หนังรีวิว Christopher Robin ถึงเวลาพบกับเพื่อนรักในวัยเด็ก อีกครั้ง

เรื่องย่อหนัง Christopher Robin หรือชื่อไทยว่า คริสโตเฟอร์ โรบิน ถึงเวลาพบกับเพื่อนรักในวัยเด็ก อีกครั้ง กับภาพยนตร์แฟนตาซี Christopher Robin จากสตูดิโอผู้สร้าง Beauty And The Beast เมื่อคริสโตเฟอร์ โรบิน ที่โตเป็นผู้ใหญ่ได้พบวินนี่ เดอะ พูห์ อีกครั้ง

Christopher Robin (ร่วมรำลึกความทรงจำวัยเด็ก กับหมีสีเหลือง)

ถึงคราวดิสนีย์หยิบเอาเรื่องราวของหมีพูห์และผองเพื่อน นำมาเล่าในเวอร์ชั่นคนแสดงซักที ถือเป็นอีกก้าวดำเนินตามรอย Alice In Wonderland / Maleficent / Cinderella / Junglebook / Beauty and the beast

เรื่องราวว่าด้วยเมื่อคริสโตเฟอร์ โรบิน ได้เติมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แล้วได้หลงลืมเพื่อนๆ ในป่าร้อยเอเคอร์ไปหมดแล้ว และได้ทุ่มเทให้กับการทำงาน จนไม่ได้สนใจครอบครัวของเขาเลย ทำให้เหล่าเพื่อนๆ ในป่าร้อยเอเคอร์ต้องกลับมาเรียกความทรงจำเรื่องราวความเป็นเด็กให้เขาอีกครั้ง

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วหลังจากทีได้ชมนั้น ต้องขอชมผู้สร้างเลยว่า มีความละเอียดในงานสร้างเป็นอย่างมาก ตัวหนังเต็มไปด้วยฉากสวยๆ ภาพสวยๆ เต็มไปหมด รวมไปถึงดีไซน์ตัวละครจากป่าร้อยเอเคอร์ ที่เรียกได้ว่า ถอดแบบออกจากการ์ตูนที่เคยดูสมัยเด็กเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าน่ารักทุกตัวละครจริงๆ อีกทั้งยังได้นักพากย์คนเดิมกลับมาพากย์เสียงตัวละครต่างๆ แบบเดียวกับเวอร์ชั่นการ์ตูนด้วย ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่

ในส่วนดีก็มีส่วนเสียอยู่ นั่นก็คือ ตัวบทหนังเอง เนื่องด้วยไม่ได้มีการเน้นหรือมีลูกเล่นของการเล่าเรื่อง อาจจะทำให้การเล่าเรื่อง ดำเนินเรื่องนั้น เป็นไปแบบเส้นตรง ราบเรียบ ไม่ได้มีการเล่าให้น่าสนใจ หรือฉับไวเท่าไหร่ เรียกได้ว่าถ้าใครต้องการชมหนัง การตัดต่อแบบ หวือหวา เรื่องนี้คงจะไม่ได้ตอบโจทย์ซักเท่าไหร่ และน่าเสียดายทีเดียว

เป็นหนังแสดงคนจริงของวินนีย์ เดอะ พูห์ โดยดิสนีย์จากกระบวนการเปลี่ยนอนิเมชั่นรุ่นโบราณมาให้เข้ากับปัจจุบัน ที่ทะยอยออกมาให้รับชมในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม ให้ประสบการณ์ใหม่ และเติมเต็มอดีตกาลของผู้คนในยุคเหล่านั้น เรื่องนี้เองก็ทำงานในเรื่องราวของ “ความทรงจำ” ได้ดีมากๆ แม้พล๊อตจะดูเบาสบาย ไม่หวือหวา แต่ก็เป็นพล๊อตที่ทรงพลังในรูปแบบการ์ตูนเด็กของมันเอง

หนังพาเราไปปูเรื่องราวของวินนีย์ เดอะ พูห์ กับคริสโตเฟอร์ โรบิน ใน ป่า 100 เอเคอร์ ที่ดูคลับคล้ายจะเป็นเพียงแค่ “เพื่อนในจิตนาการ” ที่มีหน้าที่ในการเติมเต็มวัยเด็กของคริสโตเฟอร์ ไปจวบจนการเติบโตผ่านเข้ามาในชีวิตของโรบิน นำพาให้เขาออกจากเพื่อนวัยเด็ก กลายเป็นผู้นำครอบครัว ผ่านสงคราม ต้องมีความรับผิดชอบให้ต้องดูแล มีคนรอเขา และมีคนต้องการเวลาของเขา จนทำให้คำติดปากของ พูห์ และโรบินมลายหายไปกับความจริงที่เจ็บปวด

“การไม่ทำอะไร มักจะนำไปสู่ที่สุดของบางสิ่งเสมอ”

คริสโตเฟอร์ โรบินหลงลืมคำกล่าวนั้น กลายเป็นเครื่องจักรตัวหนึ่งที่แล่นไหลไปตามกระบวนการทุนนิยม เป็นเพียงเฟืองที่ถูกสร้างมาให้ทำงานของตัวเอง และมีเพียงจุดประสงค์เดียวคือสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ผ่านความคิดเรียบง่ายที่เราชอบใช้กันคือ “ความฝัน ต้องลงมือทำจึงจะได้มา”

ในความขัดแย้งทั้งหลายที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เกี่ยวโยงกับข้อความนี้ ผ่านโครงสร้างของบทที่เรียบง่ายแบบสุดๆ แม้เราจะไม่ชอบการออกแบบตัวละครตัวร้าย แต่เรื่องราวของตัวคริสโตเฟอร์ที่มีต่อครอบครัวของเขา มีต่อตัวเขาเอง และมีต่อความรับผิดชอบ ก็มากเพียงพอที่จะทำให้เราสนุกสนานกับความขัดแย้งทั้งหลายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องไปเรื่อย

ส่วนวินนีย์เดอะพูห์ เป็นตัวละครที่ทรงเสน่ห์มากๆ ความเป็น “เจ้าหมีแก่โง่ๆเอ๊ย” ทำให้มันน่ารักน่าชัง น่าหยิกน่ากอด รวมไปถึงการร้อยเรียงคำพูดของเดอะพูห์ ที่คมกริบแบบสุดๆ หนังซ่อนใต้บรรทัดเกี่ยวกับความฝันผ่านการผจญภัยสั้นๆของโรบินและลูกสาวได้น่าสนใจมากๆ การโต้ตอบของทั้งสองมันจุกอก รุนแรง เหมือนเสียบแทงกลายๆ แต่ก็อบอุ่น งดงาม

โดยเฉพาะฉากการ “รอ” และการ “พบเจอ” ของความทรงจำวัยเด็ก กับวัยผู้ใหญ่ผ่านพูห์ และโรบิน ทำออกมาได้สั่นสะเทือนอารมณ์มากๆ มันเหมือนกับว่าความไร้เดียงสาก็ยังรอให้เราไปทำความรู้จัก รอให้เรากลับไปใส่ใจเขาอยู่เสมอ และหนังก็ใช้ “ลูกโป่งสีแดง” กับฉาก “ปล่อยกิ้งไม้กระแทกน้ำ” ได้อย่างโดดเด่นตามต้นฉบับอีกด้วย

“วันนี้อะไรหรือพูห์”
“มันคือ วันนี้”
“มันคือวันที่ฉันชอบที่สุด…”

ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้ผู้คนกลับไปอยู่กับ “ปัจจุบัน” สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าของเราไม่ใช่อดีตวัยเด็ก หรืออนาคตที่ไม่มั่นคงที่เราพยายามหลีกหนี หมีพูห์ เมเดลีน และภรรยาของคริสโตโรบินคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เราต้องกลับไปฟังคนที่เรารัก กลับไปทำความเข้าใจจริงๆว่าเขาต้องการอะไร เพราะสิ่งที่เราอยู่ไม่ใช่อดีต ไม่ใช่อนาคต แต่คือ ปัจจุบัน…

ตอน End Credit ขึ้นจะมีผู้ร่วมสร้างสรรค์วินนีย์ เดอะ พูห์ ต้นฉบับมาเล่นเปียนโนร้องเพลงกลางชายหาดด้วยอายุ 90 ปี ถือเป็นการจบความทรงจำอันงดงามที่ได้รับการส่งต่อได้อย่างสมบูรณ์มากๆ มันอาจไม่ได้ก้าวล้ำ หรือสะเทือนใจรุนแรง ไม่ได้สมจริง ไม่ได้ตลกมากมาย แต่ก็ทำงานในฐานะของขวัญแห่ง “ความทรงจำ” และตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งจริงๆ

เหมือนที่พูห์ กล่าวไว้ในช่วงท้ายๆว่า
“มุ่งไปทางเหนือ คริสโตเฟอร์ โรบิน”
ขอให้มุ่งไปทางเหนือทุกคนนะครับ

เดิมพัน ufabet

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *