฉะนั้นถ้าหากใครอยากพาลูกหลานไปดู จะแนะนำเป็นระบบ 3D จะดีกว่า เพราะว่านอกจากจะทะลุจอแล้วยังได้ความสนุกที่แบบธรรมดามิอาจมอบให้ได้ครับ

 

ufabet 

 

รีวิว How To Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร ภาค 1

How To Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร

จากสตูดิโอที่เคยสร้างผลงานสุดบันเทิงเริงรมย์อย่าง Shrek, Madagascar และ Kung Fu Panda พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ที่มันส์ฮาไม่แพ้กันอย่าง How To Train Your Dragon ภาพยนตร์ผจญภัย ไปกับเสียงฮา ในบรรยากาศของโลกย้อนยุคของเหล่าไวกิ้งที่แสนกำยำล่ำบึก และมังกรแสนดุร้าย โดยสร้างจากหนังสือของเครสซิด้า โคเวลล์

นี่เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยไวกิ้งนาม ฮิคคัพ (เจย์ บารูเชล) ผู้อาศัยอยู่บนเกาะเบิร์ค ที่ซึ่งการสู้รบปรบมือเป็นมังกรเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต มุมมองหัวก้าวหน้าและอารมณ์ขันแบบจิกกัดของเขาทำให้เขาไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งเผ่าหรือแม้แต่ตัวหัวหน้าเผ่า…สโต๊ยค์ เดอะ วาสต์ (เจอราร์ด บัตเลอร์) ที่บังเอิญเป็นพ่อของฮิคคัพเองเสียด้วย เมื่อฮิคคัพต้องร่วมฝึกมังกรกับหนุ่มสาวชาวไวกิ้งคนอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงแอสทริด (อเมริกา เฟอร์เรรา), สนอทเลาท์ (โจนาห์ ฮิลล์), ฟิชเลก (คริสโตเฟอร์ มินท์-พลาส) และฝาแฝดรัฟนัท (คริสติน วิก) และทัฟนัท (ที.เจ. มิลเลอร์) เขาก็มองว่ามันเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าตัวเขาก็มีคุณสมบัติในการเป็นนักรบเช่นกัน แต่เมื่อเขาได้พบ (และได้ผูกมิตร) กับมังกรบาดเจ็บ โลกของเขาก็พลิกตารปัตร และสิ่งที่เริ่มต้นเป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองเพียงหนึ่งเดียวของฮิคคัพก็เปลี่ยนกลายเป็นโอกาสที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับคนทั้งเผ่าไปในที่สุด

นี่มันอนิเมชั่นในตำนานสำหรับวัยเด็กของเราเลยนะ จำได้ว่าเพื่อนเราชอบมาก จนชวนไปเล่นเกมด้วย เราก็งงว่ามังกรหน้าตาประหลาดแบบนี้มันน่าสนุกตรงไหน จนได้ไปลองดูแล้วก็เออเราเอนจอยกับมันมากเลย พอโตขึ้นมาหน่อยตอนภาคสองจะออกดูทวนซ้ำอีกรอบ

เรื่องราวของเผ่าไวกิ้งที่สู้รบกับมังกรมานาน แต่ลูกชายหัวหน้าอย่างขุ่นน้องสะอึกดัน loser ไม่มีความสามารถเอาซะเลย แล้วดันไปเจอมังกรแล้วผูกความสัมพันธ์จนขัดกับความเป็นไวกิ้งที่ต้องต่อสู้กันอีก เรื่องคร่าวๆก็อะไรประมาณนี้แหละค่ะ

เราว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เนื้อหาเบาเลยนะ การต่อสู้ ความเกลียดชังงี้ มันออกมาค่อนข้างรุนแรงและเนื้อหาเรื่องไม่ได้ด๊อกด๋อยแบบมีให้เด็กดูอย่างเดียว ถ้าเด็กดูก็เออได้ประเด็นมิตรภาพ ความสัมพันธ์ การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เราไม่ควรจะเกลียดชังกัน แต่ถ้าถามว่าผู้ใหญ่ดูได้ไหม เราเชื่อว่าคุณจะเอนจอยไปกับมันนะ เพราะเรื่องนี้ไม่มีความง้องแง้งอะไรเลย รวมถึงประเด็นอะไรอย่างเงี้ยถ้ามองอีกมุมนึงมันก็หนัก เพราะงั้นคนที่คิดว่าฉันโตแล้วฉันไม่มาดูอะไรเด็กๆหรอกเราว่าไม่ถูกนะ เพราะเรื่องนี้ถึงภาพลักษณ์จะเป็นการ์ตูนเด็กแต่สำหรับเราเนื้อหามันไม่ใช่

กลายเป็นว่าพอเราเริ่มดูไปเรื่อยๆและเห็นดีไซน์มังกรคุ้นๆเข้าก็เออ น่ารักรื่องนี้วางโลกมาดี คือมีรายละเอียดมังกรแต่ละชนิด มีคาแรคเตอร์ตัวคนที่แตกต่างกันไปทำให้เราจำได้ ก็คือคาแรคเตอรร์ดีไซน์ดีละหนึ่ง สองคือภาพสวยนะ ถึงจะเห็นหน้าตามังกรตลกๆแต่เราคิดว่ามันสมูทใช้ได้เลย เพราะพอดูภาพจริงๆแล้วมันสวยหลายฉากมากๆ เรื่องบทนี่ดีเลย มันไม่มีส่วนน่าเบื่อหรืออะไร มันปูเรื่องให้เรารู้จักฮิกคัพ ปูให้เรารู้ว่าเขาเป็นคนยังไงเราเลยเข้าใจการกระทำของเขาตอนมาเจอทูทเลสและรู้ว่าทำไมถึงคอยช่วยเหลือกัน จนมาถึงการปูปมใหญ่ของเรื่องอย่างการขัดแย้งกันของมังกรและชาวไวกิ้ง แต่ก็มีประเด็นมาอีกคือมีศัตรูที่ใหญ่กว่านั้นทำให้เกิดสมการศัตรูของศัตรูคือเพื่อน

ช่วงหลังๆเราว่าดาร์คหน่อยนะ เริ่มจากโทนภาพที่เริ่มหม่น ภาพที่เอาจริงๆเราว่ารุนแรง555 แต่มันไม่มากไปสำหรับเด็กหรอกเพราะมันก็ดูสนุกปกติ แต่โดยรวมแล้วทั้งเรื่องเราชอมมาก ทั้งการเล่าเรื่อง การแบ่งพาร์ทไปส่วนต่างๆเพื่อให้มันมีอะไรให้เราลุ้นตื่นเต้นอยู่ตลอด จนมาถึงช่วงท้ายคลายปมไปจนถึงใกล้จะปิดเรื่อง เราว่าเป็นอนิเมชั่นที่ดีอีกเรื่องจนเราไม่แปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงชอบกัน

อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร

 

8 วิธี ตกแต่ง พื้นที่นั่งเล่น นอกบ้าน แบบ outdoor ด้วยวิวสวย ๆ

พื้นที่นั่งเล่นนอกบ้าน

แบบระเบียงบ้านระเบียงบ้านแต่งระเบียงบ้านตกแต่งระเบียง8 วิธีกับการเนรมิตร พื้นที่นั่งเล่น outdoor สำหรับพื้นที่บ้านที่มีระเบียงไม้ ควรจัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์โต๊ะไม้ตัวเล็กๆ เพื่อให้สวยเข้ากันกับระเบียงบ้าน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสัมผัสความเป็นธรรมชาติได้มากขึ้น

นอกจากการจัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แล้ว ยังสามารถนำเบาะนั่งลายผ้าสีสวยๆ หรือเฟอร์นิเจอร์งานสานเข้ามาจัดวางร่วมกันได้อีกด้วย

สำหรับพื้นที่ระเบียงขนาดเล็กก็สามารถแต่งแต้มบรรยากาศความเป็นธรรมชาติได้ง่ายๆ เพียงจัดวางด้วยสวนกระถางเล็กๆ ขนาดต่างๆ โดยอาจเน้นที่พืชพันธุ์สีเขียวมากหน่อยเพื่อให้รู้สึกสดชื่นสบายตา และสามารถแต่งแต้มสีสันของดอกๆ ไม้สวยเข้าไปด้วยก็จะช่วยทำให้ระเบียงดูมีจุดเด่นมากขึ้น สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ก็อาจเลือกเป็นชุดโซฟาหรือเก้าอี้นั่งแบบเอาท์ดอร์จะดีที่สุด เพราะจะทนต่อแดดและฝนได้มากกว่า

การแต่งเติมบรรยากาศแห่งการพักผ่อนให้สวนระเบียงดูสวยสดชื่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ สามารถเติมแต่งด้วยอ่างน้ำพุน้อยๆ หรืออ่างน้ำล้นได้เช่นกัน

สำหรับพื้นที่นั่งเล่นแบบกลางแจ้งมักจะพบกับปัญหาแดดร้อนที่ไม่เป็นใจ ปัญหานี้สาารถแก้ไขได้ด้วยการตกแต่งม่านบังแสงทั้งด้านบนและด้านข้างของระเบียงนั่งเล่น

นอกจากการสร้างบรรยากาศนอกบ้านให้ได้อารมณ์สดชื่นแบบธรรมชาติแล้ว การแต่งแต้มสีสันสดใส และการเติมแต่งความโรแมนติกด้วยแสงเทียนก็ช่วยทำให้ช่วงเวลาของการพักผ่อนน่ารื่นรมย์มากยิ่งขึ้น

นอกจากการจัดวางด้วยเฟอร์เจอร์ชุดโต๊ะเก้าอี้ทั่วไปแล้ว การสร้างม้านั่งแบบลอยตัวยึดติดผนังขึ้นมาเองก็ช่วยเพิ่มความเก๋ให้กับระเบียงบ้านได้มากขึ้น และหาได้ไอเท็มชิคๆ อย่างหมอนอิงลายสวยกับร่มชายหาดมาเสริมอีกหน่อยก็เพอร์เฟคสุดๆ

สำหรับโทนสีที่นิยมโดยทั่วไปสำหรับการตกแต่งระเบียง คือการเลือกใช้โทนสีขาวเป็นพื้นหลัก และสามารถเสริมความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการนำเฟอร์นิเจอร์โทนสีสดใสเข้ามาช่วยเติมแต่ง

 

สถาปนิก

รีวิว Doctor Prisoner – หมอในเรือนจำ การแพทย์ของเกาหลี

รีวิว Doctor Prisoner – หมอในเรือนจำ ซีรีส์ที่เกี่ยวกับการแพทย์ของเกาหลีมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น้อยหน้าพวกโรแมนซ์เลย วันนี้เลยขอหยิบมาหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังดูอยู่เหมือนกัน มาจาก KBS ที่มีเรตติ้งดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว รีวิว Doctor Prisoner

เรื่องย่อ

เรื่องของหมอจากแผนกฉุกเฉิน นาอีเจ แต่เพราะมีเหตุบางอย่างที่เขาเลี่ยงไม่ได้ (จริงๆ อีพีแรกก็รู้แล้วแหละ แต่ให้ไปลุ้นกันเอาเอง) เลยต้องติดคุก และหลังจากที่นาอีเจติดคุกไป ก็ทำให้เกิดผลกระทบต่อแม่ที่กำลังป่วยหนักอย่างจัง ทำให้หลังจากออกมาแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นพาร์ทของการแก้แค้น

ที่พระเอกตามแก้แค้นกเพราะคนพวกนี้ทำให้ตัวเองต้องได้รับโทษ ซึ่งเป็นพ้อยท์ของเรื่องนี้เลย อย่างที่บอกว่าเป็นหมอในเรือนจำ ทำให้มีเรื่องของการแพทย์ มาเกี่ยวข้องกับกฎหมายอีกที อย่างเรื่องของการงดบังคับคดีที่พวกคนที่มีอำนาจมักจะใช้ข้ออ้างนี้ออกจากคุกมา

และแน่นอนว่าก็ต้องผ่านจากผู้อำนวยการศูนย์ ที่รากความเลวมันหยั่งลงไปลึกมาก แล้วนาอีเจนี่แหละ หลังออกจากคุกแล้วนางก็เลยกลับมาสาวรากด้วยการเอาความเลยเข้าสู้ แต่เป้าหมายของนาอีเจจะใช่ผอ.จริงๆ หรือเปล่า

 

ถ้าใครติดตามซีรีส์เกาหลีอย่างใกล้ชิด จะพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ละครในช่องหลักไม่สามารถบรรลุความนิยมเฟื่องฟูได้เหมือนสมัยก่อน คือเรตติ้งค่อนข้างตกต่ำมาก แต่สำหรับ Doctor Prisoner นั้น ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องของช่องหลักที่ประสบความสำเร็จ สามารถเชิดหน้าชูตาให้กับช่อง KBS โดยทำเรตติ้งได้อย่างโดดเด่น เปิดตัวที่ 8.4% และลาจอด้วยเรตติ้งสูงถึง 15.8% แสดงว่าต้องมีดีให้หยิบมาชมอย่างแน่นอน

พวกซีรีส์ที่เกี่ยวกับการแพทย์ของเกาหลีมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น้อยหน้าพวกโรแมนซ์เลย วันนี้เลยขอหยิบมาหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังดูอยู่เหมือนกัน มาจาก KBS ที่มีเรตติ้งดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว นักแสดงแต่ละคนก็แน่นมากๆ

อย่างนัมกุงมินและควอนนารา (หรือซูอาจาก Itaewon Class นั่นเอง) และก็ไม่เคยเป็นที่ผิดหวังสำหรับพล็อตเลย น่าติดตามมาก นำอีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ค่อยเห็นกันเท่าไหร่อย่างหมอจากเรือนจำ มีมุมมองที่ค่อนข้างจะแตกต่างออกไปจากผิวเผิน ลุ้น ระทึกทุกฝีก้าว

เนื้อเรื่อง

เมื่อ นาอีเจ (รับบทโดย นัมกุงมิน) ศัลยแพทย์ทรวงอกคนเก่ง ประจำแผนกฉุกเฉิน (ER) ของ รพ.แทกัง ใจบุญชอบช่วยคนไข้จรจัด แต่กลับต้องมาซวยด้วยที่นิสัยตรงไปตรงมา จึงไม่พินอบพิเทาให้บริการ อีแจฮวาน (รับบทโดย พัคอึนซอก) ลูกชายคนรองของเจ้าของโรงพยาบาล ความป่วนเกเรทำให้นาอีเจพลาดการช่วยชีวิตคนไข้ท้องแก่ที่สนิทกัน นำไปสู่การโดนจับข้อหาทำคนไข้ตาย

โดนยึดใบอนุญาต เพราะการจงใจกลั่นแกล้งของอีแจฮวาน ทั้งๆที่อุบัติเหตุของสาวท้องรายนี้ก็มีเหตุเบื้องต้นมาจากการขับรถบ้าบิ่นของอีแจฮวานเอง ที่ โรงพยาบาลแทกัง มีการใช้วิชาชีพในทางมิชอบ ขายใบรับรองแพทย์โรคปลอม ให้นักโทษที่มีเงินและอิทธิพล เพื่อใช้สิทธิ์ระงับคดี ออกมารักษาตัวนอกคุก ก่อนหน้านี้นาอีเจเองก็เพิ่งถูกผอ.ขอให้เซ็นต์รับรองให้นักโทษ สส. จองมินเจไป

ทั้งๆที่ไม่ได้เต็มใจนัก แต่จำยอมเพื่อแลกกับการได้ช่วยคนไข้จรจัดต่อไป และการผ่าตัดรักษาแม่ใน รพ.นี้ แต่หลังจากนาอีเจติดคุก แม่ก็เสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการรักษา เป็นอีกหนึ่งความแค้นเคืองของเขา..

สามปีให้หลังหนังใหม่เต็มเรื่อง เมื่อนาอีเจพ้นโทษ แต่อีแจฮวานกลับถูกจับคดียาเสพติด จึงสบช่องเหมาะให้นาอีเจเดินเกมแผนแก้แค้นเอาคืนอย่างถึงพริกถึงขิง ด้วยกระบวนการสุดแยบยลซับซ้อน ปนความนิ่งเฉียบจนดูเหมือนจิต สไตล์เกลือจิ้มเกลือ คือ ใช้กฎหมายการระงับคดี กลับมาเล่นงานอีแจฮวาน ทายาทแทกัง

ในขณะที่ในคนตระกูลแทกังก็ห้ำหั่นแย่งอำนาจกันเองอย่างมีเบื้องลึกเบื้องหลัง ธุรกิจในกลุ่มมีหลายกิจการ ไม่ว่าจะเป็นเคมีคอล ขนส่ง ฯลฯ แต่เรือธง (Flagship) ก็คือ โรงพยาบาล หลังประธานใหญ่ผู้เป็นพ่อจู่ๆเกิดป่วยเป็นอัลไซเมอร์จนต้องสละตำแหน่ง ขั้วแย่งชิงอำนาจฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้สืบทอดธุรกิจในความตั้งใจเดิมของประธานใหญ่

ได้แก่ โมอีรา (รับบทโดย จินฮีคยอง) ซึ่งเป็นเมียใหม่ และลูกทั้งสอง อีแจฮวาน ที่เกเรไม่เอาถ่าน อีแจอิน (รับบทโดย อีดาอิน) เพิ่งจบกฎหมายมาจากต่างประเทศ กับอีกฝ่ายคือ อีแจจุน (รับบทโดย ชเววอนยอง) ลูกเมียเก่าผู้มีปมชีวิต แต่เป็นตัวจริงที่ฉลาดและมากฝีมือในงาน เป็นตัวแสบมาดนิ่งที่กำลังไต่เต้าตำแหน่งไล่บี้แม่เลี้ยง หวังขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจแทน

นาอีเจจึงเข้าคลุกวงในด้วยการไปเป็น หมอเรือนจำ โดยสมัครเป็น ผอ.ศูนย์การแพทย์ของเรือนจำโซลตะวันออก เพื่อจัดการอีแจฮวาน ขุดคุ้ยข้อมูลนักโทษวีไอพี และสิ่งที่โยงใย รพ.แทกัง ทำให้คนแรกที่ต้องต่อกรด้วย คือ ผอ.คนเดิมของศูนย์ ซอนมินชิก (รับบทโดย คิมบยองชอล) ที่ยังยืนขวางทางนาอีเจอย่างสุดแรง

เพราะเห็นแววตัวอันตราย จะทำลายความเป็นราชามาเฟียแห่งเรือนจำของเขา ขัดขวางผลประโยชน์ที่เขาได้จากใช้ยาแทนอาวุธคุมนักโทษ สับเปลี่ยนยาปลอมให้นักโทษ ยักยอกยาจริงไปขาย ส่งนักโทษป่วยไร้ประกันเข้ารพ.แฮอึนของตัวเอง โอย กินเรียบหลายเด้งมาก และที่สำคัญ ส่งนักโทษไปออกใบรับรองโรคปลอมเพื่อการระงับคดี ที่ รพ.แทกัง สิ่งที่ได้นอกเหนือจากเงินก็คือ การหวังไต่ขึ้นไปรับตำแหน่งหัวหน้าศูนย์วีไอพีของศูนย์แพทย์ทางไกล รพ.แทกังที่จะเปิดเร็วๆนี้

คู่ต่อสู้ของนาอีเจมีมากหน้าหลายตา ทั้งแบบเห็นๆ และอยู่เบื้องหลังชักใย ทั้งแบบย้ายข้างไปมาตามสถานการณ์ เพราะแต่ละคนฉลาดร้ายเขี้ยวๆ ยึดเป้าหมายผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ทำให้เกิดเกมการต่อสู้ที่พลิกไปมา ผลัดรุกผลัดรับ เดาเกมได้ยาก ทุกคนเหมือนอยู่โหมด poker face ในวงไพ่ ต่างมีไพ่เด็ดในมือ ต้องเก็บไต๋ซ่อนสีหน้า รอจังหวะปล่อย

นาอีเจต้องใช้กลเม็ดการสร้างโรคปลอมที่เนียนๆกว่า คือ วิเคราะห์หาโรคที่เหมาะสมกับประวัติ และปั่นร่างกายให้เกิดอาการของโรคขึ้นเอง (แค่การปลอมโรค ยังจริงจังเหนือกว่า ผอ.ซอน หรือ รพ.แทกังที่ใช้ยาช่วยหรือเซ็นต์มั่วๆไป) มาเพื่อช่วยนักโทษ มาดามโอจองฮี (รับบทโดย คิมจองนัม) ให้กลายเน็ตเวิร์คหนังออนไลน์ผู้ช่วย (มีความเกลือจิ้มเกลือเลยหละ) และนักโทษอื่นๆเพื่อประโยชน์การเดินแผนให้ถึงที่หมาย

ระหว่างการจัดการอีแจฮวาน และโค่นหมอซอน ยังมีเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังสลับซับซ้อน ที่ทยอยเผยมาทีละส่วน ล้วนเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับอดีตอันเจ็บปวดของนาอีเจ และความสกปรกเลวร้ายของตระกูลแทกัง ซึ่งนาอีเจต้องทุ่มสรรพกำลังสมองในการสาวไส้มาแฉความผิดส่งให้ถึงมือกฎหมาย

ในระหว่างนั้น ก็มีบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวพันด้วยอีกหลายคน มีทั้งตัวช่วยและตัวฉุด ว่ากันไปตามสถานการณ์ เช่น หมอผู้ช่วยโกยองชอล (รับบทโดย อีจุนฮยอก) เภสัชกรบ๊กฮเยซู (รับบทโดย อีมินยอง) ในเรือนจำ จิตแพทย์ ฮันโซกึม (รับบทโดย ควอนนารา) ฮันบิท-น้องชายของโซกึม และอัยการ จองอึยชิก (รับบทโดย จางฮยอนซอง)

ด้านคุณภาพ

งาน Cinematography คือองค์ประกอบสำคัญที่ต้องชื่นชม เรื่องนี้มีโทนนัวร์หน่อย แต่เล่นแสงได้สวยงาม ภาพมีมิติแปลกตา โฟกัสการบิวท์อารมณ์ผ่านสีหน้า คู่ไปกับงานวางซาวน์ที่สะดุดหูกระตุ้นต่อมตื่นตัวได้ดี มีเอกลักษณ์เข้ากับพล็อตเรื่อง ที่โดดเด่นโดนใจมาก คือ เสียงตึ๊ดตึ๊ดของเครื่องมือการแพทย์ ประมาณว่าเป็นพวกเครื่องวัดสัญญาณชีพหรือหัวใจ ซึ่งจะดังพีคเร่งเร้าจังหวะหัวใจเราให้เต้นระทึกตามในทุกชอตที่สำคัญ

ด้านนักแสดง

แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องยกความดีให้กับทีมนักแสดงหลักที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นมาก ไม่ว่าจะเป็น นัมกุงมิน หน้ายิ้มยั่วซ่อนร้าย กำแผนอย่างสุขุม ชเววอนยอง มาดนิ่งซ่อนร้ายแฝงความจิต คิมบยองชอล งูพิษฉาบรอยยิ้ม

หรือจะเป็นเทพแห่งกิ้งก่าดีนะ ทุกคนเป็นมือเก๋าที่สามารถเล่นน้อยๆแต่ได้อารมณ์เยอะๆ ปลายปีคงได้ชิงรางวัลการแสดงกันเองแน่นอน ส่วนการจับคู่กุ๊กกิ๊กของรุ่นใหญ่อย่างคิมจองนัมกับจางฮยอนซอง ก็ฟินโลดได้น่าเอ็นดูเกินคาด

ความรู้ทางการแพทย์

สำหรับใครที่สนุกกับความรู้ทางการแพทย์ เรื่องนี้ศัพท์โรคและยาเยอะเชียว มีโรคใหม่ๆที่ไม่ค่อยคุ้นหูกันมาก่อน ถึงขั้นต้องเสิร์ชกูเกิลกันเลยเชียว อย่างน้อยที่สุด โรคฮันติงตัน ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง ต้องอยู่ในความสนใจผู้ชมแน่นอน

มันคือ Huntington Disease เป็นโรคความเสื่อมของสมอง ถ่ายทอดทางพันธุกรรม นอกจากความจำที่เสื่อมแล้ว ร่างกายจะเคลื่อนไหวไม่ได้ตามปกติ ออกอาการที่ปลายแขนปลายขา รวมไปถึงการแสดงอาการทางจิต เช่นซึมเศร้า ย้ำคิดย้ำทำ หรืออารมณ์สองขั้ว แต่เป็นโรคที่ไม่ค่อยพบเจอในกลุ่มคนไทยหรอก

โดยรวม

สามารถพูดได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ เป็นการฟาดฟันกันโดยมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ดีเป็นแรงขับ ไม่ว่าจะเป็นความแค้น หรือความโลภ เราจะได้เห็นความร้ายๆของแต่ละตัวละคร ไม่ว่าจะคนมีอำนาจที่ใช้เงิน และตำแหน่งซื้อคนให้จัดการสิ่งที่ตัวเองต้องการ หรือคนมีความรู้เฉพาะทาง ที่ใช้ความรู้ไปในทางที่ผิด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ถือเป็นอีกครั้งที่เรื่องทางการแพทย์ถูกเล่าในมุมดาร์คแบบนี้ หลังจากที่เราได้ชม Cross เมื่อปีที่แล้ว

สรุป

สุดท้ายคือเป็นเรื่องที่มีคุณภาพมากๆ เรื่องหนึ่ง เนื้อเรื่องน่าติดตาม มีปมแบบคลายแล้วคลายอีก แสง สี เสียง ดี นักแสดงแสดงได้ดี สีหน้าปัง บทโอ ชวนให้ลุ้นทุกตอน รู้สึกว่าให้มุมมองที่ค่อนข้างฉีกออกไปจากหลายๆ เรื่องที่เคยดูมา ก็คือไม่มีใครดี55555 เหมือนแข่งกันใครเลวกว่า แข่งกันเผยธาตุแท้ มันส์ดี แต่ละตอนจะชอบทำให้เราตัดสินและคิดไปต่างๆ นานาตลอด ใครจะชนะนะ ใครจะแพ้นะ แล้วพอตอนต่อมาก็จะสร้างความพีคในพีคอีกทีให้เราดู เหนือฟ้ายังมีฟ้า แก้แค้นได้เจ็บแสบมาก แนะนำจริงๆ

 

ufa

 

รีวิวหนัง Fast Furious : Hobbs & Shaw หนังภาคแยก Fast Furious

Fast Furious

เป็นหนังภาคแยกที่แยกออกมาจากตระกูล Fast Furious ที่เป็นการเล่าเรื่องตัวละครแตกแยกออกมาเพิ่มเติม เล่าเจาะไปถึงตัวละคร พี่โล้น 2 คน คือ Hobbs ( The Rock ) และ Shaw ( Jason ) นั้นเองแน่นอนว่า ยังคงใช้ชื่อ Fast Furious อยู่แต่อาจจะไม่ได้อิงอะไรมากนักเป็นแค่เอาตัวละครมาเล่าเพิ่มเติม และอาจจะไม่ได้มีแข่งรถอะไรเท่าไรครับ ด้วยการที่ตัวหนังภาคหลังนั้น เล่าเรื่องได้เวอร์วัง หลุดโลกออกไปเรื่อยๆ ในภาคนี้ก็เช่นกัน

เป็นภาคแยกที่เล่าเรื่องได้เวอร์กว่าเดิมขึ้นไปอีก ทั้งเรื่องแอคชั่น และ ตัวละคร ที่ต้องบอกว่าเป็น หนัง Superhero ก็ไม่เวอร์เกินไปจริงๆ และยิ่งภาคแยกแบบนี้คงไม่ต้องแข่งรถอะไรกันแล้วหละ ในตัวหนังเองก็ตอบโจทย์ความบ้า สนุก ได้ครบจัดเต็ม

ตัวหนังในเรื่องของตัวบทนั้นไม่มีอะไรอยู่แล้วเรียบๆ เดาง่าย แบะเล่าเรื่องแบบทั่วไป 1-2-3 ไม่ได้มีอะไร ให้คิดเยอะหรือ พลิกล็อคอะไรมากเลยแหละ ตัวหนังเล่าเรื่องแบบเรียบๆเดาได้ง่ายและไม่ได้มีดราม่า ประเด็นอะไรเยอะแยะครับ

คือดูง่ายจนแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย เป็นหนังที่ดูแล้วคลายเครียด ฆ่าเวลาได้ดีครับ บทจะเน้นไปที่การเล่าเรื่องที่จะแก้ปัญหา กู้โลกแบบที่เราคุ้นเคยกันเป็นเรื่องปกติแต่แทรกเรื่องพี่น้อง ครอบครัวเข้ามาบ้างเล็กน้อยครับ เป็นปกติของตระกูล Fast ที่จะหยิบเรื่องครอบครัวเข้ามาบ้างเล็กน้อยให้มัน กลมกล่อมขึ้น ก็ถือว่าเป็นจุดปกติของหนังแอคชั่นนะในจุดนี้ จริงๆตอนเห็นตัวอย่างเราก็คงพอเดากันได้แล้วหละว่าอย่าไปหวังบทอะไรมันเยอะ เพราะจะเจอคำถามพอสมควรว่าทำไมแบบนั้น แล้วเรื่องนั้นจะเป็นยังไงอะไรแบบนี้จะขึ้นมาเรื่อยๆแน่นอน

ตัวนักแสดง เองนั้นเป็นจุดเด่นมากๆที่ช่วยหนังเอาไว้ทั้งนักแสดงหลัง นักแสดงรับเชิญที่ค่อนข้างว้าว และ ช่วยเติมสีสันของหนังได้เยอะเลยไม่งั้นคงไม่ลงตัวเท่านี้ครับ และทั้งตัวร้าย ก็แสดงออกมาได้ค่อนข้างดีคือแบกหนังได้สบายๆและตัวหลักทั้ง 2 คนนั้นต้องบอกว่าเคมีค่อนข้างเข้ากันเลยคือทั้งการตอบโต้ การจิกกัดต่างๆก็ทำได้ลงตัวและเป็นส่วนนึงของหนังที่พยายามแทรกเข้ามาตลอดนะ

ทั้งมุก ทั้งการจิกกัดหนังต่างๆ แน่นอนว่ามีหลายๆมุกอาจจะไม่ได้ฮาอะไรขนาดนั้น แต่พวกฮาๆจะไปตกกับนักแสดงรับเชิญที่เข้ามาแบบแย่งซีนได้ดีนะ ส่วนนักแสดงสาวก็เป็นจุดที่ดีอีกอย่างของหนังเรื่องนี้ VANESSA KIRBY นั้นมีความสวยและดึงดูดอย่างมากในทุกๆฉากที่ออกมา คือเป็นอีกจุดหลายๆคนน่าจะชอบกันครับ ด้านของการแสดงนั้นไม่มีอะไรต้องติดในหลายตัวละครครับถือว่าทำออกมาได้ดีเลย

ในเรื่องของเนื้อหานั้นต้องบอกว่า ผกก ได้เต็มที่ใส่ความบ้าหลุดโลกเข้าไปแบบไม่ยั้ง ผกก ก็คุ้นเคยกันดีจาก Deadpool 2 แน่นอนว่าถนัดอยู่แล้วหนังอะไรแนวนี้และยิ่งเข้ามากำกับตระกูล Fast ที่อาจจะออกนอกโลกไปทางหนัง Superhero แล้วก็ว่าได้ทำให้ใส่ได้จัดเต็มทั้งเรื่องของ ความบู้ล้างพลาญของตัวหนัง ฉากแอคชั่นต่างๆที่ใส่เข้ามาทั้งเรื่องและ ความบ้า ความโม้

ที่ล้มลากทุกอย่างจากโลกความจริงออกไป แต่อันนี้แหละคือจุดที่เราจะสนุกไปกับตัวหนังและค่อนข้างลงตัวนะ คือเรื่องของการเล่านั้นก็ค่อนข้างหลุดแล้วก็ไปให้สุดให้มันจัดเต็มใส่คนดูแบบนี้ค่อนข้างโอเคครับ และ ยิ่งฉากจบนั้นแอคชั่น โม้ อลังการจัดเต็มไปอีก แต่บางทีแอบรู้สึกว่ายืดยาวไปครับในจุดนี้

ดูหนังออนไลน์

 

วิธีเลือก เครื่องดูดควัน ในห้องครัว ให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องดูดควันในห้องครัว

หนึ่งในไอเท็มที่ควรมีติดครัวไ ว้ใช้งานให้อุ่นใจ คือ เครื่องดูดควัน ซึ่งนอกจากจะช่วย ดูดกลิ่น ไม่พึงประสงค์ไม่ให้ลอยฟุ้งไปทั่ว ห้องครัว แล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศของการใช้งานในห้องครัวให้ไม่ร้อนอบอ้าวจากไอร้อนในขณะประกอบอาหาร

เพราะเครื่องดูดควันที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องครัวถือเป็นเครื่องใช้สอยชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่องานครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยระบายควัน กลิ่นอาหาร ไอน้ำมันจากการผัดทอด รวมถึงลมร้อนในขณะทำอาหารให้ออกไปจากพื้นที่ในห้องครัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะห้องครัวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือห้องครัวในคอนโดก็มักจะได้รับการออกแบบให้อยู่ในพื้นที่ปิด ซึ่งยากต่อการระบายอากาศและถ่ายเทอากาศได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เครื่องดูดควันกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดห้องครัวไว้ใช้งานอยู่เสมอ และสำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการเลือกเครื่องดูดควันให้ลงตัวกับการใช้งานอย่างตรงใจ บทความนี้ forfur ก็มีเทคนิคในการเลือกเครื่องดูดควันในห้องครัวมาแนะนำกันค่ะ

เลือกเครื่องดูดควันให้เหมาะกับการใช้งานและพื้นที่ใช้สอย
เครื่องดูควันแบบกระโจมติดผนัง เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับการออกแบบให้มีการดูดลำเลียงควันออกไปจากห้องครัวผ่านทางท่อลำเลียงบริเวณด้านบนของกระโจม โดยส่งผ่านออกไปยังบริเวณพื้นที่ใต้ผนังหรือฝ้าที่มีการติดตั้งเครื่องดูดควันไว้ ซึ่งในอดีตเครื่องดูดควันประเภทนี้จะไม่มีที่กรองน้ำมันไว้สำหรับดักจับไอน้ำมัน แต่จะใช้วิธีการระบายควันออกไปพื้นที่ด้านนอกโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้ควัน กลิ่น รวมถึงน้ำมันจากในห้องครัวออกไปรบกวนเพื่อนบ้านและสภาพแวดล้อมนอกบ้านได้ ในปัจจุบันจึงมีการออกแบบให้เครื่องดูดควันแบบติดผนังมาพร้อมตัวกรองน้ำมัน เพื่อช่วยกรองกลิ่นและควันที่ไม่พึงประสงค์จากในห้องครัวได้อย่างเหมาะสม โดยการกรองอากาศให้เกิดการหมุนเวียนภายในห้องที่ไม่รบกวนสภาพแวดล้อมภายนอก และด้วยตัวเครื่องดูดควันที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานภายในบ้านที่ค่อนข้างมีพื้นที่เท่านั้น อาจไม่เหมาะสมกับการติดตั้งไว้ในที่อยู่อาศัยที่มีขนาดจำกัด

เครื่องดูดควันแบบกระโจมกลางห้อง เป็นเครื่องดูดควันชนิดที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการติดตั้งใช้งานในห้องครัวบริเวณส่วนกลางของห้อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้สอยในห้องครัวที่มีการออกแบบไอส์แลนด์กลางห้องไว้สำหรับประกอบอาหาร ซึ่งจะเหมาะสำหรับการใช้งานในห้องครัวที่ค่อนข้างกว้างขวางและขนาดพื้นที่มากเป็นพิเศษ โดยควรพิจารณาเลือกเครื่องดูดควันให้มีขนาดเหมาะสมลงตัวกับพื้นที่ภายในห้องครัวและขนาดของไอส์แลนด์ หากมีการเลือกดีไซน์และขนาดให้ลงตัวกับพื้นที่ภายในห้องครัว การติดตั้งเครื่องดูดควันประเภทนี้ก็สามารถเพิ่มบรรยากาศให้ห้องครัวดูสวยงามและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากการติดตั้งไว้ในบริเวณกลางห้อง จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้ไม่สะดวกต่อการติดตั้งท่อระบายอากาศ จึงมักจะมีการออกแบบเครื่องดูดควันให้มาพร้อมระบบกรองน้ำและกรองอากาศ ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะสำหรับการติดตั้งเครื่องดูดควันกลางห้องที่ไม่สามารถระบายอากาศออกไปได้ จึงจะมีการดูดควันผ่านระบบกรองน้ำมันก่อนการกรองอากาศอีกชั้นหนึ่ง เพื่อดักจับกลิ่นและควันที่ไม่พึงประสงค์ก่อนที่จะปล่อยอากาศกลับสู่พื้นที่เดิม แต่เครื่องดูดควันในบางรุ่นก็สามารถติดตั้งท่อสำหรับระบายอากาศออกสู่พื้นที่นอกห้องได้

เครื่องดูดควันแบบ Slimline เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก กระทัดรัด มีดีไซน์บาง แต่มีแรงดูดอากาศไม่มากเท่าเครื่องดูดควันขนาดใหญ่ที่ติดตั้งตามบ้าน ซึ่งจะไม่เหมาะสำหรับการทำอาหารแบบจริงจัง เพราะไม่มีกำลังในการดูดกลิ่นและควันมากนัก แต่จะเหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานในพื้นที่จำกัดอย่างห้องครัวของคอนโดที่ไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางมากนัก โดยจะนิยมติดตั้งไว้บริเวณใต้ชั้นวางของติดผนังในห้องครัว ซึ่งจะใช้เป็นระบบแบบเวียนอากาศ ด้วยการดูดกลิ่นและควันไม่พึงประสงค์จากการทำอาหารเข้าไปด้านในตัวกรอง ก่อนที่จะปล่อยอากาศเดิมให้หมุนเวียนใหม่ในห้อง หรือในบางที่อาจมีการออกแบบซ่อนท่อระบายอากาศไว้ด้านในชั้นเคาน์เตอร์ เพื่อช่วยในการระบายอากาศออกสู่พื้นที่ภายนอก

เครื่องดูดควันแบบผสมกระโจมและ Slimline เป็นเครื่องดูดควันที่เกิดจากการนำรูปแบบของกระโจมและ Slimline เข้ามาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน จึงช่วยทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่าเครื่องดูดควันแบบ Slimline ด้วยคุณสมบัติที่สามารถดูดกลิ่นและควันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมดีไซน์ที่มีความหนาเพิ่มมากขึ้นจากเครื่องดูดควัน Slimline แบบเดิม และมีการออกแบบเพิ่มเติมให้สามารถดึงส่วนกระโจมออกมาใช้งานได้ จึงเป็นการช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้เครื่องดูดควันสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และด้วยรูปแบบที่เน้นการปรับปรุงพัฒนาจากเครื่องดูดควันแบบ Slimline เป็นหลัก จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดผสมสองดีไซน์นี้ยังคงเหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ค่อนข้างจำกัดอย่างห้องครัวในคอนโดได้ดี

เครื่องดูดควันแบบ Down Draft เป็นเครื่องดูดควันขนาดกระทัดทัดที่มีดีไซน์ทันสมัย เรียบง่าย และค่อนข้างมีความบาง จึงสามารถนำไปติดตั้งไว้ในห้องครัวที่เน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างลงตัว เพราะเครื่องดูดควันชนิดนี้จะไม่มีการดีไซน์ Hood ให้บดบังสายตา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะนิยมติดตั้งเครื่องดูดควันชนิดนี้ไว้บริเวณหน้าเตาทำอาหารบนเคาน์เตอร์ครัว ในบางรุ่นอาจมีการดีไซน์ให้สามารถซ่อนเก็บตัวเข้าไว้ใต้เคาน์เตอร์ทำอาหารที่ไม่ดูเกะกะสายตาได้อีกด้วย โดยจะทำการดูดควันจากบริเวณเตาทำอาหารลงสู่พื้นที่ด้านล่างผ่านระบบกรองน้ำมันและตัวกรองอากาศที่ถูกติดตั้งซ่อนไว้ในใต้เคาน์เตอร์ครัว แต่เนื่องจากมีการวางระบบที่ค่อนข้างยุ่งยาก จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้ค่อนข้างจะมีราคาสูงกว่าเครื่องดูดควันทั่วไปที่นิยมใช้งานในห้องครัว

ออกแบบบ้าน

รีวิวหนัง The Secret Garden มหัศจรรย์ในสวนลับ Mary Lennox

The Secret Garden

เรื่องย่อหนัง หนัง The Secret Garden มหัศจรรย์ในสวนลับ เรื่องราวของ Mary Lennox เด็กกำพร้าที่สูญเสียครอบครัวไปและจำต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านลุงของเธอในประเทศอังกฤษ ซึ่งในเวลาต่อมาเธอได้ค้นพบกุญแจลึกลับที่พาเธอไปสู่สวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้นมากมาย The Secret Garden บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปและจำใจต้องย้ายไปอยู่บ้านของลุงเธอในประเทศอังกฤษ แต่มีอยู่วันหนึ่ง เธอได้พบกุญแจปริศนาที่นำเธอไปสู่สวนมหัศจรรย์

หากดูตัวอย่างหรืออ่านเรื่องย่อ แม้กระทั่งคำโปรยของหนัง “Unlock Your Imagination” ก็ทำให้ชวนคิดไปได้ว่ามันอาจเป็นเรื่องราวแฟนตาซีเหนือจินตนาการตระกาลตาอะไรทำนองนั้น หากแต่ว่าเนื้อแท้จริงๆ แล้ว มันคือเรื่องราว coming of age การก้าวผ่านความเจ็บปวดของเด็กสาว

การดำเนินเรื่องของเรื่องนี้ใช้คำว่าน่าเบื่อเลยทีเดียว ยืดยาด ชวนง่วง และดูจืดชืดสุดๆ ไม่ได้มีจุดน่าสนใจที่คอยดึงคนดูให้อยู่กับเรื่องได้เลย บทก็พยายามทำให้ตัวละครไปเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ สลับกับย้อนเหตุการณ์ความสัมพันธ์ของแม่กับเด็กสาว พยายามให้ซึ้ง ให้ดราม่า ก็ยังไม่สามารถสร้างดราม่า สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้เลยจริงๆ

บทหลายๆ อย่างก็งง ชวนสงสัย ชวนเอ๊ะ และบางเรื่องก็ไม่เคลียร์ การไปเจอหมา เจอเด็ก เจอสวน มันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวน่าสนใจขึ้นมามากกว่าเดิมแต่อย่างใด เพราะตัวละครแต่ละตัวก็ดูจืดชืดไม่แพ้กัน สีสันเดียวที่หนังพอจะให้ได้คือสวน ที่ดูงดงาม แฟนตาซี เพียงเท่านั้น

จริงๆ ไม่ติด ที่หนังไม่ได้แฟนตาซีแบบคำโปรยหรือตัวอย่าง แต่ติดตรงที่มันไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูร่วมหรือเข้าไปสัมผัสตัวละครหรือสิ่งที่ตัวละครเจอได้เลยแม้แต่น้อย

แทงบอล