Godzilla vs. Kong ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศจีน ตั้งแต่เปิดตัววันแรก

Godzilla vs. Kong

เว็บไซต์ Variety ได้รายงานว่า Godzilla vs. Kong ทำรายได้เปิดตัววันแรกในประเทศจีน (26 มีนาคม 2021) ไปได้อย่างน่าประทับใจถึง 15.3 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 475 ล้านบาท (นับจนถึงเวลา 18.00 น.) ซึ่งคิดเป็น 88.5% ของรายได้ภาพยนตร์รวมทั้งหมดในวันดังกล่าว

Godzilla vs. Kong

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการนำ Avatar กลับมาฉายที่ประเทศจีนอีกครั้ง ซึ่งช่วยให้ Avatar กลับมาขึ้นแท่นภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลอีกครั้ง ส่วนภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องอื่น ๆ ที่ทำรายได้อย่างน่าประทับใจในประเทศจีน ประจำปี 2021 นี้ ก็มีทั้ง Tenet และ Soul ที่ทำไป 70.2 ล้านเหรียญ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) และ 58 ล้านเหรียญ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท)

สำหรับ Godzilla vs. Kong นั้น อาจทำรายได้รวมในประเทศจีนได้สูงถึง 166 ล้านเหรียญ (ประมาณ 5,160 ล้านบาท) ก็เป็นได้ ซึ่งจะขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศจีน ประจำปี 2021 นี้

AdvertisementReplay Ad
Godzilla vs. Kong

ประเทศจีนเป็นหนึ่งในตลาดภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่องประสบความสำเร็จด้านรายได้รวมทั่วโลก แม้ว่ารายได้จากในสหรัฐฯ จะไม่สูงมากก็ตาม

หนึ่งในนั้นก็คือภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้านี้ในแฟรนไชส์ MonsterVerse อย่าง Godzilla: King of the Monsters (2019) ที่ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปเพียง 110.5 ล้านเหรียญ (ประมาณ 3,400 ล้านบาท) ในขณะที่รายได้ในประเทศจีนนั้นสูงถึง 135.4 ล้านเหรียญ (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) และรายได้รวมทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 386 ล้านเหรียญ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) จากทุนสร้าง 170 ล้านเหรียญ (5,300 บาท)

 

ดูหนังออนไลน์

เรื่องควรรู้ ก่อนเลือกวัสดุแต่ง ห้องน้ำ ใช้งานได้สะดวกสบาย

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ เป็น สถานที่ส่วนตัว ที่รองรับการใช้งานบ่อยไม่แพ้ห้องอื่นๆ ของบ้าน ห้องน้ำที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ใช้งานได้สะดวกสบาย พร้อมบรรยากาศชวนผ่อนคลาย จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การอยู่อาศัยในบ้านเป็นไปอย่างมีความสุข ดังนั้นการจะสร้างห้องน้ำให้น่าใช้ทุกๆ ช่วงเวลา และได้บรรยากาศเข้าถึงความเป็นรีสอร์ทในแบบฉบับของบ้าน AYB เรามีทริคการตกแต่งมาฝาก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการออกแบบห้องน้ำ

ตกแต่งห้องน้ำบรรยากาศเข้าถึงธรรมชาติ
1. ทาสีโทนขาวพร้อมประดับเทียนหอม
การทาสีห้องน้ำโทนสีขาวจะช่วยให้ให้ดูสบายตา สะอาด น่าใช้งาน ยิ่งประดับวางด้วยเทียนหอมกลิ่นที่ชอบตามตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้ากระจก อ่างล้างหน้า หรือชั้นวางของ จะยิ่งกระตุ้นบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายดุจการเดินเข้าสปา

2. ประดับทางเดินด้วยหินขาวก้อนมน
เปลี่ยนทางเดินพื้นปูนธรรมดาแบบเก่าให้เป็นการวางด้วยหินขาวก้อนมนเพื่อช่วยเสริมความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จะทำให้การใช้ห้องน้ำมีบรรยากาศของความเป็นรีสอร์ท และนอกจากนี้หินก้อนมนยังช่วยในเรื่องของการนวดเท้าเมื่อย่ำเดิน และยังช่วยปกปิดร่องรอยความไม่สวยงามของกระเบื้องหรือท่อน้ำได้อีกด้วย

 

 

 

3. ใช้ฝักบัวแบบ Rain shower ชวนผ่อนคลาย
การกลับเข้าบ้านหลังจากผจญกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านมาทั้งวัน สิ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลายมากที่สุดคือการได้อาบน้ำชำระร่างกาย โดยถ้าห้องน้ำนั้นใช้ฝักบัวแบบ Rain shower จะช่วยสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนการยืนเล่นน้าท่ามกลางสายฝนหรือท่ามกลางม่านน้ำตก ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยชาร์ตพลังงานชีวิตได้ดีทีเดียว

การติดตั้งฝักบัวชนิดนี้ควรมีปั๊มน้ำแรงดันสูงเพื่อให้น้ำที่ใช้นั้นไหลออกมาอย่างเพียงพอ และเลือกใช้ Rain shower ที่มีลักษณะเข้ากันกับแบบของห้องน้ำและสุขภัณฑ์ชิ้นอื่นๆ พร้อมติดตั้งให้อยู่สูงเหนือศรีษะไม่ต่ำกว่า 40 ซม.

4. ตกแต่งด้วยพื้นไม้หรือกระเบื้องลายไม้
การใช้วัสดุพื้นไม้มาตกแต่งสลับควบคู่ไปกับผนังห้องสีขาวสามารถช่วยแบ่งขอบเขตของห้องด้วยสายตาได้ดี และยังทำให้ห้องดูสดใส สว่าง สะอาด พร้อมยังได้บรรยากาศของความเป็นธรรมชาติ

แต่การใช้วัสดุประเภทไม้ โดยเฉพาะไม้จริง ต้องระวังและป้องกันเรื่องความชื้นที่จะเป็นปัญหาทำให้ความสวยงามของไม้เปลี่ยนไป และเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา และเชื้อโรง ดังนั้นจึงควรเลือกวางตำแหน่งของไม้ให้อยู่ในโซนแห้ง และมีแสงหรืออากาศถ่ายแทสะดวกเพื่อระบายความชื้น

5. เพิ่มมุมมองด้วยหลังคา Skylight หรือหลังคากระจก
การสร้างบรรยากาศของการอาบน้ำไปพร้อมกับรับแสงธรรมชาติสามารถทำได้โดยการเลือกแบบหลังคาเป็น Skylight จะช่วยทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น และยังช่วยให้ห้องน้ำดูโล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเท ลดความชื้นภายใน และยังเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ให้เห็นวิวทิวทัศน์ต้นไม้ด้านนอกได้อีกด้วย

 

ออกแบบบ้าน     

8 เคล็ดลับเริ่มธุรกิจรับเหมา ก่อสร้าง ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่

ธุรกิจรับเหมา ก่อสร้าง

8 เคล็ดลับเริ่ม ธุรกิจรับเหมา ก่อสร้าง ในการประกอบธุรกิจใดๆ นั้นย่อมต้องมีปัญหาเหมือนกัน ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ ธุรกิจรับเหมา ก่อสร้าง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องทำงานประสานงานกันหลายฝ่าย ได้แก่ พนักงานภายใน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายการตลาด ทีมงานก่อสร้าง และผู้ว่าจ้าง หากใครได้ก้าวเข้ามาทำธุรกิจแล้ว ก็ต้องการประสบความสำเร็จ

เมื่อปัญหาเกิดขึ้นผู้ประกอบการมีแนวทางในการแก้ปัญหากันอย่างไร เพื่อแก้ไขสถานการณ์ต่างๆให้ผ่านไปได้ด้วยดี และรู้เท่าทันปัญหาที่เกิดขึ้น เราลองมาดู 8 ปัญหายอดฮิตที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเจอกันบ่อยๆ พร้อมทั้งมีวิธีการแก้ไขเพื่อให้ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างประสบความสำเร็จ

1.มีงานต้องมีคน เตรียมคนให้เหมาะกับงาน
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างต้องมีคนงาน ลักษณะงานของธุรกิจนี้จะต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม รวมถึงเป็นช่างฝีมือ หากธุรกิจขาดทีมงานที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินธุรกิจจะไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฟ้นหาทีมงานที่มีประสิทธิภาพาและมีทักษะในเนื้องานมาทำงานร่วมกัน หากเป็นช่างฝีมือ ย่อมจะได้เปรียบ จะทำให้งานที่ทำออกมาแล้วมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของลูกค้า

2.มีคนไม่มีงาน หางานให้เพียงพอกับคน
ถึงแม้ว่าจะมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ตามแต่ไม่สามารถหางานได้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นทักษะในการหางาน เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นผู้รับเหมาที่ดี ย่อมต้องทำหน้าที่เป็นทั้งนักการตลาดและนักขายในคนเดียวกัน มีความสามารถในการหารงานให้กับทีมงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถคัดกรองผู้ว่าจ้าง ว่ามีทุนพร้อม ในการจ่ายเงินได้ตรงตามเวลา ตลอดจนสามารถประสานงานระหว่างผู้ว่าจ้างและมีงานให้ราบรื่นไปตลอดจนจบงาน

3.ทำงานแต่ขาดทุน ประเมินราคาผิดคิดจนตัวตาย
เนื่องจากประเมินราคารับเหมาไม่เป็น ประเมินราคาแล้วขาดทุน ถึงแม้ว่าผู้รับเหมาจะมีงานทำตลอด แต่ประเมินราคามีกำไรไม่เพียงพอ ธุรกิจจะไม่ประสบผลสำเร็จ จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการมีภาระ หนี้สิน จนถึงชั้นทิ้งงานไม่ทำต่อ เพราะว่าทำไปก็ขาดทุน ทำให้เสียชื่อเสียงเสียลูกค้า ซึ่งปัญหานี้พบบ่อยมากในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

ทั้งนี้ผู้รับเหมาเองจำเป็นต้องมีทักษะในการคิดคำนวณต้นทุน ศึกษาราคาวัสดุ ราคารับเหมาในท้องตลาด ไม่ต่ำจนเกินเพื่อแข่งกับคู่แข่ง แต่ให้มองว่าถึงราคาประเมินจะสูงกว่าคู่แข่งแต่ใช้วัสดุดี มีคุณภาพจะดีกว่า

4.บริหารจัดการงานไม่มีประสิทธิภาพ ลดปัญหานำเทคโนโลยีมาใช้
ผู้รับเหมาบางรายเมื่อทำงานร่วมกับทีมงานแล้วไม่สามารถควบคุมคนงานให้ทำงานตามแผนการที่วางไว้ได้ ได้แก่ เมื่อปล่อยงานให้คนงานดำเนินการแล้วแต่ผู้รับเหมาไม่เคยไปตรวจงานเลย บางทีคุมงานให้เสร็จตามกำหนดเวลาไม่ทัน เป็นต้น

ดังนั้นผู้รับเหมาควรจะมีทักษะในการประสานงาน การบริหาร จัดการ ควบคุม และมีความรับผิดขอบเป็นอย่างดี เพื่อให้ภาพรวมของงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การทำเทคโนโลยีสมัยๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP ระบบการจัดการหน้างาน ระบบบัญชี ต่างๆ จะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มกำไรให้ธุรกิจในระยะยาว

5.เลือกใช้วัสดุไม่สอดคล้องกับงาน มีซัพพลายเอ่อร์ดีเป็นศรีกับธุรกิจ
การมี Supplier ที่ดี ช่วยให้ผู้รับเหมาไม่เสียเวลา เปรียบเทียบราคาสินค้ากับ Supplier หลายเจ้า ทำให้ได้สินค้าราคาต้นทุน มีคุณภาพ และได้วัสดุที่ถูกต้องตามประเภทของงาน เพราะ Supplier จะรู้ว่า ผู้รับเหมาใช้วัสดุประเภทใด อย่างนี้เรียกว่า รู้ใจกัน ดังคำกล่าวที่ว่า” รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ตลอดจนสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ได้สูงสุด ภายใต้ต้นทุนของวัสดุที่ต่ำที่สุดและใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานน้อยที่สุด

6.เงินทุนสำคัญไฉน มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ เข้าถึงแหล่งเงินทุน
จากสำนวนดังกล่าวไม่ว่ายุคสมัยไหนยังคงกล่าวถึงได้เสมอ การประกอบธุรกิจใดๆล้วนแต่ต้องการเงินทุนมาช่วยในการสนับสนุนธุรกิจด้วยกันทั้งนั้น แล้วเงินทุนจะหาได้จากที่ไหน?

ปัจจุบันนี้มีแหล่งเงินทุนมากมายจากสถาบันการเงินหลายแห่ง ให้ผู้ประกอบการดำเนินการกู้เงินได้ตามศักยภาพของกิจการของตน ซึ่งสามารถแบ่งประเภทดอกเบี้ย และการชำระเงินได้หลายรูปแบบ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถพิจารณาเลือกใช้การบริการได้ตามความเหมาะสมของกิจการตนเอง

หากเป็นธุรกิจรับเหมาขนาดเล็ก (SMEs) แต่ยังไม่พร้อมที่กู้เงินจากสถาบันการเงินจะหาเงินทุนจากไหน? สำหรับผู้รับเหมาขนาดเล็ก สามารถระดมเงินทุนได้จากการเริ่มทำงานซ่อมแซมเล็กๆน้อยๆ ที่พอจะเริ่มได้ เช่น การเดินสายไฟ เป็นต้น เพื่อสะสมเงินทุนให้มากพอแล้วจึงพัฒนาเป็นธุรกิจรับเหมาขนาดใหญ่

7.เลือกรับงานที่ถนัด หรือ “นกน้อยทำรังแต่พอตัว”
ผู้รับเหมาควรที่จะพิจารณาศักยภาพของกิจการตนเองด้วย โดยเลือกงานที่เหมาะสมกับกิจการตนเอง ไม่ใหญ่จนเกินตัว หรือรับงานที่ทีมงานมีความถนัด เลือกงานตามประสบการณ์ที่ได้เคยผ่านงานมาแล้ว ซึ่งจะส่งเสริมให้ผลงานออกมาดีเป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้า และยังสามารถควบคุมระยะเวลาในการทำงานได้ดี ทำให้ส่งงานได้ตรงตามแผนงานที่ได้วางไว้ ตลอดจนช่วยลดความเสี่ยงและข้อผิดพลาดต่างๆ

8.เลือกลูกค้าเพื่อลดปัญหาด้านการชำระเงิน
ไม่เพียงแต่ลูกค้าจะเลือกผู้รับเหมาเท่านั้น แต่ผู้รับเหมาจำเป็นต้องเลือกลูกค้าเช่นกัน เนื่องจากเพื่อแก้ปัญหาด้านการเงิน อันได้แก่ การจ่ายเงินล่าช้า ซึ่งอาจเกิดจากความไม่พร้อมทางเงินของผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมาสามารถจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ด้วยการทำสัญญา โดยกำหนดการเบิกเงินเป็นงวดไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาด้านค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่ได้เข้ามาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บนทางเดินย่อมไม่ได้ราบเรียบ และยังต้องพบกับปัญหาต่างๆแต่เชื่อว่าทุกคนล้วนต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจด้วยกันทั้งนั้น จากประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขข้างต้น จะเป็นประโยชน์แก้ผู้รับเหมาทั้งมือใหม่และมือเก่าเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

 

ออกแบบบ้าน

15 อันดับหนังของ เฉินหลง Jackie Chan ซุปเปอร์สตาร์หนังบู๊แอคชั่น

เฉิ น. หลง

15 อันดับหนังของ เฉินหลง Jackie Chan ซุปเปอร์สตาร์หนังบู๊แอคชั่น คงไม่มีใครไม่รู้จักพระเอกซุปเปอร์สตาร์หนังบู๊แอคชั่นสุดมันส์เชื้อสายเอเชีย ชาวฮ่องกงอย่าง “แจ๊คกี้ ชาน” (Jackie Chan) หรือ “ เฉินหลง ” ที่อยู่ในวงการภาพยนตร์มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี โดยแสดงหนังไปแล้วกว่า 200 เรื่องด้วยกัน ที่ล่าสุดเพิ่งได้ถูกประกาศให้รับรางวัลออสการ์สาขาเกียรติยศ หรือ Governors Award ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2016 ซึ่งรางวัลนี้จะถูกมอบให้กับบุคลากรแวดวงภาพยนตร์ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับชีวิตที่ประสบความสำเร็จการทำงานของพวกเขา โดยคณะกรรมการสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์การภาพยนตร์ หรือ AMPAS ซึ่งพิธีมอบรางวัลออสการ์สาขาเกียรติยศ หรือ Governors Award ครั้งที่ 8 จะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2016 ณ Ray Dolby Ballroom ในบริเวณ Hollywood & Highland Center ของลอสแองเจลิส

15. ใหญ่ผ่าใหญ่ 1911 (2011)

1911 เป็นเรื่องราวที่หยิบมาจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกขนานนามว่า “การปฏิวัติซินไฮ่” (Xinhai Revolution) เกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1911 ซึ่งก็คือการสิ้นสุดระบอบศักดินาของราชวงค์ชิง และเป็นการเข้าสู่ระบบสาธารณรัฐของชาติจีน โดย เฉินหลง รับบทเป็น แม่ทัพหวงซิง ที่มีบทบาทในการก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง และเป็นผู้นำแห่งคณะปฏิวัติของ ดร.ซุนยัดเซน (วินสตัน เชา) ต่อสู้กับกองกำลังจักรพรรดิอย่างห้าวหาญ โดยมี ซูจงฮั่น (หลี่ปิงปิง) ภรรยาคอยให้กำลังใจและเป็นที่ปรึกษา

14. คู่ใหญ่ฟัดข้ามโลก Shanghai Noon (2000)

เมื่อเจ้าหญิงเพ่ยเพ่ย (ลูซี่ ลิว) ถูกลักพาตัวมาจากประเทศจีน องค์จักรพรรดิทรงจัดการส่งทีมราชองค์รักษ์หลวง ที่ฝีมือร้ายกาจที่สุดสามนายเป็นผู้ถือทองคำเป็นค่าไถ่มาส่งมอบให้กับโจรลักพาตัวเจ้าหญิงในดินแดนตะวันตกอันป่าเถื่อนของอเมริกา จางเหวิน (เฉินหลง) ที่ไม่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่องครักษ์ ได้หาทางจนได้ร่วมเดินทางไปด้วย เมื่อเขาเสนอที่จะเป็นเด็กถือกระเป๋าให้กับลุงที่เป็นล่าม และในระหว่างการเดินทาง จางเหวินก็ได้พบกับ รอย โอแบนนอน (โอเว่น วิลสัน) โจรดวงซวยที่กลายมาเป็นคู่หูของเขา ทั้งสองต้องต่อสู้เพื่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความซื่อสัตย์จงรักภักดี และสมบัติที่เป็นทองคำ

13. ใหญ่แค้นเดือด The Shinjuku Incident (2009)

จากปกติหนังของเฉินหลงจะเป็นหนังแนวแอคชั่นปนฮา แต่เรื่องนี้ถือเป็นหนังที่มีความเป็นดราม่าอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องราวของ หัวเหล็ก (เฉินหลง) ช่างซ่อมรถแทร็คเตอร์จากเมืองเฮยหลงเจียนทางตอนเหนือของประเทศจีน ได้ตัดสินใจเดินทางไปยังโตเกียว หลังจากเขาขาดการติดต่อกับ ซิวซิว (ซู จิงเล่ย) แฟนสาวของเขาที่เดินทางไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น เขาพยามที่จะเอาตัวให้รอดในแต่ละวันในโลกใต้ดินของมหานครโตเกียว หวังที่จะได้พบกับซิวซิวอีกครั้งหนึ่ง และในที่สุดหัวเหล็ก ก็ได้มาตระหนักว่าพวกเขาต้องรวมตัวกัน ถ้าอยากมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงแค่จากยากูซ่าเจ้าถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแก๊งค์คนจีนที้คอยข่มเหงผู้ที่มาใหม่อีกด้วย

12. เดอะ คาราเต้คิด The Karate Kid (2010)

ภาพยนตร์แอคชั่นฉบับรีเมคของปี 1984 โดยเนื้อหากล่าวถึง เด็กชายวัย 12 ปีซึ่งมีนามว่า เดร ปาร์กเกอร์ (เจเดน สมิธ) ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองดีทรอยต์ แต่แล้วเขาก็ต้องย้ายบ้านใหม่มาที่ปักกิ่งเนื่องจากแม่ของเขาได้บรรจุงานใหม่ที่นี้ เขาต้องเผชิญกับหัวหน้าอันธพาลที่มีชื่อว่า เฉิง จนกระทั่งเขาได้มาพบกับ ลุงฮัน (เฉินหลง) ช่างซ่อมประจำอพาร์ทเม้นท์ของเขาได้สอนวิชาการต่อสู้กังฟูให้กับเดร และนำเขาไปแข่งรายการแข่งคาราเต้สุดยิ่งใหญ่

11. เร็วฟ้าผ่า Thunderbolt (1995)

อาหัว (เฉินหลง) นายช่างฝีมือดีของมิตซูบิชิ ที่ดันบังเอิญไปเผชิญกับอาชญากรนักซิ่ง “ครูเกอร์” ที่อาศัยการแข่งรถมืออาชีพมาบังหน้าในการซิ่งบนถนน ทว่าการที่อาหัวช่วยตำรวจในการจับตัวครูเกอร์นั้นกลับกลายเป็นความแค้นที่ทำให้ครูเกอร์มาลักพาตัวน้องสาวของเขา เพื่อให้อาหัวมาแข่งรถกับเขาในสนามประลองฝีมือกันอีกครั้ง

10. ใหญ่เต็มฟัด Who Am I (1998)

อาหลง (เฉินหลง) เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการลับได้ประสบอุบัติเหตุในคณะปฏิบัติหน้าที่จนความจำเสื่อม แต่โชคดีที่ได้คนป่าชาวอัฟริกาใต้ช่วยเหลือไว้ เมื่อเขาฟื้นขึ้นมากลับจำชื่อตัวเองและจำทุกอย่างไม่ได้ เลยเอ่ยปากถามชาวป่าทันทีที่ตัวเองฟื้นว่า “ผมเป็นใคร” (Who Am I) แต่ชาวป่าดันนึกว่านั่นเป็นชื่อของเขา จึงถูกเรียกว่า “ผมเป็นใคร” เขาได้ออกเดินทางตามหาความจริงที่ว่าตัวเองเป็นใครและมาจากไหน และเหล่าคนชั่วที่ตามล่าเขานั้นเป็นใคร มีเป้าอะไรกันแน่?

9. คู่ใหญ่ ฟัดเต็มสปีด Rush Hour (1998)

ภาพยนตร์แอคชั่น-คอเมดี้ ของตำรวจ 2 นาย คือ สารวัตรสืบสวน ลี (เฉินหลง) หน่วยสืบสวนสอบสวนชาวฮ่องกง และนักสืบ เจมส์ คาร์เตอร์ (คริส ทัคเกอร์) จากเอฟบีไอ ที่พวกเขาต้องมาทำงานร่วมกันช่วยกันจับกุมตัวอาชญากรและช่วยชีวิตเด็กสาวชาวจีนวัย 11 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของกงสุลชาวจีนนามว่า โซ ยุง (จูเลีย ซู) ให้ทันเวลา

8. ขาตั้งสู้ Wheels on Meals (1984)

ภาพยนตร์ของ 3 พี่น้องนักแสดงหนังบู๊ซึ่งได้แก่ หงจินเป่า, เฉินหลง และหยวนเปียว โดยเนื้อเรื่องคือ หงจินเป่า ได้กลายเป็นเจ้าของสำนักงานนักสืบหลังจากไปอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งมีเฉินหลงเป็นผู้ช่วย ลูกค้ารายแรกของพวกเขาก็คือหลุยส์ ซึ่งเขาก็อยากจะให้หาลูกของผู้หญิงที่ชื่อ กลอเลีย หงจินเป่าและเฉินหลงได้ไปหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญ ที่ไม่รู้เลยว่า เธอเป็นนักล้วงกระเป๋าตัวยง พ่อของหงจินเป่าแต่งงานโดยมีลูกติดคือ ซิลเวีย และเธอก็เป็นคนที่เขาตามหาและหลงรักนั่นเอง ซิลเวียถูกจับตัวไปโดยญาติห่างๆ และแน่นอนเขาสองคนต้องวางแผนเพื่อช่วยซิลเวีย

7. ใหญ่ไม่ใหญ่ ข้าก็ใหญ่ City Hunter (1993)

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง City Hunter ของอาจารย์ เท็ตซึกะ โฮโจ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ ซาเอบะ เรียว (เฉินหลง) นักสืบเอกชนจอมเจ้าชู้กับผู้ช่วยสาวคาโอริ ที่ต้องคอยปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีคนว่าจ้างมา มีเศรษฐีชาวญี่ปุ่นได้ว่าจ้างให้ เรียว และคาโอริ ออกตามหาลูกสาวของเค้าที่ชื่อ คูมิโกะ ที่หนีออกจากบ้านไปเพราะไม่ถูกกับแม่เลี้ยงคนใหม่ เรียวได้ติดตามหาลูกสาวของเศรษฐีไปจนถึงเรือสำราญลำใหญ่ แต่เรื่องก็วุ่นวายขึ้นเมื่อในเรือสำราญ ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวธรรมดา แต่มีพวกโจรกลุ่มใหญ่ยังลอบขึ้นเรือมาด้วย เพื่อก่อการปล้นคนรวยที่ขนเงินกันมาเล่นพนันบนเรือ ซึ่งเรียวจะต้องหยุดกลุ่มโจรพวกนี้ให้ได้

6. เอไกหว่า Project A (1984)

ช่วงต้นยุคสมัย 1900 ของจีน เหล่าโจรสลัดได้ออกอาละวาดอย่างหนัก หม่ายูหลง (เฉินหลง) ตำรวจน้ำผู้ตงฉิน ได้วางแผนจะไปปราบโจรสลัดในย่านทะเลจีน ที่มีผู้นำ คือ โล แต่เรือทั้งหมดก็เกิดโดนผู้ร้ายมาวางระเบิด ทำให้เรือจมใช้ไม่ได้ไปทั้งลำ ทำให้แผนการทั้งหมดถูกยกเลิก แล้วพวกเฉินหลงและตำรวจน้ำทุกคน ต้องโดนย้ายไปตำรวจบกแทน ซึ่งหม่ายูหลงต้องร่วมมือกับเพื่อนสนิทคนเก่า (หงจินเป่า) และ หัวหน้าตำรวจบก ซึ่งเป็นคู่แข่งของเฉินหลง (หยวนเปียว) โดยใช้แผนการที่ชื่อว่า “เอไกหว่า” เป็นหนังที่เฉินหลงเสี่ยงตายมากกับฉากที่ต้องตกลงมาจากหอนาฬิกาโดยทำให้เขากระดูกซี่โครงหักถึง 5 ซี่ ทำให้ต้องพักไปหลายปีจึงค่อยเริ่มกลับมาถ่ายทำใหม่

5. ใหญ่ทับใหญ่ Mr.nice Guy (1997)

เรื่องราวของ แจ๊คกี้ (เฉินหลง) ยอดกุ๊กหนุ่มแดนมังกรที่ต้องเข้าไปพัวผันกับพวกแก๊งค์มาเฟีย เพียงแค่บังเอิญไปสลับม้วนวิดิโอการทำอาหารกับม้วนวิดิโอการแอบถ่ายการซื้อขายยาเสพติดของแก๊งค์มาเฟีย โดยเรื่องนี้มีฉากที่ลงทุนเป็นอย่างมาก กับฉากการทำลายบ้านทั้งหลังโดยรถแท็คเตอร์ขนาดใหญ่ของเฉินหลง ซึ่งมันเป็นฉากที่ติดตาติดใจผู้ชใเป็นอย่างมาก

4. ใหญ่สั่งมาเกิด Armour of God (1987)

นักล่าขุมทรัพย์จอมผจญภัยที่มีนามว่า แจ็คกี้ (เฉินหลง) เจ้าของฉายา “เหยี่ยวเอเชีย” แจ็คกี้ได้ช่วยท่านดยุคค้นหาอาวุธเทพเจ้า ซึ่งในการค้นหาครั้งล่าสุด แจ็คกี้ได้ดาบศักดิ์สิทธิ์มาไว้ในครอบครอง ท่านดยุครู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมากและพร้อมที่จะจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ได้ ดาบศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้มาเป็นของตน แต่เมื่อผู้ก่อการร้ายจอมโหดได้ทราบข่าวเรื่องดาบก็ได้ส่งคนมาจับตัวแฟนสาวของ อลัน (ทั่มหย่งเหลียง) ไป ซึ่งในอดีตเธอเคยเป็นแฟนกับแจ็คกี้มาก่อนเพื่อนำเธอมาเป็นเงื่อนไขในการต่อรองกับดาบศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งภาพยนตร์ที่ทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล โดยได้ยกกองไปถ่ายทำยังหลายประเทศแถบยุโรปถือเป็นความยิ่งใหญ่ และความภูมิใจของวงการภาพยนตร์เอเชีย เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งให้ชื่อของ เฉินหลง ผงาดขึ้นเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่ก็ทำให้เฉินหลงเฉียดตายมาด้วยเหมือนกันกับฉากที่เขาต้องโหนต้นไม้สูงแต่กิ่งไม้เกิดขึ้นมาหัก ทำให้เขาตกลงมาหัวกระโหลกร้าว

 

3. ใหญ่ฟัดโลก Rumble in the Bronx (1995)

เคี้ยง (เฉินหลง) ตำรวจฮ่องกงที่ลาพักร้อนไปเยี่ยม ลุงเปียว (ตงเปียว) ญาติที่เป็นเจ้าของธุรกิจร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตในเขตบร็องซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในย่านเขตบร็องซ์นั้นมีกลุ่มอันธพาลขาใหญ่ที่นำโดย โทนี่ (Marc Akerstream) และสมุนที่คอยก่อกวนสร้างความปั่นป่วนโดยการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง แถมยังเข้ามาปล้นจี้ร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตของลุงเปียวบ่อยๆ ด้วยสถานการณที่บีบบังคับเคี้ยงจึงต้องลุกขึ้นมาพิทักษ์ร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตกิจการของลุงและต้องสู้ต่อกรกับกลุ่มคนเลว หนำซ้ำเขายังเผลอเข้ามาพัวพันกับเพชรจำนวนหนึ่งของขบวนการค้าเพชรเถื่อน

2. ไอ้หนุ่มหมัดเมา Drunken Master (1978)

ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อให้ เฉินหลง อย่างเต็มขั้นหลังจากเรื่อง “ไอ้หนุ่มพันมือ” ซึ่งเป้นเรื่องราวของ หวงเฟยหง (เฉินหลง) เด็กหนุ่มลูกชายของปรมาจารย์กังฟูชื่อดังอย่าง หวงฉีอิง (หลินเจียว) หวงเฟยหงเป็นเด็กหนุ่มมีนิสัย ร่าเริง ขี้เล่น เขามักจะขี้เกียจฝึกกังฟูถ้ามีเวลาว่างๆ ก็ชอบแอบหนีเที่ยวเล่นเรื่อยเปื่อยไปวันๆ บางครั้งก็ไปก่อความวุ่นวายให้กับญาติและศิษย์ร่วมสำนักรวมทั้งบรรดาชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้านที่พักอาศัยในละแวกนั้นจนทำให้พ่อของเขาเอือมระอาในพฤติกรรมจำใจต้องส่งหวงเฟยหงไปดัดนิสัยกับ ยาจกซู (หยวนเสี่ยวเถียน) ยาจกเฒ่าที่มีวิชากังฟูเพลงมวยที่ล้ำเลิศอย่างวิชา 8 เซียนเมาเหล้า จึงเป็นที่มาให้หวงเฟยหงได้ร่ำเรียนวิชากังฟูเพลงมวยที่สุดแสนมหัศจรรย์

1.วิ่ง สู้ ฟัด Police Story (1985)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเฉินหลงได้อย่างแท้จริงซึ่งเป็นเรื่องราวของ “กุ๊กกู๋” ตำรวจหนุ่มผู้บ้าระห่ำที่ต้องการจะนำตัวพวกแก๊งค์มาเฟียที่ทำผิดกฎหมายมาเข้าคุกให้จงได้ ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นการตีแผ่ตำรวจในฮ่องกงยุคสมัยนั้นได้อย่างเจ็บแสบอีกด้วย โดยการแสดงที่ดีเยี่ยมและฉากบู๊เสี่ยงตาย ก็ทำให้ผู้ชมติดตากับบทบาทตำรวจองเฉินหลงเป็นอย่างมาก จึงได้ทำการสร้าง “วิ่ง สู้ ฟัด” มาอีกหลายภาคเช่นกัน โดยภาคหลังๆ จะเน้นไปที่แนวชีวิตตำรวจที่ดราม่าซะส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกเลยที่หนังเรื่องจะทำให้นักแสดงคิวบู๊ฉากเฉินหลงจะกลายเป็นตำนานแห่งวงการภาพยนตร์

 

ดูหนังออนไลน์

รวมหนัง ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่จะเข้าฉายปี 2019 ปีแห่งโลกภาพยนต์

Avenger : Endgame

รวมหนัง ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่จะเข้าฉายปี 2019 ปีแห่งโลก ภาพยนต์ 2019 อาจถือเป็นปีแห่งโลกภาพยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะมีหนังที่น่าสนใจมากมาย หรืออาจจะเป็นปีแห่งหนังซุปเปอร์ฮีโร่เลยก็ว่าได้เช่นกัน เพราะมีหนังจ่อคิวเข้าชนโรงตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีอย่างเนืองแน่น วันนี้เราจะพาไปดูรายชื่อหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีกำหนดฉายในปีนี้กัน

เริ่มต้นกันที่ Captain Marvel ฮีโร่หญิงคนแรกของจักรวาลมาร์เวล ที่เตีรยมจะเข้าฉาย 6 มีนาคมนี้ กัปตันมาเวล คือนักบินหญิงผู้ได้รับพลังมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากการเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ หรืออาจจะเป็นตัวละครที่แกร่งที่สุดในมาร์เวลเลยก็เป็นได้

เรื่องต่อมาคือ Shazam ฮีโร่สุดเกรียนจากค่าย DC ที่ถือได้ว่าอาจเป็นครั้งแรกที่ตัวละครนี้มีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเอง Shazam คือเด็กน้อยที่ได้พลังมาจากพ่อมด และสามารถแปลงร่างจากเด็กวันสิบกว่าปีให้กลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ล่ำบึ๊ก แข็งแกร่ง ทรงพลัง เหาะได้อีกด้วย แต่ยังมีนิสัยเป็นเด็กอยู่ ซึ่งทำให้ตัวละครนี้เป็นที่น่าสนใจและรับรองได้ว่า สนุดแน่นอน มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 4 เมษายนนี้

เรื่องต่อมาคือ Hellboy แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เฮลบอยที่เกี่ยวโยงหรือต่อจากสองภาคที่ผ่านมา แต่เป็นหนังรีบูทใหม่ ทำเนื้อเรื่องใหม่ นักแสดงคนใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด เฮลบอย คือบุตรแห่งซาตานที่ถูกนักวิทยาศาสตร์เก็บได้และนำมาเลี้ยง เพื่อให้เขาเป็นฮีโร่ช่วยปกป้องประชนชน แต่ทว่าด้วยรูปลักษณ์ของเขาที่ไม่เหมือนมนุษย์สักเท่าไหร่ จึงทำให้เขาไม่เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไป และทำให้เขาใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์ยากขึ้น กำหนดเข้าฉาย 11 เมษายนนี้

ต่อมาคือ Avenger : Endgame หนังฟอร์มใหญ่ที่สุดของปีก็ว่าได้ ภาคต่อจาก Avenger : Infinity War หลังจากที่ธานอสดีดีนิ้ว สิ่งมีชีวิต 50% ได้หายไป ฮีโร่ที่เหลือจึงต้องรวมตัวกันเพื่อหาทางแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น และนำสิ่งมีชีวิตทุกคนหรือตัวที่หายไป กลับมาให้ได้ นั่นรวมไปถึงเพื่อนฮีโร่ของพวกเขาด้วย กำหนดเข้าฉาย 22 เมษายนนี้

X-men : Dark Phoenix หนังนุษย์กลายพันธุ์ที่โฟกัสไปที่ตัวละคร จีน เกรย์ ที่มีพลังมากที่สุด แต่ทว่าเทอไม่รู้ว่ามันคือพลังอะไร เทอจึงพยายามหาคำตอบ และปลดปล่อย ทว่าหากพลังที่แท้จริงของเธอถูกปลดปล่อย นั่นหมายถึงหายนะของโลก ดังนั้นเหล่า X-men จึ้งต้องพยายามหยุดเธอ กำหนดเข้าฉาย 6 มิถุนายนนี้

Spider-Man : Far From Home หนังภาคต่อ จาก โฮม คัมมิ่ง ที่เป็นครั้งแรกที่สไปเดอร์แมนกลับคืนสู่มาร์เวล และทำรายได้ถล่มทลาย ภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ Avenger : Endgame ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ต้องมาเจอกับวายร้ายตัวใหม่ ที่ดูๆแล้วน่าจะมีมากกว่าหนุ่งตัวอย่างแน่นอน กำหนดเข้าฉาย 3 กรกฏาคมนี้

The New Mutants เรื่องนี้ยังไม่มีพล็อตเรื่องที่แน่นอน แต่คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องราวของมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นใหม่ ที่ถูกนำไปทดลองในเล็ป แต่ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ใน X-men อย่างไร มีกำหนดเข้าฉาย 3 สิงหาคนนี้

 

ดูหนังออนไลน์ 

การก่อสร้าง CONTEL HOME ช่วยโครงการบ้านจัดสรรอย่างไร

CONTEL HOME

การก่อสร้าง CONTEL HOME ช่วยโครงการ บ้านจัดสรร อย่างไร เมื่อคุณเห็นช่องว่างของตลาด และมีความพร้อมในการลงทุนกับโครงการบ้านจัดสรร ควรทำความรู้จักกับลักษณะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ซึ่งการพัฒนาเกี่ยวกับที่พักอาศัยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

– แนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวเฮาส์หรือทาวน์โฮม และตึกแถว เป็นต้น

– แนวสูง ได้แก่ อาคารชุด อพาร์ตเมนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังต้องทำความเข้าใจกับลักษณะการดำเนินการโครงการบ้านจัดสรร ที่จะแบ่งเป็น 3 ระยะด้วยกัน คือ การดำเนินงานก่อนช่วงการก่อสร้าง การดำเนินงานช่วงก่อสร้าง และการดำเนินงานหลังการก่อสร้าง

– ช่วงก่อนการก่อสร้าง คือศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการตลาด งบประมาณการลงทุน และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุดระหว่างการดำเนินการ

– ช่วงระหว่างก่อสร้าง เป็นช่วงที่ปรับปรุงที่ดินและก่อสร้างบ้าน ซึ่งเป็นการจัดการบริหารแผนที่ได้วางไว้ ในเรื่องของการบริหารการเงิน และควบคุมการก่อสร้างให้ได้คุณภาพ เป็นไปตามที่กำหนด

– ช่วงหลังการก่อสร้าง เมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จ จะต้องดูแล รับผิดชอบลูกค้าที่เข้าอยู่อาศัย ในเรื่องสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นต้น

นวัตกรรมการก่อสร้าง CONTEL HOME ช่วยโครงการบ้านจัดสรรอย่างไร
หนึ่งในหัวใจสิ่งสำคัญของโครงการบ้านจัดสรรก็คือการก่อสร้าง หากเลือกลงทุนได้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกนวัตกรรม จะทำให้การบริหารจัดการโครงการได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องกังวลปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง ซึ่งระบบก่อสร้าง ConTel Home ตอบโจทย์สำหรับโครงการบ้านจัดสรรได้อย่างแน่นอน

– การคัดสรรวัสดุก่อสร้างที่สมัย ได้คุณภาพ ทำให้แก้ปัญหาการก่อสร้างแบบเก่า เช่น บ้านแตกร้าว บ้านไม่ได้ดิ่งฉาก

– นวัตกรรมของวิธีการก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน ทำให้ใช้แรงงานจำนวนน้อย และไม่จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญของแรงงานนัก

– การก่อสร้างที่ดี ไม่ต้องแก้งาน จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ช่วยสร้างความได้เปรียบในด้านการลงทุน

 

สถาปนิก

ภาพยนตร์เกาหลี 5 เรื่องที่ไม่ควรพลาดความ สนุก K-Drama

Battleship Island

วันนี้คุณกำลังหาก ภาพยนตร์เกาหลี K-Drama ดูอยู่ไม่ต้องไปที่ไหนไกลเพราะเรามีภาพยนตร์เกาหลีมานำเสนอกันทั้งหมด 5 เรื่อง หากพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

1. Train To Busan

Train to Busan พิสูจน์ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีไม่เพียงแต่ยึดติดกับ K-Drama เพียงอย่างเดียวเพื่อให้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก แต่แนวสยองขวัญ – ระทึกขวัญของเกาหลียังเป็นที่ต้องการของผู้คนทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงซอมบี้ที่เกี่ยวข้องกับตัวละครหลัก ซอกวู (กงยู) ที่วางแผนจะไปปูซานกับลูกสาวของเขา ที่ชื่อว่าซูอัน (คิมซูอัน) โดยนั่งรถไฟ KTX ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงของเกาหลีใต้ หนึ่งในผู้โดยสารรถไฟได้รับการติดเชื้อและกลายเป็นผีดิบหรือที่เรียกว่าซอมบี้ ตั้งแต่นั้นมาผู้โดยสารรถไฟส่วนใหญ่ก็กลายเป็นซอมบี้ ซอกวูต้องปกป้องลูกสาวและตัวเองท่ามกลางรถไฟโดยสารที่ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ รวมถึงผู้คนที่สถานีต่าง ๆ ก็ได้รับเชื้อจากการระบาดของซอมบี้นี้แล้ว พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดเพื่อไปปูซานซึ่งเป็นสถานที่เดียวที่ปลอดจากการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ บอกเลยว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดที่ดีมากโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของครอบครัวและการเสียสละ ใครที่ไม่น้ำตาแตกถือว่าอึดมาก

2. Battleship Island

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางหลังจากการคัดเลือกนักแสดงอย่างซงจุงกิในช่วงสูงสุดของอาชีพการงานของเขา นักแสดงยังเป็นนักแสดงและนักแสดงระดับสูงเช่น ฮวังจองมิน, โซจีซบ และ อีจองฮยอน ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงในช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครอง นำเสนอภาพความพยายามของนักโทษในการหลบหนีจากค่ายแรงงานบนเกาะฮาชิมะซึ่งพวกเขาถูกบังคับให้ทำงานที่นั่น โดยภาพยนตร์นี้ทุ่มงบยักษ์ 21 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้มันเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมภาพยนตร์เป็นเรื่องที่น่าพอใจตั้งแต่ต้นจนจบด้วยการถ่ายภาพยนตร์ที่ชาญฉลาดมันก็ดีมาก พล็อตก็แน่นด้วยนักแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อเสียงมากในเกาหลีใต้เนื่องจากความแม่นยำของเรื่องราวและรูปลักษณ์ของพลเรือเอก สำหรับใครที่ชอบหนังแนวแอคชั่นเราขอแนะนำเรื่องนี้เพราะพระนักแสดงดีมาก

3. Real

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่มีผู้รอคอยมากที่สุดในปี 2017 หนึ่งในภาพยนตร์ที่รอคอยมานานของคนเกาหลีคือเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง โดยนักแสดงในเรื่องนี้ก็มีคิมซูฮยอน, ซอลลี, ซองดงอิล, อีซองมินและโจอูจิน นักแสดงเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวของภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในเมืองเมืองหนึ่งในเวลาสั้น ๆ ที่นาฬิกาเดินตามปกติ แต่แน่นอนโลกไม่ได้สวยงามเพราะมีการควบคุมจริงจากโลกใต้ดินที่โหดร้าย จางแทย็อง (คิมซูฮยอน) เป็นผู้ชายที่น่าเชื่อถือในการติดต่อธุรกิจคนผิวดำและสามารถจัดการกับคำขอต่าง ๆ ได้ แต่สิ่งที่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้พบกับนักสืบคนนึง จางแทย็องตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากดร. ชเวจินกี (อีซองมิน) เพื่อช่วยจางแทย็อง ดร. ชเวจินกีจึงคิดแผนการที่ซับซ้อนขึ้นมาอย่างไรก็ตามมันได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดเพราะมีการสร้างจางแทย็องขึ้นอีกคน การต่อสู้ของจางแทยองตัวจริงและตัวปลอมจึงเกิดขึ้น หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังสไตล์มาเฟียอีกเรื่องที่มีตัวเอกที่เปลี่ยนจากบทร้าย แต่มันซับซ้อนกว่านี้และคุณต้องไปดู ขอบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ติดเรตหน่อย ๆ เด็กควรดูกับพ่อแม่นะคะ

4. Parasite

ภาพยนตร์เรื่อง Parasite หรือเรื่องชนชั้นปรสิต เป็นหนึ่งในภาพยนตร์เกาหลีที่ดีที่สุดและเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่มีชื่อเสียงในระดับสากลมากที่สุดในตอนนี้ เพราะได้รับรางวัลปาล์มดอร์ที่ 2019 เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และมีการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรทำให้ หนังเรื่อง Parasite เราขอบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวยากจนที่หลอกลวงให้พวกเขากลายเป็นพนักงานบ้านของครอบครัวที่ร่ำรวย แม้ว่าหลักฐานนี้จะฟังดูเรียบง่าย แต่ก็มีการดำเนินการที่ยอดเยี่ยม เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากครอบครัวคิมซึ่งเป็นครอบครัวที่ยากจนและมีแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อก้าวขึ้นสู่สังคมและออกจากอพาร์ทเมนต์ชั้นใต้ดินที่สกปรก ดังนั้นเมื่อกีอู (ชเวอูชิก) ได้รับโอกาสจากเพื่อนของเขาให้ไปเป็นครูสอนพิเศษให้กับครอบครัวที่ร่ำรวยเขาก็ยินดีรับมันแม้ว่าเขาจะปลอมเอกสารบางอย่างเพื่อรับงาน สิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้กับคนอื่น ๆ ในครอบครัว แต่สิ่งต่าง ๆ กลับแย่ลง เราขอบอกเลยว่าหากคุณดูภาพยนตร์เรื่องนี้คุณจะลืมไม่ลง

5. My Sassy Girl

My Sassy Girl มักถูกเรียกว่าเป็นหนังตลกโรแมนติกของเกาหลีที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน กำกับโดย ควังจียง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบล็อกโพสต์ออนไลน์ที่เขียนโดยชายหนุ่มชื่อคิมโฮชิก ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวของ คยอนอู (ชาแทฮยอน) นักเรียนที่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีจิตใจอ่อนโยนและเป็นหนอนหนังสือที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่โรแมนติก โง่เง่าและตลก วันหนึ่งเขาได้ช่วยหญิงสาวคนหนึ่ง (ชอนจีฮยอน)จากการพลัดตกรางรถไฟที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เขารู้สึกแย่ที่อาจทิ้งเธอไว้ในสภาพเมามายเขาจึงพาเธอไปที่โรงแรมที่เธอจะค้างคืนได้ ด้วยโชคชะตาที่แปลกประหลาดตำรวจต้องบุกค้นห้องพักของโรงแรมและส่งตัวเขาเข้าคุก ด้วยความประหลาดใจของเขา หญิงสาวที่ไม่มีชื่อโทรหาเขาในวันรุ่งขึ้นและเธอก็เริ่มเปิดใจกับเขาเกี่ยวกับการเลิกรา ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้นซึ่งต่อมาได้เปิดเผยความลับเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ทำรายได้สูงสุดของเกาหลีในช่วงเวลาที่เปิดตัวและยังถูกจัดประเภทให้เป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยสร้างในเอเชีย มันประสบความสำเร็จอย่างมากกับตลาดเอเชีย ฮอลลีวูดที่พากันสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ในเวอร์ชันของตัวเอง

 

 

ดูหนังออนไลน์

แนะนำ วิธีการ บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า Built in ให้ทันสมัย ไม่รกบ้าน

บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า

บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า Built in และ เฟอร์นิเจอร์ อื่น ๆ กลายมาเป็นทางออกในยุคเร่งรีบที่บ้านกลายเป็นแค่ห้องเล็ก ๆ ที่เอาไว้อาศัยซุกหัวนอนเท่านั้นสำหรับหนุ่มสายบ้างานบางคน และเป็นแค่ที่พักผ่อนของสาว ๆ สายมินิมอลทั้งหลาย หลายคนเลือกจะซื้อห้องชุดคอนโด หรือหาที่พักเป็นห้องอพาร์ตเม้นท์ ซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ในตอนแรกก็แค่คิดจะเอาไว้พักผ่อนตอนกลับจากทำงานจริง ๆ แต่พอเริ่มงานไปได้สักเดือนหนึ่ง ไอ้นั่นก็ต้องมี ไอ้นี่ก็ต้องใช้ ของก็เลยงอกมาเต็มห้องไปหมด เลยกลายเป็นต้องไปอาศัยของอยู่ การจัดหาตู้หรือชั้นวางของ อาจเป็นเรื่องง่าย ถ้ามีสถานที่เพียงพอ แต่ถ้าเป็นห้องแคบ ๆ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ดูจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดสำหรับหนุ่มสาวยุคจรวด

บิวท์อิน Built in แปลตรงตัวว่า การสร้างเข้าไปข้างใน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน จึงหมายถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งเข้ากับพื้นที่ในขนาดที่พอดี หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งเข้าไปในพื้นที่ภายในบ้านส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ ที่นิยมทำเป็นงานบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า ชุดครัว เตียงนอน เป็นต้น

สำหรับเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่นิยมติดตั้งกับพื้นที่ในห้องเล็ก ๆ หรือคอนโด ที่นิยมกัน ก็เช่น เคาน์เตอร์ครัว ตู้ของใช้ในห้องอาบน้ำ บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า เป็นต้น แต่สิ่งที่เราจะมาพูดกันก็คือ การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า เพราะส่วนใหญ่แล้วหนุ่มสาววัยทำงานมักจะต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บเสื้อผ้าที่เป็นสัดส่วน มีความจุ และใช้ประโยชน์ได้เอนกประสงค์ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่ามันคือ งานบิวท์อิน ถ้าหากติดตั้งแล้วไม่ถูกใจ การรื้อแล้วทำใหม่บ่อย ๆ มันก็เสียทรัพย์โดยมิใช่เหตุ

ประเภทของการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการทำบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า สิ่งแรกที่ทุกคนควรคำนึงถึงคือประโยชน์ใช้สอยและขนาดของพื้นที่ที่จะทำการติดตั้ง ขนาดของตู้เสื้อผ้าที่เราต้องการบิวท์อินเข้าไปในส่วนหนึ่งของบ้านนั้น ต้องมีการออกแบบ วางแผน และกำหนดงบประมาณให้เหมาะสม ซึ่งชนิดของตู้เสื้อผ้าที่นิยมบิวท์อินนั้น มี 2 แบบ ได้แก่

บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบ Reach-In Closet

เป็นการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบติดตั้งตามแนวยาวของผนังห้อง พร้อมบานเลื่อนรวมทั้งอาจจัดทำเป็นตู้กั้นห้องไปในตัว ความลึกตู้เสื้อผ้ามาตรฐานไม่ควรต่ำกว่า 60 ซม.(600มม.) ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความสูงของ บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า จะจัดทำเต็มตามฝ้าเพดาน ประมาณ 2.40 เมตร ถึง 2.60 เมตร เป็นแบบที่นิยมใช้ทั่วไปในคอนโดและห้องชุดต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์ที่บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าเข้าไปในตู้อีกที อาจจะเป็นราวเหล็กสำหรับแขวนเสื้อ และกระจกแต่งตัว บางคนอาจติดไปในตู้เพื่อใช้เป็นห้องแต่งตัวขนาดย่อมเลยก็ว่าได้

บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet
เป็นการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-In Closet ที่มีบานเลื่อนเปิดปิดบริเวณทางเข้าออก สามารถเดินเข้าไปใช้สอยพื้นที่ภายใน ทำให้มองเห็นเสื้อผ้าได้ในคราวเดียวกัน สะดวกต่อการเลือกและค้นหาเหมาะสำหรับพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ หรือส่วนที่สามารถกั้นแยกออกได้โดยไม่เสียการใช้งานพื้นที่อื่นๆในห้องนอน ภายใน Walk-in Closet อาจมีทั้ง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อให้สามารถใช้เวลาเลือกสรรการแต่งกายของท่านได้อย่างสะดวกสบาย

Walk in Closet คือการบิวท์อินตูเสื้อผ้า แบบมีบานกระจกเปิดปิด

ความลึกของพื้นที่ติดตั้งตู้เสื้อผ้า ไม่ควรต่ำกว่า 1.20 เมตร (1,200 มม.) การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าในคอนโดหรือห้องนอน ข้อควรคำนึงถึงก็คือ ขนาดของที่พักหรือห้องที่ต้องการบิวท์อินนั่นแหละ รวมไปถึงวัสดุที่ใช้ในการกรุผนังหรือทำวัสดุบิวท์อินด้วย เพราะการทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินจะต้องมีการเจาะผนังหรือ สร้างผนังใหม่เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของตู้และของที่จะใส่ลงไปได้ บางคนมีไอเดียแปลก ๆ เช่น การทำตู้เสื้อผ้าและสามารถเปลี่ยนเป็นเตียงในตอนกลางคืนได้อีก หรือบางคนอาจเจาะตู้เสื้อผ้าด้านข้างห้องน้ำ และมีส่วนประกอบของโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นมุมส่วนตัวไปเลย

ไอเดียเก๋ ๆ ในการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า
การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าไม่มีกฎตายตัว ไม่มีการระบุแบบชัดเจน ว่าต้องเป็นแบบนี้ ต้องมีแบบนั้น แต่สามารถทำได้ตามงบประมาณและความต้องการใช้ ใครมีทุนมากหน่อย ก็ได้วัสดุดีหน่อย เลือกแบบได้อลังการงานสร้างหน่อย แต่หากใครงบน้อยก็ต้องมานั่งคิดว่าจะจัดดีไซน์อย่างไรให้ของมีคุณภาพน่าใช้ ซึ่งแนวคิดในการจัดตู้บิวท์อินเสื้อผ้าของหนุ่มสาวสมัยใหม่ก็จะมาหลากหลายสไตล์เลย ซึ่งเราจะมารู้จักการแต่งห้องสไตล์ต่าง ๆ โดยใช้ตู้เสื้อผ้ามาบิวท์อินให้เกิดอารมณ์แฟชั่นบ่งบอกไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ ห้องน้ำเป็นหน้าตาฉันใด ตู้เสื้อผ้าบอกนิสัยฉันนั้นแหละ จะมาเอาเสื้อผ้ายัดใส่ลิ้นชักยัด ๆ เอาแจกันวางข้างบนแล้วบอกว่ามันคือสไตล์ คงไม่ใช่

การแต่งห้องสไตล์ Graffiti & Retro ห้องนอนดิบ เท่แนวสตรีท

การตกแต่งห้องแบบ Graffiti & Retro

การแต่งห้องแนวสตรีทมีจุดเด่น คือ อาศัยความดิบอย่างเดียวเลย การตกแต่งด้วยโทนสีฉูดฉาด อารมณ์ประมาณเด็กช่างกลมือบอนพ่นกำแพงสมัยก่อนนั่นแหละ การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าเข้ามีส่วนร่วมก็มีผลนิดหน่อย คือ อาจจะทำผนังตรงหัวเตียงเจาะเป็นบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแล้วพ่นสีทับแบบ Walk-in Closet ประหยัดเนื้อที่ไปอีก หรือทำเป็นฉากกั้นเท่ ๆ เปิดปิดบานเลื่อนแบบ Reach-In Closet ไปเลยก็มี หนุ่มน้อยสนใจแนวนี้กันหลายคน แต่ขอแนะนำว่าคนที่คิดจะทำแนวนี้ต้องประสาทแข็งนิดหน่อย ไม่งั้นนอนไม่หลับเพราะโทนสีสดใสมาก แต่วิธีแก้ง่าย ๆ ก็คือ พ่นสีทึบด้านหลังเป็นสีดำและจัดฉากเลื่อนให้มิดชิด คือ กั้นส่วนที่เป็นห้องนอนกับส่วนอเนกประสงค์ไปเสียเลยก็จะช่วยได้ แต่ส่วนใหญ่ มักจะทำเป็นฉากสวย ๆ เลยเสียมากกว่า สั่งทำมาต้องใช้ให้คุ้ม เพราะการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าตู้หนึ่งราคาไม่ใช่ถูก ๆ

การแต่งห้องแนวมินิสไตล์ หรือที่เราเรียกว่ามินิมอล

minimal closet กับห้องสไตล์มินิมอล

แนวนี้ส่วนมากจะเป็นสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่เน้นลุคสบายเรียบง่าย บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าที่แนะนำสำหรับแนวนี้ ควรจะเป็นแบบ Walk-In Closet ที่เน้นพื้นที่เพียงน้อยนิด ก็บอกแล้วไง ว่าเป็นแนว “มินิมอล” คือ ห้องมีขนาดเล็กพออยู่แล้ว ถ้าใช้ตู้เสื้อผ้าแบบ Reach-In Closet ที่ค่อนข้างจะกินพื้นที่ คงได้เข้าไปนอนในตู้เสื้อผ้ากันบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนทำแนวนี้ เพราะหนุ่ม ๆ บางคนก็อาศัยการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าร่วมกับชั้นหนังสือไปเลยก็มี ซึ่งแบบนี้มีให้เห็นตามหนังสือการแต่งห้องหลายเล่ม จะบอกว่าตู้เสื้อผ้าแค่ใส่เสื้อผ้าคงไม่ใช่แล้ว

 

ออกแบบบ้าน 

5 บทอุตสาหกรรม หนังฮอลลีวูด ที่เกือบจะไม่ใช่หนังแสดงตัวจริง

หนังฮอลลีวูด

กว่า 100 ปีของ อุตสาหกรรม หนังฮอลลีวูด ได้สร้างตัวละครคลาสสิกขึ้นมามากมาย ตัวละครเหล่านี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และหลาย ๆ ตัวก็ส่งให้ นักแสดง ผู้รับบทนั้นได้กลายมาเป็นดารามีชื่อเสียง เรียกได้ว่าเป็นบทแจ้งเกิด ส่งให้เขาเหล่านั้นกลายเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูด ค่าตัวระดับหลายสิบล้านเหรียญ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน แฟน ๆ ก็ยังจะจดจำภาพของเขาเหล่านั้นในภาพลักษณ์จากบทแจ้งเกิดอยู่ตลอดไป กลายเป็นค่านิยมในบ้านเราที่มักจะตั้งชื่อหนังตามชื่อนักแสดงที่รับบทนำในเรื่องนั้นอยู่ร่ำไป อย่างเช่นหนังอาร์โนลด์ ก็จะต้องมีคำว่า “คนเหล็ก” , จูเลีย โรเบิร์ต ก็จะต้องมีคำว่า “บานฉ่ำ” ส่วน บรู๊ซ วิลลิส ก็จะคู่กับคำว่า “คนอึด”

แต่หารู้หรือไม่ว่านักแสดงชื่อดังเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ได้บทแจ้งเกิดนี้มาก็เพราะ”โชคช่วย” แน่นอนว่าสิ่งสำคัญสุดคือฝีมือการแสดงของพวกเขา ที่ถ่ายทอดบุคลิกของตัวละครดังเหล่านี้ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ บวกกับภาพลักษณ์ของพวกเขาก็เข้ากันได้ดีกับบทนั้น ๆ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่ผู้สร้างต้องการ ซึ่งรวมไปถึงผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับ รวมไปถึงคนเขียนบทภาพยนตร์ก็ไม่ได้มีภาพเขาเหล่านี้อยู่ในหัวตอนที่สร้างสรรค์ตัวละครเหล่านี้ออกมาบนหน้ากระดาษ แต่เผอิญว่านักแสดงที่เป็นตัวเลือกแรก ๆ นั้น ไม่สามารถมาร่วมงานได้ อาจจะด้วยตารางงาน , ค่าตัวที่ตกลงกันไม่ได้ , อ่านบทแล้วไม่ชอบ หรือเหตุผลอีกต่าง ๆ นานา แต่คนมันจะรวยก็ช่วยไม่ได้ โอกาสก็ผ่านพ้นตัวเลือกหนึ่ง ตัวเลือกสอง มาตกบนตักของตัวเลือกสุดท้าย ที่กลายเป็นดาราระดับโลกจากบทส้มหล่น ที่ทำให้เรารู้จักเขามาจนทุกวันนี้ มาดูกันซิว่า “ตัวละครดัง” เหล่านี้ ทางผู้สร้างเคยทาบทามใครไปแล้วบ้าง อ่านแล้วลองจินตนาการดูนะครับ ว่าถ้ามีโลกคู่ขนานที่พวกบรรดาตัวเลือกแรกไม่บอกปฏิเสธบทเหล่านี้ไป มันจะออกมาน่าดูกว่าไหม หรือว่าหนังจะดังเท่าที่เป็นอยู่นี้หรือไม่ มีบทไหนบ้างไปดูกัน

1.แพททริค เบตแมน ใน American Psycho (2000)

แม้ไม่ใช่หนังที่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่ก็เป็นหนังในความทรงจำของคอหนังหลาย ๆ คน ในเรื่องของความโหด แปลก และแน่นอนฝีมือการแสดงของคริสเตียน เบล ที่ถ่ายทอดความบ้าคลั่งได้อย่างน่ากลัว และบท แพททริค เบตแมน ก็ทำให้คริสเตียน เบล ได้ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายในหลาย ๆ เวที เป็นบทแรก ๆ ของคริสเตียน เบล ที่เริ่มฉายแสงในฐานะนักแสดงสายขายฝีมือ

แต่กว่าที่บท แพททริค เบตแมน จะมาถึงมือคริสเตียน เบล นั้นผ่านมาหลายมือมาก ตัวเลือกแรกเลยคือ จอห์นนี่ เด็ปป์ ที่บอกปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลย บทถูกส่งต่อไปที่ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ แน่นอนว่าหนุ่มลีโอสนใจบทบ้าดีเดือดแบบนี้อยู่แล้ว เขาตอบรับ แต่โดนผู้จัดการหว่านล้อมให้บอกปัดเพราะกลัวจะมีผลต่อภาพลักษณ์ในระยะยาว ตัวเลือกที่สามก็ยังไม่ใช่คริสเตียน เบล แต่เป็น ยวน แม็คเกรเกอร์ นักแสดงอังกฤษที่เพิ่งสร้างชื่อมาจาก Trainspotting แต่มาถึงตอนนี้ คริสเตียน เบล ได้เห็นบทแล้ว เขาอยากได้บทนี้มาก ถึงขั้นโทรไปหายวนด้วยตัวเอง บอกว่าเขาต้องการบทนี้จริง ๆ ขออย่าให้ยวนรับบทนี้ ซึ่งยวนก็ยินยอม สุดท้ายบทถึงได้ตกมาถึงคริสเตียน เบล แล้วเขาก็ได้ถ่ายทอดตัวตนของ แพททริค เบตแมน ออกมาได้แบบที่ไม่ทำให้เจ้าของหนังผิดหวังเลย ทุกวันนี้เรายังเห็นภาพของ คริสเตียน เบล ถือขวานกลายเป็น Meme วนเวียนอยู่บนโลกออนไลน์กันอยู่เลย

2.แอนนี่ รีด ใน Sleepless in Seattle (1993)

หนึ่งในหนังโรแมนติกคอมเมดี้ ที่อยู่ในความทรงจำผู้คนตลอดกาล เป็นหนัง เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ เรื่องที่ 2 ต่อจาก Joe Versus the Volcano (1990) เป็นผลงานที่ตอกย้ำถึงความเข้าขากันได้อย่างลงตัวของพระ-นาง คู่นี้ ทำให้มี You’ve Got Mail (1998) ผลงานเรื่องที่ 3 ของทั้งคู่ แต่กระนั้น Sleepless in Seattle ก็เป็นหนัง เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ ที่ผู้ชมประทับใจที่สุดในทั้ง 3 เรื่อง

แต่เดิมที Sleepless in Seattle ก็ไม่ได้เป็นโพรเจกต์ที่ผู้สร้างหมายหมั้นจะให้เป็นหนัง เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ แต่แรก เพราะตัวเลือกแรกที่ผู้สร้างทาบทามให้มาเป็น แอนนี่ รีด นั้นคือนางเอกสาวปากกว้าง จูเลีย โรเบิร์ต แม้ว่าเราจะมองที่บุคลิกภาพลักษณ์แล้ว จูเลีย ไม่น่าจะเหมาะกับบทสาวหวานนุ่มนิ่มแบบ แอนนี่ รีด สักเท่าใดนัก แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเหตุผลทางการตลาด เพราะในตอนนั้นเป็นยุคทองของ จูเลีย โรเบิร์ต เพราะเธอเพิ่งดังเป็นพลุแตกจากหนัง Pretty Woman แต่จูเลีย ก็บอกปฏิเสธไป บทจึงไปตกที่ เม็ก ไรอัน ในฐานะตัวเลือกอันดับ 2 เรื่องราวนี้ได้รับการเปิดเผยจากตัวจูเลีย โรเบิร์ต เองตอนที่ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Variety
“ฉันได้รับการเสนอให้รับบทใน Sleepless in Seattle แต่ฉันไม่สามารถไปแสดงได้ แต่แล้ว เม็ก ไรอัน กับ ทอม แฮงค์ ก็แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่นั้นเปรียบได้กับอัญมณีที่ส่องประกายในเรื่องนั้น ฉันมองว่าการแสดงของทั้งคู่นั้นก็เทียบได้กับที่ ริชาร์ด เกียร์ กับฉันใน Pretty Woman ที่กลายเป็นหนังที่คนพูดถึงกันทั้งเมืองนั่นล่ะ”

3.เจค ซัลลี่ ใน Avatar (2009) เจค ซัลลี่

ทหารผ่านศึกพิการที่ขาเสียทั้ง 2 ข้าง ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็น ก่อนที่จะได้พบชีวิตใหม่ในภาพลักษณ์ของชาวนาวี และนี่ก็เป็นบทแจ้งเกิดให้โลกรู้จักชื่อ แซม วอร์ธิงตัน เพราะหลังจาก Avatar เขาก็มีผลงานแสดงอีกมากมาย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จได้เท่า Avatar อีกแล้ว แต่ แซม วอร์ธิงตัน ก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับบท เจค ซัลลี่ แม้ว่าโพรเจกต์มหึมาที่มีชื่อเจมส์ คาเมรอน เป็นผู้กำกับนั้นไม่จำเป็นจะต้องใช้นักแสดงมีชื่อ หนังก็สามารถเรียกคนดู ทำรายได้ถล่มทลายได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่กระนั้นตัวเลือกแรกในบท เจค ซัลลี่ นั้นก็ยังเป็น แมตต์ เดมอน ซึ่งดูหน่วยก้านก็น่าจะเหมาะ เพราะว่าก่อนหน้านั้น แมตต์ ก็ผ่านมาแล้วทั้งบทตำรวจใน The Departed(2006) และสายลับระดับพระกาฬในไตรภาค Bourne แต่ช่วงที่เสนอบทไปนั้น แมตต์ มีอีกตัวเลือกคือ Green zone ที่เขาต้องรับบทเป็นทหารเช่นกัน แต่แล้วแมตต์ ก็ตัดสินใจเลือก Green Zone เพราะเขามีความสนิทสนมส่วนตัวกับผู้กำกับ พอล กรีนกราส ที่ร่วมงานกันมาแล้วใน Bourne 2 ภาคหลัง

4.เซบาสเตียน ใน La La Land

บางทีการที่นักแสดงชาย-หญิง ที่เคยร่วมงานกันมาแล้ว ก็สามารถส่งให้เห็นถึงการแสดงที่เข้าขากันมากขึ้นบนจอ อย่างคู่ เม็ก ไรอัน – ทอม แฮงค์ ที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ และตอกย้ำกันอีกสักคู่กับ ไรอัน กอสลิง กับ เอ็มเมา สโตน ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง Crazy, Stupid Love และ Gangster Squad พอมาร่วมงานกันครั้งที่ 3 กัน La La Land ก็ต้องถือว่าทั้งคู่ต้องสนิทสนมคุ้นเคยกันพอดู ถ่ายทอดออกมาเป็นเคมีที่เข้ากันอย่างที่คนดูสามารถสัมผัสได้ แล้วก็น่าจะเป็นการแสดงที่ให้ผลลัพธ์เกินคาด เพราะมันดีงามถึงขนาด ไรอัน กอสลิง ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำชายเป็นครั้งที่ 2

ก็เลยเป็นความบังเอิญที่เกิดเป็นความพอดีและส่งผลถึงความสำเร็จของทั้งตัวหนังและนักแสดง เพราะตัวเลือกแรกในบท เซบาสเตียน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่เขาคือ ไมลส์ เทลเลอร์ นั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่ผู้กำกับ แดเมียน ชาเซลล์ จะหมายมั่นให้ ไมลส์ มารับบทนี้ เพราะทั้งคู่ก็เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Whiplash (2014) เป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับทั้งคู่ ผู้กำกับ แดเมียน ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมาก ถึงฝีมือการกำกับ เช่นเดียวกับ ไมลส์ ที่ได้เปิดโอกาสให้แสดงความสามารถทางการแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ พ้นจากภาพลักษณ์ดาราวัยรุ่นขายหน้าตาที่เคยติดตัวมาตลอด

5.วิเวียน วาร์ด ใน Pretty Woman (1990)
อีกบทบาทที่กลายเป็นบทคลาสสิกของฮอลลีวูด และเป็นบทแจ้งเกิด จูเลีย โรเบิร์ต ให้กลายเป็นนักแสดงแถวหน้าค่าตัวแพงของฮอลลีวูดในทันที บท วิเวียน วาร์ด นี้ถูกเสนอให้กับนักแสดงหญิงชื่อดังของฮอลลีวูดหลายรายมากทั้ง แดรีล ฮันนาห์ , แซนดรา บูลล็อค , มอลลี ริงวอลด์ , ไดแอน เลน และ เม็ก ไรอัน ที่ดูสลับกันดีกับ Sleepless In Seattle ที่เม็กรับบทแทน จูเลีย โรเบิร์ต แล้วกลายเป็นหนังดังในเครดิตของเธอ

ด้วยเหตุที่ว่าบท วิเวียน วาร์ด นั้นเเธอเป็นโสเภณี นักแสดงหญิงจึงขอไม่พิจารณาบทนี้กันแทบทั้งสิ้น เพราะไม่อยากรับบทเป็นสาวขายบริการ สุดท้ายบทจึงมาตกที่ จูเลีย โรเบิร์ต ขณะนั้นอยู่ในวัย 23 ปี ก็เป็นวัยที่เหมาะกับบทมาก จูเลีย เพิ่งเข้าวงการมาไม่นาน ก่อนหน้านั้นเธอมีผลงานดรามา Mystic Pizza และ Steel Magnolias ที่ได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องฝีมือการแสดง แต่ก็มาดังสุด ๆ ใน Pretty Woman หนังทำเงินเป็นบ้าคลั่ง รายได้ทั่วโลก 463 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียงแค่ 14 ล้านเหรียญ ด้วยความสำเร็จของ Pretty Woman คนดูจึงคิดถึงผลงานคู่ขวัญ ริชาร์ด เกียร์ – จูเลีย โรเบิร์ต ทำให้เธอต้องมาประกบคู่กับ ริชาร์ด เกียร์ อีกครั้งใน Runaway Bride (1999)

 

ดูหนังออนไลน์ 

6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะ สร้างบ้าน หลังใหญ่ให้สวยงามกับ สถาปนิกที่เก่ง

ออกแบบบ้าน

6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะ สร้างบ้าน หลังใหญ่ให้สวยงามกับ สถาปนิก ที่เก่งหากผู้อ่านต้องการสร้างบ้านหลังใหญ่เน้นความสวยงาม การออกแบบด้วยสถาปนิกนั้นนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้าน สถาปนิกที่เก่ง จะช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรพื้นที่ ช่วยให้บ้านของเราสวยงาม มีสไตล์ แถมยังอยู่สบายสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้อาศัยในบ้าน แต่หากต้องการสร้างบ้านหลังเล็ก เน้นการอยู่อาศัยอย่างง่าย การออกแบบบ้านด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้ จุดสำคัญคือการสื่อสารกับช่างก่อสร้างให้ได้ทราบถึงความต้องการของเราเอง และวิธีการสื่อสารที่ง่ายที่สุดในการสร้างบ้าน นั่นคือการวาดแปลนบ้านนั่นเองครับ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” ขอนำหลักการออกแบบบ้านด้วยตนเองอย่างง่าย โดยจะเน้นไปถึงการจัดสรรพื้นที่ พร้อมกับวาดผังแปลนภายในบ้านด้วยตนเอง เพื่อนำแปลนดังกล่าวไปให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรืออาจส่งต่อให้สถาปนิกเขียนแบบแปลนมาตรฐาน เพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นแปลนบ้านใช้งานจริงกันครับ

สำรวจที่ดิน : ก่อนจะถึงขั้นตอนการออกแบบบ้าน สิ่งแรกที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการศึกษาแปลงที่ดินของเราเองให้ละเอียด ที่ดินมีหน้ากว้างกี่เมตร ลึกกี่เมตร ทิศไหนอยู่ด้านไหนบ้าง การสำรวจทิศทางนี้เพื่อที่จะให้เราได้วางผังบ้านได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ ลมและแสงแดด ขนาดของที่ดินยังบอกถึงขนาดและรูปทรงของบ้าน เช่น มีที่ดิน 40 ตร.ม. แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม แน่นอนว่าจะต้องออกแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นเท่านั้น และการออกแบบจะต้องเผื่อขอบเขตระยะร่นตามกฎหมายกำหนดไว้ (อ่านกฎหมายระยะร่น)

1. กำหนดสไตล์ : การเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการกำหนดขอบเขต เป้าหมาย เพื่อให้จินตนาการของความต้องการมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้อ่านอาจขับรถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ พักรีสอร์ท เยี่ยมบ้านเพื่อน หรือหากให้สะดวกหน่อยก็เพียงคลิกเข้าชมเว็บไซต์บ้านไอเดีย ตัวอย่างบ้านเหล่านี้เราสามารถนำมาประยุกต์ กำหนดแนวทางการออกแบบบ้านในฝันของเราได้ แต่ต้องขอย้ำให้ทราบกันก่อนว่า เราสามารถนำดีไซน์มาประยุกต์ใช้ได้ แต่ไม่สามารถไปลอกแบบได้นะครับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของแบบโดยตรง โดยปกติแล้วสไตล์ของบ้านมีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งไทยประยุกต์ , Vintage , Loft , Minimal , Tropical , หรืออาจเลือกเอกลักษณ์ของบ้านจากต่างประเทศ เช่น บ้านสไตล์ทัสคานี เป็นต้น ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เราอาจผสมผสานรวมแต่ละสไตล์ เลือกจุดที่ชอบนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้กลายเป็นสไตล์ของเราเองได้เช่นกันครับ พบเจอที่ไหน ถ่ายภาพเก็บไว้ หรือหากชอบตัวอย่างแบบบ้านในเว็บบ้านไอเดีย ก็อาจจะเซฟลิงค์เก็บไว้ เผื่อตอนใช้งานจริงจะได้ค้นหาข้อมูลเจอ การเลือกสไตล์บ้านที่ดี นอกจากความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว สถานที่ก่อสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสม สอดคล้องหรือดูเข้ากับสถานที่ ชุมชนที่อยู่อาศัยด้วยครับ

2. เขียนความต้องการลงไป : ก่อนการออกแบบสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือการวิเคราะห์ความต้องการ ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องพูดคุยกันทั้งครอบครัว มีสมาชิกกี่คน อยากได้อะไรบ้าง อยากได้แบบไหน มีเฉลียง ชานระเบียง มีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ เป็นคนชอบทำครัวหรือไม่ ห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องทำงาน โจทย์เหล่านี้แต่ละบ้านย่อมมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะความต้องการหลักพื้นฐาน เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

ตัวอย่างความต้องการ

คุณแอนทำงานที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ต้องการสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ใกล้กับที่ทำงาน โดยปกติอยู่อาศัยเพียงคนเดียว แต่จะมีวันพิเศษที่พ่อแม่มาเยี่ยม หรือมีเพื่อนมานอนด้วย จึงต้องการห้องนอน 2 ห้อง โดยห้องของคุณแอนเน้นความกว้างใหญ่ มีมุมทำงาน มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนอีกห้องใช้งานไม่บ่อยนัก จึงไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก พร้อมทั้งเป็นคนชอบทำอาหารเอง ห้องครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องมี กิจกรรมเสริมเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พื้นที่นอกบ้าน สนามหญ้าจึงจำเป็นไว้สำหรับให้น้องหมาได้วิ่งเล่น ความต้องการพื้นฐานของคุณผู้อ่านหละครับ มีอะไรบ้าง เขียนมันลงไปได้เลย

3. กำหนดขนาด : เมื่อทราบความต้องการแล้ว กำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป อยากให้กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขนาดแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบบ้านชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้เราทราบอีกว่า เราควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม หากมีที่ดินอยู่แล้วจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับที่ดิน แต่หากยังไม่มีที่ดิน การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอย จะทำให้เราหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ การกำหนดขนาดนี้ยังสามารถนำไปอิงกับการประมาณราคาก่อสร้างได้อีกด้วยครับ

4. กำหนดตำแหน่ง ทิศทาง : การออกแบบผังบ้านที่ดีควรออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด โดยรวมแล้วจะคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม โดยแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก ทิศใต้ ห้องที่ต้องการแสงมาก เป็นห้องที่ต้องการกำจัดความชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องซักล้าง ส่วนห้องที่ต้องการแสงเพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน , ห้องนั่งเล่น , ห้องทำงาน , ห้องดูหนัง เพราะหากแสงมากเกินไปอาจหมายถึงความร้อนที่มากขึ้นเช่นกันครับ

สำหรับทิศทางลม ลมมีสองทิศทางหลัก ทิศเหนือและทิศใต้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล (ทิศใต้มีลมเข้า 8-9 เดือน ทิศเหนือ 2-3 เดือน) ซึ่งหากอ้างอิงร่วมกับทิศทางแดด แดดทางทิศใต้จะค่อนข้างแรงเกือบทั้งวัน ส่วนทิศเหนือแดดจะร่มเกือบทั้งวัน คนไทยจึงนิยมสร้างบ้านให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ แต่ก็มีจำนวนมากเช่นกันที่เลือกหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อต้องการรับกระแสลมเกือบตลอดทั้งปี ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแต่อย่างใด เพราะการใช้งานของแต่ละบ้านนั้นแตกต่างกัน บางท่านอาจออกแบบเพื่อเน้นการใช้ข้างบ้าน , หลังบ้าน ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงด้วยครับ

5. ลองวาดดูซิ : เครื่องมือพื้นฐานที่สุดที่ใช้ในการวาดแปลน คือ ดินสอ + กระดาษ A4 หรือผู้อ่านถนัดใช้เครื่องมือใดก็สามารถเลือกได้ตามต้องการ ทั้งวาดด้วยมือหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยก็สามารถทำได้เช่นกันครับ หลักการวาดแปลน วาดเป็นมุมภาพ 2D โดยให้นึกถึงการมองภาพจากบนหลังคาบ้าน ซึ่งอาจต้องทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์พื้นฐานกันสักนิด เช่น ประตู หน้าต่าง ส่วนห้องอื่นๆสามารถวาดเป็นสี่เหลี่ยมในแบบห้องทั่วไป ทั้งนี้หากผู้อ่านไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ก็ไม่เป็นปัญหาใด เพียงแค่วาดและเขียนคำอธิบายประกอบร่วมด้วย ให้พอสื่อสารได้ตรงกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปคุยกับช่างรับเหมาได้แล้วครับ

การออกแบบบ้านด้วยตนเอง ในมุมมองของผู้เขียนจัดเป็นเรื่องราวพื้นฐานที่เราควรต้องศึกษา อันที่จริงควรมีในหลักสูตรการศึกษาไทยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลที่ว่า บ้านคือที่อยู่อาศัยเป็นพื้นฐานจำเป็นในการดำรงชีวิต เราควรได้เรียนรู้วิชาพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อที่จะได้รองรับกับการใช้ชีวิตจริง สำหรับเนื้อหาชุดนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น

 

รับออกแบบบ้าน