รีวิวหนัง Ghost House – มันอยู่ในศาล เรื่องราวของคู่รักอเมริกัน

รีวิวหนัง Ghost House – มันอยู่ในศาล สองคู่รักชาวอเมริกันที่หวังมาฮันนีมูนในประเทศไทยกลับต้องมาเผชิญความหลอนขั้นสุดตอนที่พวกเขาบังเอิญพบศาลพระภูมิลึกลับขณะท่องเที่ยวอยู่กลางชนบท พวกเขาถูกวิญญาณขึ้นชื่อว่าเฮี้ยนจัดตามหลอกหลอนทั้งคู่จนเกือบเสียสติ เมื่อสิ้นไร้ทางหนี สองคู่รักทำดิ่งลงสู่วังวนแห่งความสยองเกินกว่าจินตนาการ รับมือกับปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่จะทำให้คุณฝันร้ายไปตลอดกาล

เรื่องราวของคู่รักอเมริกันที่เดินทางมาเที่ยวไทย และบังเอิญไปเจออาถรรพ์ของศาลพระภูมิเก่าเข้า ทำให้พวกเขาต้องเจอวิญญาณเฮี้ยนตามหลอกตามหลอน จนต้องหาทางออกเพื่อให้หลุดพ้นจากการตามล่าจากวิญญาณร้ายตนนี้

โหยตอนแรกที่ได้เห็นตัวอย่างอะไรต่าง ๆ ยอมรับว่ามันค่อนข้างน่าสนใจมากเลยทีเดียว แต่พอได้มาชมแล้ว อุทานเลยว่านี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย! อย่างแรกเลยที่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเป็นผีญี่ปุ่นด้วย มันมีนัยยะทางการเมืองอะไรแอบแฝงหรือเปล่ากับการที่ “วาตาเบ้” ผีสาวญี่ปุ่นที่สิงสู่ในศาลไทย นอกจากนี้ก็ไม่รู้จะอธิบายอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลยครับ ปกติผมเป็นคนกลัวผีมาก แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้สร้างบรรยากาศให้เรารู้สึกกลัวได้เลย ทำได้แค่ตกใจจากการจัมป์สแกร์ของหนังมากกว่า ซึ่งก็ทำได้แย่ และไร้รสนิยม เหมือนกับหนังผีไทยเรื่องนึงที่ผมเคยได้ดูนานแล้วอย่างฮาชิมะโปรเจคเลยทีเดียว เพราะการสร้างบรรยากาศในเรื่องก็ดูปลอมมาก แถมยังเหลือเชื่อมากที่หนังเนรมิตรกรุงเทพฯ ให้ดูเก่าแก่ โบราณ และดูไม่เจริญได้ขนาดนั้น มันคงเป็นมุมมองของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะฟากตะวันตกที่มองประเทศไทยเป็นอย่างนี้จริง ๆ ซึ่งพอเราดูก็จะรู้สึกว่าแม่งตลกเป็นบ้าเลย

“หนังเรื่องนี้ไม่มีความเมคเซนส์อะไรทั้งสิ้นเลยครับ” ดำเนินเรื่องไปอย่างไร้สติ ไร้ทิศทาง ที่จริงมันไร้สติตั้งแต่ตัวละครนางเอกแล้ว ฉะนั้นสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ถูกนำพาไปเจอ ก็ล้วนแล้วแต่ไร้ตรรกะ และน่าตลกสุด ๆ ซึ่งพอถึงฉากจบนั่นคือความตลกแบบที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ในหนังเรื่องนึงเลยทีเดียว แล้วผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ หลังจากดูไปครึ่งเรื่องก็แทบจะไม่คาดหวังอะไรกันแล้ว สิ่งเดียวที่ขอคือเพียงแค่ต้องการที่จะรู้จุดประสงค์ และเหตุผลของผีมากว่าทำไปทำไม เพื่ออะไร ซึ่งพอเฉลยออกมาแล้ว ก็ตลกจนหนังเรื่องนี้ผันตัวเองจากหนังสยองขวัญเป็น scary movie ไปเลยในท้ายที่สุด

ด้านงานสร้างก็คงไม่ต้องพูดถึง มันบีมากอยู่แล้ว ทั้งโปรดักชั่น การตัดต่อ และการดีไซน์ฉากที่กล่าวไปข้างต้น กรุงเทพฯ นั้นดูลึกลับและเต็มไปด้วยหมอกควันตลอดเวลา ซึ่งไม่เข้าใจว่าจะเป็นอย่างนั้นทำไม ซีนที่ไปต่างจังหวัดก็ยิ่งดูลึกลับและลับแลยิ่งไปใหญ่ จนเริ่มสงสัยว่าในเรื่องเล่าในยุค 2017 หรือ 1957 กันแน่ งงมากจริง ๆ แถมเพลงประกอบก็ยังตลกมากไปอีก แม้ว่าหนังจะเข้ามาสักพักแล้ว แต่ก็อาจจะมีคนที่ยังไม่ได้ดู ถ้าคุณไม่อยากรู้สึกเสียดายตังค์แนะนำให้ข้ามโปรแกรมนี้ไปแบบไม่ต้องคิดเลยจะดีที่สุดครับ

น่าสนใจเสมอเมื่อได้เห็นหนังต่างชาติเล่าเรื่องภายในไทย และที่ผ่านมามันก็มีทั้งแย่ พอรับได้ และดีงามน่าสนใจไปเลยก็มี (หมวดหลังนี่มักจะเป็นหนังที่คนทำมีประเด็นจริงจังส่วนตัวที่จะเล่า ไม่ใช่หนังที่พยายามอยู่ในตลาดกระแสหลัก) และโดยเฉพาะหนังผีที่มักจะหยิบเอาความเชื่อเรื่องผีสาง และศาสนามาเล่าก็มีให้เห็นเรื่อย ๆ ส่วนตัวแล้วสำหรับ Ghost House อยู่ในหมวดที่ยังพอรับได้ (ส่วนหนึ่งคงเพราะเคยดูหนังแย่ ๆ เทือกนี้มาไม่น้อย จนบางทีมันก็กลายเป็นความบันเทิงไปอีกรูปแบบหนึ่ง) ถึงแม้ว่าความสมบูรณ์ของหนังจะยังพร่องไปเยอะมาก ทั้งในแง่ของโปรดักชั่นที่ดูไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดบางภาพบางซีนเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะช็อตเปิดสถานที่ต่าง ๆ ทั้งหลาย อย่างช็อตบรรยากาศกรุงเทพฯ และช็อตสนามบินที่ดูคุณภาพช็อตเบลอมัว ๆ ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก ๆ แต่ความบันเทิงความน่ากลัวตุ้งแช่ก็ยังพอดูได้ไปเรื่อย ๆ และยังมีความน่าสนใจให้พอติดตามได้อยู่บ้าง ทั้งในมุมของการมองสังคมไทย และการสร้างผสานความเชื่อระหว่างผีฝรั่งและหยิบยืมผีเอเชียอย่างญี่ปุ่น มารวมกันให้อยู่ในผีตัวเดียวที่อยู่ในบริบท และบรรยากาศแบบไทย ๆ

ความแปลกประหลาดมักจะพบได้เสมอในหนังต่างชาติที่เบสโลเคชั่นหลักในไทย โดยเฉพาะหนังฝรั่งที่เป็นหนังผีหรือหนังเกี่ยวกับไสยศาสตร์และความเชื่อเหนือธรรมชาติ ซึ่งความพิกลเหล่านี้ก็มักจะทำให้หนังบันเทิงได้ไม่ยากเช่นกัน แต่หลายครั้งหลายคราวหนังจำพวกนี้ ก็มักขาดความสมเหตุสมผลที่จะทำให้เรื่องราวไหลลื่นหรืออินตามได้ ทำให้หนังที่พยายามยำของสุดมือสุดตีนเพื่อให้หนังสนุก มันทั้งล้น ทั้งเลอะเทอะ ออกทะเลจนกู่ไม่กลับได้ง่าย ๆ แต่กับ Ghost House ไม่ได้จับฉ่ายหรือไม่สนใจเรื่องราวขนาดนั้น คนทำยังรู้ว่ากำลังเล่าเรื่องอะไรอยู่ แล้วก็นำพาหนังไปถึงปลายทางได้อย่างมีสติสัมปชัญญะพอสมควร ถึงแม้เส้นเรื่องมันจะเดาได้แบบเราไม่ต้องพยายามเดาก็รู้ หลาย ๆ อย่างโดยเฉพาะการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างของตัวละครหลัก ก็ไม่ได้ถูกชักนำให้น่าเชื่อถือ และการปูทางบางสิ่งบางอย่าง อย่างเช่นเหรียญตก เพื่อเชื่อมโยงตบกลับให้บทมันกลมขึ้นในตอนท้าย ก็ชัดเจนไปเสียหมด อีกทั้งยังไม่มีประเด็นตึงเครียดอะไรที่ถูกชูให้น่าสนใจ อย่างเช่น ฉากที่พระเอกต้องไปหลอกให้คนอื่นมาแทนที่แฟนของตัวเอง ที่ถูกผีคุกคามเอาชีวิต ที่น่าจะขยี้ให้กลายเป็นซีนลุ้นระทึก หรือกระอักกระอ่วนทางอารมณ์ให้น่าติดตามได้มากกว่านี้ก็ตาม ดูเหมือนไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการปรับเปลี่ยนไปตามร่องอารมณ์บนความเป็นมนุษย์ให้ไหลลื่นนัก หนังทั้งเรื่องจึงต้องรอแค่ซีนนางเอกหลอนแล้วผีโผล่มาหลอกเท่านั้น คนดูถึงจะตกอกตกใจ ซึ่งก็ยังดีที่นักแสดงที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักนำพาซีนเหล่านี้ให้ระทึก และน่าสงสาร ให้มุมคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวและถูกกระทำได้ถึงอารมณ์ตัวละครที่ควรจะเป็นอยู่ ซึ่งก็คงทำให้คนดูรู้สึกลดความเสียดายค่าตั๋วไปได้บ้าง

เดิมพัน ufabet

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *