รีวิว โดราเอมอน Doraemon The Movie ไดโนเสาร์ตัวใหม่

DORAEMON Archives - Gamelikethesea

โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ไดโนเสาร์ ตัวใหม่ของโนบิตะ หรือ Doraemon The Movie 2020 : Nobita’s New Dinosaur ผลงานภาพยนตร์ลำดับที่ 40 กำกับโดย คาซุอากิ อิไม Doraemon The Movie ร่วมกับผู้เขียนบทอย่าง เกงคิ คาวามุระ (จากตอน เกาะมหาสมบัติของโนบิตะ) ที่หยิบนำเรื่องราวของไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ เดอะมูฟวี่ในปี 2006 มาสานต่อเรื่องราวอย่างเป็นทางการ และเป็นภาพยนตร์ลำดับแรกของยุคราชวงศ์เรวะ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของโดราเอมอน ได้เข้าฉายแล้วโดย Major Cineplex ผ่าน เอ็ม พิคเจอร์ ซึ่งแย่หน่อยสำหรับที่ญี่ปุ่นที่ต้องเจอสภาวะโรคระบาดทำให้หนังต้องเลื่อนฉายจากมีนาคม มาถึงสิงหาคม และเป็นโชคดีที่ไทยเราได้วันฉายไม่ห่างตามปกตินัก (อย่าให้พูดถึงโคนัน เดอะมูฟวี่ 24 แค้นที่เลื่อนไปฉายปีหน้า)

โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ สู่การค้นพบตัวตนใหม่ รีวิว ไม่สปอยล์ 2ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าโดราเอมอนจะอยู่คู่โลกมากว่า 5 ทศวรรษ มีการผจญภัยมากมายที่เกิดขึ้นทั้งในจอโทรทัศน์ และภาพยนตร์ รวมถึงหนังสือการ์ตูน ซึ่งผ่านมากี่ครั้งก็ทำยอดขายดีและเป็นที่รักของแฟน ๆ น้อง ๆ หนู ๆ ทุกคน ปีนี้เราจึงได้ภาพยนตร์ภาคต่อครั้งแรกเป็นของขวัญให้กับการเฉลิมฉลองครั้งนี้ ซึ่งยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า มันคือภาคต่อ แต่มันต่ออย่างไร ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่ความน่าสนใจของภาคนี้ คือ การให้พื้นที่กับไดโนเสาร์มีปีกที่เชื่อกันว่าจะสามารถวิวัฒนาการเป็นอย่างอื่น อย่างพันธุ์แร็พเตอร์ ซึ่งไม่ได้มาแทนที่พีซึเกะ แต่จะมาถ่ายทอดจักรวาลของโดราเอมอนให้ขยายกว้างมากกว่าที่เป็นเพียงภาพยนตร์จบในตอนหรือในเรื่อง…แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น ไปอ่านเรื่องย่อกันดีกว่า

“ไม่กี่เดือนภายหลังเหตุการณ์ใน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (2006) ในปี 2020 โนบิตะได้ค้นพบไข่ไดโนเสาร์ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อนนิทรรศการชั้นดินใกล้บ้าน ก่อนจะร่วมมือกับโดราเอมอนนำไข่ไปฟักตัวออกมาเป็นไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่โนบิตะได้มีสิทธิ์ตั้งชื่อสายพันธุ์ตามการค้นพบใหม่นี้ว่า “โนบิซอรัส” ตั้งชื่อว่า “คิวและมิว”ทั้งสามเริ่มผูกพันต่อกัน กลายเป็นสายสัมพันธุ์ที่แน่นแฟ้น เขาจึงตัดสินใจจะดูแลและปกป้องทั้งสองตัวให้ดีที่สุด ทว่ายุคสมัยนี้ไม่ใช่ยุคที่เหมาะสมกับไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่างคิวและมิว โนบิตะและผองเพื่อนจึงต้องพาคิวและมิวกลับไปที่ปลายยุคครีเทเชียส ซึ่งที่นั่นเขาได้พบกับความจริงบางอย่างที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาล”

วิทยาศาสตร์ขับเน้นกาลเวลา
โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ สู่การค้นพบตัวตนใหม่ รีวิว ไม่สปอยล์ 3

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เนื้อเรื่องของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์มีการสอดแทรกความรู้ประวัติศาสตร์ไดโนเสาร์เยอะที่สุด ทั้งสอดแทรกจากฉากหรือการอธิบายของโดราเอมอนที่เปรียบเสมือนเป็นไกด์พาทุกคนไปเรียนรู้ด้วยกัน มีมุกตลกให้เด็กหัวเราะ โดยเฉพาะมุกของวิเศษหยิบผิดครั้งนี้ขยี้หนักมาก ๆ ในขณะเดียวกันก็มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้เวอร์วังอย่างภาคก่อน โดยเฉพาะของวิเศษที่การนำเสนอของภาคนี้มีความจับต้องได้ง่ายขึ้น เอาจริง ๆ แล้ว ภาคนี้ถือเป็นภาคที่เดาเนื้อเรื่องอะไรได้ง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ แต่ไอ้ความง่ายนี้ก็มักโดนตบหน้าหันเมื่อมันเฉลยในฉากต่อ ๆ มา

ซึ่งเหมือนภาคนี้จะรู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถดีทัดเทียมได้อย่างภาคต้นอย่าง ไดโนเสาร์ของโนบิตะ มันจึงอัดแน่นไปด้วยสาระและเนื้อหาที่ค่อนข้างจะเรียบง่ายและไร้พิษภัย แต่ก็ยังกล้าใส่ความซีเรียสและอารมณ์ที่อัดแน่นที่บีบคั้นแบบที่โดราเอมอนเดอะมูฟวี่ช่วงหลัง ๆ ทำหายไป ซึ่งเรียกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดอีกเรื่องที่โดราเอมอนและโนบิตะได้พบเจอมาเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกันก็มีความใส่รายละเอียดที่สำคัญมาก ๆ ในแทบทุกฉาก เรียกได้ว่าถ้าภาคก่อนเดินเรื่องรวดเร็ว ภาคนี้จะใช้การเล่าแบบ เรียกว่าอืดเลย แต่ไม่ได้อืดจนน่าเบื่อ เพราะฉากนั้น ๆ มันจะมีอะไรเชื่อมไปยังฉากต่อไปจริง ๆ และก็ถือเป็นภาคที่ผมน้ำตาไหลถึง 4 รอบ ยอมรับว่าองค์ประกอบของภาคนี้ไม่ได้ไก่กาอย่างที่เคยถูกสบประมาทไว้เลย อีกทั้งมันยังเป็นจดหมายรักส่งให้ถึงคนที่เคยดูภาค 2006 ด้วย

ตัวละครทุกตัวต่างมีวิวัฒนาการไปด้วยกัน
โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ สู่การค้นพบตัวตนใหม่ รีวิว ไม่สปอยล์ 4

เมื่อไม่มีตัวละครใหม่ของภาคที่เป็นมนุษย์หลัก หนังจึงให้ความสำคัญกับตัวละครของเรื่อง โดยเฉพาะตัวโนบิตะ ที่เราจะได้เห็นมุมที่เราคุ้นเคย แต่ครั้งนี้มันจะเจาะลึกไปถึงสิ่งที่เขาคิด และความพยายามของเขาที่น่ายกย่องมากที่สุดของภาคนี้ ในขณะที่โดราเอมอนก็เป็นตัวละครที่อาจจะไม่โดดเด่นเท่าไหร่ เสมือนเป็นคุณครูของโนบิตะ เพราะภาคนี้โนบิตะขอของวิเศษโดราเอมอนแค่ครั้งเดียว ที่เหลือเขาจัดการเองหมด แถมกลายเป็นตัวตลกไปด้วย ในขณะเดียวกัน ชิซึกะ ไจแอนท์ ซึเนะโอะ ยังเป็นเสมือนตัวละครที่อาจจะไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังรักษาบทบาทในการสนับสนุนและช่วยเหลือโนบิตะได้เหมือนเดิม ที่เด่นสุดคือคิวนี่แหละ ไดโนเสาร์สีเขียวที่มีฉากซีนดี ๆ มากกว่ามิวที่เป็นแฝดด้วยกันซะอีก

จนบางครั้งก็คิดว่าถ้ามีแค่คิวตัวเดียวก็น่าจะพอ แต่ไม่ใช่ว่ามิวไม่เด่นนะ มิวก็น่ารักและเข้าขากับชิซึกะให้เห็น แต่หนังไม่ให้ความสัมพันธ์กับโนบิตะมากเท่ามิว แต่ก็ยังโปรยเสน่ห์ความน่ารักควบคู่ตามประสาสัตว์โลกน่ารัก ในขณะที่ตัวละครใหม่ที่เป็นวายร้ายของภาคนี้ ดูจะเป็นอะไรที่จับต้องง่ายที่สุดแล้วในเรื่อง เพราะเจตนาของพวกเขาอาจทำให้คนดูต้องร้องเลยทีเดียว แต่นอกจากความเด่นยังมีการพัฒนาของตัวละครอีกด้วย ซึ่งถ้าเราดูโดราเอมอนเดอะมูฟวี่ เราจะไม่เห็นกระบวนการนี้โดดเด่นเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้มันแสดงให้เห็นแล้วว่า ถึงโนบิตะจะอ่อนแอ ไม่เอาไหน แต่คนเราก็ไม่ได้มีด้านเดียว มันมีด้านที่ถูกขับเน้นอย่างเด่นชัดในยามจำเป็น เป็นเหมือนคำโปรยที่ถูกแปลจนผมอยากหยิบมาตั้งว่า สู่การค้นพบตัวตนใหม่ ค้นพบยังไง ลองไปพิสูจน์ดูครับ

ufa

 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *