รีวิว Twilight : แรกรัตติกาล แวมไพร์ ทไวไลท์ ภาค 1 2008

รีวิว Twilight

เรื่องย่อ Twilight : แรกรัตติกาล เรื่องราวความรักบนความแตกต่างเริ่มต้นขึ้นหลัง เบลล่า สวอน (คริสเตน สจ๊วด) วัยรุ่นสาวจากแอริโซน่าย้ายมาอยู่ในเมืองที่มีฝนตกชุกและอากาศชื้นทั้งปีอย่าง “ฟอร์คส” ไม่กี่วันหลังจากนั้นเธอก็ได้รับของขวัญต้อนรับจากครอบครัวของ เจคอบ แบล็ก (เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์) เพื่อนชายสมัยเด็ก และการกลับมาของเธอทำให้เขาดีใจจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ ซึ่งการย้ายบ้านครั้งนี้ทำให้เบลล่าต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและเพื่อนใหม่ โดยเฉพาะหนุ่มหล่อที่มีท่าทางลึกลับน่าหลงไหลอย่าง เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (โรเบิร์ต แพตตินสัน) ที่แสดงท่าทางไม่เป็นมิตรตั้งแต่แรกเจอและความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้เริ่มต้นขึ้นในชั่วโมงชีววิทยา

หลังจากนั้นไม่นานเอ็ดเวิร์ดก็ช่วยชีวิตเบลล่าไว้ได้อย่างฉิวเฉียดขณะเธอตกอยู่ในอันตราย เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งทำให้เธอสงสัยในตัวเขามากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าทุกข้อสงสัยต้องได้รับคำตอบ เบลล่าพยายามค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ จนในที่สุดเธอก็รู้ความจริงว่าครอบครัวของเพื่อนร่วมชั้นสุดลึกลับเป็น “แวมไพร์” หลังจากความลับถูกเปิดเผย ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และแวมไพร์ก็เริ่มเหนียวแน่นขึ้น แต่ไม่นานหลังจากนั้นชีวิตของเธอก็ต้องพบกับความท้าทายอีกครั้งเมื่อเลือดของเบลล่าช่างหอมหวนเตะจมูกแวมไพร์กลุ่มอื่นเข้า และแน่นอนว่าครอบครัวของเอ็ดเวิร์ดจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเธอจากแวมไพร์นักสะกดรอย

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด Twilight : แรกรัตติกาล
1. พล็อตเรื่องน่าสนใจและเจาะกลุ่มวัยรุ่นได้ดี
เนื่องจากทไวไลท์เป็นภาพยนต์รักโรแมนติกที่ไม่ใช่ความรักระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง ถือว่าเป็นความแปลกใหม่เลยทีเดียวค่ะ พล็อตเรื่องจะแสดงถึงความรักแสนหวานของตัวละครมนุษย์กับแวมไพร์ที่ต้องจับมือกันเอาชนะความปรารถนาในใจและก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ แต่ถึงแม้ว่าโครงเรื่องจะดูเพ้อฝันไปสักหน่อยแต่กลับเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นฉากเอ็ดวิร์ดและเบลล่าเต้นรำกลางฟลอร์ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้และแสงไฟสวยงามทำเอาหลายคนถึงกับเคลิ้มจนเก็บไปฝันเลยทีเดียว

ทไวไลท์เป็นภาพยนต์รักโรแมนติก
2. รวบรวมนักแสดงวัยรุ่นไว้อย่างคับคั่ง
และอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับฟีดแบ็กท่วมท้นก็เพราะมีการรวบรวมนักแสดงวัยรุ่นไว้มากมายนั่นเองค่ะ ด้วยความที่โครงเรื่องเกี่ยวกับชีวิตรักไฮสคูลทำให้ภาพยนต์เรื่องนี้คับคั่งไปด้วยนักแสดงวัยรุ่นทั้งหน้าใหม่และมากประสบการณ์ ประกอบกับความหล่อของหนุ่มโรเบิร์ตที่เคยร่ายคาถาใส่หัวใจของสาว ๆ มาแล้วกับบท เซดดริก ดิกกอรี่ ในซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่แฟน ๆ จะตกหลุมรักแวมไพร์เอ็ดเวิร์ดตามไปด้วย

 

3. ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของครอบครัวคัลเลน
ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของครอบครัวคัลเลน
ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของครอบครัวคัลเลน
ในเรื่องเพื่อน ๆ หลายคนคงจะเห็นฉากที่ครอบครัวคัลเลนพยายามช่วยเบลล่าหลบหนีจากการตามล่าของแวมไพร์นักสะกดรอย และสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความรักและสามัคคีของครอบครัวนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ ถึงแม้ว่าที่แท้จริงแล้วพวกเขาจะมาจากต่างถิ่น ต่างครอบครัว

แต่เมื่อพวกเขากลายเป็นแวมไพร์และใช้นามสกุลเดียวกันแล้วเขาก็พร้อมจับมือและช่วยคนในครอบครัวรวมถึงคนรักให้ปลอดภัยจากอันตรายอยู่เสมอ

4. การแสดงออกทางอารมณ์ของตัวละคร
อย่างที่กล่าวไปแล้วในข้อที่สองว่าภาพยนต์เรื่องนี้เป็นความรักไฮสคูล เพราะฉะนั้นอารมณ์และความต้องการบางอย่างของตัวละครจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและไม่รู้ว่าจะแสดงมันออกมาอย่างไรดีตามประสาเด็ก บางซีนจึงทำให้คนดูรู้สึกสับคน, ตื่นเต้น หรือลุ้นจนตัวโก่ง และกลับมาฉุกคิดได้ว่าฉันก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันเลย หรือบางซีนที่ถ่ายถอดชีวิตนักเรียนไฮสคูลต่างประเทศออกมาได้อย่างดีเยี่ยมทำให้หลาย ๆ คนหวนคิดถึงกลุ่มเพื่อนหรือเหตุการณ์ชีวิตในช่วงเวลานั้น

5. อุปกรณ์ประกอบฉากและคอมพิวเตอร์กราฟิก
ใช่ค่ะ เนื่องจากภาพยนต์เรื่องนี้เป็นแนวแฟนตาซีที่จะต้องมีฉากต่อสู้สุดเหวี่ยงหรือฉากโชว์ความสามารถพิเศษที่เกินพลังของมุษย์ธรรมดา ดังนั้นทีมผู้สร้างจึงทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับคอมพิวเตอร์กราฟิกที่จะช่วยเปลี่ยนหนุ่มโรเบิร์ตให้เป็นแวมไพร์หนุ่มทรงพลัง รวมถึงความทุ่มเทของนักแสดงที่เล่นฉากแอคชั่นกันแบบสด ๆ ไม่ใช้นักแสดงแทนกันเลยทีเดียว

 

Twilight

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *