รีวิวหนัง The One เดี่ยวมหาประลัย Jet Li ที่สุดของความเว่อร์

หนัง The One เดี่ยวมหาประลัย มันคงเป็นหนังของ Jet Li ที่โชว์ความเว่อร์ได้เว่อร์สุดๆไปเลยล่ะมั้ง เล่นสู้ข้ามมิติกันแถมยังสู้กันข้าวของพังทลายไม่ต่างกับยอดมนุษย์สู้กัน(ไม่ถึงขนาดนั้นแต่เกือบล่ะ) แต่ที่แหวกแนวกว่าหน่อยเห็นจะเป็นเรื่องของมิติคู่ขนานที่มีมากถึง 125 มิติ และมีอยู่มิติหนึ่งที่มีคนคิดแหกกฎด้วยการไปเยือนมิติต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาติและยังตามเก็บตัวเองตามมิติต่างเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเองทั้งสติปัญญาและพละกำลัง ฟังดูก็ชักจะเว่อร์ชอบกลแต่ถ้ามองเป็นหนังไซไฟอาจมีอะไรสนุกๆก็ได้ แต่มันไม่ใช่อ่ะสิเพราะหน้าหนังเกี่ยวกับมิติคู่ขนานก็ต่างแต่พวกหลักวิทยาศาสตร์ไซไฟอะไรพวกนี้เป็นแค่ตัวช่วยเสริมเท่านั้น เนื่องจากปัจจัยหลักๆของเรื่องนี้คือความมันส์ในแบบที่เราไม่คุ้นเคยเห็นที่ไหนมาก่อนโดยเฉพาะกับอดีตศิษย์เส้าหลิน Jet Li ที่ต้องรับบทมากกว่าหนึ่งบทที่มีดีและร้ายสลับกันไปภายใต้ตัวละครหลักสองตัวระหว่างเกเบรียล ลอว์ (ตัวดี) ตำรวจพิทักษ์สันติรักสงบกับยู ลอว์ (ตัวร้าย) ที่ค้นพบว่าถ้าฆ่าตัวเองในมิติอื่นสำเร็จจะให้ตัวเองมีความสามารถที่มากขึ้นจนเป็นชนวนเหตุให้ตามฆ่าทุกมิติ และเชื่อว่าเมื่อฆ่าได้ครบทุกมิติจะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานอย่างแท้จริง งานนี้เขาเรียกตีตัวเองใช่หรือเปล่า

อย่างที่บอกเลยว่าเอามันส์ไงถ้าจะเอาสาระหรือประเด็นสำคัญๆคงต้องว่าอย่าหาเลยเพราะยังไงสุดท้ายคำพูดก็ไม่อาจสู้ชนะเท่ากับหมัดสวยๆกับแรงถีบดีๆที่สยบได้ทุกสิ่ง แต่อันที่จริงมองหาสาระก็แอบมีอยู่บ้างนั่นแหละเกี่ยวกับตัวเองในแต่ละมิติที่มีความคล้ายคลึงแต่ไม่ใช่ตัวเองแม้จะเหมือนกันตั้งแต่ใบหน้าจรดสุ่มเสียงก็ตามที ทว่าจิตใจและความคิดคนเราย่อมแตกต่างกันแต่ละมุมมอง ดังนั้นถ้าเรามีเสียงไปข้างเดียวเสมอไปก็ไม่ต่างกับทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยไม่มีข้อขัดแย้ง อย่างเช่นทำอย่างนี้ก็ลงความเห็นทำแบบนั้นไปหมด จะไปที่นั้นก็ไปกันหมดโดยเห็นด้วยทุกคน แต่ถ้ามีความแตกต่างจะเป็นการกระตุ้นความคิดว่าสิ่งที่ทำมันถูกหรือผิดหรือควรทำดีไม่ยังไงเป็นขั้นตอนให้กระจ่างมากขึ้น เช่นเดียวกับชีวิตหลากหลายมิติของลอว์ทั้ง 125 มิติที่ต่างมีชีวิตรูปทรงแตกต่างกันไป อีกคนทำธุรกิจ อีกคนติดคุก อีกคนเป็นตำรวจ ข้อแตกต่างพวกนี้ถ้าคิดเป็นวิถีชีวิตสังคมมันคือสมดุลดีๆนี่แหละ ทำนองอีกคนซื้ออาหารอีกคนทำกับข้าวหรือจะอีกคนซื้ออีกคนขายก็ได้และสุดท้ายจะมีปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวหนุน แต่พวกสาระประเด็นเชิงลึกอะไรพวกนี้คิดว่าไม่ใช่เรื่องจับฉายสำหรับ The One อะไรนักหรอกเพราะสุดท้ายสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือฉากแอ็คชั่นกับบทสรุปว่าจะจบลงอีท่าไหนกันแน่เพราะเกเบรียล ลอว์กับยู ลอว์เหมือนกันอย่างกับแกะ

แต่อะไรคงไม่สำคัญเท่าเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์มิติอย่างแฮร์รี่ โรเดกเกอร์ (Delroy Lindo) และอีแวน ฟันช์ (Jason Statham) ที่ทำหน้าที่คอยไล่ล่ายู ลอว์มาตั้ง 123 มิติซึ่งหนนี้จะปล่อยให้ทำสำเร็จไม่ได้เด็ดขาดอีกแล้วเพราะไม่งั้นจักรวาลอาจถึงคราวสูญเสียได้ ก็ไม่รู้ว่าตัวหนังอธิบายยังไงแต่ที่แน่เป็นการกล่าวลอยๆทำให้เชื่อว่าเกเบรียล ลอว์ห้ามตายเด็ดขาด ซึ่งจุดประสงค์อีกอย่างที่มองชัดเจนที่สุดคือพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่กับเกเบรียล ลอว์ที่เพิ่มขึ้นแต่ยังรวมถึงยู ลอว์ที่เพิ่มด้วย คิดว่าตัวหนังคงอิงเรื่องรวมพลังที่มิติยิ่งมากการกระจายพลังก็มาก ถ้าตัดการกระจายหรือลอว์คนอื่นๆในแต่ละมิติจะทำให้ลอว์ที่เหลือแข็งแกร่งมากขึ้นจากการรวมพลังที่กระจายเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นความเว่อร์จึงบังเกิดขึ้นตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่แสนจะมันส์จุใจที่ผสมผสานความสโลโมชั่นเข้าไปเพื่อแสดงถึงความสามารถที่เหนือคนธรรมดา แต่เชื่อไหมว่าตอนดูแรกๆออกจะฮาเสียด้วยซ้ำที่ไม่นึกว่ามันจะเกินมนุษย์มนาขนาดนี้ได้(เอาแค่เรื่องข้ามมิติก็น่าจะพอแล้ว แต่นี่เล่นเตะต่อยเหล็กงอพังเป็นรูกันเลยทีเดียวเชียว) ด้วยความที่ไม่ธรรมดาแบบคนทั่วๆไปทำให้ฉากแอ็คชั่นทำได้สนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเปิดเรื่องที่ถือเป็นการโชว์ได้อย่างสนุก ทว่าเหมือนความสนุกจะน้อยลงไปเพราะความเว่อร์จึงดูไร้ทักษะแบบกังฟูไปหน่อย ความน่าลุ้นในศิลปะการต่อสู้จึงน้อยลงตามไปด้วย จะมีก็ท้ายเรื่องเป็นการปะทะระหว่างเกเบรียล ลอว์กับยู ลอว์ที่งัดฝีมือมาสู้กันได้อย่างมันส์เดือดดี

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *