รีวิวซีรีส์แนวแม่มด The Worst Witch โอมเพี้ยง! แม่มดน้อยสู้ตาย

The Worst Witch

รีวิว The Worst Witch – โอมเพี้ยง! แม่มดน้อยสู้ตาย ซีรีส์แนวแม่มด ที่ให้ฟิลลิ่งแบบ Harry Potter ทั้งปราสาท การขี่ไม้กวาด วิชาต่าง ๆ ที่สอนในห้องเรียน ยูนิฟอร์มที่ใส่ แต่ทางเนื้อเรื่องจะออกไปท่าน่ารักใส ๆ เบาสมองมากกว่า (จริง ๆ ก็แอบมีดราม่าเล็ก ๆ แทรกไว้ซะด้วย) และยังแฝงข้อคิดเอาไว้ในทุก ๆ ตอนที่ได้ดู ที่สำคัญคือวิทยาลัยแค็กเกิลเป็นวิทยาลัยหญิงล้วน รีวิว The Worst Witch

เรื่องย่อ

ซีรีส์สร้างมาจากหนังสือของ Jill Murphy เล่าถึงเรื่องราวชีวิตในโรงเรียนของมิลเดร็ด ฮับเบิล แม่มดที่แย่ที่สุดที่โรงเรียนแม่มดของมิสแค็กเกิล ชีวิตในโรงเรียนของเธอนั้นห่างไกลจากคำว่าเงียบสงบ ทั้งต้องคอยรับมือกับอีเทล ฮาโลว์คู่อริ การจ้องจับผิดของมิสฮาร์ดบรูม

ไหนจะต้องระวังไม่ให้ถูกสาบเป็นคางคก เป็นนก เป็นหนู ทั้งที่แค่ระวังไม่ให้หม้อปรุงยาระเบิดก็แทบแย่แล้ว ถึงแม้ความโก๊ะของเธอก็ทำให้ใครต่อใครต้องปวดเศียรเวียนเกล้า แต่จิตใจที่งดงามของเธอก็ช่วยให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ

 

ทาง Netflix Thailand มีการโพสต์ข้อความลงบน Twitter เกี่ยวกับการมาถึงของ Harry Potter บน Netflix ที่เหมือนทิ้งบอมบ์ให้คนทั้งประเทศฉงนใจ และอยากรู้ว่ามันจะมาลงใน Netflix จริงๆ หรือไม่ ส่วนตัวผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ตื่นเต้นกับข่าวนี้มากๆ เลยครับ

ด้วยความที่เป็นสาวกของทั้งหนังสือและภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่เด็กๆ แต่สำหรับใครที่รอไม่ไหวที่จะได้รับชมภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็น Icon แห่งยุคเรื่องนี้ละก็ วันนี้ผมมีซีรีส์แนะนำอีกหนึ่งเรื่อง ที่ให้กลิ่นอายของความเป็น Harry Potter แบบสมบูรณ์มากๆ ครับ

ไม่ต้องแปลกใจว่าฟังแล้วทำไมมันช่างละม้ายคล้ายแฮร์รี่ พอตเตอร์ จังนะ นั่นเพราะเจ.เค.เองก็โตมากับหนังสือชุดนี้ (ไม่มีเด็กหญิงชาวอังกฤษคนไหนไม่อ่านเวิร์สวิทซ์หรอก) เลยได้รับอิทธิพลไปเต็มๆ

(ซึ่งหนังสือแนวนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจาก อีนิด ไบล์ตันอีกที) หนำซ้ำเคท ดูเชนน์ที่เล่นเป็นมิสฮาร์ดบรูมก็เคยได้รับข้อเสนอให้เล่นเป็นศจ.มักกอนนากัล แต่เธอปฏิเสธเพราะอยากจะให้เกียรติบทมิสฮาร์ดบรูมที่ทำให้เธอมีชื่อเสียง

เนื้อเรื่อง

สำหรับ The Worst Witch เป็นซีรีส์อังกฤษที่สร้างจากหนังสือความยาว 8 เล่มโดยนักเขียนอย่าง Jill Murphy พูดถึง Mildred Hubble เด็กสาวธรรมดาๆ ที่วันหนึ่งเธอเกิดมองเห็นแม่มด กำลังขี่ไม้กวาดบินไปยังสถานที่บางอย่าง

แม่มดคนนั้นคือ Maud Spellbody แม่มดเนิร์ดที่กำลังจะเดินทางไปเข้าเรียนที่โรงเรียนเวทย์มนต์ในวันแรก แต่แล้วไม้กวาดของเธอกลับไม่เป็นไปอย่างที่เธอต้องการ และตกลงตรงหน้าอพาร์ทเมนต์ของ Mildred ทำให้เธอได้รู้จักแม่มด และท้ายที่สุด เธอก็ได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนเวทย์มนต์ Miss Cackle’s Academy for Witches

โรงเรียนเวทย์มนต์หญิงล้วนแห่งอังกฤษ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากเหล่าพ่อมดแม่มดในโลกเวทย์มนต์ที่มองเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่จับพลัดจับผลูเข้ามาอย่างน่าขัน จนได้ชื่อว่า เป็น The Worst Witch หรือแม่มดที่แย่ที่สุดนั่นเอง

เป็นต้นแบบ Harry Potter ?

ด้วยความที่ตัวหนังสือเองออกวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1974 (Harry Potter เล่มแรกวางจำหน่ายในปี 1997) และดังเป็นพลุแตกจนถึงปัจจุบัน (เล่มล่าสุดวางจำหน่ายเมื่อปี 2018) เนื้อเรื่องภายในหนังสือและหนังนั้น พูดถึง การใช้ชีวิตในโรงเรียนเวทย์มนต์แบบเดียวกับที่ Hogwarts ของ J.K. Rowling ทำ

ทำให้ผมอดนำสองเรื่องดูหนังออนไลน์นี้มาเปรียบเทียบไม่ได้ การที่ตัวละครเอกมีลักษณะโดดเด่นที่คล้ายกัน แม้ว่าใน Harry Potter ภาคหลังๆ นั้น เรื่องราวจะซีเรียสกว่ามาก แต่ผมได้กลิ่นอายของ Harry Potter ภาคแรกและภาคสอง ตลอดการรับชมทั้งสามซีซั่นเลยทีเดียว

ตัวละครอย่าง Mildred นั้น ถูกกังขาโดยคนทั่วโลกผู้วิเศษว่า เป็นแม่มดที่แย่ที่สุด ขณะที่ Harry ก็ถูกนิยามว่าเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิต ตัวละคร Maud ที่เหมือนกับ Hermione Granger เด็กสาวที่เก่งฉลาดที่สุดในชั้นและเป็นเพื่อนสนิทของ Harry หรือ Enid Nightshade ที่เป็นเด็กสาวจอมซนไม่เอาไหน

คล้าย Ron Weasley รวมถึง Mr. Cackles ที่ออกมาพิมพ์เดียวกับ Albus Dumbledore และตัวละครที่มีส่วนผสมของ ศาสตราจารย์ Mcgonagall และ ศาสตราจารย์ Snape อย่าง Miss Hardbroom นั้น น่าจะเป็นส่วนที่ชัดเจนที่สุดของการนำ Character มาใช้แบบเดียวกับ Harry Potter

รีวิว The Worst Witchรีวิว The Worst Witch

ตอนที่ไถช่อง Netflix ไปเรื่อยๆ นั้น ผมไม่ได้คาดหวังจะดูด้วยซ้ำ ด้วยความที่ลักษณะของซีรีส์น่าจะเป็นซีรีส์เด็กๆ บวกกับความเป็นซีรีส์อังกฤษที่อาจทำให้ผมหลับตั้งแต่เปิด Intro เรื่องก็เป็นได้ แต่ตัวละครหลักอย่าง Mildred นี่แหละ ที่ชี้ชวนให้ผมเข้ามารับชม

เพราะเธอก็คือ แม่หมีสุดเดือดอันโด่งดังจาก Game Of Thrones อย่าง Bella Ramsey นั่นเอง การแสดงใน Game Of Thrones อันตราตรึงใจในฐานะแม่ทัพเด็กที่เข้าร่วมสงครามและต่อสู้กับยักษ์อย่างห้าวหาญนั้น ทำให้ผมอยากรู้ว่า การพลิกผันจากแฟนตาซี Epic แบบนั้นมาเป็นซีรีส์เด็กจะเป็นอย่างไร

เพียงตอนแรกเว็บดูหนังก็ทำให้ผมหลงรักตัวละคร Mildred ได้ง่ายๆ ผ่านการแสดงของเธอนี่เอง ตัวละครอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนสนิททั้งสองของเธออย่าง Maud และ Enid ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

ขณะที่คู๋ปรับอย่าง Ethel Hallow คู่ปรับสาวผมบลอนด์ ที่ดูยังไงก็คือ Draco Malfoy ก็ทำหน้าที่เป็นสาวมั่นที่พร้อมจะแดกดัน Mildred อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างน่าหมั่นไส้ และน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน การดำเนินเรื่องนั้นไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรเลย อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นครับ

ด้วยความเป็นซีรีส์ที่มี Target เป็นเด็กเป็นหลัก ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงอารมณ์แบบ ซีรีส์ทางช่อง Disney Channel ครับ แต่มีงาน Production ที่ดีงาม การแสดงและตัวละครที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้ดูอยู่ทุกตอน

เกือบลืมพูดถึงภาพในเรื่อง เห็นแบบนี่แต่ภาพสวยใช้ได้เลย โทนสีภาพเห็นแล้วจะนึกถึงฟิลเตอร์ที่มีเวทมนตร์ตลอดเลย CG ในเรื่องก็ไม่แย่นะ ดูแล้วไม่ได้รู้สึกขัดใจอะไร และด้วยความที่เป็นซีรีส์ที่ดำเนินเรื่องแบบเป็นตอน ๆ มันเลยทำให้เราได้คิดตามเนื้อเรื่องตลอด ตอนไหนที่ดูแล้วเราเนื้อเรื่องถูกก่อนแบบเรื่องเป็นแบบที่เราคิดเอาไว้เลย เนี่ย เป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ระหว่างที่ดูอะไรสักอย่าง

โดยรวม พูดได้เต็มปากว่า ถ้าคุณคิดถึงการนั่งดู Harry Potter ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ซีรีส์เรื่องนี้ก็เหมาะกับการนั่งดูในวันว่างที่คุณรู้สึกเบื่อๆ อย่างแน่นอนครับ Production ดี การแสดงดี ตัวละครดี เนื้อเรื่องกระชับฉับไว และไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเลยครับ

ufa

 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *