รีวิวซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Shadow and Bone ตำนานกรีชา โดย เจสซี เมอิ ลี

 รีวิวซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Shadow and Bone ตำนานกรีชา โดย เจสซี เมอิ ลี

รีวิว Shadow and Bone – ตำนานกรีชา
จากนิยายขายดีสู่ซีรีส์ฟอร์มยักษ์บน Netflix สำหรับเรื่อง Shadow and Bone ตำนานกรีชา ซีรีส์ที่ได้นักแสดงนำหญิงสัญชาติเอเชีย เจสซี เมอิ ลี มารับบทเป็นนางเอกของเรื่อง โดยเธอรับบทเป็น อาลินา สตาร์คอฟ และนักแสดงอีกหลายท่านคือ อาร์ชี่ เรโนซ์ (มัลเยน โอเร็ตเซฟ), อมิตา สุมาน (อิเนจ), เฟรดดี้ คาร์เตอร์ (คาซ เบร็คเคอร์), คิต ยัง (เจสเปอร์ ฟาฮีย์) และ เบน บาร์นส์ (นายพลคิริแกน) ซึ่งปัจจุบันซีรีส์เรื่องนี้กำลังฉายให้รับชมทั่วไปประเทศแล้วบน Netflix รีวิว Shadow and Bone

เรื่องย่อ

อาลีนา สตาร์คอฟ สาวกำพร้านักวาดแผนที่ตกเป็นเป้าของกลุ่มอำนาจชั่วทั่วสารทิศ หลังจากปลดปล่อยพลังพิเศษที่อาจพลิกชะตาของโลกท่ามกลางวิกฤตของสงคราม

 

จากนิยายขายดีสู่ซีรีส์ฟอร์มยักษ์บน Netflix สำหรับเรื่อง Shadow and Bone ตำนานกรีชา ซีรีส์ที่ได้นักแสดงนำหญิงสัญชาติเอเชีย เจสซี เมอิ ลี มารับบทเป็นนางเอกของเรื่อง โดยเธอรับบทเป็น อาลินา สตาร์คอฟ

และนักแสดงอีกหลายท่านคือ อาร์ชี่ เรโนซ์ (มัลเยน โอเร็ตเซฟ), อมิตา สุมาน (อิเนจ), เฟรดดี้ คาร์เตอร์ (คาซ เบร็คเคอร์), คิต ยัง (เจสเปอร์ ฟาฮีย์) และ เบน บาร์นส์ (นายพลคิริแกน) ซึ่งปัจจุบันซีรีส์เรื่องนี้กำลังฉายให้รับชมทั่วไปประเทศแล้วบน Netflix

เนื้อเรื่อง

สงครามแบ่งแยกอาณาจักรราฟกากำลังคุกรุ่นและอำนาจมืดกำลังแผ่ขยายอาณาเขต อาลินา สตาร์คอฟ (เจสซี่ เมย์ ลี Jessie Mei Li) สาวนักวาดแผนที่ได้ค้นพบว่าเธอเป็นผู้เรียกสุริยะ หนึ่งในกรีชาหรือนักเวทที่ทรงพลังที่สุดจากการติดตามมัลเยน โอเร็ตเซฟ หรือ มัล (อาร์ชี่ เรโนซ์ Archie Renaux)

เพื่อนชายคนสนิทที่เธอแอบมีใจเดินทางข้ามผ่าน “แดนพยับเงา” ดินแดนแห่งความมืดมิดสุดอันตราย อาลินาต้องปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตใหม่ในวังโดยมีนายพลคิริแกน (เบน บาร์นส์ Ben Barnes) กรีชาเจ้าแห่งความมืดคอยดูแลจนเธอเผลอมีใจให้เขา

ในขณะเดียวกัน 3 หัวขโมยกลุ่มโคร์วคลับอย่างคาซ เบร็คเคอร์ (เฟรดดี้ คาร์เตอร์ Freddy Carter) กุนซือขาเป๋ เจสเปอร์ ฟาฮีย์ (คิต ยัง Kit Young) มือปืนหนุ่มพราวเสน่ห์ที่ไม่เคยยิงพลาดเป้า และ อิเนจ (อมิตา สุมาน Amita Suman) กรีชาผู้มีความสามารถในการซัดมีดบินแม่นราวจับวาง พวกเขาเดินทางจากเคตเทอร์ดามสู่พระราชวังน้อยเพื่อหวังชิงตัวอาลีนาในฐานะกรีชาผู้เรียกสุริยะแลกเงินรางวัล

ส่วนอีกฟากของอาณาจักร นีนา เซนิก (แดเนียล กัลลิแกน Danielle Galligan ) กรีชาผู้มีอำนาจในการเปลี่ยนจิตใจคนถูก แมตไธอัส (คาลาฮาน สคอกแมน Calahan Skogman) ชาวเคิร์ตช์ผู้เกลียดกรีชาเข้ากระดูกดำจับตัวไปเพื่อรอประหารแต่หลังจากเรืออัปปาง ทั้งคู่จำต้องใช้ชีวิตร่วมกันและคู่กัดก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นคู่รักแต่ทั้งคู่ก็ต้องหนีการตามล่าจากทางการเพราะความขัดแย้งในอาณาจักรราฟกา

ตัวละครหลัก

นายพลคิริแกน (เบ็น บาร์นส์)

เจ้าแห่งความมืดสุดหล่อเป็นกรีชาผู้ไม่มีวันตาย ผู้คนต่างเคารพและเกรงกลัวต่อพลังของเขา

อาลีนา สตาร์คอฟ (เจสซี่ เมย์ ลี)

เป็นสาวกำพร้าที่มีอาชีพเป็นนักวาดแผนที่ เธอรักเพื่อนมาก ยอมทำทุกอย่างให้ได้อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ค่อยกล้ายอมรับการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถของตัวเองเพราะเธอคิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะพรากคนสำคัญที่เหลืออยู่ไปจากเธอ

มัล โอเร็ตเซฟ (อาร์ซี่ เรไนซ์)

นักแกะรอยสุดหล่อน่ารัก จริงใจ เตะต่อยก็พอใช้ได้ เอาตัวรอดได้ดี ส่วนด้านความรักหนุ่มมัลก็ไม่แพ้ใครเลยนะคะ ห่วงแบบมากก ๆ เหมือนแก้วตาในดวงใจ ดิ้นรนทุกทางเพื่อช่วยเหลือเธอ

การดำเนินเรื่อง

จากพลอตเรื่องด้านบนหากผู้สร้างอย่าง เอริก ไฮเซอร์เรอร์ (Eric Heisserer) คิดจะเล่าเรื่องราวสัก 20 ตอนก็ยังเอาอยู่ แต่พอโจทย์ของซีซันแรกคือ 8 ตอนนั่นทำให้เราได้เห็นฝีมือของไฮเซอร์เรอร์ในการคุมทิศทางเรื่องราวหนังใหม่เต็มเรื่องที่ซับซ้อนนี้ได้อย่างชาญฉลาด

โดย 2 ตอนแรกเขาจะให้ความสำคัญกับพลอตหลักอย่างอาลินากับการค้นพบการเป็นกรีชาของตัวเองพอ ๆ กับเรื่องราวของ 3 โจรกลุ่มโคร์วที่พยายามเดินทางข้ามแดนพยับเงา

ซึ่งมันทำให้คาแรกเตอร์หลักได้รับการปูจนคนดูผูกพันดีแล้วในตอนที่ 3 ถึงค่อยแทรกเรื่องของนีนากับแมตไธอัสเข้ามาเติมด้านโรแมนติกคอมเมดีให้เรื่องราวไปพร้อม ๆ กับฉากการรำพึงรำพันถึงคนรักผ่านการเขียนจดหมายของอาลินากับมัล

ซึ่งทำให้ซีรีส์เล่าเรื่องในส่วนนี้ได้อย่างกลมกล่อมมากแม้เรื่องราวของนีนาจะแทบไม่มีผลกับพลอตหลักในซีซันแรกเท่าไหร่แต่ด้วยความฉลาดของ ไฮเซอร์เรอร์ก็ทำให้มันลงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม

สิ่งที่ต้องชื่นชม

แต่กระนั้นสิ่ิงที่ต้องชื่นชมมาตั้งแต่ฉบับนิยายของ ลีห์ บาร์ดูโก ก็คือการแทรกเรื่องราวการเมืองในอาณาจักรราฟกาที่เข้มข้นไม่แพ้นิยายรุ่นพี่อย่าง ‘Game of Thrones’ ที่กลายเป็นซีรีส์ฮิตไปก่อนหน้านี้ รวมไปถึงการกล่าวเรื่องชนชั้นที่ ‘Shadow and Bone’ ก็ดูจะได้อิทธิพลของ ‘Harry Potter’ มาไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยเฉพาะการใส่ตัวละครกรีชาขี้อิจฉาอย่าง โซยา (สุจายา ดาสกุปตา Sujaya Dasgupta) ที่คอยตอกย้ำสถานะเด็กกำพร้าของอาลินาตลอดเวลาซึ่งแม้จะไม่ใช่ของใหม่สำหรับนิยายวัยรุ่นยุคนี้แต่ก็ถือว่านำมาปรับใช้ให้เรื่องราวเข้มข้นได้อย่างลงตัว

ด้านงานสร้าง

ด้านงานสร้างซีรีส์ได้โจนาธาน แมกคินสทรี (Jonathan Mckinstry) ที่เคยออกแบบทั้งยุคโกธิกเท่ ๆ ในซีรีส์ ‘Penny Dreadful’ของช่อง Showtime และโลกอนาคตสุดหม่นใน ‘Raised by Wolves’ ของ HBO มาออกแบบงานหนังออนไลน์แฟนตาซีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาณาจักรรัสเซียได้อย่างสวยงามและแปลกตา ซึ่งมันทำให้โลกที่ ลีห์ บาร์ดูโก ผู้เขียนนิยายสร้างไว้มีชีวิตและขับเน้นอารมณ์ของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

ด้านนักแสดง

และจะไม่ชมก็ไม่ได้คือการแคสต์นักแสดงที่ใช่มาก ๆ โดยเฉพาะ เจสซี่ เมย์ ลี นักแสดงสาวชาวอังกฤษลูกครึ่งฮ่องกงที่เคยผ่านงานแสดงละครเวทีเวสต์เอนด์อย่าง ‘All About Eve’ มาแล้ว ซึ่งทำให้ลีไม่ใช่เพียงนักแสดงสาวหน้าเก๋ที่จะมาโชว์แค่ความสวยงามเท่านั้นและบทอาลินาก็ช่วยยืนยันฝีไม้ลายมือของเธอได้อีกครั้ง

และแม้ซีรีส์จะเต็มไปด้วยหนุ่ม ๆ สาว ๆ หน้าตาดีมากมายแค่ไหนแต่ความหล่อของ เบน บาร์นส์ อดีตเจ้าชายแคสเปียนจาก ‘The Chronicle of Narnia : Prince Caspian’ ก็เปล่งประกายจนเหล่าวัยรุ่นหน้าตาดีก็ไม่อาจกลบรัศมีได้ ซึ่งหากใครได้ดูฉากที่นายพลคิริแกนมาคอยเทียวไล้เทียวขื่ออาลีนาก็คงเข้าใจได้ไม่ยากทำไมเด็กสาวอย่างเธอถึงใจแตกและลืมรักครั้งแรกได้รวดเร็วเหลือเกิน ฮ่าาาา

แต่กระนั้นบรรดานักแสดงวัยรุ่นที่มาร่วมจอกันในซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังถือว่าทำหน้าที่ได้ดีและน่าจดจำกันทุกคนตั้งแต่ อาร์ชี่ เรโนซ์ ในบทมัลที่แม้จะโดน “น้าบาร์นส์” กลบรัศมีมากไปหน่อยแต่ด้วยร่างกายกำยำและความสามารถในการเล่นคิวบู๊ก็น่าจะทำให้ซีซันต่อ ๆ ไปยังมีโอกาสกลับมาเก็บคะแนนนิยมต่อสาว ๆ อยู่ แต่ทีมนักแสดงที่ต้องถือเป็น MVP ของซีรีส์จริง ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเหล่าโจรนามโคร์วคลับนี่แหละ

โดยเริ่มจากเฟรดดี้ คาร์เตอร์ในบทคาซ กุนซือจอมเจ้าเล่ห์ที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์สูง ซึ่งคาร์เตอร์ก็ทำหน้าที่ได้ดีมากคนดูจะดูไม่ออกเลยว่าคาซคิดยังไงและต้องคอยลุ้นตลอด ส่วนคิต ยังหนุ่มพราวเสน่ห์ในบทนักแม่นปืนอย่างเจสเปอร์ก็น่าจะถูกใจชาว LGBTQ+ ได้ไม่ยากแถมยังมีฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรงกับหนุ่มเลี้ยงม้าให้สาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้กรี๊ดกร๊าดกันด้วย

ในขณะที่ อมิตา ซูมาน ในบท อิเนจ กรีชาฤทธิ์มีดบิน สุจายา ดาสกุปตา (Sujaya Dasgupta) ในบทโซยา กรีชานักเรียกวายุ และ แดเนียล กัลลิแกน ในบทนีนา เซนิก กรีชาจอมบังคับใจ ต่างก็แสดงฝีมือการแสดงได้อย่างน่าสนใจเพียงแต่อาจได้โอกาสบนจอน้อยไปหน่อยซึ่งก็ต้องคอยลุ้นในซีซันต่อไปว่าพวกเธอจะได้เวลาบนจอมากขึ้นหรือไม่

ต้องบอกเลยว่าการสร้างซีรีส์แนวแฟนตาซีนั้น ต้องลุ้นการสร้าง CG เรื่องนั้น ๆ จริง ๆ แต่ซีรีส์เรื่อง Shadow and Bone ตำนานกรีชา ถือเป็นซีรีส์แฟนตาซีอีกเรื่องที่สร้าง CG ออกมาได้เนียนตาจริง ๆ โดยเฉพาะเขตแดนพยับเงาที่ทั้งมืดบวกกับสิ่งชั่วร้ายที่อาศัยอยู่ในนั้น

การปล่อยพลังของตัวละครก็เหมือนจริงจนยากที่เราจะจินตนาการได้ทีเดียว ทั้งพลังไฟ ลม โดยเฉพาะความมืดมิดที่มีลูกเล่นหลากหลาย ชวนให้คนดูตื่นเต้นไปกับฉากและ CG ของเรื่องมาก ๆ

และที่เราชอบมากจริง ๆ สำหรับความรู้สึกในการดูซีรีส์ก็คือการตัดจบเรื่องราวของซีรีส์ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าตัดจบได้ดีทีเดียว เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น แถมยังจบแบบไม่ค้างคาอีกด้วย

อ่านต่อได้ที่ 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *