การทำการ ตลาดออนไลน์ อย่างมีเทคนิค ด้วย seo content

รับทำ SEO ราคาถูก จากทีมงานมืออาชีพ เพื่ออันดับเว็บไซต์ที่ดีขึ้นการทำการ ตลาดออนไลน์  ในทุกวันนี้ไม่ว่าใคร ๆ ก็หันมา ซื้อของออนไลน์ กันมากขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าไปดูสินค้าเมื่อไหร่ก็ได้ สั่งซื้อได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังหน้าร้าน มีความสะดวกรวดเร็ว ชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีธุรกิจขายของออนไลน์เกิดขึ้นอย่างมากมาย การสร้างแบรนด์หรือธุรกิจนั้นแค่การขายสินค้าที่หน้าร้านเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อีกต่อไปแล้ว

การทำการตลาดออนไลน์อย่างมีเทคนิคและวิธีการที่ถูกต้อง ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะเพิ่มฐานลูกค้าให้แบรนด์และเป็นการทำให้ผู้คนที่อยู่ในโลกออนไลน์รู้จักแบรนด์ของเรามากยิ่งขึ้น ในส่วนนี้การทำ SEO ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก

SEO สำคัญอย่างไร?

Search Engine Optimization หรือที่มีชื่อย่อว่า SEO เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์ของทางแบรนด์ขึ้นมาอยู่ในลำดับแรก ๆ เมื่อมีการค้นหาในเว็บไซต์ search engine ต่าง ๆ หลาย ๆ คนคงสงสัยว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่เว็บไซต์ของทางแบรนด์นั้นต้องติดอันดับต้น ๆ ต้องบอกเลยว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อการรับชมเว็บไซต์ของกลุ่มเป้าหมาย จำนวนการรับชมก็จะลดลงตามลำดับของเว็บไซต์ด้วย ดังนั้นหากว่าเราไม่ได้มีการทำ SEO เพื่อไต่อันดับขึ้นมาในหน้าการค้นหาแล้วล่ะก็ ก็เท่ากับว่าเราเสียโอกาสที่จะทำรายได้นั่นเอง

สาเหตุที่พูดเช่นนี้ได้ก็เป็นเพราะกลุ่มคนที่มีการค้นหาคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น คือต้องมีความสนใจในสินค้าหรือบริการประเภทนั้น ๆ และกำลังที่จะตัดสินใจซื้อนั่นเอง เรียกได้ว่า Search Engine เหล่านี้มีการคัดกลุ่มเป้าหมายมาให้เราแล้วก็ว่าได้

ทำ SEO อย่างไร ?

การทำSEO นั้น ประกอบไปด้วยหลาย ๆ ส่วนทั้งเนื้อหาภายในและภายนอกเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น เนื้อหาในเว็บไซต์แบรนด์ก็ควรที่จะมีการสอดแทรกคำสำคัญต่าง ๆ ใส่กระจายอยู่ในเนื้อหาที่ต้องการและสำหรับเนื้อหาภายนอก ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเนื้อหาในเว็บไซต์อื่น ๆ หรือ blog คือนอกจากจะมีการใส่คำสำคัญลงไปแล้ว ก็ควรที่จะมีการใส่ backlink ในเนื้อหานั้นด้วย จุดประสงค์เพื่อที่ว่าผู้อ่านจะได้มีการกดลิงก์มายังเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ด้วย ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มยอดรับชมเว็บไซต์ได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว รวมทั้งในส่วนของคำสำคัญที่เลือกมาก็ควรเป็นคำที่มีการสืบค้นจากผู้ใช้งานจริงเพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นเจอเว็บไซต์นั่นเอง

การทำ SEO นั้น ทุก ๆ แบรนด์สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ เพราะยิ่งทำเร็วเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ไวขึ้น มีโอกาสสร้างแบรนด์ให้ปังได้แบบสุด ๆ

การทำ SEO มีความสำคัญมากขึ้นกับร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการให้เว็บไซต์ตนเองถูกสืบค้นเจอง่ายบนระบบของ Google ที่สำคัญ คือ การเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจตัวเอง สร้างรายได้เหนือคู่แข่ง ล้วนต้องทำ SEO ทั้งนั้น เราจึงเห็นว่าในระยะหลังมีบริษัทรับจ้างทำ SEO ปรากฏตัวมากขึ้น เพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์ได้เลือกใช้บริการ

แต่ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้ารายใหม่ที่ไม่มั่นใจว่าจะจ้างทำ SEO ดีหรือไม่ เราจึงรวบรวมข้อดีของการจ้างทำ SEO มาไว้ที่นี่ ดังนี้

ทำให้ลดเวลาในการติดหน้าแรก Google

ถ้าคุณทำเว็บไซต์ SEO ของตัวเอง โดยไม่มีความรู้เลย จะต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้และรอเห็นผลนาน หากจ้างบริษัทเอกชนทำ จะย่นเวลาได้ โดยบริษัทเหล่านี้จะมีผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคในการทำให้อันดับของการสืบค้นด้วย keyword หนึ่ง ๆ อยู่ในระดับท็อปเท็นได้โดยไม่ยาก ทั้งนี้ บางบริษัทยังการันตีที่จะคืนเงินค่าจ้างให้ด้วย หากไม่อยู่ในอันดับท็อปเท็น บริษัทเหล่านี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

ยอดขายเพิ่มขึ้นทันที
การเพิ่มยอดขายเป็นเรื่องง่าย ถ้าจ้างทำ SEO เพราะเมื่ออันดับเว็บไซต์ดีขึ้น ผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้า เช่น เคสโทรศัพท์มือถือ กางเกงกีฬา รองเท้าผู้ชาย ฯลฯ เมื่อพิมพ์หา จะเลือกคลิกเข้าไปชมสินค้าและสั่งซื้อด้วยความมั่นใจจากเว็บไซต์อันดับบน ๆ ก่อน เพราะเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกหลอก ผลที่ตามมาก็คือ เว็บไซต์ที่จ้างทำ SEO อย่างมืออาชีพ จะมียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที

ไม่ต้องเสียเงินเพื่อการโฆษณา

การโฆษณามีหลายแบบในระบบออนไลน์ เช่น การติดแบนเนอร์ การประมูลพื้นที่โฆษณา ซึ่งหากเป็นคีย์เวิร์ดที่มีคู่แข่งมาก หรือที่เรียกว่า Red Ocean เช่น ธุรกิจการโรงแรม การท่องเที่ยว บริษัททัวร์ ฯลฯ ก็จะทำให้มีค่าประมูลสูงขึ้นไปอย่างมาก การจ้างทำ SEO ถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า และยังเห็นผลในระยะยาวได้ดีอีกด้วย ถ้าคุณไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายลงทุนครั้งละมาก ๆ แนะนำให้จ้างทำ SEO ดีกว่า

ทำให้ได้ปรับปรุงคุณภาพภายในเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

การทำ SEO จะมีทั้งส่วนของการผลิตบทความ การออกแบบให้ข้อมูลอ่านง่าย เว็บไซต์มีสีสันและธีมตัวอักษรสวยงาม การจัดหมวดหมู่ตำแหน่งสินค้าให้ค้นหาได้เร็ว ฯลฯ เหล่านี้ถือว่าเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ครั้งใหญ่ตามแนว SEO เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า สร้างภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมกับการเพิ่มยอดขายได้อย่างมากด้วย

จะเห็นได้ว่า ข้อดีของการจ้างบริษัททำเว็บไซต์ SEO นั้นมีอยู่หลายด้าน ซึ่งในระหว่างการจ้างทำ SEO ก็เท่ากับคุณยังได้ที่ปรึกษาในการทำ SEO ตลอดเวลาด้วย ขอเพียงเลือกบริษัทที่มีคุณภาพมาตรฐานดี มีผลการรีวิวที่น่าประทับใจ ก็จะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้นอย่างแน่นอน

ในทุกวันนี้ไม่ว่าใคร ๆ ก็หันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าไปดูสินค้าเมื่อไหร่ก็ได้ สั่งซื้อได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังหน้าร้าน มีความสะดวกรวดเร็ว ชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีธุรกิจขายของออนไลน์เกิดขึ้นอย่างมากมาย การสร้างแบรนด์หรือธุรกิจนั้นแค่การขายสินค้าที่หน้าร้านเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อีกต่อไปแล้ว

การทำการตลาดออนไลน์อย่างมีเทคนิคและวิธีการที่ถูกต้อง ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะเพิ่มฐานลูกค้าให้แบรนด์และเป็นการทำให้ผู้คนที่อยู่ในโลกออนไลน์รู้จักแบรนด์ของเรามากยิ่งขึ้น ในส่วนนี้การทำ SEO ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก

SEO สำคัญอย่างไร?

Search Engine Optimization หรือที่มีชื่อย่อว่า SEO เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์ของทางแบรนด์ขึ้นมาอยู่ในลำดับแรก ๆ เมื่อมีการค้นหาในเว็บไซต์ search engine ต่าง ๆ หลาย ๆ คนคงสงสัยว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่เว็บไซต์ของทางแบรนด์นั้นต้องติดอันดับต้น ๆ ต้องบอกเลยว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อการรับชมเว็บไซต์ของกลุ่มเป้าหมาย จำนวนการรับชมก็จะลดลงตามลำดับของเว็บไซต์ด้วย ดังนั้นหากว่าเราไม่ได้มีการทำ SEO เพื่อไต่อันดับขึ้นมาในหน้าการค้นหาแล้วล่ะก็ ก็เท่ากับว่าเราเสียโอกาสที่จะทำรายได้นั่นเอง

สาเหตุที่พูดเช่นนี้ได้ก็เป็นเพราะกลุ่มคนที่มีการค้นหาคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น คือต้องมีความสนใจในสินค้าหรือบริการประเภทนั้น ๆ และกำลังที่จะตัดสินใจซื้อนั่นเอง เรียกได้ว่า Search Engine เหล่านี้มีการคัดกลุ่มเป้าหมายมาให้เราแล้วก็ว่าได้

ทำ SEO อย่างไร ?
การทำSEO นั้น ประกอบไปด้วยหลาย ๆ ส่วนทั้งเนื้อหาภายในและภายนอกเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น เนื้อหาในเว็บไซต์แบรนด์ก็ควรที่จะมีการสอดแทรกคำสำคัญต่าง ๆ ใส่กระจายอยู่ในเนื้อหาที่ต้องการและสำหรับเนื้อหาภายนอก ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเนื้อหาในเว็บไซต์อื่น ๆ หรือ blog คือนอกจากจะมีการใส่คำสำคัญลงไปแล้ว ก็ควรที่จะมีการใส่ backlink ในเนื้อหานั้นด้วย จุดประสงค์เพื่อที่ว่าผู้อ่านจะได้มีการกดลิงก์มายังเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ด้วย ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มยอดรับชมเว็บไซต์ได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว รวมทั้งในส่วนของคำสำคัญที่เลือกมาก็ควรเป็นคำที่มีการสืบค้นจากผู้ใช้งานจริงเพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นเจอเว็บไซต์นั่นเอง

การทำ SEO นั้น ทุก ๆ แบรนด์สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ เพราะยิ่งทำเร็วเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ไวขึ้น มีโอกาสสร้างแบรนด์ให้ปังได้แบบสุด ๆ

 

คนทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ย่อมจะรู้จัก “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” ซึ่งเป็นการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์และการปรับปรุงเนื้อหาต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่มโอกาสติดอันดับต้น ๆ ในหน้าแสดงผลการค้นหาของ Search Engine โดยเฉพาะ Search Engine ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานคือ Google แต่รู้หรือไม่ว่าหลักการจัดอันดับที่ว่านี้มีขั้นตอนและกระบวนการอย่างไร รวมถึงใครเป็นผู้จัดอันดับ?

ดังนั้น วันนี้เราจะนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับระบบอัลกอริทึมของ Google ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ SEO ของเราติดอันดับได้ง่ายขึ้นกัน

ระบบอัลกอริทึมคืออะไร

ระบบอัลกอริทึม(Algorithm) คือระบบการจัดการอันดับในหน้าแสดงผล Search Result Page ซึ่งเป็นหน้าแสดงผลการค้นหาของ Google ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียงแค่ Google เท่านั้นที่มีระบบอัลกอริทึม แต่ทุก Search Engine ไม่ว่จะเป็น Yahoo, Bing ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีระบบอัลกอริทึมของตัวเองทั้งสิ้น โดยอัลกอริทึมจะคอยทำหน้าที่ให้คะแนนเว็บไซต์ต่าง ๆ และจะมีการอัปเดตคะแนนอยู่เรื่อย ๆ เพื่อคัดกรองเว็บไซต์ที่ด้อยคุณภาพหรือเว็บไซต์เพื่อไม่ให้ปรากฏอยู่ในหน้าแสดงผลการค้นหา ขณะที่เว็บไซต์ที่ได้คะแนนมาก ๆ ก็จะยิ่งมีโอกาสติดอันดับแรก ๆ ของหน้าแสดงผลนั่นเอง ฉะนั้น การทำ SEO จึงมีความสำคัญในแง่ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของเว็บไซต์นั้น ๆ ตามเงื่อนไขที่ระบบอัลกอริทึมต้องการ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดอันดับของอัลกอริทึม

สำหรับปัจจัยที่อัลกอริทึมใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่อยู่บน Google นั้น มีนับร้อยนับพันปัจจัยก็ว่าได้ แต่ปัจจัยหลัก ๆ มีเพียงแค่ 2 อย่าง ได้แก่

1.ปัจจัยภายใน: หมายถึงการปรับแต่งเว็บไซต์และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ให้ตรงตามความต้องการของอัลกอริทึม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO เลยก็ว่าได้ ประกอบด้วย

Crawl Ability: โครงสร้างของเว็บไซต์ที่ต้องสะดวกต่อการเก็บข้อมูลโดย Search Engine
Site Volume: จำนวนหน้าภายในเว็บไซต์ที่สอดคล้องกับการเก็บข้อมูลของ Search Engine
Site Theme: ลิงก์เชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป
Text Match: การเลือกใช้คำ (Keyword) ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของเนื้อหา
Page Speed: ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์
Mobile friendly: เว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนหน้าจอขนาดแตกต่างกัน (Responsive Web Design) เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC)

2.ปัจจัยภายนอก: หมายถึงลิงก์จากเว็บไซต์อื่น (Backlink) ซึ่งอาจเป็นลิงก์ที่ผู้อื่นสร้างเชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ของเรา หรือการที่เราไปฝากลิงก์เอาไว้เอง เช่น ไปลงคอนเทนต์หรือบทความในเว็บไซต์อื่น หรือการลงทะเบียนเว็บไซต์ผ่านสารบัญเว็บไซต์ ซึ่งปัจจัยภายนอกนี้ สามารถแบ่งเป็นปัจจัยย่อย ๆ ได้แก่

Link Popularity: หมายถึงปริมาณลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา

Site Theme: คุณภาพของเนื้อหาและลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา

ด้วยเหตุนี้ หากเราต้องการทำให้ SEO ที่เราทำมีโอกาสติดอันดับดี ๆ แล้วละก็ ควรเข้าใจหลักการทำงานและปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดอันดับของระบบอัลกอริทึมอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่อัลกอริทึมไม่พึงประสงค์ และปรับแก้ไขในส่วนที่จำเป็นเพื่อจะได้รับคะแนนในการจัดอันดับเพิ่มมากขึ้น

SEO หรือ Search Engine Optimization คือเครื่องมือการทำการตลาดออนไลน์ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนี้ ซึ่งการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น คอนเทนต์คุณภาพ คีย์เวิร์ด ความเร็วในการดาวน์โหลด การทำ Backlink และอื่น ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป คือ การทำรูปภาพ เพื่อให้ Search Engine เข้าใจว่าภาพเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับเนื้อหาอย่างไร และเมื่อรูปภาพมีส่วนสำคัญในการทำ SEO เพราะฉะนั้นลองมาดูกันว่าจะออกแบบรูปภาพอย่างไร เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพและเพิ่มจำนวนการค้นหามากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก SEO กันสักนิด
ก่อนจะไปเตรียมความพร้อมเรื่องรูปภาพสำหรับการทำ SEO ลองมาทำความรู้จัก SEO หรือ Search Engine Optimization กันสักนิด โดยการทำ SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ให้คะแนนของ Search Engine เช่น Google.com, Yahoo.com และ Bing.com เพื่อเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาเว็บไซต์เจอ โดยหากสามารถผลักดันให้เว็บไซต์ติดของหน้าแรกของ Search Engine มากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือแก่เว็บไซต์อีกด้วย

การปรับแต่งภาพให้สอดคล้องกับการทำ SEO
ชื่อรูปภาพส่งผลต่อการค้นหา
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัลหรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือก็สามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยไม่แพ้กัน และเมื่อนำภาพเหล่านั้นลงคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่ามักมาพร้อมชื่อภาพที่อ่านและแปลไม่ออก เช่น 1234.jpg หรือ AB 0001.jpg ซึ่งหากอัปโหลดรูปภาพพร้อมชื่อไฟล์แบบนี้ย่อมไม่ดีแน่ เพราะ Search Engine จะไม่เข้าใจว่าคือภาพอะไร แนะนำให้เปลี่ยนชื่อก่อนเสมอและควรเป็นชื่อที่อ่านออก เช่น Cat.jpg หรือ Mountain.jpg เป็นต้น

อย่าอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่เกินไป
เพราะภาพที่มีขนาดใหญ่จะทำให้ใช้เวลาดาวน์โหลด (Page Speed) นานขึ้น ซึ่งหากดาวน์โหลดนานเกินไปอาจส่งผลต่อ User Experience ซึ่งหากผู้เยี่ยมชมรู้สึกว่าใช้เวลาดาวน์โหลดนานอาจทำให้กดออกจากเว็บไซต์คุณไปอย่างง่าย ๆ เพราะฉะนั้นควรอัปโหลดไฟล์ภาพขนาดเล็กแต่ถึงอย่างนั้นต้องคมชัด ที่สำคัญควรแน่ใจว่าภาพที่อัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ต้องแสดงผลได้อย่างพอดี ไม่ใหญ่เกินหน้าจอหรือเล็กเกินไป เพราะส่งผลต่อความพอใจของผู้ใช้งาน

ภาพสวยดูดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

เพราะกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งาน ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือคลิกเยี่ยมชมเว็บไซต์เพราะภาพสวยและดูน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นนอกจากการตั้งชื่อภาพและการอัปโหลดขนาดภาพที่เหมาะสมแล้ว อย่าลืมปรับแต่งภาพให้สวยงามและน่าดึงดูด

เมื่อรูปภาพคือส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกการค้นหา เพราะฉะนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับการปรับแต่งรูปภาพ เพื่อให้ Search Engine เข้าใจว่าภาพนั้น ๆ เป็นภาพอะไร เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายค้นเจอเว็บไซต์คุณง่ายยิ่งขึ้น โดยต้องทำควบคู่ไปกับหลักการทำ SEO อื่น ๆ เช่น การทำให้คอนเทนต์ให้มีคุณภาพ การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด การทำลิงก์ภายในเว็บไซต์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบในการทำ SEO ทั้งสิ้น

เว็บไซต์ใดที่สามารถติดอันดับการค้นหาผ่าน Google ได้ในหน้าแรก เปรียบเสมือนเป็นสุดยอดแห่งการสร้างมูลค่าของเว็บไซต์และการตอบโจทย์ทางธุรกิจ เนื่องจากจะได้เป็นเป้าหมายแรกๆ ของกลุ่มเป้าหมายที่เลือกเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการของคุณ แต่การที่จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาผ่าน Google ได้ เราต้องใช้หลักการหรือแนวทางในเชิงเทคนิคของการจัดทำอันดับบนเว็บไซต์ตามแนวทางหรือกติกาของ Google เราเรียกเทคนิคนี้ว่า Search Engine Optimize หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า SEO

การทำ SEO ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการ Social Marketing มีกระบวนการแนะนำหรือแนะแนวที่หลากหลายแตกต่างกันไปล้อตามแนวทางของ Google “ที่ปรับเปลี่ยนทุกปีหรือทุกไตรมาส” มีทั้งการแนะนำในแบบสายขาว หมายถึง ทำแบบโปร่งใสล้อตามกฎกติกาของ Google ตรงประเด็นแต่เห็นผลช้าไม่ทันใจ และสายเทาดำ ที่เน้นกลยุทธ์ที่ไม่โปร่งใสเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าย่อมไม่เป็นผลดีกับเว็บไซต์ที่เข้าสู่สายเทาดำอย่างแน่นอน เนื่องจากอาจจะทำให้ถูก Black List หรือส่งผลให้ไม่ถูกจัดอันดับบนหน้า Google เลยทีเดียว

บทความนี้ผู้เขียนจึงอยากจะขอแนะนำผู้อ่านให้เรียนรู้และเข้าใจหลักการทำ SEO ที่อ้างอิงจากคำแนะนำของ Google (https://support.google.com/webmasters/answer/7451184?hl=en) เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับมือใหม่ไปจนถึงผู้ที่ต้องการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ตนเองในแบบยั่งยืน พร้อมทั้งเพิ่มเติมสิ่งที่ควรเรียนรู้และคำนึงถึงจากประสบการณ์ของผู้เขียน ขอเรียกว่า “กลยุทธ์ 3 รู้สู่ SEO” ครับ แบ่งตามหัวข้อและรายละเอียด ดังนี้

1. เตรียมความพร้อมส่วนของเนื้อหาในเว็บไซต์ (รู้เรา)

สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญที่สุดคือ “Content คุณภาพ” หมายถึง บทความหรือข้อมูลบนเว็บไซต์ ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้ชมที่เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ สิ่งเหล่านี้เป็นที่โปรดปรานของ Google Bot ให้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ของคุณเป็นอย่างมาก เนื่องจากค่าคะแนนที่ได้จะส่งผลให้อันดับของเว็บไซต์คุณสูงขึ้น สิ่งสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมในข้อ 1 เพื่อให้ได้ Content คุณภาพ มี 8 ข้อหลักที่ใช้ได้เสมอ มีดังนี้

1.1 ให้ความสำคัญกับ TAG <title> </title> ใส่ให้ชัดเจนเหมือนพาดหัวข่าว และเนื้อหาภายในควรสอดคล้องกับ Title ดังกล่าว จะทำให้คะแนนเว็บไซต์ของคุณเพิ่มขึ้น ไม่ควรพาดหัวอย่างหนึ่งแต่เนื้อหาภายในกลับเป็นอีกอย่าง หากทำแบบนั้นคะแนนเว็บไซต์การจัดอันดับของคุณอาจถูกลด คุณค่าของ Content จากกลุ่มเป้าหมายของคุณก็ถูกมองให้ด้อยค่าลงด้วยเช่นกัน

1.2 ให้ความสำคัญกับ TAG <meta name =”Description”> เปรียบเสมือนคำอธิบายสั้นๆ ของหน้า content ของคุณ Google Bot จะใช้ Description นี้เพื่อวางรายละเอียดสั้นๆ ของหน้าเว็บไซต์คุณบนการแสดงผลการค้นหา อย่าละเลยการให้รายละเอียดบน Description ที่เหมือนเป็นหัวใจของการจัดอันดับ สิ่งต้องห้ามของผู้ที่จัดทำ SEO ใน TAG ต่างๆ คือการ copy ข้อมูลชุดเดียวกัน ที่มี keyword ซ้ำๆ มาวางไว้ใน description ของแต่ละหน้า นั่นทำให้เว็บไซต์ของคุณด้อยค่าและไม่จริงใจกับกลุ่มเป้าหมาย

1.3 ให้ความสำคัญกับ TAG <meta name=”keywords”> เพราะเปรียบเสมือน index หรือสารบัญของเว็บไซต์ของคุณ ควรใช้คำที่สื่อความหมายและสอดคล้องกันกับเนื้อหาที่คุณมีในเว็บไซต์นั้น เช่นคุณเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ คุณไม่ควรใช้ keyword ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร,น้ำอัดลม, เชื้อชาติ, ความคิด จากตัวอย่างคุณจะพบว่า แม้วิทยาศาสตร์จะครอบคลุมในหลาย keyword ก็จริง แต่ความสอดคล้องใน keyword พิจารณาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ ส่อเจตนาที่ไม่โปร่งใสหรือไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร

1.4 อย่าใช้คำ title หรือ keyword ที่ซ้ำๆ เพื่อหวังอันดับที่เพิ่มขึ้น หรือใช้คำยาวๆ ที่มี keyword ของ title ปนอยู่ภายในหัวข้อบทความเป็นปริมาณมาก เพราะนั่นจะทำให้คุณเข้าข่ายเจตนา Spam คำเพื่อหวังอันดับและส่งผลร้ายต่อคะแนนการจัดอันดับของคุณ

1.5 จัดทำ Sitemap ให้กับเว็บไซต์ของคุณ หลายคนมองข้ามการจัดทำ Sitemap แท้จริงแล้วสิ่งนี้เป็นการสร้างการเชื่อมโยง Content ภายในเว็บไซต์ เป็นการสร้าง Link ที่มีคุณภาพระหว่างหน้า เป็นการสร้างการเพิ่มปริมาณการ Click อีกทั้งยังสร้างความรวดเร็วในการเก็บข้อมูลของ Google Bot ต่อเว็บไซต์ของคุณ สิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาดของ Site map คือการสร้าง link อย่างซับซ้อน เช่น ลิ้งก์ทุกๆ หน้าในเว็บไปยังหน้าอื่นๆ ทุกหน้า หรือแบ่งเนื้อหาจนละเอียดกว่าจะเข้าถึงเว็บไซต์ที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ต้องคลิกกว่า 20 ครั้งเพื่อจะไปพบเนื้อหาที่ต้องการจากหน้าแรก เป็นต้น เหล่านี้เป็นการสร้างเจตนาที่ไม่ตรงไปตรงมากับการจัดอันดับในเว็บไซต์ของคุณ

1.6 จัดทำ Url ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านได้ในภาษามนุษย์หรือสอดคล้องกับหน้าที่สื่อสาร เพราะ Url ของเว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ใช้ในการบอกให้กับ Google Bot เรียนรู้รายละเอียดของ Content เป็นการเพิ่มคะแนนให้กับการจัดอันดับของคุณ ยกตัวอย่าง url ที่ google bot ยอมรับและนำมาประกอบการพิจารณาได้ดีกว่า เช่น http://www.sciencelab.con/2020/gravity-theory-2020.html ส่วนที่ไม่ควรทำ เช่น http://www.sciencelab.con/scdgwc/site2.html จะเห็นได้ว่า URL ไม่สื่อกับการทำความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมายและ google bot

1.7 ถ้าหากใช้รูปภาพ อย่าลืมใช้ TAG alt เพราะไฟล์รูปภาพไม่สื่อความหมายในการเก็บข้อมูลของ Google Bot โดยเฉพาะภาพที่อาจใช้ไฟล์เพียง img.jpg , pict1.jpg เหล่านี้ไม่สร้างคุณค่าหรืออันดับกับเว็บไซต์ จำไว้ครับว่า เมื่อใดก็ตามมีภาพ คุณควรใช้ชื่อภาพสื่อกับเนื้อหา เช่น คุณมีภาพม้าสีน้ำตาล คุณควรตั้งชื่อว่า horse-brown.jpg และใช้ alt = ‘ม้าสีน้ำตาล’ <img src = ‘horse-brown.jpg’ alt = ‘ม้าสีน้ำตาล’> จากตัวอย่างนี้ จะทำให้ Google bot รับรู้คำที่สื่อความหมาย สร้างคำใน index เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณมีคุณค่ามากขึ้นครับ

1.8 อย่ามีเนื้อหาเพียงหยิบมือแต่โฆษณาจนล้นหน้า เราอาจเคยเจอเว็บไซต์ทีเขียนเนื้อหาพาดหัวเหมือนข่าวที่น่าสนใจจนอยากคลิกอ่าน แต่เมื่อมาถึงเว็บไซต์จริงพบว่าเนื้อหามีเพียงน้อยนิดหรืออาจลอกมาจากที่อื่น ที่สำคัญกลับมีโฆษณามากมายปรากฏอยู่เต็มเว็บไซต์ สิ่งเหล่านี้ทาง Google ถือว่าเป็นเจตนาแอบแฝงที่ส่งผลร้ายต่อผู้กลุ่มผู้ใช้งานและบั่นทอนคุณภาพของสังคมที่สร้าง Content คุณภาพให้เสียหาย คุณจะถูกลดอันดับการค้นหาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ข้อนี้ห้ามเด็ดขาดครับ ที่สำคัญหากเจอเว็บไซต์เหล่านี้คุณไม่ควรคลิกเข้าไปให้เปลืองอินเทอร์เน็ตหรือทรัพยากรใดๆ ของคุณ เพราะเป็นการส่งเสริมการสร้าง content ที่ผิด อาจมีไวรัสหรือโทรจันเป็นของแถมให้คุณอีกด้วย

2. เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย (รู้เขา)

การทำ SEO จะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากคุณไม่ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นใคร มีสไตล์การอ่าน การเรียนรู้ content แบบใด เหมือนอยากขายเรือแต่ลูกค้าคุณอยู่ทะเลทราย ไม่มีวันที่คุณจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน สิ่งที่คุณควรใส่ใจในประเด็นนี้ ได้แก่

2.1 เข้าใจกลุ่มเป้าหมายด้วยเนื้อหาที่ตรงใจ เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากมายอาจมีเนื้อหาไม่มากนัก แต่ประกอบไปด้วย การเขียนที่ตอบโจทย์ วีดีโอที่สั้นกระชับ เนื้อหาตรงตามกลุ่มเป้าหมาย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสไตล์ของการนำเสนอที่คุณควรมองลูกค้าเป็นหลัก และเป็นสิ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีเสน่ห์น่าติดตาม

2.2 นำเสนอแบบแปลกใหม่ตามกระแสบ้าง เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว การนำเสนอของคุณแบบเดิมอาจไม่โดนใจลูกค้าหน้าใหม่หรือหน้าเดิม คุณควรใช้กระแสสังคมมาปรับเปลี่ยนการนำเสนอ สร้าง viral ยอดฮิตบ้าง เช่น นักวิจัย สวทช. บางท่านก็ใช้การ Rap มาอธิบายกฎวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจอย่างง่ายๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจใหม่ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ดีเสมอ

2.3 มีกิจกรรมหรือการ interactive กับสมาชิก ยุคสมัยนี้การ interactive หรือการทำกิจกรรมออนไลน์ร่วมกัน เป็นการสร้างฐานหรืออันดับของเว็บไซต์ได้อย่างดี การแชร์กิจกรรมผ่านเว็บไซต์ เป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างช่องทางหรืออันดับให้กับเว็บไซต์ของคุณ ที่สำคัญคุณควรรับผิดชอบกิจกรรมนั้นอย่างตรงไปตรงมา มีหลายเว็บไซต์ ที่มีกิจกรรมแชร์หรือให้รางวัลแต่ท้ายสุดกลับยกเลิกหรือไม่ทำกิจกรรมต่อ ส่งผลร้ายแรงต่อความเชื่อถือและนำมาซึ่งผลลบต่ออันดับเว็บไซต์ของคุณ

2.4 วิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อคุณสำรวจสถิติการเข้าถึงเว็บไซต์จากกลุ่มเป้าหมาย คุณจะพบกลุ่มลูกค้าและความต้องการที่หลากหลาย อย่าลืมเก็บสถิติเหล่านี้มาวิเคราะห์เพิ่มเติม เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณจะได้เปรียบมากชึ้น ปัจจุบันมีเครื่องมือการเก็บสถิติที่หลากหลาย เช่น google analytic หรือ truehits เป็นต้น อย่าลืมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์นะครับ

 

3. เข้าใจเทคนิคและคำศัพท์ในการทำ SEO (รู้กลยุทธ)

หัวข้อนี้จะเป็นส่วน Advance สำหรับผู้ทำ SEO ที่จะต้องเข้าใจคำศัพท์และเทคนิคที่เกี่ยวข้องสำหรับการทำ SEO โดยผู้เขียนจะเลือกสิ่งที่ควรทำและศัพท์ที่ควรจำมาไว้ในหัวข้อนี้ในแบบรวบรัด มีรายละเอียดดังนี้ครับ

3.1 Mobile Friendly & Access Time เทคนิคสำคัญที่คุณควรออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับ Smart Device พร้อมทั้งคำนึงถึงการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่กินเวลานาน (โหลดเว็บเสร็จอ่าน content ได้ ควรไม่เกิน 3 วินาที ) เพราะเว็บไซต์ที่รองรับหลาย Device ที่สามารถโหลดได้รวดเร็ว ผู้ใช้งานได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์โดยเร็ว จะสร้างความประทับใจและการเข้าถึงใหม่ๆ อยู่เสมอ มีหลายเว็บไซต์ที่ละเลยข้อนี้ ทำให้ฐานลูกค้าบน Smart Device หายไปมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในยุคปัจจุบัน

3.2 ติดตั้ง google search console ถ้าคุณมีสิทธิ์ในการติดตั้งบนเว็บไซต์ของคุณ ขอแนะนำให้ติดตั้ง Google Search Console ไว้บนเว็บไซต์ โดยการติดตั้งทำเพียงการสร้างไฟล์ที่ google แนะนำไว้บนเว็บไซต์ของคุณเท่านั้นครับ ที่ต้องแนะนำกันก็เพราะ Google Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Google เรียนรู้ข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณโดยตรงได้ง่ายขึ้น เราสามารถส่งข้อมูล Site Map โดยตรงไปหา Google Bot อีกทั้งยังมีข้อมูลวิเคราะห์ เทคนิคใหม่ ๆ ให้คุณได้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้กับเว็บไซต์ของคุณได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งกับกลยุทธ์ รู้เขา ที่ผู้เขียนได้กล่าวมา ที่สำคัญ ปลอดภัย เพราะมาจาก google เอง

3.3 การเข้าสู่ SEO เต็มตัวด้วยการโฆษณาแบบเสียเงินกับ Google หากคุณสนใจข้อนี้ นั่นแปลว่าคุณเน้นทางลัดการติดอันดับโดยเลือกมีค่าใช้จ่ายการทำ SEO ซึ่งจะต้องมีทุนในการโปรโมทธุรกิจ คุณต้องเข้าใจการคำนวณหาราคาที่พร้อมจะจ่าย ต้องเรียนรู้ศัพท์และเทคนิคที่ควรรู้ก่อนการเข้าสู่การโปรโมทเว็บไซต์ของคุณ หัวข้อนี้ผู้เขียนอยากแนะนำหลักการและศัพท์เทคนิคที่ควรรู้สำหร้บมือใหม่ที่สนใจจะทำ SEO ในหัวข้อนี้ ดังนี้ครับ

3.3.1 การกำหนด Keyword Difficult ผ่าน tool ต่างๆ เพื่อประเมินว่า คำที่เราจะนำไปทำ SEO นั้น มีผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด แล้วนำไปวิเคราะห์ต่อใน Google Adwords เพื่อวิเคราะห์ปริมาณการค้นหาและค่าใช้จ่าย คุณสามารถปรับปรุง keyword ให้มีปริมาณการแข่งขันที่น้อยลง เพิ่มหรือลดงบประมาณการโปรโมทพร้อมระยะเวลาในการโปรโมทเว็บไซต์ได้

3.3.2 การเข้าใจ Adtext และ Quality Score เมื่อคุณตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อการโปรโมท คุณจะได้ keyword ที่คุณต้องการ ผมแนะนำให้คุณใช้ keyword มาประกอบกับ Adtext (เป็นสิ่งที่ทาง Google Adwords มีให้เรากำหนด ) เพื่อให้การค้นหาสอดคล้องกับ Keywords ซึ่งนั้นจะเพิ่มค่า Quality Score ให้กับการโปรโมท ทำให้ค้นหาได้มากครั้งขึ้น ส่งผลให้ค่า CTR (Click Through Rate) สูงขึ้น ใช้วัดผลได้ว่า เราซื้อโฆษณาถูก Keyword ผู้ชมค้นหาเว็บไซต์เราตรงจุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทด้วย และยังมีคำศัพท์อื่นๆ ที่คุณต้องเรียนรู้อีกมากครับ เช่น impressions, Clicks, CPC, CPL เป็นต้น แต่ขอไม่พูดถึงในที่นี้ เพราะสิ่งที่สำคัญสุดคือการกำหนด keywords ที่ดี จะนำมาซึ่งค่าต่าง ๆ ที่ดีครับ

3.3.3 เข้าใจศัพท์ที่เป็นตัวแปรส่งผลดีกับเว็บไซต์ แม้คุณจะเป็นสายใช้เงินหรือสายฟรีแบบถูกต้อง สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญคือ ควรเข้าใจในคำศัพท์ที่เป็นตัวแปรหลักๆ สำหรับการทำ SEO ดังนี้ครับ

Organic Keywords หมายถึง คำสำคัญหรือ Keyword ที่เป็นปลายเปิด เหมาะสำหรับการดึง traffic มากๆ เข้าสู่เว็บไซต์ เช่น หาก keyword เราคือ กล้วย organic keyword อาจเป็น กิน กล้วย , ปลูก กล้วย, กล้วย น้ำว้า เป็นต้น คุณจะพบว่า มีคีย์เวิร์ดปนอยู่ในคำที่สอดคล้องในแนวทางเดียวกันโดยไม่เป็นเจตนาแสปม เหล่านี้จะสร้าง traffic การเข้าเว็บไซต์ของคุณ เมื่อมีการค้นหาผ่าน google
Organic Traffic คือการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณจากการค้นหาผ่าน google หรือการ link เข้าถึงเว็บไซต์โดยตรงผ่าน url ถือเป็นค่าคะแนนที่สำคัญสำหรับการเพิ่มอันดับของคุณ
Domain Authority (DA) เป็นค่าการวัดความนิยมของโดเมนเพื่อใช้ในการคิดคะแนนอันดับ ถึงแม้จะมีหลักการมากมายอธิบายว่าการวัด DA ต้องทำในหลายหมวดหมู่ แต่ผู้เขียนขอแนะนำว่า การทำ Content ที่ดี มีความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ รวมถึงอายุโดเมนที่ยาวนาน คือปัจจัยสำคัญในการทำให้ค่า DA มีคะแนนสูง
Page Authority (PA) มีความคล้ายกับ DA แต่เป็นการวัดความนิยมของหน้าเพจแต่ละเพจในด้านการเข้าถึง การมีคุณภาพของ content และอีกหลายปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลา สูตรสำเร็จคือการสร้าง Content ที่ดี จะทำให้ค่า PA มีคะแนนที่สูงเช่นกัน
Ahrefs Rank (AR) คุณอาจจะเคยได้รับการแนะนำว่าควรแลก link ไปตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อการสร้าง back link และ Traffic ที่มากขึ้นให้กับเว็บไซต์ของคุณเพื่อการไต่อันดับบนหน้า google แต่ปัญหาคือ เว็บไซต์เหล่านั้นดีและมีคุณภาพพอในการนำมาพิจารณาคะแนนอันดับหรือไม่ มีหลายแห่งไม่สนใจ AR Traffic ที่มาจากแหล่งสีเทาหรือเว็บไซต์ที่ไม่ถูกต้อง เช่น เว็บไซต์ที่เปิดมาเพื่อการแลก Link หรือมีเจตนาเพียงหวังเพิ่ม traffic โดยไม่หวังด้านคุณภาพอื่นๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ google ลดทอนอันดับคุณภาพ link ของเว็บไซต์ของคุณ ต้องระวังนะครับ
คำศัพท์ต่างๆ ที่ยกมาเป็นเพียงส่วนย่อย แต่ต้องคำนึงถึงบ่อยๆ ครับ ทุกวันนี้การเพิ่มเติมตัวแปรหรือคำศัพท์เพื่อใช้ในการจัดอันดับมีมาก แต่สิ่งที่ผู้เขียนย้ำเสมอคือ หาก content คุณดีและมีคุณภาพ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเหล่านี้ให้มากนักครับ

3.3.4 การวัดผลเชิงสถิติหลังการโปรโมท อย่าลืมใช้ google analytic หรือ google search console เพื่อการวัดสถิติหลังการทำ SEO ทั้งแบบเสียเงินหรือแบบฟรี เพราะนี่เป็นสิ่งที่ใช้วัดความสำเร็จหลังจากการทุ่มเทอย่างหนักของคุณทั้งก่อนและหลังการเข้าสู่ SEO ครับ

บทสรุป ถึงแม้ Google จะเปลี่ยนกฎกติกาหลายอย่างเพื่อการจัดอันดับ Ranking บนเว็บไซต์ ซึ่งโดยหลักการแล้วจะปรับเพื่อป้องกันการโกงหรือปรับให้มีความยุติธรรมในการจัดอันดับมากขึ้นผ่าน algorithm และกติกาใหม่ๆ แน่นอนว่าผู้ทำ SEO ต้องใส่ใจและศึกษาเป็นแนวทาง แต่สิ่งที่ทาง Google เองย้ำเสมอคือการสร้าง Content ที่ดี โปร่งใส เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และมีคุณภาพ นั่นต่างหากครับเป็นแนวทางที่ถูกต้องและยั่งยืนเสมอ บทความนี้ผู้เขียนจึงอยากจะขอสรุปแนวทางที่ยั่งยืนมาเป็นแบบฉบับรวบรัดและหวังว่าผู้สนใจการทำ SEO ทั้งมือใหม่และมือเก่าจะได้นำไปพิจารณาเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ท้ายสุดนี้ผู้เขียนก็นึกถึงคำสุภาษิตของไทย ที่น่าจะใช้ได้กับโลก SEO ครับคือ “สวยแต่รูป จูบไม่หอม” ย่อมไม่ยั่งยืน

 

รับทำ SEO 

Published by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *