รีวิวหนังเรื่อง I Can Speak Ai kaen seupikeu ในปี 2017

I Can Speak

รีวิวหนังเรื่อง I Can Speak Ai kaen seupikeu ในปี 2017 ภาพยนตร์เกาหลี ควรค่าแก่การชมอีกเรื่องในปี 2017 ที่ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับเวลา 2 ชั่วโมง I Can Speak Ai kaen seupikeu ฝีมือการกำกับโดย คิมฮยอนซอก นำแสดงโดย Na Moon-hee และ Lee Je-hoon ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กวาดรางวัลทั้งนักแสดงนำหญิง นักแสดงนำชาย ผู้กำกับยอดเยี่ยมและ Film of the year ไปหลายรางวัลเลยทีเดียว

I can speak เล่าถึงคุณยายนาอ๊คบุน (แสดงโดย Na Moon-hee) เจ้าของร้านตัดเสื้อเล็กๆ ในตลาดที่ตึกฝั่งตรงข้ามกำลังจะถูกไล่ที่ คุณยายนาอ๊คบุนชอบส่งเรื่องร้องเรียนต่างๆ ไปยังสำนักงานเขตอยู่เป็นประจำทุกวัน และล่าสุดคือ คุณยายได้ถ่ายรูปชายลึกลับที่คิดว่าจงใจจะทำลายตึกเพื่อไล่ที่ชาวตลาด เพื่อนำมาร้องเรียนกับทางเขตเหมือนเช่นเคย จนได้พบกับ พัคมินแจ (แสดงโดย Lee Je-hoon) เจ้าหน้าที่ระดับ 9 คนใหม่ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาวันแรก ประวัติดี ทำงานเก่ง เรียนจบจากอเมริกา เป๊ะตามกฎระเบียบเสมอ เขามีน้องชายที่อายุห่างกันมาก จึงค่อนข้างห่างเหินกัน

คุณยายกับมินแจ ไม่ถูกกันตั้งแต่แรกพบ เพราะมินแจไล่คุณยายให้ไปเขียนใบคำร้อง และกดบัตรคิวตามระเบียบ ซึ่งคุณยายก็ทำตามอย่างประชดประชัน และกลับมาพร้อมเอกสารปึกใหญ่กับบัตรคิวที่กดไว้นับสิบใบ

คุณยายนาอ๊คบุน พยายามเรียนภาษาอังกฤษอยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่ก้าวหน้าเสียที เนื่องจากเรียนตามไม่ทันในห้องเรียน ต่างจากเพื่อนของคุณยายที่ชื่อ นาจอง ที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี และเมื่อได้เห็นมินแจคุยกับฝรั่งอย่างคล่องแคล่ว คุณยายจึงพยายามขอให้มินแจช่วยสอนภาษาอังกฤษให้

ตอนแรกมินแจแกล้งคุณยายโดยให้การบ้านยากๆ ให้คุณยายถอดใจ แต่เมื่อได้บังเอิญพบว่าคุณยายทำอาหารให้น้องชายทานบ่อยๆ มินแจจึงทราบซึ้งน้ำใจ สอนภาษาอังกฤษให้ฟรี

แลกกับทำอาหารให้น้องเขากินบ่อยๆ คุณยายตั้งใจเรียนอย่างดี จนเริ่มพูดได้บ้าง แต่เรื่องราวกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อจู่ๆ มินแจก็ปฏิเสธไม่สอนภาษาอังกฤษคุณยายต่อ และนาจอง เพื่อนของคุณยายป่วยหนักกระทันหัน พร้อมกับความลับของคุณยายได้ถูกเปิดเผย

ดูจบแล้วต้องปรบมือให้คุณยายนาอ๊คบุนยาวๆ

ขอบอกว่าเรื่องนี้เปิดมาดูแบบฆ่าเวลา ไม่ได้หาเรื่องย่อหรืออะไรมาอ่านก่อนดูเลย บอกตามตรงว่าแค่คุ้นหน้า Lee Je-hoon พระเอก จาก Tomorrow with You เลยลองดู

การดูหนังแบบไม่รู้อะไร ไม่คาดหวังอะไรในครั้งนี้ ทำให้เราเซอร์ไพร์ซมาก แบบว่า ดูไปตอนแรกก็รู้สึกหงุดหงิดคุณยายกับอีตาพระเอกอยู่ คนนึงทื่อๆ ตรงๆ อีกคนนึงเยอะมาก แต่แทรกบท Comedy อยู่เป็นระยะ ทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบ ใจจริงชอบคุณยาย ตัวละครมีสีสันดี มีทั้งทุกข์ สุข เหงา เศร้า ผสมปนเปไปหมด แต่กลมกล่อม ลงตัว ไม่รู้สึกขัดเลยตลอดเรื่อง

การดำเนินเรื่องก็ไม่ชักช้าให้หงุดหงิด แอบสอนวิธีเรียนภาษาอังกฤษให้พูดได้เร็วๆ ด้วย เป็นวิธีที่น่ารัก ตลก และใช้ได้จริงๆ เสียด้วย (อันนี้ไม่บอก ไปดูเอาเอง น่ารัก)

เนื้อหาเรื่องนี้ จริงๆ เป็นปมที่หนักหนาสาหัสในชีวิตลูกผู้หญิงเอามากๆๆๆ (ปมคุณยาย เซอร์ไพร์ซมาก) แต่ด้วยแนวของเรื่องเน้นที่อารมณ์สบายๆ ไม่เครียด เรื่องนี้จึงไม่เน้นหนักด้านอารมณ์หดหู่ แต่เป็นการส่งเสริมและให้กำลังใจกันมากกว่า สรุปว่าเรื่องนี้ไม่เศร้ามาก แต่ให้พลังและกำลังใจสุดๆ ช่วยกันทั้งประเทศ อันนี้ต้องไปดูเอาเองนะ ว่าทำไมคุณยายถึงมีบทบาทมากขนาดนี้ อิอิ

ส่วนบทพระเอกก็น่ารัก สมบทบาทดี เป็นผู้ช่วยที่ทำให้บทของคุณยายยิ่งมีรสชาติมากขึ้น ตัวละครของพระเอกและคนในตลาดสะท้อนให้เราต้องหันกลับมามองตัวเองได้อย่างดี ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ การมองคนอย่างผิวเผิน ทำให้เราสร้างความเจ็บปวดให้อีกคนโดยไม่ตั้งใจอยู่หรือเปล่า

นักแสดง

นาอ๊คบุน (รับบทโดย นามุนฮี) คุณยายวัย 73 เปิดร้านตัดเสื้อเล็กๆอยู่ในตลาดเก่าของชุมชนที่อยู่กันมานาน  เธออยู่ตัวคนเดียว งานร้านเสื้อก็พอมี แต่ยายไม่สนใจเท่างานอดิเรก คือสอดส่องปัญหาชุมชน เธอเก็บทุกเม็ด ไม่ว่าจะเรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ แค่เรื่องทิ้งก้นบุหรี่ลงถนน ไปจนถึงเรื่องบุคคลลึกลับชวนสงสัยว่าจะประสงค์ร้ายทำอาคารถล่มเพื่อไล่ที่  นอกจากจะต่อว่ากันไปจะๆถ้าเห็นซึ่งๆหน้าแล้ว เธอก็จะทำเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐานส่งสำนักงานเขต เพื่อให้รัฐเข้ามาแก้ไข  ด้วยความที่คุณยายแกเป็นคนจริง เสียงดัง กัดไม่ปล่อย ขยันร้องเรียนเรื่องแบบมืออาชีพไม่มีหยุดหย่อนมาตลอด 20 ปี  จนชาวสำนักงานเขตต้องขนานนามเธอเป็นคุณยายก็อบลิน  ผิวๆก็ดูเหมือนยายอ๊คบุนจะค่อนข้างดันทุรัง ขี้บ่น จุ้นจ้าน แต่จริงๆแล้วก็มาจากความมีน้ำใจและรักความถูกต้อง ชาวเมืองบางคนที่ห่วงแต่ประโยชน์ส่วนตนก็มักจะรำคาญความ ‘เยอะ’ ของยายอยู่เหมือนกัน

พัคมินแจ (รับบทโดย อีเจฮุน) เจ้าหน้าที่รัฐสำนักงานเขตเพิ่งย้ายมาจากเขตอื่น เขาอยู่ในตำแหน่งระดับ 9 (ของเกาหลี เลขเยอะระดับต่ำ ตรงข้ามกับซีของบ้านเรา) มีเป้าหมายคิดอยากสอบเลื่อนขั้นเป็นระดับ 7 มินแจเป็นคนเก่ง เรียนจบอเมริกา มีความสุภาพเรียบร้อย มีความ ‘เป๊ะ’ รักษากฎกติกา ปฏิบัติหน้าที่แข็งขัน  มินแจอยู่กับน้องชายวัยรุ่นวัยเรียนชื่อ ยองแจ อายุห่างกันเยอะ และไม่ได้อยู่ด้วยกันมาก่อน จึงค่อนข้างจะเข้าไม่ถึงใจน้องชาย

คุณยายอ๊คบุนมีเพื่อนสนิท ชื่อ จองชิม ซึ่งดูทันสมัย พูดภาษาอังกฤษปร๋อ เธอพยายามชวนอ๊คบุนไปเที่ยวอเมริกา เอ็นจอยชีวิตให้เต็มที่ แม้ยายอ๊คบุนจะไม่สนใจ แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนแอคทีฟ ใฝ่รู้ กระตือรือล้น พลังสูง จึงไปลงคลาสเรียนภาษาอังกฤษ แต่ไปไม่รอด เพราะครูสอนเร็วจนยายตามไม่ทันนักเรียนหนุ่มสาวคนอื่นๆ

บังเอิญว่ายายได้ยินพัคมินแจสนทนากับฝรั่งอย่างโปร จึงมาตื๊อขอให้มินแจเป็นครูให้ มินแจรำคาญจึงให้งานแบบยากๆเพื่อให้ยายถอยไปเอง แต่เมื่อรู้ว่ายองแจมาอาศัยอาหารบ้านยายอ๊คบุนกินเป็นประจำ ดูแลยองแจอย่างดี โดยไม่ได้รู้ว่ายองแจเป็นน้องมินแจ มินแจจึงเริ่มซึ้งน้ำใจ ประกอบกับอาหารของยายอ๊คบุนอร่อยมาก จึงตัดสินใจสอนภาษาให้ยายอย่างจริงจัง ไม่คิดค่าจ้าง แต่ขอฝากท้องไว้แทน

การเรียนเป็นไปด้วยดี ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น จนต่างได้รู้จักกันมากขึ้น มินแจเคยฝันอยากเป็นสถาปนิก แต่ปัญหาครอบครัวขาดพ่อและแม่ จึงเบนเขาชีวิตไป ยายอ๊คบุนมีน้องชายที่พลัดพรากไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เด็ก พูดเกาหลีไม่ได้ ไม่เคยติดต่อกันเลย เพราะยายอ๊คบุนสื่อสารด้วยไม่ได้ แต่ก็คิดอยากมีโอกาสได้เจอเขาบ้างสักครั้งในชีวิต

 

สรุปว่า
เป็นหนังที่อยากให้ได้ดูอีกเรื่องหนึ่ง ภาพดี บทดี น่าติดตาม ซาบซึ้งปนความน่ารัก รับรองว่าพอดูจบก็ต้องอยากร้องเฮ ดังๆ ให้คุณยาย และมุขสุดท้ายของผู้กำกับที่ต้องยิ้มตามเลยทีเดียว

ดูหนังออนไลน์ I Can Speak

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *