รีวิวหนังเรื่องการ ผจญภัย Journey The Mysterious Island ถาค 2

จากภาคแรกมาจนถึงภาคสอง หนังยังกล่าวถึงการ ผจญภัย ตามเดิม แต่เปลี่ยนสถานที่จากใจกลางโลกมาเป็นใจกลางเกาะ ผจญภัย และเปลี่ยนตัวละครหลักหลายตัว นั่นคือตัดตัวละครเทรเวอร์ของแบรนดอน เฟรเซอร์ออกไปซะ โดยใส่ตัวละครแฮงค์ของหนุ่มล่ำกล้ามโตอย่าง ดเวย์น “เดอะ ร็อค” จอห์นสัน เข้ามาแทน ตัดตัวละครหญิงอย่างฮันนาห์ของอนิต้า ไบรเอ็มออกไป และเพิ่มตัวละครวัยรุ่นหญิง เคลลานี่ ของดาราวัยรุ่น วาเนสซ่า ฮัดเจนส์เข้ามาแทน รวมทั้งภาคสองนี้ยังเพิ่มตัวละครตลกเข้ามาสร้างเสียงหัวเราะอีก 1 ตัว นั่นคือ กาบาโต้ พ่อของเคลลานี่ รับบทโดยลูอิส กัซแมน ดารารุ่นใหญ่ชาวเปอร์โตริโก้

ในหนังภาคแรกที่พาเราไปผจญภัยใจกลางโลก หนังนำเสนอสีสันอันตระการตามากมาย ทั้งสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาดที่อาศัยอยู่ในความมืด โดยเราจะได้เห็นฉากต่างๆในแบบเรืองแสงในที่มืด เพราะมันอยู่ลึกลงไปใต้ดิน ส่วนในหนังภาคสองจะพาเราไปผจญภัยใจกลางเกาะมหัศจรรย์ นำเสนอสีสันอันตระการตาอีกครั้ง สิ่งมีชีวิตที่แปลกตา รวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคย แต่เป็นในทางตรงกันข้าม กล่าวคือ เล็กจะกลายเป็นใหญ่ ใหญ่จะกลายเป็นเล็ก ดังนั้นเราจะได้เห็นสัตว์ตัวเล็กในขนาดมหึมา ไม่ว่าจะเป็น ตะขาบยักษ์ กิ้งก่ายักษ์ มดยักษ์ นกยักษ์ ผึ้งยักษ์ แมงมุมยักษ์ หรือแม้กระทั่งปลาไหลไฟฟ้ายักษ์ และจะได้เห็นสัตว์ตัวใหญ่ในขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งก็ได้แก่ ช้างจิ๋ว และปลาฉลามจิ๋ว รวมทั้งได้เห็นบรรยากาศความสวยงามในมุมกว้างของธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร น้ำตก โขดหิน และอาณาจักรแอตแลนติสที่หายสาบสูญ!

ในส่วนของเนื้อหา ผู้เขียนบทของภาคแรกและภาคที่สองเป็นคนละชุดกัน แต่ทั้งหมดก็อ้างอิงเนื้อเรื่องมาจากนิยายของจูลส์ เวิร์นด้วยกันทั้งสิ้น การเอาเนื้อหาในนิยายมาเขียนใหม่เป็นบทภาพยนตร์ ถ้าให้เปรียบเทียบกัน ในหนังภาคแรกดูมีมิติมากกว่า เนื้อหาดูโอเวอร์น้อยกว่า ส่วนในหนังภาคสอง เนื้อหาดูติงต๊องเกินไป ติงต๊องตั้งแต่เริ่มเรื่อง นึกแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าต้องไปเกาะไหน ต้องไปที่ใด อะไรมันจะง่ายปานนั้น! แต่ก็เข้าใจว่าหนังต้องการรวบรัดให้เร็วๆ เพื่อมุ่งเข้าสู่ประเด็นหลักของหนัง ซึ่งก็คือภาพความสวยงามของเกาะมหัศจรรย์

ในส่วนของภาพความสวยงาม หนังเรื่องนี้สอบผ่าน เพราะประเด็นหลักมันก็อยู่ตรงนี้แหละ ไม่ได้เน้นเนื้อหาแต่อย่างใด ดังนั้นฉากต่างๆจึงใส่สีสันเข้าไปเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฉากมุมกว้างของเกาะมหัศจรรย์ ที่เราจะได้เห็นภูเขาไฟทองคำท่ามกลางกลุ่มเมฆ เห็นน้ำตกที่หล่นจากหุบเขาลงสู่เบื้องล่าง หรือสิ่งมีชีวิตอย่างช้างจิ๋ว กิ้งก่ายักษ์ ผึ้งยักษ์ ที่ทำออกมาได้น่าตื่นตา มองไปแล้วดูสดชื่นเพราะความสว่างไสว ต่างจากในภาคแรกที่เราจะเห็นสิ่งต่างๆเรืองแสงในที่มืด

นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังจะได้เห็นอาณาจักรแอตแลนติสที่หายสาบสูญ หนังนำเสนอฉากนี้ออกมาเพียงเล็กน้อยในมุมกว้าง มีการเดินไปเยี่ยมชมแค่แป๊บเดียว และตอนท้ายก็ให้เห็นการจมลงใต้มหาสมุทรของอาณาจักรแอตแลนติส ซึ่งฉากน้ำซัดเข้ามาในเมืองก็ดูสวยทีเดียว

แต่ในความสวยงามนั้นก็ยังมองออกว่าสวยในระยะแคบๆ เพราะเมื่อดูดีๆ ฉากในมุมกว้างจะเหมือนจริงเพียงในระยะใกล้ๆ แต่เมื่อมองไปไกลๆ ภาพดูไม่ค่อยเหมือนจริง เดาเอาก็รู้ว่าหนังต้องให้นักแสดงยืนอยู่ แล้วฉากหลังเป็นบลูสกรีนหรือไม่ก็กรีนสกรีนเพื่อใส่แบ็คกราวด์เข้าไป แต่ถ้ามองรวมๆแล้วก็โอเคล่ะ

ความเป็น 3 มิติในเรื่องนี้ก็ให้เห็นกันในมุมกว้างตามฉากต่างๆ และฉากแอ๊กชั่น 3 ฉากใหญ่คือ หนีกิ้งก่ายักษ์ หนีนกยักษ์ และสู้ปลาไหลไฟฟ้ายักษ์ รวมทั้งยังมีฉากภาพทะลุจอบ้างประปราย ฉากที่อยากให้มีนานกว่านี้คือฉากสู้กับปลาไหลไฟฟ้ายักษ์ ถ้ามีนานกว่านี้น่าจะสนุก

แทงบอล

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *