รีวิวหนัง Mr. Peadbody and Sherman ผู้กำกับ ร๊อบ มิงค์ออฟ จาก The Lion King

Mr. Peadbody and Sherman

รีวิวหนัง Mr. Peadbody and Sherman เป็นอนิเมชั่นที่สร้างต่อยอดมาจาก การ์ตูน ความยาว 6 นาทีที่ฉายทางทีวี สำหรับ Mr. Peabody & Sherman ของผู้กำกับ ร๊อบ มิงค์ออฟ จาก The Lion King ที่ทางดาราที่มาให้เสียงพากษ์ก็มีทั้ง ไท เบอร์เรลล์, แม็กซ์ ชาร์ลส, สแตนลี ตุชชี่, เลสลี่ย์ มานน์ และ แพทริค วอเบอร์ตั้น อีกด้วย

Mr. Peabody & Sherman เป็นเรื่องราวของ นายพีบอดี้ คือนักธุรกิจ นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล นักชิมอาหาร ผู้ชนะรางวัลเหรียญทองโอลิมปิคสองสมัย และอัจฉริยะ ผู้บังเอิญเป็นสุนัข นายพีบอดี้และเชอร์แมน บุตรบุญธรรมของเขา โดยใช้เครื่อง WABAC สุดยอดสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะของเขา ท่องเวลากลับสู่อดีตเพื่อสัมผัสกับเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลกด้วยตัว เองและเจอกับบุคคลสำคัญต่างๆ ของโลก แต่เมื่อเชอร์แมนทำผิดกฎแห่งการท่องเวลา

พระเอกทั้งสองจึงต้องเร่งแก้ไขประวัติศาสตร์และช่วยรักษาอนาคต ขณะที่นายพีบอดี้อาจจะต้องเจอกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือ การเป็นพ่อ ให้แก่เด็กชายคนนี้

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วนั้นไม่เคยได้รู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้ หรือว่าได้ดูผ่านทางทีวีในการ์ตูนชุด Rocky and His Friends มาก่อนเลย เพราะฉะนั้นนี่จึงเหมือนครั้งแรกที่ได้สัมผัสรู้จักกับ พีบอดี้ และ เชอร์แมน ซึ่งโดยส่วนตัวถึงแม้จะมีชื่อผกก. The Lion King แต่จากหน้าหนังนั่นก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เนื่องจากเห็นเป็นอนิเมชั่นเด็กๆที่มีคาแรกเตอร์และเนื้อเรื่องไม่ต่างกัน แต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากดูจบ หนังเรื่องนี้กลับให้มากกว่าที่คาดไว้

โดยอย่างแรกคงหนีไม่พ้นกับ ความสนุก ของตัวหนัง ที่ปรากฏว่าไม่ได้ทำออกมาเพื่อให้เด็กดูไปหมดซะทีเดียว เพราะมันมีมุกที่กับต่อมจี้ของผู้ใหญ่ได้อย่างถูกจุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประวัติศาสตร์, การเล่นคำ หรือแม้แต่มุกตลกสถานการณ์

ซึ่งถึงแม้อาจจะยังอุดมไปด้วยมุกไร้สาระและเจ็บตัว แต่ผู้กำกับก็สามารถสร้างสรรค์มันออกมาได้เพลินหูเพลินตา สนุกทั้งครอบครัว หนำซ้ำการเล่นประเด็นเกี่ยวกับพ่อลูก โดยวางตัวให้ พีบอดี้ และ เชอร์แมน เป็นคนนอกด้วยการเป็น สุนัข และ ลูกสุนัข ก็ไม่ได้ทำออกมาให้เข้าใจยากเกินเหตุ แต่หากสามารถทำให้ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงเกี่ยวกับเรื่องราวของ ความรัก ครอบครัว และ มิตรภาพ ที่ยังคงเล่นง่ายๆ แต่ได้มาก

ซึ่งคาแรกเตอร์บุคคลในประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาร์โด ดาวินซี, ไอน์สไตน์, ลินคอร์น หรือ จอร์จ วอซิงตั้น ที่โผล่ออกมาสร้างความสนุกสนาน ก็เป็นอีกจุดเด่นนึงของหนัง ที่สามารถดึงเอาความสามารถของบุคคลเหล่านี้มาล้อเล่นได้อย่างถูกจุด

โดยเฉพาะในฉากไคล์แมกซ์ที่ปล่อยลูกบ้าและความสนุกกันอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับระบบ 3D ของตัวหนังที่ทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานของ อนิเมชั่น ทั่วไป เพราะฉะนั้นถ้าหากใครอยากพาลูกหลานไปดู จะแนะนำเป็นระบบ 3D จะดีกว่า เพราะว่านอกจากจะทะลุจอแล้วยังได้ความสนุกที่แบบธรรมดามิอาจมอบให้ได้ครับ

 

ufabet 

 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *