รีวิวหนัง One Piece Stampede and Spoil

เนื้อเรื่อง One Piece Stampede ในภาคนี้ค่อนข้างจะดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงอย่างที่หลายๆคนว่ากัน ตัวร้ายอาจจะดูเหมือนไม่ค่อยมีมิติสักเท่าไรถ้าเทียบกับภาค Film Z หรือภาคFilm Gold แต่สำหรับตัวผมยังมองว่า One Piece Stampede นี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้ทั้งสองภาคที่กล่าวมา เพียงแต่บทของตัวร้ายมันส่งทางนี้ สิ่งที่ทำให้มันเป็นตัวร้ายคือทัศนคติของตัวละครเอง ไม่ใช่ปมชีวิตในอดีตเหมือนทั้งสองภาคที่ผ่านมา แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้เรื่องราวมันสมเหตุสมผลแล้ว

ดักลาส บัลเล็ต เป็นอดีตลูกเรือของราชาโจรสลัดที่แข็งแกร่งมาก เคยเป็นโจรสลัดเลื่องชื่อที่ก่ออาชญากรรมรุนแรงไว้ในอดีต มีฝีมือเทียบเคียงได้กับผู้ที่เป็นทั้งรองกัปตันและมือขวาของราชาโจรสลัดอย่าง ซิลเวอร์ เรย์ลี่ แต่เขาก็ยังไม่อาจต่อกรกับราชาโจรสลัดได้ หลังจากพ่ายแพ้ให้กับโรเจอร์เขาก็ตัดสินใจติดตามโรเจอร์เพื่อที่จะพัฒนาฝีมือตัวเองและก้าวข้ามโรเจอร์ไปให้ได้ เพื่อวันหนึ่งเขาจะได้ถูกยอมรับในฐานะราชาโจรสลัดคนต่อไป แต่แล้วความฝันของเขาก็ต้องพังทลายลงเมื่อโรเจอร์ตัดสินใจมอบตัวกับกองทัพเรือ พอไม่สามารถเติมเต็มความฝันตัวเองในจุดนี้ได้เขาจึงตัดสินใจที่จะทำลายทุกสิ่ง ทำลายทุกคนที่ถูกยอมรับในความแข็งแกร่ง เพื่อจะพิสูจน์ว่าเขานั้นคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก โดยเฉพาะการทำลายปฏิบัติการ “บัสเตอร์คอล” ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่การ์ปและเซนโงคุเคยจับกุมบัลเล็ตได้เมื่อครั้งอดีต

เอนา เฟสต้า โจรสลัดนักจัดงานเทศกาลเป็นผู้ที่มีรสนิยมในการทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจของผู้คนทั่วโลก สำหรับเขาแล้วการที่โรเจอร์มอบตัวกับทางกองทัพเรือ และพูดถึงสมบัติที่ถูกซ่อนไว้สุดขอบโลก จนทำให้เกิดเป็นยุคสมัยแห่งโจรสลัดขึ้นมาก็เป็นเหมือนกับการจัดงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ผู้คนจากทุกมุมโลกให้ความสนใจถึงขั้นออกเดินทางเพื่อตามล่าสมบัติที่ว่านั้นมาครอบครอง เหตุการณ์นี้ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเฟสต้าอย่างมาก เขารู้สึกว่าถูกแย่งความสนใจจากผู้คนทั้งโลกไป หรือเรียกง่ายๆว่า “อิจฉา” นั่นเอง เขาต้องการที่จะทำลายยุคสมัยแห่งโจรสลัดนี้ทิ้งซะ ซึ่งเขาเชื่อว่าการทำลายยุคสมัยที่โรเจอร์สร้างขึ้นจะทำให้ตัวเขากลับมา อ่านต่อ

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *