รีวิวหนัง แอ็กชันไซไฟ Outside the Wire – สมรภูมินอกลวดหนาม

รีวิวหนัง แอ็กชันไซไฟ  Outside the Wire - สมรภูมินอกลวดหนาม

รีวิว Outside the Wire – สมรภูมินอกลวดหนาม
หนังเน็ตฟลิกซ์ที่ทรงมาทางแอ็กชันไซไฟจ๋า แต่ความน่าสนใจคงเป็นการกลับมารับบท ซูเปอร์ฮิวแมน ของ แอนโธนี แมกคี ที่ติดตาแฟน ๆ มาจากบท แซม วิลสัน หรือ ฟอลคอน จากหนังมาร์เวล งานนี้จึงต้องมาลุ้นกันว่าถ้าไม่ใช่หนังตระกูลมาร์เวลแล้วเขาจะยังรับบทแนวซูเปอร์ฮีโรรอดหรือไม่ เพราะกับบทบาทแนวไซบอร์กจากซีรีส์ Altered Carbon ซีซัน 2 ทางเน็ตฟลิกซ์ของเขา เรียกว่าล้มเหลวในด้านเสน่ห์ความน่าติดตามพอสมควร รีวิว สมรภูมินอกลวดหนาม

เรื่องย่อ

ฮาร์ป อดีตทหารบังคับโดรนสังหาร ตัดสินใจขัดคำสั่งยิงจรวดช่วยหน่วยรบ 38 นายที่อยู่กลางดงศัตรูโดยทำการสละชีวิตทหาร 2 นายไปพร้อมกับทหารฝั่งศัตรู และทำให้เขาถูกสั่งย้ายไปร่วมภารกิจกับ ผู้กองลีโอ ทหารสุดแปลกที่ไม่มีใครเอา ผู้จะลากฮาร์ปไปกลางสมรภูมิด้วยภารกิจชวนฉงน และการเปิดเผยตัวตนว่าเขาเองเป็นแอนดรอยด์ไม่ใช่คน ซึ่งฮาร์ปจะถูกบังคับให้เลือกทางแยกที่ยากลำบากตลอดการเดินทางครั้งนี้

 

สำหรับคอหนังแอ็คชันที่ชอบคิวบู๊มันส์ ๆ เป๊ะ ๆ เราขอแนะนำให้หนัง ภาพยนตร์  สมรภูมินอกลวดหนาม โดยด่วน เพราะคุณจะได้เจอทั้งฉากแอ็คชันสุดมันส์ ดาราระดับแม่เหล็ก และการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างตัวละครที่จะทำให้คุณต้องเอาใจช่วย

หนังสงครามในยุคอนาคตของ Netflix ที่หยิบจับเอาเรื่องราวปัญหาการแบ่งแยกดินแดนของยูเครนในปัจจุบันมาเป็นฉากหลังเรื่อง โดยมีทหารเหนือมนุษย์ที่ต้องปฏิบัติภารกิจลับเพื่อหยุดยั้งชนวนเหตุสงครามระดับโลกจากเรื่องนี้ กับนักบินโดรนที่ต้องออกมาปฏิบัติภารกิจภาคสนามจริงครั้งแรก

เนื้อเรื่อง

ตัวหนังเริ่มขึ้นด้วยฉากโชว์สงครามไฮเทคในยุคนั้น ที่มีหุ่นทหารแนวหน้าออกลุยแทนมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนฮาร์ฟเองเป็นนักบินโดรนสังหารที่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยคิดตัดสินใจเองว่าการยิงจรวดถล่มอีกฝ่ายเพื่อช่วยทหารฝ่ายที่เหลือ

แม้จะมีทหารฝ่ายอเมริกาตายจากลูกหลงนี้ไป ก็ถือว่าช่วยทหารส่วนใหญ่ออกจากสมรภูมิปิดตายนี้ได้ ซึ่งเรื่องนี้เองทำให้เราได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่หนังสงครามหรือบู๊ล้างผลาญโดยตรง เพราะเปิดเรื่องด้วยคำถามที่ว่าการเสียสละคนส่วนน้อยเพื่อคนส่วนใหญ่ถูกต้องหรือไม่?

ซึ่งฮาล์ฟเองมั่นใจว่าตัดสินใจไม่ผิด แต่เขาก็ถูกรับโทษที่ขัดคำสั่ง และถูกส่งไปหาลีโอ ซึ่งเขามารู้ต่อมาว่าลีโอไม่ใช่มนุษย์ และก็ไม่ใช่เครื่องจักรสงคราม มีความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากมนุษย์และสติปัญญาความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งเป็นอะไรที่เหนือล้ำเกินคาดเดาได้

การดำเนินเรื่อง

ตัวหนังเดินเรื่องด้วยฉากดูหนังออนไลน์แอ็กชั่นสงครามกลางเมืองในยูเครน ซึ่งสหรัฐเข้ามามีเอี่ยวพยายามลดบทบาทของรัสเซียไม่เปลี่ยนไปจากปัจจุบัน ซึ่งเรื่องก็ไม่รีรอที่จะใส่ฉากแอ็กชั่นเข้ามาเรื่อยๆ ไม่หยุด ใครที่คาดหวังฉากแอ็กชั่นสงครามไซไฟไม่น่าจะผิดหวังเลย

CG เนียนตา แม้อาจจะไม่ล้ำแบบมีเลเซอร์ยิงกัน แต่เทคโนโลยีทางทหารในเรื่องก็เป็นอะไรที่ดูเป็นไปได้ และก็มีฉากโชว์หุ่นสงครามทั้งอเมริกากับรัสเซียพอกัน แต่อาจจะไม่ถึงขั้นอมตะอะไรมากแบบคนเหล็ก

เพราะยังเป็นแค่หุ่นรบแนวหน้าแทนมนุษย์ที่ถูกยิงทำลายด้วยอาวุธหนัก (หน่อย) ได้อยู่ดี แต่ฉากพวกนี้ก็ถือว่าเป็นจุดขายหลักของเรื่องที่ดีเลย โดยมีฉากโชว์ความสามารถจากร่างชีวะจักรกลของลีโอเสริมเข้ามาทำให้เรื่องดูล้ำเข้าไปอีก

แต่สิ่งที่หนังอยากขายและเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องคือ คำถามในตอนแรกที่เรื่องเริ่มไว้กับการตัดสินใจของฮาร์ฟว่าถูกต้องหรือไม่? เมื่อมาอยู่กับลีโอที่เป็นเครื่องจักรสงครามที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ปฏิบัติตัวนอกกรอบแบบเดียวกับฮาล์ฟ

ฉากแอ็กชั่นแต่ละครั้งที่เรื่องใส่เข้ามามักจะต้องมีคำถามในแง่ศีลธรรมตามมา เมื่อลีโอไม่แคร์ที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายตายอย่างทรมาน แต่ก็ช่วยเหลือผู้คน และยึดมั่นในภารกิจกู้โลกจากผู้ก่อการร้ายบ้าคลั่งที่หวังได้จรวดหัวรบนิวเคลียร์จากในอดีตมาครอบครอง กลายเป็นฮาร์ฟเองที่กลับเริ่มรู้สึกผิดจากการตัดสินใจที่ผ่านมาในฐานะนักบินโดรนสังหารของเขา

เมื่อมาอยู่ในพื้นที่สมรภูมิภาคสนามด้วยตัวเองครั้งแรก ทำให้เห็นภาพความเสียหายจากสงครามที่เขาเคยก่อขึ้น โดยมีพลเรือนจำนวนมากถูกลูกหลงที่เขาไม่เคยคิดถึง ซึ่งนี่เองเป็นสิ่งที่ทำให้หนังดูมีอะไรมากกว่าฉากแอ็กชั่นสงครามยิงกันทั่วไป และก็เป็นที่มาของชื่อเรื่อง  สมรภูมินอกลวดหนาม

ด้านนักแสดง

หนังแนวสงครามแอ็กชั่นไซไฟที่ได้ Anthony Mackie นักแสดงขาประจำที่มักรับบทแนวไซไฟที่คุ้นกันดีคือบท ฟาลคอน ในหนังของ Marvel ต่อด้วย Altered Carbon ss2 และก็มาเล่นตอนหนึ่งใน Black Mirror SS5 ตอน Striking Vipers ที่ยังคงเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกมต่อสู้ล้ำๆ

และมาเรื่องนี้เขาก็รับบทเป็น “ลีโอ” นายทหารที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เหมือนมนุษย์ และมีความสามารถเหนือมนุษย์ ที่ในเรื่องเรียกว่า “เทคโนโลยีชีวภาพ รุ่นที่ 4” ในยุคอนาคต ปี 2034 ที่มีหุ่นยนตร์ทหารใช้งานกันเป็นปกติแล้วในทุกประเทศ

โดยเล่นคู่กับ Damson Idris ดาราที่ค่อนข้างโนเนม มีผลงานจาก Black Mirror SS5 ในตอน Smithereens มาในเว็บดูหนังเรื่องนี้เขารับบทนักบินโดรนนามว่า “ฮาร์ฟ” ที่ถูกส่งมาประกบคู่ทำภารกิจกับลีโอ เพื่อหยุดยั้งแผนของผู้ก่อการร้ายครั้งใหญ่ในรัสเซีย

จุดแข๊งของเรื่อง

นอกจากนั้นสถานการณ์ทางการเมืองแถบบอลข่านที่เป็นฉากหลักของเรื่อง ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเผด็จการทหาร กลุ่มกบฏ ชาวบ้านยูเครน รัฐบาลรัสเซีย และรัฐบาลสหรัฐ ที่คลุ้งอยู่เป็นฉากหลังทั้งเรื่องนั้น ก็แอบต้องคิดตามอยู่ไม่น้อยพอแล้ว

เมื่อทุกองค์ประกอบทั้งการเมืองหลายฝักฝ่าย ปรัชญาเรื่องสงคราม ความเป็นมนุษย์ที่แย้งกับหน้าที่ทหาร ปรัชญาไซไฟเกี่ยวกับกฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ อารมณ์ที่ขัดแย้งกับเหตุผล ถูกเอามาเสนอผสมกันมันจึงกลายเป็น โกโก้ครันช์ รสรวม ๆ ที่ถ้าไม่ถูกปาก ก็เทชามคว่ำทิ้งถังได้เลย

สำหรับส่วนตัวมองว่าจุดแข็งของเรื่องก็อยู่ตรงเนื้อหาที่ว่ามานี่ล่ะ แต่ด้วยการเล่าให้ขมวดอยู่ในเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่ถือว่ามากอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะเกลี่ยทุกอย่างให้กลมกล่อม จึงกลายเป็นปัญหาที่ผู้ชมต้องคิดตามหนัก ๆ

และมองข้ามรูรั่วของความสมจริงต่าง ๆ ไป เช่นเรื่องทำไมให้แอนดรอยด์มาเป็นระดับผู้บังคับบัญชามนุษย์ได้? ถึงจะเพื่อเอามาสร้างปัญหาย้อนแย้งว่าใครสั่งใครในเรื่อง แต่โดยหลักการมันก็ไม่ควรต้องมีปัญหานี้แต่แรกแล้วไหมในทางปฏิบัติจริง

จุดเด่น

หนังเล่าเรื่องตามลำดับเวลา ไล่จากเหตุไปหาผล การขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ทำให้ทหารบังคับโดรนสังหารต้องถูกเด้งไปทำงานอันตรายที่เขาไม่เคยได้รู้มาก่อนว่า คนที่เขาต้องทำงานด้วยนั้นเป็นหุ่นแอนดรอยด์

แถมยังเป็นหุ่นที่ดูภายนอกไม่รู้เลยว่าเป็นแอนดรอยด์ แถมดีไซน์ของเขาก็ดูล้ำเสียจนผมรู้สึกว่าฉากการต่อสู้ในช่วงเริ่มแรกนั้นทำได้ตื่นเต้นดี น่าเสียดายที่มันอยู่แค่จอทีวี ไม่ได้ดูอยู่ในบนจอยักษ์ ระบบเสียงดีๆ

ส่วนในด้านเทคนิคพิเศษสำหรับการรับชมในบ้านนั้นถือว่าค่อนข้างดี ไม่ดูหลอกตา ขณะที่งานโปรดักชั่นก็ถือว่าพอใช้ได้ งานถ่ายภาพ หลายช็อตก็ไม่เลว ที่เหลือคงต้องว่ากันที่เรื่องและการดำเนินเรื่องแล้วล่ะ

โดยรวม

หนังตอบโจทย์คอแอ็กชั่นหนังสงครามได้แน่ๆ หนังโชว์ฉากรบในอนาคตในแบบเรียลๆ ต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะพลิกเป็นอีกแนว แต่สิ่งที่หนังพยายามเป็นมากกว่านั้นคือการพูดถึงล้วงลึกถึงความคิดของชีวะจักรกลประดิษฐ์ของตัวเอกในเรื่อง

ซึ่งทำออกมาได้ดีเลย แล้วนักแสดงอย่าง Anthony Mackie ก็ถนัดกับบทแบบนี้มาก ปัญหากลับกลายเป็นตัวเอกร่วมอีกคนที่เป็นดาราโนเนม แต่ถูกดันขึ้นมาคู่กับเขา โดยบทที่เขียนออกมาพยายามให้เขาเป็นอเมริกันฮีโร่แบบไม่น่าเชื่อถือ จนฉุดให้ส่วนของ Anthony ดูอ่อนยวบตามไปด้วยอย่างน่าเสียดายจริงๆ

เมื่อมองจากโดยรวม ไปถึงโพรดักชันที่อยู่ในระดับซีจีหนังเกรดบีฮอลลีวูด และการเล่าฉากบู๊ที่ไม่ค่อยสะใจนัก กึ่ม ๆ จะดีแต่ก็ต้องแบกด้านปรัชญาดราม่าด้วย เลยกลายเป็นฉากบู๊ทื่อลง จึงน่าจะพูดแทนผู้ชมส่วนใหญ่ได้เลยว่า น่าจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้เท่าใดนัก

อาจอยู่ในเกณฑ์พอดูได้ แต่ไม่ดูจะทรมานน้อยกว่า แต่ถ้าคุณชอบแนวปรัชญาไซไฟสงคราม ตั้งคำถามต่าง ๆ ก็ดูเถอะ หนังก็อยุ่ในกลุ่มกลาง ๆ ไม่ได้แย่เช่นกันสำหรับแนวนี้

เป็นหนังเน็ตฟลิกซ์ที่ทรงมาทางแอ็กชันไซไฟจ๋า แต่ความน่าสนใจคงเป็นการกลับมารับบท ซูเปอร์ฮิวแมน ของ แอนโธนี แมกคี ที่ติดตาแฟน ๆ มาจากบท แซม วิลสัน หรือ ฟอลคอน จากหนังมาร์เวล งานนี้จึงต้องมาลุ้นกันว่าถ้าไม่ใช่หนังตระกูลมาร์เวลแล้วเขาจะยังรับบทแนวซูเปอร์ฮีโรรอดหรือไม่ เพราะกับบทบาทแนวไซบอร์กจากซีรีส์ Altered Carbon ซีซัน 2 ทางเน็ตฟลิกซ์ของเขา เรียกว่าล้มเหลวในด้านเสน่ห์ความน่าติดตามพอสมควรเลย

ส่วนด้านทีมงานเบื้องหลังงานสร้างก็ได้ผู้กำกับ มิคาเอล ฮาฟสตรอม จากสวีเดนที่เคยมีผลงานพอสร้างชื่ออย่างหนังสยองขวัญทั้ง 1408 (2007) และ The Rite (2011) โดยในแนวแอ็กชันก็มีผลงานที่น่าจดจำคือ Escape Plan (2013) ที่ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ปะทะ อาร์โนลด์ ชวาร์ซเน็กเกอร์ ดูจากผลงานถือว่าเชื่อมือการเล่าเรื่องได้ระดับหนึ่งเลยล่ะ แต่จะหวังบู๊ล้างผลาญเลยน่าจะยากนิดหนึ่ง

 

ซึ่งก็เป็นดังนั้น เพราะเมื่อประจวบเหมาะกับการได้มือเขียนบทอย่าง ร็อบ เยสคอมบ์ ที่เคยผ่านงานเขียนบทให้เกมเนื้อเรื่องน้ำดีอย่าง The Division ที่ผสมแอ็กชัน โรคระบาดกับการเมืองได้เข้มข้นมาเขียนบทด้วยแล้ว ก็ยิ่งส่งเสริมกันดีในทางบทชวนคิดมากกว่าชวนลุ้นระทึกนันสต็อปแน่นอน

จริง ๆ การที่ร็อบได้จับมือกับ โรแวน เอเธล ที่มีผลงานแนวแอ็กชันไซไฟเกรดบีมาร่วมเขียนบท และพิจารณาจากที่ร็อบเคยเขียนบทเกมไซไฟเอามันอย่าง Crysis มาแล้ว มันก็มีทั้งทางเลือกแบบเกรดบีเอามันไม่สนใจโครงเรื่องแบบเอาตัวรอดง่าย ๆ ไปเลยได้เช่นกัน แต่เมื่อหนังมันออกมาทางที่ไซไฟปรัชญาที่ท้าทายตัวเองของทั้งคู่แทน เราก็ชื่นชมในความกล้าตรงนี้เช่นกัน

หนังเล่าเรื่องของทหารอ่อนประสบการณ์ในสนามรบจริงอย่าง ฮาร์ป (แดมสัน ไอดริส) ที่ตัดสินใจฆ่าคนผ่านจอและปุ่มคอนโทรลในมือไม่ต่างจากการเล่นเกม ทำให้เขาตัดสินใจสละชีวิตทหารฝั่งตัวเองเพื่อผลลัพธ์ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร การโดนลงโทษให้ไปร่วมภารกิจกับ ผู้กองลีโอ (แมกคี) ทหารสุดเก๋าก็ราวกับจะให้อารมณ์หนังสไตล์คู่หูชัดเจน ทว่าเมื่อ ฮาร์ปถามลีโอว่า นี่มันเหมือนเราเป็นคู่หูกันเลย? เขาก็โดนลีโอตะคอกหงายตึงว่า ไม่ แกเป็นลูกน้องฉัน เท่านั้น ทำให้ผู้ชมเริ่มต้องปรับตัวนิด ๆ ว่า นี่ไม่ใช่งานดูเพลิน ๆ เอามันแบบ Bad Boys แน่นอนแล้วล่ะ

ความยากลำบากในการดูหนังเรื่องนี้มาจากตรงนี้เอง เราต้องจับสัญญาณระหว่างบทสนทนาของ 2 คู่หู ที่ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปตลอดเรื่อง โดยความปวดขมองคือ ตัวละครแอนดรอยด์อย่างผู้กองลีโอ มีพฤติกรรมที่ชวนสับสนต่อกฎ 3 ข้อของจักรกลที่มักสำคัญในหนังแนวไซไฟหุ่นยนต์ทุกเรื่อง ซึ่งเราไม่รู้ได้เลยว่า ฮาร์ป หรือตัวแทนผู้ชม ควรตอบรับกับการสอนหรือการหลอกใช้ของ ลีโออย่างไร

นอกจากนั้นสถานการณ์ทางการเมืองแถบบอลข่านที่เป็นฉากหลักของเรื่อง ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเผด็จการทหาร กลุ่มกบฏ ชาวบ้านยูเครน รัฐบาลรัสเซีย และรัฐบาลสหรัฐ ที่คลุ้งอยู่เป็นฉากหลังทั้งเรื่องนั้น ก็แอบต้องคิดตามอยู่ไม่น้อยพอแล้ว

เมื่อทุกองค์ประกอบทั้งการเมืองหลายฝักฝ่าย ปรัชญาเรื่องสงคราม ความเป็นมนุษย์ที่แย้งกับหน้าที่ทหาร ปรัชญาไซไฟเกี่ยวกับกฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ อารมณ์ที่ขัดแย้งกับเหตุผล ถูกเอามาเสนอผสมกันมันจึงกลายเป็น โกโก้ครันช์ รสรวม ๆ ที่ถ้าไม่ถูกปาก ก็เทชามคว่ำทิ้งถังได้เลย

สำหรับส่วนตัวมองว่าจุดแข็งของเรื่องก็อยู่ตรงเนื้อหาที่ว่ามานี่ล่ะ แต่ด้วยการเล่าให้ขมวดอยู่ในเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่ถือว่ามากอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะเกลี่ยทุกอย่างให้กลมกล่อม จึงกลายเป็นปัญหาที่ผู้ชมต้องคิดตามหนัก ๆ และมองข้ามรูรั่วของความสมจริงต่าง ๆ ไป เช่นเรื่องทำไมให้แอนดรอยด์มาเป็นระดับผู้บังคับบัญชามนุษย์ได้? ถึงจะเพื่อเอามาสร้างปัญหาย้อนแย้งว่าใครสั่งใครในเรื่อง แต่โดยหลักการมันก็ไม่ควรต้องมีปัญหานี้แต่แรกแล้วไหมในทางปฏิบัติจริง

สรุป

หนังตอบโจทย์คอแอ็กชั่นหนังสงครามได้แน่ๆ หนังโชว์ฉากรบในอนาคตในแบบเรียลๆ ต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะพลิกเป็นอีกแนว แต่สิ่งที่หนังพยายามเป็นมากกว่านั้นคือการพูดถึงล้วงลึกถึงความคิดของชีวะจักรกลประดิษฐ์ของตัวเอกในเรื่อง

ซึ่งทำออกมาได้ดีเลย แล้วนักแสดงอย่าง Anthony Mackie ก็ถนัดกับบทแบบนี้มาก ปัญหากลับกลายเป็นตัวเอกร่วมอีกคนที่เป็นดาราโนเนม แต่ถูกดันขึ้นมาคู่กับเขา โดยบทที่เขียนออกมาพยายามให้เขาเป็นอเมริกันฮีโร่แบบไม่น่าเชื่อถือ จนฉุดให้ส่วนของ Anthony ดูอ่อนยวบตามไปด้วยอย่างน่าเสียดายจริงๆ

ดูหนังออนไลน์ 

 

 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *