ตำนาน เม่นสายฟ้า แรงบันดาลใจการสร้าง Sonic The Hedgehog

Sonic The Hedgehog

ตำนาน เม่นสายฟ้า แรงบันดาลใจการสร้าง Sonic The Hedgehog  ก่อนที่เม่นสีน้ำเงินจะกลายเป็นตัวเป็นตนนั้น ทุกอย่างต้องขอบคุณ Nintendo ที่ผลิตเครื่องเกม Family Computer หรือ Famicom ขึ้นมาวางจำหน่ายครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1983 และทำให้อุตสาหกรรมเครื่องเกมบูมขึ้นมา คุณ นากะ ยูจิ (Naka Yuji) ที่สมัครงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่กับทาง Sega ก็ได้เล่นเกม Super Mario Bros. ด่าน 1-1 ซ้ำไปซ้ำมา จนเขาได้คอนเซปต์ขั้นต้นของเกมแนวผ่านด่านที่เน้นความเร็วเป็นหลัก

และด้วยความที่ Sega มีประสบการณ์ในการทำเครื่องเกม Master System ทั้งยังพยายามออกแบบมาสคอตมาก่อนแล้ว แต่เครื่องเกมกับมาสคอตไม่โดดเด่นนัก ในการสร้างมาสคอตตัวใหม่ Sega จึงพยายามคิดไอเดียที่พร้อมจะตีตลาดชาติตะวันตกแต่เริ่ม นับตั้งแต่การนำไอเดียที่ตัวละครต้องออกมาวาดตามได้ง่ายแบบ Micky Mouse กับ Felix The Cat มาผสมกับความเท่ของรองเท้า ไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson) ในเพลง Bad แต่ใช้สีแดงขาวแบบ Santa Claus ควบรวมกับความมั่นใจของ บิล คลินตัน (Bill Clinton) จนกลายเป็นตัวละครเม่นสีฟ้า

ไอเดียของตัวละครนี้ ถูกนำเอามาผสมกับไอเดียของคุณนากะ ยูจิ ทำให้เกม Sonic The Hedghog ออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1991 ด้วยความเท่ ความมั่นใจของตัวละคร กับความว่องไวแต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับการควบคุม Sonic จึงโดดเด่นจากเกมอื่นในตลาดอย่างชัดแจ้ง ทั้งยังทำให้แฟนเกมแบ่งข้างออกอย่างชัดเจน ว่าจะเป็นคนเล่นเกมสไตล์เก่าหรือมาเป็นคนเล่นเกมแบบเท่ๆ ซึ่งทาง Sega ก็จับเอาประเด็นนี้มาทำการตลาดซ้ำ ทำให้ช่วงหนึ่งของยุค 1990s แฟนเกมแบ่งแยกออกเป็นสองฝั่ง ก็คือฝั่ง Sega กับ ฝั่ง Nintendo อย่างชัดเจน

 

เกมอาจไปไม่ไกล แต่สื่อผสม ทำให้กลุ่มแฟนนั้นเหนียวแน่น
ตัวเกม Sonic The Hedgehog เกมนั้น ในช่วงแรกสามารถสร้างกระแสได้อย่างดี อย่างที่เรากล่าวไปว่า การมาถึงของเกมนั้นสามารถทำให้ Nintendo หวั่นไหวได้ไม่น้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวเกมกลับค่อยๆ มีความน่าสนใจลดลงทีละเล็กทีละน้อย

ก่อนที่กระแสจะหล่นหายไปมากขึ้นเมื่อเครื่องเกมเข้าสู่ยุคใหม่ นับตั้งแต่ยุค Sega Saturn ที่ตัวเกม Sonic ไม่ได้จำหน่ายตัวภาคหลัก (มีแค่ Sonic R ที่เป็นเกมแนวแข่งวิ่ง/แข่งรถ) พอข้ามมายุค Dreamcast แม้ว่าเกม Sonic Adventure 1 และ 2 จะสร้างโลก 3D ที่ดูดี และระบบเกมที่สนุกสนาน แต่ความนิยมของ Dreamcast ก็ไม่มากพอจนทำให้ Sega ตัดสินใจยุติการพัฒนาเครื่องเกมของตัวเองไปในเวลาต่อมา

และหลังจากนั้นเกม Sonic ที่ Sega ผลิตออกมานั้นมักจะประสบความล้มเหลวบ่อยกว่าประสบความสำเร็จ ระดับที่ว่าขนาดเอาเกมภาคเก่ามาวางขายใหม่ก็ยังมีโอกาสที่เกมนั้นจะออกมาแล้วล่มไม่เป็นท่าได้ด้วยปัญหาอะไรสักอย่างที่คาดไม่ถึง

ตรงข้ามกับด้านแฟนคลับที่เข้มแข็งมากขึ้น อันเป็นผลพวงจากการขยายสื่อผสม ทั้งการหนังสือการ์ตูน ทั้งการ์ตูนแบบทางการของทาง Sega ผลิตมาสำหรับการโฆษณาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991, เขียนเป็นมังงะในญี่ปุ่นในช่วงปี ค.ศ. 1992, ถูกสร้างเป็นงานอนิเมชั่นที่ออกฉายพร้อมกันถึงสองชุดในช่วงปี ค.ศ. 1993, มีการ์ตูนอีกหนึ่งชุดที่ทาง Archie Comics เป็นผู้จัดทำตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997-2016

แล้วก็เป็นสื่อผสมเหล่านี้ที่ใส่ตัวละครเพิ่มเติมเข้ามา (ตัวละครบางตัวก็เป็นการหยิบจับเอาตัวละครที่เคยวางแผนจะใช้ในเกมภาคแรกแต่ยกเลิกไป) ซึ่งตัวละครบางตัวนั้นก็ได้ถูกนำกลับมาปรากฎตัวในฉบับเกมในภายหลังอีกด้วย

ด้วยความที่ตัวสื่อผสมเหล่านี้มักจะระบุว่า เกาะ หรือ ดาว (แล้วแต่เวอร์ชั่น) ที่ Sonic อาศัยอยู่เต็มไปด้วยเหล่าสิงสาราสัตว์ที่ยืนและพูดได้แบบมนุษย์ รายละเอียดนี้เองที่แฟนของเกม Sonic ส่วนหนึ่งจึงมีโอกาสได้ใส้ตัวเองลงไปในฐานะสมาชิกของตัวหนึ่งในโลกใบนั้น แน่นอนว่า ณ ตอนที่เกมวางจำหน่ายช่วงแรก แนวคิดทำนองนี้อาจจะจบลงแค่ในหัว หรือในสมุดวาดเล่นของเด็กคนใดคนหนึ่ง

แต่เมื่ออินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ง่ายขึ้น กลุ่มคนชอบ Sonic The Hedgehog จึงรวมตัวกันง่ายดายขึ้น ทำให้มีกลุ่มแฟนเริ่มมารวมตัวกันและแบ่งปันไอเดียของตัวละครที่พวกเขาสร้างไว้ Sonic Original Characters กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการวาดรูปด้วยตัวเอง หรืออาจจะใช้โปรแกรม

ในแง่มุมหนึ่ง แฟนอันเหนียวแน่นกลุ่มนี้เองที่ยังคอยอุดหนุนสินค้าของ Sonic จนทำให้แฟรนไชส์ไม่ล้มหายตายจากไปกลางทางเสียก่อน และกลายเป็นแฟนกลุ่มใหญ่นี่เสียด้วยที่กำหนดทิศทางของเจ้าเม่นสายฟ้าตัวนี้ ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือแง่ร้ายก็ตาม

 

ดูหนังออนไลน์

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *