รีวิว The Wrath แรงอาฆาตของสตรีมีครรภ์ บ้านหลังนี้อยู่เย็นเป็นศพ

ฉากเปิดเรื่องของ The Wrath คือ ฉากที่พ่อครัวกำลังแล่เนื้อสัตว์อยู่ในเพิงกลางป่า กล้องถ่ายภาพยนตร์ถูกแพนไปโดยรอบเพื่อให้เห็นบรรยากาศอันวังเวง เงียบสงัด พลางตัดสลับไปที่พื้นที่ใกล้ตัวของพ่อครัว เพื่อให้คนดูเห็นว่าเพิงแห่งนี้ ยังเต็มไปด้วยมีดที่ถูกห้อยต่องแต่งบนหลังคา เพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับแล่เนื้อ ไม่นานนักพ่อครัว ก็เริ่มได้ยินเสียงประหลาดและแสงสีแดงที่สาดจ้าขึ้นมาจากนอกเพิง ทันใดนั้นเองก็ปรากฏร่างของหญิงสาวผมยาว หน้าตาโกรธแค้น เธอมีพลังอานุภาพที่สามารถทำให้มีดหล่นมาจากหลังคาของเพิงได้ แน่นอนว่าฉากนี้คนดูคงพอจะคาดเดาได้ไม่ยากเย็น ว่าพ่อครัวรายนี้น่าจะจบชีวิตด้วยการถูกมีดสักเล่มปักเข้าไปในร่างของเขาจนตาย

สไตล์การดีไซน์ฉากสยองขวัญของ นางอาฆาต น่าจะจัดได้ว่าค่อนข้าง “เชย” เหมือนหนังสยองขวัญสมัย 30 ปีที่แล้ว (หรือหากให้คนไทยนึกภาพตามง่ายๆ คือหนังผีใน ยุคกระสือ ผีปอบ) ที่มักใช้องค์ประกอบศิลป์แบบโต้งๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟกลุ่มแม่สีของแสง ควันดรายไอซ์ หรือแม้กระทั่งการใช้ดนตรีประกอบเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวิญญาณร้ายกำลังจะปรากฏตัวขึ้นมา อันที่จริงวิธีการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดหรือล้าสมัย หากผู้กำกับสามารถดีไซน์มันออกมาได้อย่างลงตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับองค์ประกอบศิลป์ภาพรวมของ หนังอย่างสิ้นเชิงที่ดูทำออกมาแล้วดูเหมือนละครหลังข่าว

อันที่จริงผลงานต้นฉบับอย่าง Yeogokseong หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Cry of a Woman ในปี 1986 (ซึ่งรีเมคมาอีกที) พล็อตเรื่องที่ว่าด้วยวิญญาณหญิงสาวผู้เคียดแค้นคนในบ้านตระกูลผู้ร่ำรวยนั้น จัดได้ว่าน่าสนใจ เพราะมันมีการส่งสารถึงเรื่อง ความเหลื่อมล้ำทางเพศ ชนชั้น และความรุนแรง ดังนั้นหนทางเดียวที่วิญญาณสาวจะเรียกร้องสิทธิของเธอกลับคืนมาคือ การกลายร่างไปเป็นวิญญาณร้ายที่จ้องอาฆาต “ผู้ชาย” ในคฤหาสน์หลังนี้จนพวกเขาถึงแก่ความตาย

ส่วนความเชยนี้นอกจากวิธีการแล้ว ยังส่งมาถึงพล็อตเรื่อง ที่เน้นการแก่งแย่งชิงดีของสะใภ้กับแม่ยาย และปริศนาความลับที่ซุกซ่อนไว้ในบ้านตระกูลใหญ่ ที่เอาเข้าจริงเพราะด้วยเป็นพล็อตที่ใหม่สมัยนู้น แต่เล่นจนชินชาหมดแล้ว มันเลยดูเดาได้หมด ไม่มีหักมุมให้ตะลึงอะไรแบบหนังยุคใหม่ ๆ แต่ในความเดาได้ มันก็มีข้อดีคือมันขยี้ความเป็นดราม่าได้รู้สึกชัดเจนดี ไม่ต้องปกปิดซ่อนเร้นไปรอเฉลยอะไร การช่วงชิงมรดกก็มาแบบเลือดข้นคนจางเลยทีเดียว กลายเป็นหนังแบบละครผีเก่า ๆ ที่พาร์ทคนเป็นก็สนุก พาร์ทคนตายก็น่ากลัว

ทว่าเมื่อสารทั้งหมดย้ายมาอยู่ในยุคปัจจุบันที่เรื่องสิทธิสตรีนั้นกลายเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้ชมโดยทั่วไปอยู่แล้ว มันจึงไม่มีความแปลกใหม่ กระทั่งฉากหลอกหลอนของผีร้ายก็ยังยึดเอาผลงานต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นฉากเชือกลึกลับที่คุณนายชิน แม่สามีนั่งสาวเชือกอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจะดูให้รู้ว่าอีกด้านของปลายเชือกนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ฉากทานก๋วยเตี๋ยวตัวหนอน ฉากกินไก่สด ก็ดูไม่ได้น่าสยดสยองหรือน่าขยะแขยงเท่าไหร่นัก บางครั้งฉากเหล่านี้กลับดูน่าตลกขบขันเอาซะมากกว่าเมื่อพิจารณาในแง่ของสติสตางค์ที่ตัวละครพึงจะมี โดยภาพรวม คือหนังสยองขวัญเกาหลีที่ดูน่าสนใจ แต่เนื้อหนังโดยรวมแล้วกลับเชย ล้าสมัย และให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังดูรายการฟ้ามีตาของช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณอย่างไรอย่างนั้น

แทงบอล

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *