วิธีแก้ปัญหา ประตูไม้ แตกร้าว ป้องกันสัตว์ และแมลงเข้าบ้าน

การซ่อมแซ่มและดูแลรักษาประตูไม้จริง

วิธีแก้ปัญหา ประตูไม้ แตกร้าว ป้องกันสัตว์ และแมลงเข้าบ้าน

รอยแตกร้าวที่ประตูไม้ ปัญหาที่แก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิด

ประตูไม้ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีความแข็งแรง จึงถือเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ ที่เจ้าของบ้านเลือกนำมาแต่งบ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจพบปัญหาที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องรอยแตกร้าวของเนื้อไม้มักพบช่วงฤดูหนาว ด้วยสภาพอากาศมีความแห้งและเย็น ส่งผลให้เนื้อไม้หดตัวเร็ว ทำให้เกิดปัญหารอยแตกของเนื้อไม้ นอกจากทำลายความสวยของประตูแล้ว

ยังมีผลเสียตามมาอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนจากภายนอก ฝุ่นผงพัดเข้ามาในบ้าน รวมถึงมีแมลงและสัตว์ขนาดเล็กเข้ามาตามรอยแตกร้าว ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นปัญหาเล็ก แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่เร่งทำการแก้ไข ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาภายหลัง!

 

หากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาประตูไม้แตกร้าว อย่าเพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนประตูไม้ใหม่! เพราะพี่เข้มีวิธีแก้ไขที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และวิธีที่ง่ายกว่าการเปลี่ยนประตู

ประตูไม้แตกร้าว! อุดด้วย “จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส” อะคริลิกอุดยาแนวคุณภาพสูง

1. กำหนดความลึก รวมถึงความยาวรอยแตกของประตูไม้ และต้องดูด้วยว่ารอยแตกอยู่ห่างไกลจากขอบประตูแค่ไหน
2. ทำความสะอาดพื้นผิวประตูไม้ด้วยน้ำร้อนผสมกับสบู่ แล้วใช้ฟองน้ำเช็ดลบคราบสกปรก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อนขยายรอยแตกเล็กน้อย เพื่อช่วยให้สะดวกในการอุด
3. ลบสีหรือวานิชที่เคลือบอยู่ โดยสวมถุงมือทุกครั้งขณะที่ลบสีเคลือบเงา จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งป้องกันไม่ให้ไม้แตกภายหลัง
4. ใช้ฟองน้ำที่แช่น้ำร้อนกำจัดเศษวัสดุอื่น ๆ ออกให้หมด
5. ใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบขัดรอยแตกและขอบพื้นผิว เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะให้กับสีโป๊วไม้
6. อุดรอยแตกด้วย จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส ที่มีสีคล้ายเนื้อไม้ให้ทั่วถึง หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 3–4 ชั่วโมง โดยเช็คให้แน่ใจด้วยว่าแห้งแล้วจริง ๆ
7. เมื่ออุดรอยแตกเรียบร้อยแล้ว ให้ขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียด เพื่อสร้างพื้นผิวที่เรียบ แล้วค่อยทำการพ่นสี จากนั้นทำการเคลือบเงาเป็นอันดับสุดท้าย

ประตูไม้จริงเป็นเป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการใช้ตกแต่งภายในบ้าน เนื่องจากคุณบัติหลายประการไม่ว่าจะเป็นเรื่องลวดลาย สีสัน ของไม้ธรรมชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย ที่สำคัญคืออารมณ์ความรู้สึกที่ได้จากการใช้วัสดุไม้แท้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อขึ้นชื่อว่าไม้แล้วย่อมต้องมีข้อเสียบางประการตามมา โดยเฉพาะเรื่องปลวก หรือการบิด โก่ง งอ ของบานประตู ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการซ่อมแซมและบำรุงรักษาประตูไม้ให้อยู่คู่เราบ้านของเราให้ยาวนานกันครับ

Size: ขนาด ขนาดมาตรฐานของบานประตูไม้ ที่นิยมนำมาใช้งาน
700 x 2000 mm., 700 x 1800 mm. (สำหรับใช้เป็นบานประตูห้องน้ำ หรือ ห้องซักล้าง)
800 x 2000 mm., 900 x 2000 mm. (สำหรับใช้เป็นบานประตูห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องทั่วไป)
900 x 2000mm., 1000 x 2000 mm. (สำหรับใช้เป็นประตูบานเดี่ยวหน้าบ้าน หรือ บานทั่วไป)

 

Application: ประเภทของประตูสำหรับการนำไปใช้งาน

ประตูไม้จริง สามารถใช้เป็นประตูภายนอกได้เนื่องจากสามารถโดนน้ำ โดนแดดได้บ้าง แต่ไม่ควรใช้ในส่วนที่มีความชื้นตลอดเวลา เช่น ห้องน้ำ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ ที่สำคัญควรเลือกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับประตูไม้ที่มีการอบหรืออาบน้ำยากำจัดปลวกมาก่อน ทั้งบานประตูและวงกบไม้ ซึ่งโดยส่วนมาจะเกิดปัญหาปลวกกัดกินบริเวณวงกบนี่แหละครับ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีของการผลิตประตูไม้ได้ก้าวหน้าไปมากและมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างดี

 

Maintenance: วีธีการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา

หลายๆท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ทำใหม่ง่ายกว่าแก้” ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นและใช้ได้กับทุกวงการไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมความงาม การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่วงการสถาปัตยกรรมก็เช่นกัน ทางที่ดีที่สุดคือการวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่แรก หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเพราะไม่มีสิ่งใดในโลกจะคงทนถาวรไปได้ตลอดโดยเฉพาะวัสดุตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติ เช่น ประตูไม้ ก็ย่อมมีวันผุพังเช่นกัน

ในวันนี้เราจะมาดูปัญหาที่พบบ่อยและ วิธีการซ่อมแซมบำรุงรักษาประตูไม้กันครับ

 

 

 

 

 

1. การกำจัดปลวก

ส่วนใหญ่แล้วไม้สักเป็นที่นิยมมากเพราะสักเป็นไม้เนื้ออ่อน มีลวดลายเป็นเส้นสวยงามที่เกิดขึ้นจากวงปี ตามอายุของไม้ มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีน้ำมันตามธรรมชาติที่ปลวกไม่ชอบ แต่ปัจจุบันไม้สักนั้นหายากจึงต้องใช้ไม้ประเภทอื่นแทน

และหากประตูไม้จริงที่เราซื้อมานั้นไม่ได้รับการอบน้ำยากันปลวกอย่างถูกวิธี เราจะมีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

โดยปกติปลวกนั้นจะกัดกินเนื้อไม้จากภายในซึ่งยากต่อการสังเกต เมื่อเราต้องเจอกับปัญหาปลวกกัดกินไม้ นั่นก็มักจะเป็นปัญหาใหญ่ไปเสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามเรายังมีทางออกสำหรับปัญหานี้กันครับ

ในขั้นแรกให้โรยผงหรือน้ำยาฆ่าปลวกลงไปบริเวณที่เจอก่อน เมื่อปลวกตัวโดนสารพิษกลับไปที่รังก็จะนำพิษนั้นกลับไปด้วย ส่งผลให้ปลวกตายทั้งรัง อาจดูโหดร้ายนิดๆนะครับหากไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ควรเลือกวงกบและประตูที่มีการอบน้ำยากันปลวกอย่างดีตั้งแต่ต้นครับ
หยอดกาวร้อนลงไปตามช่องที่ปลวกกิน จากนั้นอัดสำลีไปตามช่องไม้เพื่อเติมเต็มช่องว่าง แต่ระวังอย่าให้สำลีออกมาเยอะเกินเพราะเมื่อสำลีโดนกาวแล้วจะแข็งมากจนขัดไม่ออก ซึ่งจะกลายเป็นรอยนูนปูดดออกมาได้
ใช้สีโป๊วรถยนต์อุดลงไปตามช่อง ข้อควรระวังคือควรเลือกยี่ห้อที่ใช้สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น มิฉะนั้นจะเหนียวและขัดแห้งไม่ได้ รอให้สีโป๊วแห้งสนิทแล้วจึงค่อยขัดออกให้ผิวเรียบ
ผสมสีอุตสาหกรรมกับทินเนอร์ ในอัตราส่วน 1 : 4 ในรอบแรกให้พ่นบางๆก่อน หากพ่นหนาจะทำให้สีโป๊วรถยนต์พองและขึ้นขอบได้ รอให้สีแห้งสนิทแล้วค่อยๆพ่นทับ 2-3 เที่ยว
ขัดเม็ดละอองสีออกเบาๆ ด้วยกระดาษทราบเก่าก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งวิธีนี้อาจจะใช้ได้กับประตูที่ทาสีทึบไม่ได้โชว์เนื้อไม้นะครับ

 

 

 

 

2. การแก้ปัญหาประตูไม้จริงบวม

ที่ผ่านการอบมาอย่างดีจะมีอัตราการบวม หรือ โก่ง ค่อนข้างน้อย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปหากประตูไม้จริงโดนน้ำบ่อยๆ หรือต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก็อาจเกิดปัญหานี้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษาเพิ่มเติมแม้ประตูไม้จะอยู่ในที่ร่มก็ตาม

หากประตูบวมไม่มาก ให้ใช้กระดาษทรายหรือผ้าทรายเบอร์หยาบๆมาขัดบริเวณที่บวม จะช่วยให้เอาเนื้อไม้ของประตูออกได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
หากประตูขยายตัวจนไม่สามารเปิด-ปิดได้ ให้แก้ด้วยการไสเนื้อไม้บางส่วนออก โดยเริ่มจากใช้ดินสอทำเครื่องหมายของบานประตูโดยเทียบกับวงกบไว้ก่อนว่าต้องไสออกเท่าไหร่ ถอดบานพับออกโดยคลายตะปูเกลียวเฉพาะด้านที่ยึดตัวบานประตูไว้ เมื่อถอดประตูออกมาแล้วให้ถอดกลอนประตูด้านที่ต้องไสไม้ออกเพื่อให้สามารถวางบานประตูบนพื้นหรือบนโต๊ะได้ จากนั้นจึงยึดบานประตูให้แน่นกับแม่แรงอัดไม้ แล้วจึงไสบานประตูด้านที่ต้องการปรับแต่งตามต้องการด้วยเครื่องเจียรลูกหมู ระวังอย่างไสออกเยอะเกินไปเพราะเมื่อประตูหดตัวจะทำให้เกิดช่องห่างมากเกินไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ประกอบตัวบานเข้าที่เดิม จากนั้นใช้ไขควงขันตะปูเกลียวยึดบานตัวบนสุดไล่ลงมาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
สาเหตุของการ บวม ยืด หด ของประตูไม้จริงคือการที่โดนแดดโดนฝนบ่อย สามารถป้องกันแสงแดดได้โดยการใช้น้ำมัน หรือ สีย้อมไม้ ทาทับลงไป โดยสีจะซึมเข้าสู่เนื้อด้านในและไม่ทำลายลวดลายไม้ตามธรรมชาติ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดทำลายจนเนื้อไม้เสียหายและช่วยป้องกันการแตกร้าวก่อนเวลาได้อีกด้วย

 

 

3. การแก้ปัญหาบานตก

ปัญหาบานตกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันไปดังนี้ครับ

ข้อสันนิฐานแรกเลยอยากให้ตรวจสอบที่บานพับก่อน หากพบว่าเป็นเพราะบานพับเกิดการเสื่อมสภาพ ขึ้นสนิม โยกคลอน ก็ต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนบานพับโดยเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพ ไม่เป็นสนิมง่ายป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซากครับ
ตะปูเกลียวหลวม (ตะปูที่ใช้ยึดบานพับกับประตูและวงกบ) มีสาเหตุอันเนื่องมาจากการติดตั้งบานพับผิดวิธีโดยการตอกตะปูเกลียวแทนการไข เมื่อใช้งานไปไม่นานก็จะทำให้บานตก เปิด-ปิดประตูลำบาก วิธีแก้คือย้ายตำแหน่งบานพับแล้วไขตะปูยึดใหม่ให้ถูกต้อง โดยไม่ห่างจากจุดเดิมมากนักเพื่อการน้ำหนักที่เหมาะสม และอย่าลืมซ่อมรูและโป๊วสีรอยเดิมนะครับ
โครงสร้างของบานประตูไม้จริงที่ไม่แข็งแรง

ปกติแล้ววิธีการทำบานประตูจะเหมือนกันกับวิธีทำกรอบรูป คือนำไม้ 4 ท่อนมาเชื่อมต่อกันเป็นกรอบสี่เหลี่ยม โดยมีลูกฟักไม้หรือกระจกตรงกลาง ความแข็งแรงของบานจึงขึ้นอยู่กับการเข้าไม้บริเวณมุมกรอบทั้ง 4 ด้าน หากมุมของกรอบประตูหลวมจะทำให้ประตูไม้จริงบิดเบี้ยวไม่คงรูปเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก กลายเป็นสี่เหลี่ยมเบี้ยวจึงทำให้บานประตูตก วิธีแก้คือถอดประตูออกมาแล้วทำการวัดฉากใหม่ ปรับองศาให้ได้ฉากจากนั้นจึงยึดมุมให้แน่นด้วยตะปูเกลียวแล้วจึงติดกลับไปใหม่
ผนังเกิดการแตกร้าวเนื่องจากฐานรากที่ทรุดตัว ทำให้กรอบวงกบมีลักษณะบิดเบี้ยว บานประตูจึงปิดไม่สนิท ก็ต้องแก้ไขที่ระบบฐานราก ซึ่งเป็นต้นเหตุหลัก

 

4. การแก้ปัญหาประตูเสียงดัง

เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากบานประตูเอง บานพับ หรือแม้แต่ลูกบิดซึ่งวิธีแก้ไขก็มีดังนี้ครับ

เสียงดังที่เกิดจากประตูกระแทกกับวงกบ ประตูของบางบ้านอาจมีอาการไหลปิดเอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะระดับพื้นที่เอียง หรือเพราะแรงลม ทำให้เกิดเสียงดังโดยไม่ตั้งใจบ่อย สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ยางกันกระแทกติดที่บริเวณวงกบ ซึ่งยางกันกระแทกนี้มีความหนาให้เลือกหลายขนาด
เสียงดังที่เกิดจากบานพับ ให้ใช้สเปรย์เอนกประสงค์ซึ่งจะช่วยขจัดคราบสกปรกและช่วยหล่อลื่นไปในตัว โดยหยอดตามบานพับเพื่อช่วยลดการเสียดสีของโลหะที่มาของเสียง หากฉีดสเปรย์เลงไปเยอะแล้วแต่ก็ยังมีเสียงดัง ให้ลองยกประตูขึ้นนิดนึงด้วยการยกที่ลูกบิดเพื่อเปิดจุดที่เกิดการเสียดสีของบานพับออกแล้วลองฉัดสเปรย์ลงไปใหม่อีกครั้งครับ
หากลูกบิดฝืดเปิด-ปิดยาก ให้ฉีดสารหล่อลื่นลงไปในลูกบิดเพื่อช่วยให้ฝุ่นที่เกาะอยู่หลุดออกไป และกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้งหนึ่ง สารหล่อลื่นบางยี่ห้อสามารถใช้ได้กับทั้งบานพับและลูกบิด

5. การแก้ปัญหาประตูไม้จริงแตกร้าว

ในกรณีนี้หมายถึงรอยแยกหรือรอยแตกเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่บริเวณขอบประตูซึ่งเป็นจุดที่สามารถเกิดการแตกร้าวต่อเนื่องและเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ แต่หากรอยแตกค่อนข้างกว้างแนะนำให้พ่นสีอุตสากรรมทับแทนการทาสีโชว์เนื้อไม้จะดีกว่าครับ

ทำความสะอาดผิวของประตูไม้ด้วยน้ำร้อนผสมสบู่โดยใช้ฟองน้ำเช็ดเพื่อลบรอยคราบไขมันสกปรกออกก่อน หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อนเพื่อขยายรอยแตกเล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการอุดรอยแตก
ลบสีหรือวานิชที่เคลือบอยู่รวมทั้งกำจัดเศษวัสดุอื่นๆออกก่อน และอย่าลืมสวมถุงมือด้วยนะครับ
นำดินสอพองมาผสมกับน้ำ ไม่ต้องข้นหรือใสมากเกินไป แล้วนำมาโป๊วอุดรอยตรงบริเวณที่มีรอยแตก จากนั้นให้ทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง
ใช้กระดาษทรายเบอร์ 0 (ชนิดละเอียดที่สุด) ค่อยๆขัดเนื้อดินสอพองส่วนเกินออกไป
ทำความสะอาดที่ผิวไม้จนหมดพวกฝุ่นผง ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท หลังจากนั้นจึงทาสีรักษาเนื้อไม้

6. การซ่อมแซมสีประตูไม้จริง

ประตูไม้จริงควรใช้สีย้อมไม้ทาเพื่อเป็นการเคลือบผิวแต่ก็ยังโชว์ลวดลายของไม้ แต่หากเป็นประตูไม้อัดจก็สามารถใช้สีน้ำมันหรือสีพลาสติกไปทาทับได้

การซ่อมแซมสีควรถอดบานประตูออกมาก่อนเพื่อความสะดวกในการทำงาน โดยทำการไขสรูที่ยึดบานพับกับบานประตูออกและควรมีผู้ช่วยถือบานประตูไว้ด้วย
หากประตูมีรอยแตกร้าวให้ทำการซ่อมแซมก่อน โดยสามารถดูวิธีการได้ตามข้อที่แล้ว
หากประตูมีราดำ คราบตะไคร่หรือคราบสกปรกอื่นๆ ให้ขัดออกให้หมดก่อนจึงทำการทาสีซ่อมแซม
สำหรับบานประตูไม้จริงที่ต้องการโชว์ลายไม้ ให้ใช้กระดาษทรายขัดตัวเคลือบไม้เดิมออก ถ้าเป็นประตูไม้เนื้ออ่อน ควรใช้กระดาษทรายประมาณเบอร์ 2-3 เพราะตัวเคลือบจะไม่ค่อยหนา และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยที่ผิวไม้ หากใช้เครื่องขัดกระดาษทรายจะทำให้สามารถทุ่นแรงและเวลาได้มากขึ้น
ก่อนที่จะเริ่มทาน้ำยารักษาเนื้อไม้หรือสีทาทับหน้า ควรทำการป้องกันอุปกรณ์ประตูจากสีก่อนด้วยการนำเทปกาวมาติดที่ลูกบิด มือจับ หรือกลอนเสียก่อน จากนั้นจึงทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ให้ทั่วทุกด้าน จำนวน 2 เที่ยว ทิ้งไว้จนแห้งสนิท ในขั้นตอนนี้ควรทาน้ำยาป้องกันเชื้อราลงไปด้วย
จากนั้นก็ทาทับด้วยสีย้อมไม้ 2 เที่ยว ทิ้งไว้ให้แห้ง ดึงเทปกาวออก แล้วติดตั้งประตูเข้ากับวงกบไปดังเดิม

 

 

 

7. การทำความสะอาดประตูไม้จริง

ให้เริ่มจากการปัดฝุ่นที่อยู่ทั้ง 2 ด้านให้สะอาด หลังจากนั้นก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาสำหรับทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดให้ทั่วประตู ซึ่งน้ำยานี้จะช่วยให้ประตูไม้มีความเงางามเหมือนใหม่ อีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ประตูเกิดเชื้อราได้อีกด้วย
หากเกิดรอยคราบเป็นวงที่ประตูไม้ ให้ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำมันการบูรถูเบาๆบริเวณที่เป็นรอย รวมถึงหากเกิดรอยขีดข่วนที่ประตูไม้ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถูเบาๆจนรอยขีดข่วนหายไป
คราบเปื้อนจากสี ถ้าสียังไม่แห้งแก้ไขเหมือนรอยขีดข่วน แต่ถ้าแห้งแล้วให้ใช้น้ำมันสนชโลมบริเวณคราบนั้นจนกว่าคราบสีจะอ่อนตัวและหลุดไป จากนั้นใช้น้ำมันชักเงาถูให้สะอาด

8. การทำความสะอาดอุปกรณ์ประตู

ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Stainless steel อาจเกิดสนิมได้จากเกลือทะเลหรือคลอรีนจากน้ำประปา แม้จะใช้เกรด 316 ก็ตาม รวมไปถึงที่อับชื้นและไม่มีอากาศถ่ายเท ควรทำความสะอาดทุก ๆ 3-6 เดือน โดยใช้ผ้าหรือฟองน้ำ
ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Zinc Alloy จะเกิดจุดดำบนผิววัสดุ หากมีการใช้ภายนอกอาคารที่อยู่ใกล้ ๆทะเล ควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์

โดยใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำยาล้างจานเช็ดแล้วล้างออกด้วยน้ำประปา หลังจากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งให้สะอาด
ลูกบิดประตูที่ทำมาจาก Brass (ทองเหลือง) สารเคลือบผิวทองเหลืองอาจชำรุดได้จากการสัมผัสกับวัตดุแหลมคม หรือโดนไอระเหยของสารเคมีที่เป็นกรด ควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์ โดยใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ด ถ้ายังมีคราบอยู่ให้ชุบด้วยน้ำยาล้างจานแล้วล้างออกด้วยน้ำประปาแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้า

 

สถาปนิก

 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *