รีวิวหนัง หนังซอมบี้ฟอร์มยักษ์ Army of the Dead โดย แซ็ค สไนเดอร์

รีวิวหนัง หนังซอมบี้ฟอร์มยักษ์  Army of the Dead โดย แซ็ค สไนเดอร์

Army of the Dead  เรายังต้องการ หนังซอมบี้ฟอร์มยักษ์ อีกสักเรื่องมั้ย แถมเป็นหนังซอมบี้ยาวสองชั่วโมงครึ่งโดย แซ็ค สไนเดอร์ ผู้กำกับจอมลีลาที่มีทั้งคนรักและคนรำ (คาญ) อีกด้วย

ตอบแบบไม่เกรงใจก็คือ เราไม่ต้องการหรอก แต่สุดท้ายยังไงเราก็ต้องดู โลกของหนังสตรีมมิ่งมันเป็นเช่นนี้ เพราะในเมื่อไม่ต้องออกจากบ้าน ในเมื่อจ่ายค่าสมาชิกไปแล้ว ในเมื่อสามารถดูแล้วหยุดถ้าเบื่อเดี๋ยวมาดูต่อ ในเมื่อเพื่อนๆ ทุกคนก็ดูและมาคุย (หรือด่า) กันในเฟซบุค สุดท้ายยังไงเราก็คงต้องดู ตรรกะของการเลือกดูหนังจอเล็กมันต่างกับหนังจอใหญ่มาก (และตอนนี้เราก็ยังไม่มีทางเลือกเพราะโรงหนังก็ยังไม่เปิด)

 

หนังที่ว่าก็คือ Army of the Dead หนังซอมบี้ใหม่เอี่ยมใน Netflix ที่พยายามปรับเหลี่ยม หามุม เปลี่ยนมิติ ให้หนังตระกูลผีดิบวิ่งไล่กัดคอคนที่เราดูกันจนเบื่อในรอบหลายปีที่ผ่านมา แซ็ค สไนเดอร์ หาช่องเข้าใหม่ โดยเอาหนังซอมบี้มาผสมกับหนังปล้น เหยาะด้วยดราม่าครอบครัว และตีโครงเป็นหนังประเภทกลุ่มวายร้ายที่มารวมตัวกันเพื่อพิชิตเป้าหมายบางอย่าง ประเภท Ocean’s Eleven อะไรทำนองนั้น ทั้งหมดนี้ถ่ายทอดออกมาในสไตล์จัดๆ แบบสไนดอร์ ถ่ายทำด้วยภาพชัดตื้นที่ไม่ข้างหน้ามัวก็ข้างหลังมัว (ยังดีที่ไม่มีสโลโมชั่นมาก) และเต็มไปด้วยตัวละครที่ดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้เลย

เปิดฉากมาก็ลุ้นใช้ได้ เมื่อขบวนรถทหารเดินทางเพื่อขนส่งสินค้าลับสุดยอด แล้วดันเกิดอุบัติเหตุพังพินาศบนไฮเวย์กลางทะเลทราย สินค้าลับสุดยอดที่ว่าคือซอมบี้ตัวพ่อ พอหลุดออกจากคอนเทนเนอร์พ่อก็จัดการกัดคอทหาร เลือดพุ่งกระฉูดตามสูตร และออกมุ่งหน้าไปสู่เมืองลาสเวกัส หนังเล่าเรื่องเร็วมากในตอนต้น เพราะเพียงแค่ฉากเปิดและขึ้นเครดิตสิบนาทีแรก (คลอด้วยเพลงเอลวิส เปิดดังๆ ไปเลย) เราเห็นเมืองลาสเวกัสกลายเป็นเมืองซอมบี้โดยสมบูรณ์แบบ ประชาชนผู้น่าสงสารถูกกัดและเปลี่ยนร่างเป็นผีดิบแทบทั้งหมด เราเห็นเครื่องบินรบปูพรมถล่มเมือง และเห็นตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมหาศาลถูกยกมาขวางเป็นพรมแดนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อซอมบี้เพ่นพ่านออกนอกเขตได้ ฉากเครดิตเปิดนี่ถือว่าทำได้เร้าใจสไตล์มิวสิควีดีโอเว่อร์ๆ

 

เนื้อเรื่องหลัก ว่าด้วย สก๊อต (เดฟ เบาติสต้า) ขาโหดอดีตบอดี้การ์ดประธานาธิบดีผู้หนีรอดออกจากลาสเวกัสก่อนเมืองจะถูกปิดล้อม สก๊อตถูกว่าจ้างโดยนักธุรกิจญี่ปุ่น ให้รวบรวมทีมงานเพื่อเข้าไปในลาสเวกัส ฝ่าดงซอมบี้ไปยังเซฟเก็บเงินใต้ดินของคาสิโนที่มีเงินมหาศาลของเขาซ่อนอยู่ ภารกิจนี้ต้องรีบทำให้สำเร็จก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะทิ้งระเบิดนิวเคลียร์เพื่อทำลายลาสเวกัสและบรรดาผีดิบให้สิ้นซาก นำมาซึ่งการที่สก๊อตต้องรวมทีม ทั้งสายลุย สายเปิดเซฟ สายเชี่ยวชาญทางหนีทีไล่ และอื่นๆ เพื่อตะลุยฝูงห่าซอมบี้และเอาเงินกลับออกมา

ว่ากันแบบรวบยอด หนังก็ดูได้เพลินๆ และดีแล้วที่เราดูในจอเล็ก เพราะถ้าดูจอใหญ่แบบตั้งใจมากๆ เชื่อว่าความสนุกอาจจะลดลงหลายองศา บางคนดูแล้วอาจจะบอกว่าซอมบี้ดูเท่กว่าพวกมนุษย์ ซึ่งก็จริงอีก เพราะทีมงานของสก๊อตมีทั้งคนที่น่าเอาใจช่วยแต่ดันตายเร็ว กับคนที่ดูแล้วออกแนวน่ารำคาญแต่กลับอยู่ยาว และจริงๆ ภารกิจนี้สุดท้ายก็ไม่ได้ซับซ้อนหรือมีจุดหักเหให้ลุ้นอะไรเท่าไหร่ ใครดีใครร้ายก็พอเดาได้แต่ต้น แต่ถ้าจะบอกว่าไม่สนุกเลยก็คงไม่ได้เช่นกัน หนังดำเนินไปตามสูตรสำเร็จโดยมีฉากแอคชั่นตะลุยระเบิดหัวซอมบี้ให้เราสะใจ สลับกับลีลากวนประสาทที่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ แวะเวียนไปพูดถึงความพยายามของสก๊อตที่จะคืนดีกับลูกสาวที่ขอติดตามมาด้วย วนเวียนไปจนถึงไคลแม็กซ์ที่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่

 

สไนเดอร์เป็นผู้กำกับที่ภูมิใจในความโฉ่งฉ่างในงานภาพของตน และในการใช้เอฟเฟคเพื่อสร้างโลกจินตนาการอันแปลกประหลาด (เช่นในหนังที่ทำให้เขาดัง 300 และ Justice League) เขาเคยทำ Dawn of the Dead เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เป็นหนังรีเมคหนังซอมบี้คลาสสิดชื่อเดียวกัน แสดงว่าสไนเดอร์สนใจหนังตระกูลนี้มานานแล้ว และดังที่ว่าไปข้างต้นว่า คนดู อาจจะแอบเชียร์หัวหน้าใหญ่ซอมบี้เพราะเท่กว่า ดูมีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า จุดนี้น่าสนใจ เพราะสไนเดอร์ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างตัวละครชายที่มีลักษณะทางร่างกายแบบบึกบึน กำยำ เป็นร่างกายมนุษย์ในอุดมคติแบบดั้งเดิม แฝงไว้ด้วยกลิ่น homoerotic ซอมบี้ตัวพ่อในเรื่องนี้ถึงจะเป็นผีดิบที่เน่าเปรอะด้วยเลือดและซากเนื้อ แต่ยังคงมีความ alpha – หรือความเป็นชายที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอำนาจ – อยู่เต็มเปี่ยม จนกลายเป็นตัวละครที่น่าสนใจมากกว่าบรรดาทีมของสก๊อตหลายๆ คนเสียอีก

สรุปว่านี่คือหนังผีเน่าที่โลง (ยัง) ไม่ผุ สไนเดอร์อาจจะไม่ได้ทะเยอทะยานมาก แต่ในยามที่ไวรัสยังระบาดและวัคซีนยังไม่มา (เกี่ยวมั้ย) และเมื่อเรายังต้องการแฟนตาซีของโลกอันบ้าคลั่งไร้ทางออกแต่ยังพอมีอารมณ์ขันกับความหดหู่นั้น นี่ก็เป็นหนังที่พอถูไถได้ว่าเหมาะกับช่วงเวลานี้  อ่านต่อได้ที่

 

 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *