เวชศาสตร์ชะลอวัย การชะลอความแก่ anti-aging ความลับสุขภาพ

เวชศาสตร์ชะลอวัย การชะลอความแก่ anti-aging ความลับสุขภาพ แน่นอนว่าเราทุกคนต่างก็ไม่อยากแก่ เพราะความแก่มักจะมาพร้อมกับผิวพรรณที่ร่วงโรย ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า anti-aging รวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บที่เรารู้ตัวและไม่เคยรู้มาก่อนว่าเป็น กว่าจะรู้ตัวว่าป่วยก็ตอนเจอหน้าคุณหมอและพบว่าป่วยหนักมากแล้ว แต่คงจะดีกว่าถ้าเราได้รู้ความลับของสุขภาพ ว่าส่วนต่าง ๆ ในร่างกายนั้นมีความเสื่อมโทรมไปมากน้อยเพียงใดแล้ว เรียกได้ว่า ถ้ารู้เท่าทันสุขภาพตัวเองก็สามารถป้องกันและรักษาความเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงเป็นการเสริมสร้างภาวะสุขภาพที่ดีสูงสุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสมวัยอีกด้วย

เวชศาสตร์ชะลอวัยสามารถไขความลับสุขภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าตรวจหาค่าต่าง ๆ ที่เป็นตัววัดความเสื่อมโทรมถดถอยของร่างกาย ได้แก่ สารต้านอนุมูลอิสระ, วิตามินแร่ธาตุต่างๆ, ฮอร์โมน และสารพันธุกรรม เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูความทรุดโทรมของร่างกาย ซึ่งเป็นการยืดอายุ ชะลอความชรา ป้องกันโรคชรา หรือ โรคที่เกิดจากความเสื่อมที่เราเคยคิดว่ารักษาไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน รวมถึงการป้องการความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่าง ๆ

เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ใช่เพียงการค้นหาโรคเพียงเท่านั้น แต่ยังดูแลเรื่องปัจจัยการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปด้วย อย่างเช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย สไตล์การใช้ชีวิต ครอบครัว อาชีพการงาน เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อสุขภาพร่างกาย เมื่อคุณได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น พยาบาล นักโภชนาการ เภสัชกร เป็นต้น ก็จะสามารถประเมินและวิเคราะห์ เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดและครบถ้วน เปรียบได้เหมือนโค้ชสุขภาพส่วนตัวนั่นเอง

anti-aging

 

 

วางแผนดูแลผิว anti-aging Skincare เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นยังไงดี

ครีมลดเลือนริ้วรอย อายครีม และสกินแคร์ anti-aging ต่างๆ เป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้ลดเลือนสัญญาณต่างๆของความแก่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีที่ได้ผลในระยะยาวนั้น คือการวางแผนและปรับเปลี่ยนนิสัยเพื่อบำรุงให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์นั่นเอง ไปดู 7 ขั้นตอนวางแผนดูแลผิวที่ Gorgiusgirls เอามาฝากกันค่ะ ก่อนจะไปดูเคล็ดลับดูแลผิว เรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่าประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนนิสัยไปสู่ผิวสุขภาพดีมีอะไรกันบ้าง

ประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนนิสัยไปสู่ผิวสุขภาพดี
ป้องกันและลดเลือนจุดด่างดำได้ดีขึ้น
ผิวดูกระชับและมีความยืดหยุ่นที่ยาวนานขึ้น
ลดเลือนริ้วรอยและรอยย่นต่างๆ
คงความสว่างใสและผิวดูเด็กให้กับผิวอยู่เสมอ
Avoid leathery skin
ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

Anti-aging skin care tips
5 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยป้องกันปัญหาผิวแก่ก่อนวัย

1. ปกป้องผิวจากแสงแดด
เรื่องนี้ย้ำนักย้ำหนาเรื่องของการทากันแดด แม้แต่ในต่างประเทศที่อากาศหนาวๆ ก็ยังรณรงคค์ให้ทากันแดดอยู่เป็นประจำ เลือกใช้สูตร SPF 50 PA+++ จะเซฟที่สุดค่ะ เพราะการได้รับแสงแดดที่มากเกินไปนั้นส่งผลเสียต่อผิว โดยเฉพาะแดดช่วง 10 โมงเช้า -เที่ยงเป็นต้นไปจะเป็นรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิว ช่วงเวลานี้หากใครต้องทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกันแดด แม้ว่าจะทากันแดดมาแล้วก็ยังแนะนำให้หลบเลี่ยงอยู่ดีค่ะ พยายามอยู่ในที่ร่มให้มากที่สุด หรือหากไม่ได้จริงๆให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวป้องกันไปเลย อ่อ ที่สำคัญแว่นตากันแดด ต้องเป็นแว่นตาที่มีคุณสมบัติที่ช่วยกันแดดได้ดีจริงๆ ไม่ใช่ดีแค่เรื่องแฟชั่นเท่านั้น เคยเห็นกันมั้ยคนที่มีริ้วรอยตรงบริเวณรอบดวงตาทั้งๆที่อายุยังไม่ 30 ดี? รู้อย่างนี้แล้ว ต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันแดดมากๆนะคะ เพราะริ้วรอยบนผิวเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเอาออกคงต้องเสียเงินกับค่าเลเซอร์ไปหลายหมื่นเลย!

2. ลด ละ เลิก การทำ Taning
การทำ Tanning คงจะเป็นกิจกรรมที่ไม่เหมาะกับวัย อย่างเราแล้ว เพราะแดดนั้นมีรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวเยอะมาก ไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวคล้ำขึ้น แต่ยังทำให้ผิวหนังของเราแห้งลงและเหี่ยวลงไปอีก การจะฟื้นฟูให้ดีขึ้นสำหรับวัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ดังนั้นเลิกซะดีที่สุด

3. ทา moisturizer เป็นประจำทุกวัน
เป็นเรื่องธรรมชาติที่เวลาเราอายุมากขึ้นผิวจะคงความชุ่มชื้นน้อยลง ส่งผลให้ผิวแห้งขึ้น ริ้วรอยต่าง ๆ เห็นชัดเจนมากขึ้น ผิวที่มีความชุ่มชื้น ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นที่ดี ให้ลุคสุขภาพดีที่ดูอ่อนวัย ใช้ Moisturizer ให้ทั่วทั้งร่างกาย ทั้งบริเวณลำตัวและลิป

4. เช็ดล้างทำความสะอาดผิวเป็นประจำ วันละ 2 ครั้ง
เราหลีกเลี่ยงให้ผิวเจอกับมลภาวะต่างๆไม่ได้ แต่เราทำความสะอาดได้ โดยล้างหน้าเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้คลีนะซอร์ที่มีฟองเยอะๆ เพราะจะทำให้หน้าแห้ง เพียงแค่ใช้น้ำอุ่นๆล้างหน้าเท่านั้นพอ

5. เลิกสูบบุหรี่ได้แล้ว
ถ้าจะต้องให้บรรยายโทษของการสูบบุหรี่ที่มีผลร้ายแรงต่อผิวแบบละเอียด คงต้องใช้เวลากันเป็นวันๆ แต่จะบอกให้สั้นๆว่า ถ้ายังสูบบุหรี่ต่อไปละก็ มันจะทำให้สีผิวเปลี่ยน ผิวดูหม่นๆหมองคล้ำ ผิวแห้งขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเกิดริ้วรอย และทำให้เผยริ้วรอยต่างๆบนผิวชัดเจนมากขึ้น ผิวหยาบขึ้น รอยตีนมาก่อนวัย รู้แบบนี้แล้วก็หยุดสูบบุหรี่เถอะ ถ้าไม่อยากดูแก่กว่าที่ควรจะเป็น

anti-aging

ตัวอย่างเทคโนโลยีในการชะลอวัย anti-aging หรือการยืดอายุให้ยืนยาว

เวชศาสตร์ชะลอวัย anti-aging medicine ทำอะไรได้บ้าง เป็นศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และการแพทย์แบบผสมผสาน ด้วยเทคโนโลยีการตรวจในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ทำให้เราทราบถึงโอกาสที่จะเกิดโรค รวมไปถึงสาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดโรค สิ่งที่เราวิเคราะห์มีรายละเอียดตัวอย่างดังนี้

1. 1.การตรวจรหัสพันธุกรรม เพื่อทำนายโอกาสในการเกิดโรคในอนาคต
2. 2.การตรวจภาวะโภชนาการเพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ เช่น การตรวจระดับกรดอะมิโน ระดับกรดไขมันจำเป็น ระดับวิตามินแร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
3. 3.การตรวจประสิทธิภาพการขจัดของเสียของตับ
4. 4.การตรวจความรุนแรงของการสะสมโลหะหนักและสารพิษที่ก่อให้เกิดโรค
5. 5.การตรวจภาวะภูมิแพ้แอบแฝง
6. 6.การตรวจระดับฮอร์โมนต่อมไร้ท่อในร่างกาย

นอกจากนี้ยังมีการตรวจอื่นๆ อีกมากมายที่นำไปสู่คำตอบที่แท้จริงของความชะรา และเมื่อวิเคราะห์หาสาเหตุได้แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยก็จะให้การวางแผนการรักษา และดูแลสุขภาพโดยลงลึกทั้งในส่วนของภาวะโภชนาการ การรับประทานวิตามิน แร่ธาตุเสริมที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล การให้ฮอร์โมนทดแทน เช่น ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน, ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน หรือ ฮอร์โมน DHEA ที่มีความสำคัญต่อความเป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นต้น รวมทั้งการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาจริงที่มีอยู่

การดูแลตนเองแบบ anti-aging medicine จะมีบทบาทเข้ามาผสมผสานกับการรักษาแบบแผนปัจจุบันที่ทำอยู่ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการดูแลรักษาดียิ่งขึ้น และลดผลข้างเคียงหรือภาวะที่ไม่พึงประสงค์จากการรักษาปกติ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดียิ่งขึ้น

antiaging

การส่งเสริมดูแลสุขภาพ anti-aging เชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย

 

ได้รับความนิยมสูง anti-aging โดยเฉพาะในต่างประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีแนวคิดการส่งเสริมดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย สำหรับในประเทศไทยเริ่มรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้นในชื่อ เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือเรียกทับศัพท์ว่า anti-aging

ทำความรู้จักเวชศาสตร์ชะลอวัย  เป็นศาสตร์การแพทย์ที่ถูกคิดค้น ด้วยหลักการป้องกันและดำรงชีวิตอย่างสุขภาพดีมีคุณภาพ เนื่องจากโรคบางโรคถ้าเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ การปล่อยให้สุขภาพย่ำแย่ แล้วมาเข้ารับการรักษาจึงอาจจะช้าเกินไปดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นหรือเป็นช้าที่สุด จึงเป็นหนทางดีที่สุด สิ่งที่เราทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีคือเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกลไกในร่างกายจะเสื่อมลงและถดถอยทางธรรมชาติ ทำให้มีสมรรถภาพในด้านต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ก็เสื่อมถอยลง ส่งผลให้ปฏิกิริยาเคมีและกระบวนการการเผาผลาญต่างๆ ลดลงตามมา เมื่อร่างกายขาดความสมดุล โรคภัยไข้เจ็บมักจะแวะเวียนเข้ามาเยือนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) อาทิ ไขมันในหลอดเลือด อ้วนลงพุง โรคความดัน-โลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงกลุ่มโรคมะเร็ง เวชศาตร์ชะลอวัยใช้หลักการตรวจสุขภาพระบบ Anti-Aging ที่ไม่ใช่เพียงแค่มองเรื่องของความเจ็บป่วยของโรคต่าง ๆ แต่แพทย์จะตรวจวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับฮอร์โมน วิตามิน เกลือแร่ในร่างกาย โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางชีวโมเลกุลต้องพิจารณาเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม โดยจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจได้รับจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมการดำรงชีวิต เพื่อลดแนวโน้มของการเกิดโรคแก้ไขปัญหาความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด
“การมีชีวิตที่สมดุลนั้นเริ่มต้นจากการมีฮอร์โมนที่สมดุล”

TIP >>> ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะสูงสุดเมื่อช่วงอายุ 20-25 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง เมื่อถึงช่วงอายุปลาย 30 ต้น 40 ฮอร์โมนทุกตัวจะลดต่ำลงทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่เหมือนเดิมสุขภาพเริ่มถดถอย และมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ การมีระดับฮอร์โมนที่สมดุลในร่างกาย จะสามารถส่งผลทำให้ร่างกายเรามีสุขภาพที่ดีได้ ดังนั้นฮอร์โมนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อการทำงานของส่วนต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ ฮอร์โมนที่สำคัญ อาทิ เทสโทสเตอโรน เมลาโทนิน เซโรโทนิน เอสโตรเจน และอื่นๆ เป็นสารเคมีที่สำคัญและจำเป็นในการทำงานของร่างกาย ผ่านทางกระแสเลือด เพื่อทำให้การเจริญเติบโต การชะลอความแก่ชรา การเผาผลาญอาหาร และการเจริญพันธุ์ของร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์ Aging จึงเป็นกลุ่มอาการแสดงออกของการ ขาดฮอร์โมนหลายๆ ตัว สิ่งที่เราควรทราบคือ ในแต่ละคนจะขาดฮอร์โมน แต่ละตัวไม่เหมือนกัน ดังนั้นอาการแสดงออกมาของแต่ละคนจึง แตกต่างกัน ตามชนิด และปริมาณของฮอร์โมนที่ลดลง

TIP >>>ในการดูแลรักษานั้น ถ้าสามารถรักษาฮอร์โมนให้อยู่ในระดับเท่ากับวัยหนุ่มสาว สุขภาพก็จะยังคงแข็งแรง หน้าตาสดใส ดังนั้น ผลพลอยได้จากการปรับฮอร์โมน คือนอกจากจะสุขภาพดี มีชีวิตที่มีคุณภาพแล้ว ยังจะมีหน้าตาและผิวพรรณที่อ่อนกว่าวัยลงด้วย

anti-aging

การดูแล anti-aging อาการอะไรบ้างที่บ่งบอกถึงสัญญาณแห่งความร่วงโรย

การดูแล anti-aging สัญญาณความร่วงโรยของร่างกายมาเยือนทุกคน ไม่ช้าก็เร็ว บางคนมาช้า แต่บางคนมาเยือนเร็วกว่าที่คิด

พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2 บอกว่า ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ความสมดุลของฮอร์โมนจะเริ่มเปลี่ยนแปลง ทำให้ระดับพลังงานลดลง การเผาผลาญในร่างกายไม่มีประสิทธิภาพ หลายคนยิ่งอายุมากสภาวะร่างกายยิ่งเสื่อมโทรมและถดถอย

แล้วอาการอะไรบ้างที่บ่งบอกถึงสัญญาณแห่งความร่วงโรย?

1. กระดูกและข้อเสื่อม เมื่อก่อนออกกำลังกายนิดหน่อยสบายๆ ทำกิจกรรมหนักเบาไม่ยี่หระ ไม่ปวดไม่เจ็บกล้ามเนื้อ แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มมีอาการปวด มีเสียงกระดูกลั่น แม้กระทั่งนั่ง นอน ยืน เดิน

2. มองอะไรไม่ชัด ตอนหนุ่มสาวสายตาปกติ แต่เมื่อมีการใช้สายตามาตลอดพอถึงวัยผู้ใหญ่บางรายสายตาสั้น บางรายสายตายาว บางคนทั้งสั้นทั้งยาว

3.ผมร่วง ขาดง่าย นอนตื่นมา อาบน้ำ หรือใช้ชีวิตประจำวันผมหลุดร่วงง่ายกว่าตอนอายุยังน้อย นี่คือสัญญาณว่าคุณเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว

4.ผิวเหี่ยวย่น มีริ้วรอยไม่พึงประสงค์ปรากฏอยู่ทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย สัมผัสผิวแล้วไม่นุ่ม ชุ่มชื้น และเปล่งปลั่งดังเดิม

5.ไม่อึด ถึก ทนทาน เมื่อก่อนสภาพร่างกายสามารถทนทรหดต่อกิจกรรมต่างๆ ได้นานและถี่แม้พักผ่อนน้อย แต่ความเหนื่อยล้า อ่อนแรง เพลีย ง่วงหงาวหาวนอน เกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม

6.โกรธ โมโห เหวี่ยง อดทนต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนน้อยลง รู้สึกว่าทุกสิ่งอย่างมักไม่ได้ดังใจ และอารมณ์ร้อนอ่อนไหวเป็นที่สุด

ถ้ารู้ตัวว่าร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะอย่างนี้ ขอให้รู้ว่าสัญญาณความร่วงโรยได้เริ่มมาเยือนและเป็นสัญญาณเตือนให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ พญ.กอบกุลยา แนะนำวิธีเติมวิตามินให้กายและใจด้วยวิธีการต่อไปนี้

1.ฝึกออกกำลังกาย เรียกคืนระบบการเผาผลาญ เช่น ปั่นจักรยานในร่ม พยายามบริหารทุกส่วนของร่างกาย เช่น เข่า แขน เอว ทุกสัปดาห์

2.จัดระเบียบการกิน-ลดการกินอาหารหวาน มัน เค็ม จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่นความดันโลหิตสูงได้

3.ฝึกหายใจ เข้าออก นั่งสมาธิ ใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ด้วยความไม่ประมาท ไม่โกรธ หรือโมโห กับทุกๆ เรื่อง และควรปล่อยวางเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ให้จิตใจได้วิตามินฟื้นพลัง

4.นอนให้พอ หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ที่มีแสงจ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท เพราะเครื่องมือเหล่านี้รบกวนการนอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท การทำงานดึกก็ด้วย ควรกำหนดเวลาการนอน โดยทั่วไปควรหลับอย่างน้อย 6-8 ชม.

5.ปรึกษาแพทย์เป็นกรณี เช่น ร่างกายยังต้องการวิตามินตัวใด ด้วยโปรแกรมการตรวจระดับสมดุลของสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ มีวีธีที่จะช่วยให้ทราบคือการเจาะเลือดตรวจจะทำให้ทราบค่าพันธุกรรม ค่าเลือด และภาวะฮอร์โมนต่างๆ รวมไปถึงวิตามินหรือแร่ธาตุในร่างกาย ภายใต้การตรวจและติดตามอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

anti-aging

รวบรวมสุดยอดอาหารชะลอวัย anti-aging FOOD มีประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และมลภาวะต่างๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมีผลต่อผิวพรรณ anti-aging และความเสื่อมของร่างกายก็คือ อาหาร เราจึงจำเป็นต้องมีการ anti-aging เพื่อชะลอวัย การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมสามารถส่งผลต่อร่างกายได้ ดังคำกล่าวที่ว่า You are what you eat. หลายท่านใส่ใจในการรับประทานอาหารมากขึ้น นอกจากในเชิงชะลอการเกิดของโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ศาสตร์การกินเพื่การชะลอวัย รักษาความอ่อนเยาว์ และการคงไว้ซึ่งการมี สุขภาพที่แข็งแรง ก็เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

POSITIF ได้รวบรวมสุดยอดอาหารชะลอวัย ที่หารับประทานได้ง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณได้อีกด้วย

ประโยชน์ของมะเขือเทศนั้นมีมากมาย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีสารสำคัญอย่างไลโคปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ตลอดจนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ทำให้ผิวแลดูขาวอมชมพูดูมีเลือดฝาด

อย่างไรก็ตามการรับประทานมะเขือเทศ เพื่อให้ได้รับสารไลโคปีนนั้น ควรรับประทานมะเขือเทศที่ผ่านความร้อน เพราะความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ร่างกายนำไลโคปีนไปใช้ได้ดีกว่าการรับประทานมะเขือเทศสดๆ

เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีและโอเมก้า 3 และยังมีกรดไขมันที่จำเป็นในการลดคลอเรสเตอรอล บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ โดยเฉพาะปลาแซลมอนนั้นจัดว่าเป็นปลาที่มีโอเมก้า 3 สูงกว่าปลาทะเลชนิดอื่นๆ ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 นี้จะประกอบไปด้วยกรด EPA และ DHA ช่วยขจัดอาการอัลไซเมอร์ และสภาวะจิตใจหดหู่ รวมถึงโรคหัวใจ มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน จึงควรรับประทานปลาที่มีโอเมก้า 3 จำนวน 2 มื้อต่อสัปดาห์ทำให้หัวใจมีสุขภาพดี ช่วยลดปัญหาเรื่องการทำงานของสมองเสื่อมตามวัย

ผลไม้ยอดนิยมของโลกอีกชนิดหนึ่ง มีสารสำคัญคือเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ คือ เพกทิน มีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงสรรพคุณบำรุงหัวใจ ลดคลอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส การกินแอปเปิ้ลช่วยให้ปอดแข็งแรง ไม่ว่าจะกินแอปเปิ้ลเขียวหรือแดงก็ตาม เพราะในผลแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ “เคอร์ซีทิน” สารตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดอย่างได้ผล วิธีการกินแอปเปิ้ลให้ได้สารเคอร์ซีทีนมากที่สุดก็คือต้องกินผลสดทั้งเปลือก ซึ่งจะให้ได้รับสาร “เพกทิน” จากเปลือกแอปเปิ้ลเพิ่มขึ้นด้วย

มีสารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว ได้แก่ กรดอะมิโน วิตามินซี วิตามินบี วิตามินอี คาเฟอีน(Caffeine) และธิโอฟิลลีน (Theophylline) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสารอีพิกัลโลคาเทชิน กัลเลต (Epigallocatechin gallate) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยส์ ซึ่งจำเป็นต่อผิวหนังและดวงตา ปกป้องผิวจากการถูกทำลาย ลดลือนริ้วรอย ช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยบำรุงสายตา

anti-aging

ทำความรู้จักกับเวชศาสตร์ชะลอวัย anti-aging เรื่องความสวยๆงามๆ

ทำความรู้จักกับเวชศาสตร์ชะลอวัยเมื่อพูดถึงคำว่า Anti-Aging หรือการชะลอวัย หลายๆท่านคงจะนึกถึงเรื่องความสวยๆงามๆ โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า หรือความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ทำให้นึกว่าเป็นการลดอายุ หรือป้องกันไม่ให้แก่โดยการใช้เครื่องมือหรือยาต่างๆในการดูแลผิวพรรณ แต่จริงๆแล้ว Anti-Aging Medicine หรือเวชศาสตร์ชะลอวัยนั้น ไม่ใช่เพียงเกี่ยวกับเรื่องความสวยงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสุขภาพจากภายในแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นให้มีสุขภาพดีลงไปถึงระดับของเซลล์ภายในร่างกาย เรียกได้ว่า แข็งแรงสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกเลยค่ะ โดยเมื่อเซลล์ในร่างกายเราสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว เรื่องหน้าตาผิวพรรณก็จะต้องมีความสวยเปล่งปลั่งตามมาแน่นอนค่ะ

ขั้นตอนการดูแลสุขภาพ ตามแบบฉบับ เวชศาสตร์ชะลอวัย ขั้นตอนการตรวจจะคล้ายกับการปรึกษาแพทย์ทั่วโดย แต่ทางเวชศาสตร์ชะลอวัยเราจะเน้นที่การพูดคุยกับคนไข้เป็นส่วนมาก ดังนั้นจึงขออธิบายถึงขั้นตอนการดูแลแบบฉบัับ AntiAging ดังนี้

เริ่มตั้งแต่สอบถามประวัติโดยละเอียด ลงลึกถึงพฤติกรรมการชีวิตของคนไข้ในแต่ละวัน ตั้งแต่การตื่นนอนตอนเช้า การทานอาหาร อารมณ์ ความเครียด การทำงาน การออกกำลังกาย ถึงการเข้านอนในแต่ละวัน
แพทย์ทำการรวบรวมปัญหาทั้งหมดที่ได้จากการสอบถามข้อมูลจากคนไข้ มาวิเคราะห์และเลือกการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
การตรวจสุขภาพแบบ AntiAging ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจวิเคราะห์แบบใหม่ และใช้เครื่องมือการตรวจที่ทันสมัย จึงสามารถตรวจและวิเคราะห์ผลได้อย่างลงลึกถึงระดับการทำงานของแต่ละเซลล์ในร่างกาย ดังนั้นถ้าเกิดความผิดปกติในร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้สามารถตรวจพบได้อย่างรวดเร็วกว่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป
เมื่อตรวจพบต้นตอของปัญหาได้เร็ว จึงทำให้แพทย์สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง หรือให้การรักษาได้เร็วกว่าการตรวจแบบทั่วไป
ดังน้นจึงกล่าวได้ว่า จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเวชศาสตร์ชะลอวัย คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค และหากตอนนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองมีความผิดปกติ เช่น รู้สึกอ่อนเพลียง่าย ไม่มีแรง รู้สึกไม่สดชื่น รู้สึกว่าร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็น แต่เมื่อไปปรึกษาคุณหมอแล้วตรวจไม่เจอโรคใดๆ หากคุณมีอาการเหล่านี้แนะนำให้มาลองปรึกษาคุณหมอ AntiAging หรือเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อหาสาเหตุของอาการเหล่านี้ เพื่อวางแผนการดูแลรักษา ตลอดจนทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ในอนาคต หรือแม้แต่คนไข้ที่มีโรคประจำตัว และอยู่ในระหว่างการรักษาโรคก็สามารถมาดูแลรักษาแบบ AntiAging ได้ โดยการรักษาจะเป็นการเสริมควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

การรักษาตามแนวทางของ AntiAging เวชศาสตร์ชะลอวัย
การรักษาของเวชศาสตร์ชะลอวัยนั้น ส่วนใหญ่จะไม่ได้เน้นการรักษาด้วยยา เนื่องจากยาถือเป็นสารเคมีอย่างหนึ่งซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นสิ่งที่ใช้ในการรักษาทาง Antiaging นั้นจะมุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ทาน
เน้นการออกกำลังกายที่เหมาะเฉพาะบุคคล
การใช้อาหารเสริมที่มาจากธรรมชาติ
มีการออกแบบวิตามินเฉพาะบุคคลที่มีความจำเป็นต่อร่างกายของบุคคลนั้นๆ
การให้ฮอร์โมนเสริมเฉพาะบุคคล ในกรณีที่เรามีอายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนต่างๆลดลง ความสามารถในการดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ก็อาจลดลงจากสาเหตุต่างๆ ทำให้มีความจำเป็นจะต้องได้รับวิตามินเสริม โดยการรักษาทั้งหมดนั้นจะต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการก่อน และแผนการรักษาของแพทย์จะอ้างอิงจากผลการตรวจเป็นสำคัญ

anti-aging

สุดยอดเคล็ดลับความงามชะลอวัยที่คุณสามารถทำได้ทุกวัน

การมีอายุมากขึ้นนั้นมาพร้อมกับข้อดีหลายประการ คุณจะรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ได้ขัดเกลารสนิยมของตัวเอง อีกทั้งยังมีโอกาสได้พบเจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ อีกไม่รู้จบ อย่างไรก็ตาม อายุที่มากขึ้นก็สามารถส่งผลเสียต่อผิวของเราได้เช่นกัน สัญญาณแห่งความร่วงโรยอย่างรอยย่นที่ปรากฎให้เห็นบนใบหน้าเวลาที่เราหัวเราะ เป็นหลักฐานของชีวิตที่ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ หากแต่การลงแรงรักษาผิวที่เปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด แม้ว่าเทคโนโลยีการย้อนวัยจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เทคโนโลยีการดูแลผิวอันก้าวหน้าก็สามารถช่วยรักษาผิวที่เรียบเนียนแลดูอิ่มน้ำให้อยู่กับคุณไปได้อีกตราบนานเท่านาน เพื่อเริ่มต้นต่อสู้กับสัญญาณแห่งความร่วงโรยเหล่านี้ สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่หาเวลาไม่กี่นาทีในตอนเช้าและก่อนเข้านอนมาทำตามเคล็ดลับการดูแลผิวเพื่อความงามเหล่านี้กัน

มองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อุดมไปด้วยส่วนผสมมากคุณค่าอย่างสารสกัดจากดอกอิมมอคแตล ไฮยาลูรอนิคแอซิด และวิตามินซี ไฮยาลูรอนิคแอซิดเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติภายใต้ชั้นผิว มีความสามารถในการกักเก็บน้ำซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เมื่อเวลาผ่านไป ไฮยาลูรอนิคแอซิดในผิวจะค่อยๆ ลดลง ผิวจึงสูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำไป เป็นสาเหตุให้ผิวแห้ง ไฮยาลูรอนิคแอซิดในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทำหน้าที่เป็นเสมือนกับฟองน้ำที่ช่วยดูดซึมความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเต่งตึงอิ่มน้ำนั่นเอง

วิตามินซีช่วยปกป้องผิวของคุณจากปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น ความเครียดและมลภาวะ ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย วิตามินซีนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติในการช่วยให้ผิวสว่างใส จึงมีส่วนช่วยให้ผิวดูสดใสและดูเปล่งประกายมากขึ้น

แม้ว่าผิวบริเวณลำคอจะเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดพอๆ กับผิวหน้า แต่ก็เป็นไปได้ที่คุณจะลืมบำรุงผิวส่วนคอไปในระหว่างที่คุณกำลังประทินผิวต้านวัยอยู่ ผิวบริเวณลำคอและแผ่นอกที่มักปรากฎให้เห็นเวลาที่คุณใส่เสื้อคอลึกนั้นบอบบาง และอาจได้รับอันตรายจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง นั่นหมายความว่าสัญญาณแห่งความร่วงโรยก่อนวัยมักจะปรากฎให้เห็นในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่จะปรากฎออกมาให้เห็นบนใบหน้าเสียอีก ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้เวลาไปกับการปลอบประโลมผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกันนั้นทาที่บริเวณลำคอและอกด้วย

ริ้วรอยบนผิวหน้าจะดูลึกขึ้นหากผิวได้รับความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นอย่าลืมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ พร้อมทั้งทาครีมที่มีส่วนผสมของ SPF เวลาที่คุณออกไปผจญภัยข้างนอกด้วย ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรก็ตาม

anti-aging