รีวิวหนัง Glass – คนเหนือมนุษย์ หนังไตรภาคของ M.night Shamaran

รีวิว Glass คนเหนือมนุษย์

หนัง Glass หรือชื่อไทยว่า คนเหนือมนุษย์ โดยหนังจะเป็นการดำเนินเรื่องโดยพุ่งไปที่ 3 ตัวละครหลักที่มีพลังเหนือมนุษย์นั่นก็คือ Kevin Wendell Crumb รับบทโดย James McAvoy จากเรื่อง Split ปี 2016 ชายผู้ใกล้เคียงกับคำว่าปีศาจมากที่สุด เขาเป็นผู้มีบุคลิกที่หลากหลายกว่า 23 บุคลิก และบุคลิกที่ 24 ที่น่ากลัวที่สุดของเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วในท้ายเรื่อง, David Dunn รับบทโดย Bruce Willis จากเรื่อง Unbreakable ปี 2000 ชายผู้ใกล้เคียงกับคำว่าฮีโร่มากที่สุด

เพราะเขามีความสามารถในการมองเห็นอดีตของคนได้โดยการสัมผัสอีกทั้งตัวเขายังเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่ง ไม่ยอมหัก ไม่ยอมตายอีกด้วย และสุดท้าย Elijah Price รับบทโดย Samuel L. Jackson ชายผู้ใกล้เคียงกับคำว่า วายร้ายมากที่สุด เขาเป็นชายที่ร่างกายอ่อนแอมากๆกระดูดหักง่าย แต่มันก็แลกมาด้วยความฉลาดมากๆที่เขามี เขาผิดหวังจากโลกจึงทำให้ความคิดของเขากลายเป็นวายร้ายตัวฉกาจ เขาปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่อง Unbreakable และในปี 2019 เขากำลังจะกลับมาพร้อมกับหนังที่เป็นชื่อของตัวเขาเอง Glass ที่จะเป็นการรวมหนังอีก 2 เรื่องที่มีก่อนหน้านี้มาอยู่ในจักรวาลเดียวกัน…

หนังไตรภาคของ M.night Shamaran ที่ใช้เวลาเดินทางนานถึง 19 ปีจากจุดกำเนิดกำกับหนังเรื่องแรก Unbreakable หนังฮีโร่แนวจิตวิทยาสมจริง และSplit หนังฆาตรที่มีสัญญะแบบปีศาจภายใต้โรคจิตเภทหลายบุคลิก

ซึ่งคงเอกลักษณ์ความเป็นเอมไนท์ไว้เต็มคราบ ทั้งองค์ประกอบภาพที่ผิดแปลก เต็มไปด้วยการปิดบัง ภาพที่บิดเบี้ยว การตัดต่อที่เนิบช้ากดดัน และการเล่าเรื่องที่ไม่หวือหวา โดยหันไปให้ความสำคัญกับความนิ่งเฉยในตัวละครต่างๆ ความคิดที่ปะเดปะดังเข้ามาในช่วงเวลาต่างๆ พร้อมกับ Easter Egg ประจำตัวของซีรีย์ที่ทำให้แฟนๆรู้สึกคุ้นเคย

หนัง ว่าด้วยเรื่องของการบรรจบของสองเส้นเรื่องระหว่าง Unbreakable ฮีโร่ประจำเมืองฉายา Overseer หรือผู้คุมกฏ ที่ออกเตร่ช่วยเหลือผู้คนใต้ผ้าคลุมฝนกับความมืดมิด และ Split คนหลายบุคคลิกที่มีตัวอันตรายระดับสูง เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีพลังทำลายมากกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก

ที่ทั้งหมดจะลงเอยที่สถาณจิตเวชเรเวน ภายใต้การนำทีมของจิตแพทย์เอลี่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าพวกเขาทั้งสอง และรวมไปถึง Mr.Glass ตัวร้ายภาคแรกนั้นสำคัญตนผิดคิดว่าเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ โดยพยายามล้มทฤษฏีของ Mr.Glass ที่อธิบายเกี่ยวความน่าจะเป็นของการ์ตูน และใช้เหตุผลที่เป็นไปได้ชักจูงให้พวกเขากลายเป็นคนธรรมดา

แต่ Mr.Glass เป็นอัจฉริยะ เขาเป็น Master Mind นักวางแผนการที่สุดยอด และนั่นจึงนำไปสู่ตอนจบที่หักมุมต่อเนื่องจนจบได้สมบูรณ์แบบสุดๆ

หนังสนุกระดับหนึ่ง มีกลิ่นอายของเอ็มไนท์มากมายให้คิดถึง ไม่ว่าจะมุมกล้องที่ผิดแปลกจากองค์ประกอบภาพทั่วไป การนำเสนอเนื้อเรื่องแบบดั้งเดิมผ่านการเล่าแบบเก่าๆ ซึ่งก็ทรงพลังในแบบของมัน หนังอาจช้าไปบ้าง ฉากแอคชั่นน้อยไม่หวือหวา แต่ความจริงจังของมันที่เน้นไปที่ความสมจริงและด้านจิตใจ

ทำให้นึกถึงหนังเรื่องเก่าๆ ของเอ็มไนท์ ค่อยๆ ประคับประคองคนดูให้ไปถึงตอนจบที่ประเคนข้อมูลที่เราพลาดกลับมา และทำให้เรารู้สึกว่า อ้อ..มันเป็นแบบนี้นี่เอง (สำหรับคนทั่วไปๆอาจรู้สึกช้าไปหน่อยจริงๆ)

ซึ่งเอ็มไนท์ชื่นชอบการเล่าหนังหักมุมมากๆ และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เต็มไปด้วยสัญญะ ไว้ใจให้คนดูตีความต่อเรื่องกันเอาเอง โดยเฉพาะตอนจบของเรื่องที่ทำออกมาได้สมบูรณ์ในแบบของมัน

“ถ้าคุณเปิดใจรับพรสวรรค์ คุณจะเป็นอะไรก็ได้” ในความเป็นจริงบรรทัดนี้แอบซ่อนเอาไว้ในตัวละครทุกตัวของ  สัญญะของการ Balance และ Broken นั้นน่าสนใจ ทุกคนต้องการเป็นคนพิเศษ ตามหาความหมายว่าตัวเองเกิดมาทำไม แต่การกลายเป็นคนธรรมดาเพื่อความยุติธรรมนั้น

มันออกจะโหดร้ายกับความเป็นมนุษย์ในตัวเรา โดยหนังเรื่องนี้ได้สะท้อนความเป็น Defence Mechanism ของมนุษย์จาก Balance ออกได้อย่างจับต้องได้มากๆ สมกับเป็นหนังที่มีโครงสร้างจากจิตใจของมนุษย์จริงๆ

ไม่จำเป็นต้องดูภาคเก่าๆ มาก็สนุกได้ การที่หนังมีแก่นเรื่องที่แข็งแกร่ง การแสดงระดับเทพ ตัวละครที่มีเสน่ห์ และตอนจบที่บริบูรณ์ด้วยการหักมุม ทำให้ Glass กับเอ็มไนท์มีความแตกต่างกับหนังทั่วไปมากๆ สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังหักมุม คาดเดาเรื่องได้ยาก มีกลิ่นอายแปลกๆ หนังเรื่องนี้เหมาะกับคุณแน่นอน ที่มา

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *