How To การปูกระเบื้อง ทับพื้นเดิม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

How To การปูกระเบื้อง ทับพื้นเดิม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

How To การปูกระเบื้อง ทับพื้นเดิม มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?
ปัญหาคราบสกปรกฝังแน่น หรือรอยขีดข่วนบนพื้นกระเบื้อง รวมไปถึงปัญหากระเบื้องโก่งตัว กระเบื้องระเบิด เป็นปัญหาใหญ่ที่มักเกิดขึ้นในบ้าน โดยวิธีการแก้ปัญหาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ การปูกระเบื้องใหม่ ถึงแม้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งเสียเวลาอย่างมาก โดยการปูกระเบื้องใหม่นั้น จะต้องคำนึงถึงวิธีปูกระเบื้องที่ถูกต้อง ต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้พื้นที่มั่นคง เพื่อให้พื้นกระเบื้องที่แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน

 

การปูกระเบื้องทับกระเบื้องเดิมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนเลือกใช้ ในปัจจุบันสามารถปูกระเบื้องทับพื้นเดิมโดยไม่จำเป็นต้องรื้อกระเบื้องเก่าออก! โดยวิธีนี้ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการปูพื้นกระเบื้องใหม่ แต่มีงบประมาณที่จำกัด

เพียงศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปูพื้นเบื้องต้น ถึงขั้นตอนการทำที่ถูกวิธี รวมถึงเลือกช่างที่มีความรู้ และความชำนาญ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ก็จะได้พื้นกระเบื้องใหม่ที่แข็งแรงทนทาน ไร้ปัญหากวนใจภายหลัง ที่สำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และช่วยยืดระยะงานได้งานได้ดีทีเดียว

หนึ่งสิ่งที่สำคัญก่อนเริ่มปูกระเบื้อง คือ อย่าลืมตรวจสอบพื้นเดิมเสียก่อน เพื่อให้พื้นกระเบื้องที่ปูเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมาสวยงาม แข็งแรง ไม่เสี่ยงเกิดปัญหาในอนาคต โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึงมีดังต่อไปนี้

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนปูกระเบื้องทับพื้นเดิม

พื้นเดิมต้องเรียบเนียน ไม่มีรอยแตกร้าว

บริเวณพื้นทั่วไปต้องเสมอกัน ไม่มีความลาดเอียง

หากต้องการปูกระเบื้องทับบริเวณพื้นห้องน้ำควรตรวจเช็คทิศทางการไหลของน้ำให้ดีเสียก่อน ที่สำคัญต้องทำระบบกันซึมก่อนทำการปูกระเบื้องทับ

ในกรณีที่มีกระเบื้องบางแผ่นชำรุด อาทิ มีการโก่งตัว หรือมีรอยร้าว ควรสกัดแผ่นที่ชำรุดออก จากนั้นปรับระดับพื้นให้เท่ากับกระเบื้องแผ่นอื่น

หากกระเบื้องมีอาการโปร่ง ไม่ควรปูทับอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดปัญหากระแตกร้าวหรือน้ำรั่วซึมภายหลังได้
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปูกระเบื้อง มาปูกระเบื้องทับพื้นเดิมกัน

แผ่นกระเบื้อง เลือกแผ่นกระเบื้องตามความต้องการ โดยเลือกให้เหมาะสมกับโครงสร้าง เพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างรับน้ำหนักมากเกินจนทำให้เกิดอันตรายได้

กาวซีเมนต์ ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะกับการปูทับพื้นกระเบื้องเดิม โดยควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติเกาะติดแน่น เพื่อความแข็งแรง

ถังผสม ใช้สำหรับผสมกาวซีเมนต์กับน้ำ เพื่อช่วยให้กาวซีเมนต์ผสมเข้ากันได้ดี

เกรียงหวี ใช้สำหรับปาดกาวซีเมนต์ลงบนบริเวณที่ปูกระเบื้อง โดยควรเลือกใช้เกรียงหวีที่มีขนาดร่องเหมาะกับขนาดแผ่นกระเบื้อง เพื่อการปูกระเบื้องที่ได้มาตรฐานสูงสุด

ค้อนยาง ใช้สำหรับเคาะแผ่นกระเบื้องให้ได้ระดับตามต้องการ

กาวยาแนว ใช้สำหรับปิดรอยต่อระหว่างร่องกระเบื้องหลังปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกาวยาแนวจะช่วยป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ ป้องกันน้ำซึมเข้ากระเบื้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้
วิธีการปูกระเบื้องทับพื้นเดิม
1. ทำความสะอาดพื้นผิว

ควรทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องเดิมให้สะอาดเสียก่อน เพื่อป้องกันการปูกระเบื้องทับเศษฝุ่น ความสกปรก หรือสิ่งแปลกปลอม ทำให้อายุการใช้งานพื้นกระเบื้องสั้นลง หรืออาจมีปัญหาตามมาในภายหลังได้

2. ผสมกาวซีเมนต์

เลือกใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะสมกับประเภท และขนาดของแผ่นกระเบื้อง โดยศึกษาวิธีการใช้งานกาวซีเมนต์ให้ละเอียดเสียก่อน จากนั้นจึงผสมกาวซีเมนต์กับน้ำตามปริมาณที่ระบุไว้บนถุง คนกาวซีเมนต์กับน้ำให้เข้ากันแล้วทิ้งกาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วให้เคมีบ่มตัวประมาณ 15 นาที โดยควรคนซ้ำอีกครั้งก่อนการใช้งาน

3. ปาดกาวซีเมนต์

ปาดกาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วลงบนพื้นผิวที่ต้องการ โดยใช้เกรียงด้านเรียบปาดลงไปบนพื้นที่ที่จะปูกระเบื้องแล้วใช้เกรียงด้านหวีทำมุมเอียง 60 องศาปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นร่องสวยงาม จากนั้นจึงไล้กาวซีเมนต์ที่ด้านหลังแผ่นกระเบื้องให้เต็มแผ่นเพื่อเตรียมแปะลงบนพื้นที่ที่ต้องการ

4. แปะกระเบื้อง

หลังจากปาดกาวซีเมนต์เรียบร้อยแล้ว แปะแผ่นกระเบื้องลงบนบริเวณที่เตรียมไว้ แล้วจัดให้ได้ระดับที่เหมาะสม โดยเลือกใช้อุปกรณ์จัดระดับแนวกระเบื้อง เพื่อให้ได้พื้นที่ร่องยาแนวที่เหมาะสมเท่ากันทุกแผ่น

5. ใช้ค้อนทุบให้ได้ระดับ

หลังจากแปะแผ่นกระเบื้องแล้วจึงใช้ค้อนยางค่อย ๆ ทุบแผ่นกระเบื้องให้ได้ระดับเรียบเสมอกันทุกแผ่น โดยควรจัดระเบียบแผ่นกระเบื้องให้ได้ระดับภายใน 20 นาที ก่อนที่กาวซีเมนต์จะเริ่มเซ็ตตัว

6. ทำยาแนว

หลังจากทิ้งปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24-48 ชั่วโมง จึงเริ่มทำยาแนวได้ โดยผสมกาวยาแนวกับน้ำตามปริมาณที่ระบุบนถุง แล้วใช้เกรียงยางปาดยาแนวจระเข้ ที่ผสมแล้วให้เต็มร่องทำมุมเฉียง 45 องศากับร่องกระเบื้อง จากนั้นปาดยาแนวออกจากหน้ากระเบื้องให้สะอาด

6. เช็คทำความสะอาด

หลังจากปล่อยให้ยาแนวแห้งแล้วก็ใช้น้ำยาจระเข้เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้กระเบื้องปูพื้นใหม่ก็พร้อมเปิดใช้งานได้แล้ว

ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการปูทับกระเบื้องเดิมมีอะไรบ้าง?

1. กาวซีเมนต์จระเข้เงิน

กาวซีเมนต์จระเข้เงิน ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย และวัสดุผสมพิเศษอื่น ๆ ทำให้มีคุณสมบัติยึดเกาะสูง สามารถปูทับกระเบื้องเดิมภายในอาคารได้ เหมาะกับการปูพื้นกระเบื้อง อาทิ กระเบื้องหินอ่อน หินแกรนิตโต้ และหินธรรมชาติได้

2. กาวซีเมนต์จระเข้ทอง

กาวซีเมนต์จระเข้ทอง มีผงลาเท็กซ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์ให้ดีขึ้น ทนทานในทุกสภาพภูมิอากาศ สามารถใช้ได้กับวัสดุหลากหลายประเภท เนื่องจากคุณสมบัติการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม และคงทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี และยังสามารถใช้ปูทับกระเบื้องเดิมได้ โดยไม่ต้องรื้อกระเบื้องเก่าออก

3. กาวซีเมนต์จระเข้เอ็กซ์เพรส

กาวซีเมนต์จระเข้เอ็กซ์เพรสเป็นกาวซีเมนต์ชนิด โพลิเมอร์ โมดิฟรายด์ ชนิดแห้งตัวได้เร็ว เหมาะสำหรับงานปูพื้นกระเบื้องที่มีเวลาจำกัด และต้องการความรวดเร็ว โดยหลังจากปูพื้นกระเบื้องเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดใช้งานพื้นที่ได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง

ถ้าหากคุณกำลังคิดที่จะเปลี่ยนพื้นใหม่ เพราะเบื่อวัสดุปูพื้นแบบเดิมๆ หรือพื้นเดิมชำรุดจึงอยากที่จะเปลี่ยน แต่ไม่อยากที่จะต้องยุ่งยากกับการรื้อพื้นเดิม เพราะกลัวเลอะเทอะ ยุ่งยาก หรือบางคนอาจจะอยู่คอนโดจึงไม่สะดวกในการรื้อ วันนี้เราเลยมีวิธีการที่อยากจะแนะนำ นั่นก็คือการปูกระเบื้องทับวัสดุปูพื้นเดิมนั่นเอง เรามาลองดูกันดีกว่า จะมีวัสดุชนิดไหนบ้างที่สามารถปูทับพื้นเก่าของเราได้เลย

ปุไวนิลทับ
ปูกระเบื้องไวนิลทับพื้นเดิม
อีกวัสดุที่กำลังเป็นที่นิยมนำมาปูพื้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า นั่นก็คือวัสดุ กระเบื้องไวนิล กระเบื้อง SPC หรือที่เราเรียกกันว่า พื้นกระเบื้องยาง เนื่องจากทั้งสะดวกในการติดตั้ง มีลวดลาย สีให้เลือกค่อนข้างมาก ยังให้สัมผัสที่นุ่มนวล ไม่แข็งเหมือนกระเบื้องชนิดอื่น ดูหรูหรา และราคาไม่แพง การติดตั้งมีทั้งแบบใช้กาว และแบบคลิ๊กล๊อค สองแบบนี้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก วิธีการปูกระเบื้องไวนิลทับกระเบื้องเก่า ต้องใช้ปูนกาวปรับพื้นกระเบื้องเดิมให้เรียบเสียก่อน เพื่อไม่ให้กระเบื้องไวนิลหักเวลาปูทับบริเวณร่องกระเบื้อง รอให้ปูนกาวแห้ง จากนั้นให้ลงกาวสำหรับปูพื้น และใช้เกรียงหวีให้เนื้อกาวเรียบ จากนั้นก็เริ่มปูกระเบื้องไวนิลได้เลย หากปูกระเบื้องไวนิลแบบคลิ๊กล๊อค สามารถสอดลิ้นของกระเบื้องแต่ละแผ่นเข้าด้วยกันได้ทันที หลังจากปูนกาวแห้งแล้ว

กระเบื้อง แกรนิโต้
ปูกระเบื้องแกรนิโต้ทับกระเบื้องเดิม
วิธีนี้เป็นที่นิยมทำกันมาก ในการรีโนเวท ( Renovate ) คอนโด หรือ บ้านพัก ที่ไม่สามารถรื้อพื้นเดิมออกได้ เพราะเนื่องจากไม่อยากให้มีฝุ่นเยอะ หรือไม่อยากให้มีเสียงดัง ขั้นตอนการปูกระเบื้องทับพื้นเดิม เริ่มด้วยการลงน้ำยารองพื้นพอลิเมอร์ ( Polymer ) จากนั้นให้ดูความเสียหายของแผ่นกระเบื้องเดิม หากแผ่นกระเบื้องเดิมแตกชำรุดให้สกัดแผ่นนั้นออกและใช้กาวซีเมนต์หยอดลงไปในช่องให้เต็ม และปูกระเบื้องทับกระเบื้องเก่าด้วยกาวซีเมนต์

กระเบื้อง
ปูไม้ลามิเนตทับพื้นเดิม
วัสดุชนิดนี้นิยมใช้กันไม่แพ้กระเบื้องไวนิล เพราะให้สัมผัสที่คล้ายๆกัน แต่วัสดุชนิดนี้ต้องระวังเรื่องน้ำ และ ความชื้น เป็นพิเศษไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาพื้นบวมน้ำ หรือปลวกตามมา ขั้นตอนการปูพื้นไม้ลามิเนตทับพื้นเดิม ให้รองพื้นด้วย PE FOAM เพื่อให้พื้นด้านล่างเรียบ และยังช่วยลดเสียงจากการเดินได้ จากนั้นปูแผ่นไม้ลามิเนตโดยวางเข้าลิ้นตามแนวยาวของห้อง ให้เว้นร่องจากผนังไว้ประมาณ 1 ซม. เผื่อกรณีไม้ลามิเนตขยายตัว จากนั้นปิดด้วยบัวเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำหรับบ้านที่อยากจะปูกระเบื้องในห้องน้ำใหม่หลังจากที่ใช้มานานจะสีคล้ำไม่สวยสดใส หรือลวดลายไม่ทันสมัยตกรุ่นไปไกล แต่จะรื้อกระเบื้องเก่าออกแล้วปูใหม่ก็เป็นเรื่องยุ่งยาก ไปจะต้องเจอปัญหาเรื่องช่าง การทุบรื้อสกัดกระเบื้องเดิมทิ้ง เกิดขยะที่ต้องขนย้ายอีก แบบนี้จะปูกระเบื้องใหม่ทับของเดิมไปเลยได้ไหม? หรือมีข้อควรคำนึงใดให้ต้องตรึกตรองบ้าง วันนี้ช่างประจำบ้าน x บุญถาวร มีคำตอบมาบอกครับ
ข้อพิจารณาก่อนปูกระเบื้องทับของเดิม
สำรวจโครงสร้างเดิมว่าสามารถรับน้ำหนักได้มากแค่ไหน แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วการปูกระเบื้องทับของเดิมจะไม่ได้เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวอาคารมากมาย แต่ในกรณีที่กระเบื้องที่ปูใหม่มีน้ำมากบวกกับพื้นที่เดิมเป็นอาคารเก่า ตึกแถวที่มีอายุยาวนานมากกว่า 30 ปี ควรปรึกษาวิศวกรก่อนเป็นการดี
เช็คดูให้แน่ใจว่าพื้นกระเบื้องเก่าที่จะปูทับนั้น ต้องมีความเรียบเนียน ทุกแผ่นมีระดับเสมอกัน หากพบว่าของเดิมมีจังหวะการปูที่ไม่เท่ากันแนะนำให้รื้อแล้วปูใหม่จะดีกว่า
ก่อนปูกระเบื้องทับของเดิม อย่าลืมสังเกตระยะห่างของประตูกับพื้นด้วย เพราะเมื่อปูกระเบื้องทับแล้วพื้นจะมีระดับสูงขึ้นประมาณ 2-3 เซนติเมตร หากคำนวณแล้วระยะห่างประตูกับพื้นมีมากพอก็สามารถปูทับได้ แต่ถ้าระยะไม่พอก็อาจจะต้องตัดความยาวของประตูออกตามขนาดที่เหมาะสม

หากพื้นกระเบื้องเดิมมีการหลุดร่อนแตกหัก ให้สกัดแผ่นที่ชำรุดออกให้เรียบร้อย อย่าปูทับแผ่นที่ชำรุดเป็นอันขาด

การปูกระเบื้อง ห้ามปูแบบโบราณหรือปูแบบซาลาเปาเป็นอันขาด เพราะจะทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้ง่าย
อุปกรณ์สำหรับปูกระเบื้อง
ปูกระเบื้อง
อุปกรณ์สำหรับปูกระเบื้อง
ค้อนหัวยาง สำหรับเคาะกระเบื้องให้ติดแน่น
เกรียงหวี สำหรับปาดกาวซีเมนต์
กาวซีเมนต์ ที่มีคุณภาพในการยึดเกาะสำหรับเชื่อมระหว่างกระเบื้องเก่าและใหม่
หวีปาดยาแนวกระเบื้อง
อุปกรณ์จัดแนวกระเบื้องหรือสเปซเซอร์พลาสติก
ฟองน้ำสำหรับทำความสะอาดกระเบื้อง
กาวยาแนว ที่มีคุณภาพป้องกันเชื้อรา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องใหม่ทับกระเบื้องเก่า
ปูกระเบื้อง

 

1. ทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องเดิมให้ปราศจากฝุ่น เศษปูน รวมทั้งสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ

2. ผสมกาวซีเมนต์กับน้ำในอัตราส่วนปูนซีเมนต์กาว 4 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ใน บรรจุภัณฑ์ จนได้ปูนที่มีเนื้อครีมเหนียวๆ ทิ้งไว้สักพักประมาณ 15 นาที ให้เนื้อปูนทำปฏิกิริยากับน้ำจนเข้าที่

ปูกระเบื้อง

3. จากนั้นใช้เกรียงตักปูนกาวลงไปบนพื้นกระเบื้องเดิมเกลี่ยปูนให้เรียบแล้วใช้เกรียงหวีปาดร่อง ทำได้ทั้งแบบร่องวงกลมหรือร่องเส้นตรง จากนั้นปาดกาวซีเมนต์ที่แผ่นกระเบื้องเพื่อเพิ่มการยึดติด

ปูกระเบื้อง

4. ค่อยๆ วางกระเบื้องลงไปแต่ละแผ่น โดยให้สังเกตลูกศรบริเวณหลังแผ่นกระเบื้องที่ระบุไว้สำหรับต่อลาย เว้นระยะห่างระหว่างแผ่นประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เป็นร่องยาวแนวกระเบื้อง ถ้าเว้นระยะชิดกันมากเกินไปจะทำให้ยาแนวมันแตกง่ายหลดร่อนได้ง่าย ระยะร่องยาแนวที่อยู่ที่ 2-3 มิลลิเมตร ถ้าเป็นกระเบื้องเจียรขอบหรือขัดขอบส่วนมากจะเว้นร่องยาแนวอยู่ที่2 มิลลิเมตร ถ้าไม่กระเบื้องเจียรขอบเว้นร่องยาแนวอยู่ที่ 3 มิลลิเมตรขึ้นไป หากคำนวณไม่ถูกให้ใช้สเปซเซอร์พลาสติกที่มีจำหน่ายตามร้านวัสดุก่อสร้างก็จะช่วยกะระยะได้ง่ายขึ้น

5. ใช้ด้ามเกรียงหรือค้อนยางเคาะลงไปบนกระเบื้องเบาๆ เพื่อให้กระเบื้องติดกับปูนได้ดีขึ้น ปล่อยให้ปูนซีเมนต์กาวแห้งเป็นเวลา 12-24 ชั่วโมงจากนั้นเป็นขั้นตอนลงยาแนวกระเบื้องต่อไป

TIP ร่องยาแนวมีประโยชน์อย่างไร?

ตามธรรมชาติอุณหภูมิของปูนมันหดหรือขยายตัวได้ หากอุณหภูมิร้อนปูนก็จะคลายตัวออก ถ้ามีความเย็นปูนก็จะหดตัวลง การเว้นร่องยาแนวจึงเป็นการสร้างพื้นที่ว่างระหว่างกระเบื้องเพื่อป้องกันไม่ให้กระเบื้องดันกัน เป็นส่วนที่จะทำให้กระเบื้องรักษาสมดุลของมันได้เมื่อมีการหดขยายตัว ในขณะเดียวกัน ร่องยาแนวก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อราเชื้อโรค ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีจะเห็นได้ชัดอย่างบริเวณห้องน้ำ ฉะนั้นการเลือกยาแนวกระเบื้องจึงจำเป็นจะต้องพิจารณาคุณสมบัติการป้องการเชื้อรา นอกเหนือจากการยึดติดที่เหนียวแน่นด้วยเช่นกัน

รับออกแบบบ้าน

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *