รีวิวหนัง The Hateful Eight หรือชื่อไทยว่า 8 พิโรธ โกรธแล้วฆ่า

เรื่องย่อหนัง หนัง The Hateful Eight หรือชื่อไทยว่า 8 พิโรธ โกรธแล้วฆ่า 8 พิโรธ เรื่องราวหลังเหตุสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง จอห์น รูธ “มือแขวนในตำนาน” (เคิร์ต รัสเซลล์ – Kurt Russell) ที่ต้องพาเดซี่ โดเมิร์กู “นักโทษโคตรบ้า” (เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ – Jennifer Jason Leigh) ไปยังเรดร็อกเพื่อประหารชีวิต ทว่าทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับ ผู้พัน มาร์คิส วอร์เรน “นักล่าค่าหัว” – แซมมวล แอล แจ็คสัน (Samuel L. Jackson) และ คริส แมนนิกซ์ “มือปราบ โป้งกระจุย” (วอลตัน ก็อกกินส์ – Walton Goggins) ท่ามกลางพายุหิมะ ทั้งสี่คนมีเหตุที่ทำให้ต้องติดอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่ง ที่ได้พบกับคนแปลกหน้าอีกสี่คนอย่าง บ็อบ” เม็กซิกัน พันธุ์โหด” (เดเมียน บีเชียร์ – Damien Bichir), โจ เกจ”โคบาลชั่ว ฆ่าวัวด้วยมือเปล่า” (ไมเคิล แมดเซ่น – Michael Madsen), ออสวอลโด โมเบรย์ “อังกฤษ อสรพิษ (ทิม ร็อธ – Tim Roth) และ นายพล แซนฟอร์ด “แซนดี้” สมิทเธอส์ “นายพล คนอันตราย” (บรูซ เดิร์น – Bruce Dern) คนแปลกหน้าแปดคนเหล่านี้ มีความลับและความแค้นบางอย่างที่ต้องชำระด้วยลูกปืนและเลือด!

รีวิวหนัง The Hateful Eight หรือชื่อไทยว่า 8 พิโรธ โกรธแล้วฆ่า

ผลงานลำดับที่ 8 ของอีก 1 ผู้กำกับมากฝีมือ เควนติน กลับมาด้วยพลอตเรื่องสุดอลหม่าน เมื่อชายโฉดทั้ง 7 และหญิงร้ายอีก 1 ต้องมาติดอยู่ในกระท่อมหลังเดียวกัน และแต่ละคนก็ล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง ความแค้นของตัวเอง ที่รอวันระอุในกระท่อมหลังนี้ เรื่องย่อขอเล่าสั้นๆ เพื่อไม่เป็นการสปอยล์นะครับ (ถึงแม้ว่าจะมีบทหรืออะไรทั้งหลายหลุดมาเยอะแล้วเถอะ)

The Hateful Eight ยังคงความสนุกของบทสนทนาและพลอตเรื่องสุดประหลาดไว้ตามสไตล์เควนตินเหมือนงานก่อนๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องการเมืองที่มีสอดแทรกอยู่ตลอด เพราะเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นหลังสงครามกลางเมือง

ตัวหนังค่อนข้างยาวแต่กลับดูได้อย่างสนุกลื่นไหล แม้ว่าสถานที่จะมีไม่กี่ที่ และตัวละครเพียง 8 ตัว แต่สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง ก็สร้างความสนุก ตลก และสะใจ (หรือเหวอ) ตามมาตรฐานของผู้กำกับ

แต่หากนำไปเปรียบเทียบกับผลงานก่อนๆนั้นยังถือว่าไม่ได้ยอดเยี่ยมและน่าจดจำเท่าไหร่นัก ที่ดีที่สุดก็เห็นจะเป็นนักแสดงหญิงร้ายเดซี่ที่รับบทโดย เจนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ ที่แสดงได้บ้าบอและขโมยซีนเลยทีเดียว

โดยรวมแล้วงานชิ้นที่ 8 ของเควนติน แม้ว่าจะดรอปลงเล็กน้อย แต่หนังก็ยังดูสนุกและไม่น่าเบื่อเหมือนเคย ใครที่ชอบผลงานก่อนๆของเขา แนะนำให้ไปชมกันครับ ที่มา

เขียน บทความ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google สำหรับมือใหม่

เขียนบทความ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google สำหรับมือใหม่

เขียน บทความ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google แบบไม่เสียเงิน สำหรับมือใหม่ – สิ่งง่ายๆที่คนส่วนใหญ่มองข้ามในการทำพื้นฐาน SEO

ในปี 2019 การทำเว็บไซต์ ให้มีคนเข้ามาติดตามและให้มียอดขายสินค้าได้มาก จะต้องมีการเขียนบทความ SEO อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการจัดอันดับใน Search Engine อยู่อันดับต้น ๆ ที่จะทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เราจึงได้รวบรวมวิธีการเขียนบทความ SEO ที่มีคุณภาพมาฝากกัน ดังนี้

1. การเลือก Keyword ที่เหมาะสม ซึ่งมีอยู่หลายแบบ เช่น

– คีย์เวิร์ดแบบกว้าง ๆ หรือ Mass Keyword เช่น ร้านอาหาร รีสอร์ต รองเท้ากีฬา

– คีย์เวิร์ดแบบมีรายละเอียด หรือ Niche Keyword เช่น โน้ตบุ๊กAsus รุ่น XXX

ดังนั้น ก่อนเขียนบทความ ควร Searchใน Google ว่าลูกค้าเป้าหมายใช้ Keyword อะไรหาข้อมูลสินค้าและบริการที่ตรงกับของธุรกิจออนไลน์ของคุณบ้าง ก็จะทำให้ได้บทความที่น่าสนใจขึ้น

2. คีย์เวิร์ดต้องใส่ในชื่อเรื่องของบทความและอยู่ในเนื้อหาบทความกระจายอย่างน้อย 2-3 แห่งโดยจะต้องอ่านแล้วเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่ามีการยัดเยียด Keyword จนมากเกินไป

การใส่คีย์เวิร์ดที่แน่นเกินไป จะทำให้ระบบ AI ของ Search Engine วิเคราะห์ว่าเป็นบทความคุณภาพต่ำ ทำให้อันดับเว็บไซต์ตกลงได้

3. การทำบทความ SEO แต่ละย่อหน้าควรจะมีความยาวไม่มากเกินไป เพื่อที่จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายตา มีการใส่หมายเลขที่หัวข้อย่อย เพื่อให้คนอ่านเข้าใจสิ่งที่นักเขียนต้องการจะนำเสนอได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ในบทความที่ดีก็ควรจะมีการแทรกรูปภาพที่สวยงาม เพื่อดึงดูดความสนใจหรือทำเป็นคลิปวีดีโอประกอบ ก็จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น

4. บทความแต่ละเรื่อง ควรมีความยาวเหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น บทความที่โพสต์ในเฟสบุ้ค ก็ควรยาว 150-250 คำ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านรู้สึกเบื่อ และใส่รูปภาพเพื่อให้น่าสนใจขึ้น

ส่วนบทความสำหรับเว็บไซต์ที่เน้นการให้ความรู้ก็ควรความยาว 500-1000 คำ เพื่อให้สามารถมีรายละเอียดในหัวข้อย่อยต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายประทับใจและมีโอกาสที่จะเข้ามาอ่านบทความอื่น ๆ ในเว็บไซต์คุณบ่อย ๆ ด้วย

จะเห็นได้ว่าทั้งสี่วิธีการทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่นักธุรกิจออนไลน์สามารถที่จะสร้างบทความ SEO ได้ด้วยตัวเอง และถ้ามีการเขียนและนำขึ้นไปโพสในเว็บไซต์เป็นประจำก็จะทำให้มีผลการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่ดีขึ้น และทำให้มีโอกาสในการขายสินค้าและมีลูกค้าประจำมากขึ้นด้วย

SEO แบบไหนไม่ควรทำในปี 2019

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แบบไม่ต้องใช้เงินโฆษณา มีหลักการ คือ เป็นการทำเนื้อหาบทความ ภาพ และ Link เชื่อมโยงเว็บไซต์จากภายนอกที่มีคุณภาพสูง เพื่อทำให้มียอดขายและจำนวนลูกค้ามากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ทำธุรกิจจำนวนไม่น้อย มีปัญหาจากการทำ SEO แบบคุณภาพต่ำ แล้วทำให้ถูกจัดอันดับในการสืบค้นจาก search engine เช่น Google และ Yahoo ที่ไม่ดีตามไปด้วย จึงได้รวบรวมการทำ SEO ที่ควรหลีกเลี่ยงกับทุกเว็บไซต์ในปี 2019 มาฝากกัน ดังนี้

1. ไม่ควรทำ Web Directory (ระบบการรวบรวมหมวดหมู่ของเว็บไซต์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน) เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนิยมใช้ Facebook และ Google ในการหาข้อมูลสินค้าและบริการมากกว่า การทำ Web Directory จึงไม่ค่อยได้ประโยชน์และหากทำแล้วมีคุณภาพต่ำ ก็จะทำให้อันดับของการสืบค้นตกลงไปด้วย

2. ในอดีตการใช้ชื่อโดเมนที่มี keyword ที่ลูกค้าค้นหาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ปัจจุบันต้องสนใจที่ส่วนของเนื้อหาบทความที่ต้องบรรจุ keyword ที่ตรงกับการสืบค้นของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากกว่า ทำให้ถูกวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm เช่น แพนด้า ฮัมมิ่งเบิร์ด จนได้การประมวลผลเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพในระยะยาวได้

3. ไม่ควรแลกลิงค์ หรือสร้าง Back Link ที่คุณภาพต่ำ การทำ backlink ที่มีคุณภาพต่ำเป็นการส่งกลุ่มเป้าหมายไปยังหน้าโฆษณาที่ไม่ให้ประโยชน์สาระอะไร ทำให้เสียเวลาและทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจ จนอาจจะทำให้ลูกค้าไม่กลับมาใช้บริการเว็บไซต์ซ้ำอีกเลย

4. ไม่ควรทำ URL ที่มีเนื้อหาและความสำคัญในระดับที่ใกล้เคียงกันหมด ควรจะต้องวางแผนผังว่าจะให้เส้นทางของการหาข้อมูลลูกค้าเป็นอย่างไร มีการจัดลำดับเรื่องหลักและเรื่องรองเสมอ เพราะการเปลี่ยน URL ในภายหลัง จะมีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ตามมาด้วย

5. การใช้ keyword ที่ซ้ำซากมากเกินไปจนทำให้บทความอ่านไม่รู้เรื่องและดูไม่เป็นธรรมชาติ จะมีผลต่อความประทับใจของกลุ่มผู้อ่าน และเป็นปัญหาที่เรียกว่า keyword stuffing ซึ่งจะทำให้ระบบ algorithm ตรวจจับได้ และจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ลงไปด้วยเช่นกัน

6. การไม่อัพเดตข้อมูลจะทำให้อันดับการสืบค้นตกลง เพราะระบบอัลกอรทึมจะเปรียบเทียบข้อมูลสะสมระหว่างเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการในประเภทเดียวกันอยู่เสมอ ดังนั้น จึงต้องมีความสม่ำเสมอในการอัพเดตข้อมูล สื่อประกอบและคลิปต่าง ๆ

การทำ SEO ที่ไม่มีคุณภาพ ดังที่ยกตัวอย่างมา จะเป็นปัญหาสำหรับการจัดอันดับด้วย search engine และทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันกับเจ้าของกิจการรายอื่นที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันได้ ทำให้ขาดลูกค้าประจำ และไม่สามารถสร้างยอดขายสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องได้

อยากขายดิบขายดี SEO ช่วยได้อย่างไร

การทำ SEO หรือ search engine optimization ให้กับเว็บไซต์ จะทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่าย การทำ SEO จึงให้สะดวกต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในการที่จะสืบค้นเจอร้านที่ใช่ สินค้าที่ชอบได้อย่างรวดเร็วฉับไวสมกับยุค 5g ทั้งยังเป็นการเพิ่มยอดการขายให้ขายดิบขายดี เฮง ๆ ร่ำรวยสำหรับร้านค้าที่มีการทำ SEO สม่ำเสมอด้วย

อยากขายดิบขายดี SEO ช่วยได้อย่างไร

ทั้งนี้ Yahoo Google ซึ่งเป็น search engine อันดับต้นของโลก จะใช้ระบบ algorithm เฉพาะตัวในการที่จะจัดลำดับของเว็บไซต์ทั่วโลก จากฐานข้อมูลแบบ Big Data โดยการดูโครงสร้างและส่วนประกอบต่าง ๆ อย่างเช่น คีย์เวิร์ดในบทความ คลิป รูปภาพ ว่าสอดคล้องกับหลักของ SEO เพียงใด

ดังนั้นเว็บไซต์ใดที่มีการทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในการปรับส่วนโครงสร้างการเชื่อมโยงเพิ่มลิงค์ข้อมูลจากภายนอกหรือที่เรียกว่า Backlink การปรับ Content SEO ให้มีความเป็นอัตลักษณ์เนื้อหามีการสร้างคุณค่าแก่ผู้อ่าน คือ ไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเสียเวลาและเสียค่าอินเตอร์เน็ตไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังมีการผลิตสินค้าและบริการที่สร้างความประทับใจให้ผู้บริโภครักษามาตรฐานไว้ได้ มีความเฉพาะตัว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในช่วงเวลานั้น ๆ ได้ ก็มั่นใจได้เลยว่า SEO จะทำให้บรรลุเป้าหมายทะลุเป้ายอดขายกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ทั้งนี้ เราแนะนำว่าหากต้องการให้การทำ SEO ยั่งยืน เพื่อให้ธุรกิจรุดหน้า ไม่สะดุด ควรมีทีมงานในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO อย่างต่อเนื่องทุกวัน และหา creative ผู้ผลิต Content SEO ที่มีสไตล์การเขียนเฉพาะตัวเพื่อสร้างผลงานที่โดดเด่นประจำเว็บไซต์ด้วย

อย่าลืมว่า กระแสบอกต่อและการเชื่อมโยงลิงค์ SEO สำคัญมาก เพราะปัจจุบันผู้คนนิยมแนะนำร้านอาหารอร่อย สินค้าดี ของใช้เด็ด หรือบริการที่มีไอเดียเก๋ผ่านทางสื่อโซเชียล ดังจะเห็นได้ว่ามีคนจำนวนมากมาตั้งกระทู้ตามสังคมออนไลน์อย่าง Pantip หรือกลุ่มแชทเฉพาะสินค้านั้น ๆ ว่าใช้หูฟังยี่ห้ออะไรดี คีย์บอร์ดสำหรับเล่นเกมส์แบบไหนขั้นเทพที่สุด ผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็กแรกเกิดควรใช้แบรนด์ไหน เป็นต้น

หากไม่มีการทำ Link เชื่อมโยงหรือ Back Link ก็จะทำให้ร้านสินค้าแบรนด์ของคุณมีเปอร์เซ็นต์การถูกค้นพบลดน้อยลง รวมถึงอันดับในการแสดงผลผ่าน search engine ก็จะตกไปอยู่ในหน้าที่ 5 6 7 ขึ้นไปในหน้าต่างการสืบค้น ซึ่งลูกค้าน้อยคนนักที่จะคลิกเข้าไปจนถึงหน้าต่างหลัง ๆ เพื่อหาสินค้าที่ต้องการ

อยากขายดิบขายดี SEO ได้อย่างไร

จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าการทำ SEO เป็นทางออกที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ ทำให้ร้านค้าขายดิบขายดี เพียงใส่ใจการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับการสืบค้น SEO ได้ง่าย และหมั่นตอบคำถามข้อสงสัยในห้องแชทโซเชียล พร้อมแปะลิ้งค์มาสู่หน้าเว็บไซต์ของคุณ ก็จะทำให้กิจการรุ่งเรืองขายดิบขายดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน ก็มีผู้มาโพสต์บริการรับทำบทความ SEO หลายแห่ง ที่ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ สามารถเลือกจ้างจากบริษัทหรือนักเขียนที่มีประสบการณ์ก็ได้เช่นกัน โดยควรขอดูผลงานตัวอย่างการเขียนและสอบถามราคาก่อนการจ้าง จะทำให้ได้บทความที่คุ้มค่ามากที่สุด

เว็บไซต์ขายสินค้าและบริการออนไลน์ในปี 2019 จำเป็นต้องมีการพัฒนาและสร้างสรรค์ content ให้ตอบโจทย์ SEO ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ search engine ชื่อดังอย่าง yahoo google ได้กำหนดไว้ โดยมีสิ่งที่กูรูด้านการตลาดออนไลน์แนะนำไว้ว่าห้ามขาด ดังต่อไปนี้

สิ่งที่ห้ามขาดในการทำเว็บไซต์ SEO

การมีคีย์เวิร์ดที่ดี

ความพยายามสร้างบทความที่ดีจะบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าไม่ได้เลย หากขาดคีย์เวิร์ด SEO ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ซึ่งในปัจจุบันนั้นมี google trends เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยวิเคราะห์เชิงสถิติได้ว่ามีวลี หรือคำใดที่กำลังนิยมใช้ในการค้นหา โดยสามารถแสดงผลสถิติย้อนหลังถึง 1 ปี รวมทั้งมีการแสดงสถานที่ที่มีการพิมพ์สืบค้นได้ด้วย

การทำแอพพลิเคชั่นที่โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

การมีทีมงานสร้างแอพพลิเคชั่น หรือจ้างวานบริษัทที่รับทำแบบมืออาชีพจะช่วยให้เว็บไซต์มีช่องทางในการนำเสนอ และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนยุค millennium ที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักที่มีกำลังการบริโภค และจับจ่ายใช้สอยสูง ชอบซื้อสินค้า และบริการต่าง ๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นมากกว่าเว็บไซต์ทั่วไป

การมีเป้าหมายในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO

เว็บไซต์ SEO ต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายในการออกแบบโครงสร้างและผลิต content ที่มีความน่าสนใจอยู่เสมอ ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะมีการประมวลผลการสืบค้นตามความสม่ำเสมอในการอัพเดตข้อมูลและลำดับตามความนิยม ติดตามชม และ share ของผู้บริโภค บริษัทหรือแบรนด์ใด ๆ ก็ตาม จึงควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะวัดผลการทำ SEO ที่มีคุณภาพจากสิ่งใด เช่น การขึ้นสู่อันดับที่ 1 ในการสืบค้น ( เพราะมียอดการขายมากกว่าอันดับที่ 2 เป็นเท่าตัว) มียอดการแชร์เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ มียอดขายสูงขึ้นจากไตรมาสที่แล้วกี่เท่าตัว เป็นต้น

การมีเนื้อหา หรือคลิปวิดีโอที่มีความสดใหม่นำเสนอทุกวัน

การใช้ streaming หรือการ live สด เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ให้มาติดตามการเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ของคุณอยู่เสมอ ๆ ยิ่งหากเป็นคลิปวิดีโอที่มาจากไอเดียของทีมงานคุณเองที่มีทั้งความสดใหม่ในเนื้อหา และสามารถตอบโต้กับผู้ชมแบบ real-time ได้ ก็จะยิ่งทวีความนิยม และทำให้ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการของคุณได้ไม่ยากนัก

การทำเว็บไซต์ SEO ในปี 2019 เป็นอีกปีหนึ่งที่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนา content และปรับโครงสร้างให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เรา หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการปรับใช้เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ของธุรกิจคุณให้มีประสิทธิภาพในการสื่อสารและเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ห้ามขาดในการทำเว็บไซต์

ทั้งนี้สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องการทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการออนไลน์ ควรศึกษาข้อมูลและลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อให้ค่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในธุรกิจออนไลน์จนต่อยอดได้อย่างมั่นคง

การทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จด้านยอดขายในยุคปัจจุบัน ต้องมีหลายองค์ประกอบและยังต้องใช้ระยะเวลา ทั้งในการสร้างบทความ SEO และการปรับส่วนโครงสร้างเว็บไซต์ด้วย และนี่คือ 7 สิ่งสำคัญที่ห้ามขาดสำหรับการขายสินค้าออนไลน์ ปี 2018 ที่เราได้รวบรวมมา

ข้อห้ามพลาด สำหรับการปรับโฉมเว็บไซต์ SEO

1. คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก่อนการทำงานเขียน SEO โดยควรเลือกคำที่ตรงกับใจผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายของบริษัทมากที่สุด ด้วยโปรแกรมช่วยวิจัยคีย์เวิร์ดหรือการวิเคราะห์ดาต้าด้วยทีมที่มีความชำนาญทางเทคนิคก็ได้เช่นกัน

2. การจ้างนักเขียนบทความ SEO ที่มีประสบการณ์ในการแทรกคีย์เวิร์ดที่คัดสรรมาแล้วไม่ควรเกิน 5 คีย์เวิร์ดในแต่ละเพจ เพื่อสร้างอัตลักษณ์และไม่ควรซ้ำเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรายงานเป็นเพจสแปมที่จะทำให้อันดับการสืบค้นแย่ลง

3. การนำบทความ SEO ไปนำเสนอเช่น โพสต์เชิงให้ความรู้แนวบอกต่อ ขอแชร์ เพื่อให้เกิดการคลิกลิ้งค์จากภายนอกเข้ามาสู่เว็บไซต์หลักของบริษัท เป็นการทำการตลาดด้วย SEO ที่นิยมมากอีกเช่นกัน

4. การตั้งชื่อ URL ADDRESS หรือลิ้งค์ต่าง ๆ ควรใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม และไม่ควรคิดว่าจะทำเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ เนื่องจากระบบอัลกอริทึ่มที่ทำหน้าที่อ่านและประมวลข้อมูลอาจเกิดความผิดพลาดในการเช็คชื่อคีย์เวิร์ด ซึ่งทำให้พลาดการจัดอันดับดี ๆ ไปได้

5. การแก้โครงสร้างของเว็บไซต์ที่เคยทำมาแต่ดั้งเดิม ให้สอดคล้องกับระบบ SEO สมัยใหม่ที่แต่ละ search engine ได้แจ้งไว้ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการจัดอันดับเว็บไซต์จะพิจารณาทั้งส่วนบทความ SEO และส่วนของโครงสร้างนี้

6. ผู้อ่านบทความในเว็บไซต์นิยมอ่านสาระทั่วไปหรือบทความเชิงลึกที่ใช้ภาษาเข้าใจง่ายและมีความเป็นกันเองด้วย การตรวจสอบคุณภาพบทความ SEO จึงต้องดูทั้งเนื้อหาที่ต้องเป็นความจริงถูกต้อง หากเป็นสินค้าต้องไม่มีการอวดอ้างที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และต้องมีวาทะศิลป์ในการใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมด้วย

7. บทความที่ยาวเกินไป ต้องดูว่ามีคุณภาพไหมด้วย ซึ่งส่วนนี้หากเป็นอัลกอริทึ่มของ panda ในกูเกิ้ลแล้วจะวิเคราะห์ทั้งคำซ้ำและคีย์เวิร์ดที่ไม่เหมาะสมกับเนื้อหา ก่อนจะปฏิเสธหรือรายงานเป็นบทความคุณภาพต่ำ ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับ แต่หากเป็นบทความที่ไม่มีปัญหาเรื่องคีย์เวิร์ดและมีเนื้อหาเป็นลักษณะให้ความรู้ มีสาระครบวงจร เช่น การเลือกเครื่องสำอางที่ปลอดภัย การใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ ฯลฯ ลักษณะนี้หากความยาวมากกว่า 1500 คำ ก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาทาง search engine ได้

7 ข้อห้าม สำหรับการปรับโฉมเว็บไซต์ SEO

หวังว่าข้อมูลทั้ง 7 ข้อจะเป็นประโยชน์ในการสำรวจคุณภาพของงาน SEO ในเว็บไซต์ เพื่อการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็ง ทำให้ธุรกิจรุดหน้าได้อย่างดีต่อไป

 

ทำ SEO เพื่อเพิ่มโอกาสให้คลิปของคุณถูกค้นหาเจอบน YouTube ช่อง YouTube ของคุณจะมีคนดูมากหรือน้อย SEO (Search Engine Optimization) ก็มีส่วนอย่างมาก กล่าวคือ การปรับแต่งหน้าวิดีโอ YouTube เพื่อทำให้วิดีโอได้ติดอันดับต้น ๆ เวลาที่ได้ค้นหาบน YouTube ใครบ้างที่ควรเรียนรู้เรื่องการทำ SEO ให้กับช่อง Youtube นั่นก็คือ คนที่อัปโหลดคลิปวิดีโอขึ้นบน YouTube, คนที่มีการใช้ Content ในรูปแบบวิดีโอเพื่อช่วยในด้านการตลาดหรือที่เรียกว่า Video Marketing, Youtuber มือใหม่ หรือคนทำ Youtube Adsense ทั้งหลาย, คนที่ต้องการให้คลิปวิดีโอที่อัปขึ้น YouTube ถูกค้นหาเจอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีขั้นตอนการทำ SEO เพื่อเพิ่มโอกาสให้คลิปวิดีโอของคุณถูกค้นหาเจอได้มากขึ้น ดังต่อไปนี้

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Keyword (คำค้นหา)

Algorithm ของ YouTube Search กับ Google Search จะมีความแตกต่างกัน แต่การทำ SEO กับ YouTube Video จะมีความคล้ายกันในด้านกระบวนการทำบนเว็บไซต์ โดยอันดับแรกต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Keyword (คำค้นหา) เพื่อให้วิดีโอถูกค้นเจอง่าย กล่าวคือ พยายามนึกถึงคำที่ผู้คนจะใช้ค้นหาที่น่าจะตรงกับเนื้อหาในวิดีโอของคุณ

หากเป็นคำค้นหาสั้น ๆ คู่แข่งมาก จะมีการแข่งขันสูง ส่งผลให้การทำอันดับได้ยากและช้า ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นคำค้นหายาว ๆ คู่แข่งจะน้อย การแข่งขันต่ำ การทำอันดับจะง่ายและเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้เลือกคำหรือคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องและครอบคลุม ด้วยการโฟกัสคำหลายพยางค์ก่อน

การวางแผนวิเคราะห์ Keyword

การวางแผนคิดคีย์เวิร์ดก่อนแล้วค่อยสร้างวิดีโอ หรือจะสร้างวิดีโอก่อนแล้วค่อยคิดคีย์เวิร์ดก็ได้ ด้วยการใช้ตัวช่วยหา Keywords หรือคำค้นหาฟรี คือ YouTube Suggest (Autocomplete) , Keyword Planner Tool (Google Adwords) , Keywordtool.io , SeoStack Keyword Tool (Chrome Extension) เป้าหมายคือ Hero88 แต่ก็ควรทำคีย์รองในเนื้อหาใต้คลิปด้วยเช่น hero88th, hero88.com เพื่อเพิ่มโอกาสนิชคีย์เวิร์ดไปในตัว

Optimized Video Page (On-Page SEO)
เมื่อได้คำค้นหาหรือ Keyword ที่ต้องการแล้ว จากนั้นให้นำมาปรับแต่งเพื่อลงในหน้าวิดีโอเพจ เพื่อให้ YouTube และ Google ได้เข้าใจว่าหน้าวิดีโอมีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา ซึ่งขั้นตอนที่ 3 คล้ายกับการทำ SEO บนเว็บไซต์เพราะใช้เทคนิคคล้ายกัน โดยจุดที่ต้อง Optimized สำหรับการทำ YouTube SEO ให้นำคีย์เวิร์ดมาใส่ 7 ตำแหน่ง คือ 1. Title หรือชื่อวิดีโอ 2. Description หรือรายละเอียดวิดีโอ 3.Tags 4. Title File หรือชื่อไฟล์วิดีโอ 5. Detail File หรือรายละเอียดไฟล์วิดีโอ 6. Thumbnail Image หรือรูปปกวิดีโอ 7. Video Comments หรือการแสดงความคิดเห็น โดย 3 ตำแหน่งแรกให้ทำหลังอัปโหลดคลิป ส่วนตำแหน่งที่ 5 และ 6 ให้แทรก Keyword ลงไปก่อนการอัปโหลด สุดท้ายตำแหน่งที่ 7 อย่ามองข้ามเรื่อง Comments โดยให้รีบตอบกลับเมื่อมีคนมาแสดงความคิดเห็น และให้ใส่ Keyword แทรกลงไปในข้อความที่ตอบด้วยถ้าทำได้ แต่ไม่ต้องใส่ทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำ YouTube SEO โดยหลักการพื้นฐานก็ไม่ได้ต่างจากการทำ Google SEO มากนัก หากมีเนื้อหาวิดีโอที่น่าสนใจ ก็จะมีผู้สนใจคลิกชม กดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็น กระบวนการเหล่านี้จะเป็นไปอย่างธรรมชาติและส่งผลดีให้กับความนิยมของช่อง

 

รับทำ marketing

วิธีแต่งบ้านตกแต่งบ้าน ออกแบบบ้าน ให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน

วิธีแต่งบ้านตกแต่งบ้าน ออกแบบบ้าน ให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน  เวลาอยู่ในบ้านที่คับแคบ ทำอะไรก็ดูติดขัดไปเสียหมด หากยิ่งจัดพื้นที่ไม่ดีพอก็อาจทำให้เสียพื้นที่ใช้งานนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์ วันนี้  จึงนำไอเดียการออกแบบ พื้นที่ภายในบ้าน ด้วยเดียล้ำๆ มาฝากกันค่ะ

 

วิธีแต่งบ้านตกแต่งบ้าน ออกแบบบ้าน ให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน

สำหรับใครที่มีบ้านเป็นแบบบ้านชั้นเดียว หรือแบบบ้านที่สามารถสร้างเป็นห้องใต้หลังคาหรือชั้นลอยได้ ก็สามารถใช้พื้นที่ในส่วนนี้ทำเป็นมุมห้องนอนเล็กๆ หรือพื้นที่สำหรับเก็บของ ก็ช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายในแต่งบ้านพื้นที่เล็กออกแบบบ้านให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน

หากอยากมีพื้นที่สำหรับเป็นมุมห้องทำงาน แต่ไม่มีพื้นที่มากพอที่จะตั้งโต๊ะทำงานตัวใหญ่ๆ แนะนำให้เลือกใช้โต๊ะทำงานติดผนังที่สามารถพับจัดเก็บได้อย่างแนบเนียน ก็ช่วยให้บ้านดูกว้างขวาง โปร่งสบาย และสามารถใช้งานในทุกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ห้องอาหารแบบห้องอาหารแต่งห้องอาหารตกแต่งห้องอาหารออกแบบบ้านให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน

การตกแต่งภายในบ้านด้วยการจัดวางตู้ต่างๆ อาจยิ่งทำให้เปลืองพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมากขึ้น ในขณะเดียวกันพื้นที่บนผนังกลับถูกปล่อยทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์ ลองเปลี่ยนจากการจัดวางตู้สำหรับจัดเก็บของเป็นชั้นบิลท์อินแบบติดผนัง ก็ช่วยทำให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่แนวตั้งได้มากขึ้น ดูภาพเพิ่มเติม งาน BIG+BIH ครั้งที่ 41
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายในแต่งบ้านพื้นที่เล็กออกแบบบ้านให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน

พื้นที่ภายในห้องครัวที่ดูคับแคบ แทนที่จะตั้งด้วยตู้สำหรับจัดเก็บของใช้และอุปกรณ์ในครัว ลองนำเครื่องใช้ต่างๆ มาแขวนไว้บนผนัง หรือแขวนกับไม้ตัวเกี่ยวที่ DIY ขึ้นมา ก็ช่วยให้ห้องครัวในบ้านมีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดวางเครื่องเรือนชนิดอื่นๆ ได้อีกมาก
จัดสวนแบบสวนแบบสวนสวยแต่งสวนออกแบบบ้านให้ฉลาดล้ำ ใช้งานได้ทุกส่วน

การแต่งสวนแบบเดิมๆ ที่ใช้สำหรับปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ไม่สามารถใช้งานบนพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าเท่าที่ควร แต่หากใส่เดียสร้างสรรค์ทำเป็นโต๊ะไม้ยาวไปวางไว้ในสวนก็ช่วยให้บ้านของคุณมีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นจิบกาแฟอีกหนึ่งมุม ออกแบบบริเวณบ้าน  

รีวิวหนัง THE TOMORROW WAR สงครามแห่งอนาคต แอ็กชั่นไซไฟถล่มเอเลี่ยน

รีวิวหนัง THE TOMORROW WAR สงครามแห่งอนาคต แอ็กชั่นไซไฟถล่มเอเลี่ยน

THE TOMORROW WAR สงครามแห่งอนาคต หนังแอ็กชั่นไซไฟ ถล่มเอเลี่ยนฟอร์มยักษ์ที่มาลงใน Amazon Prime พร้อมกับความมันส์ที่การันตีได้ระดับหนังบล็อกบัสเตอร์ของฮอลลีวูด โดยมี Chris Pratt นำแสดง

ทหารในอนาคตเดินทางข้ามเวลามาจากปี 2051 เพื่อบอกข้อความเร่งด่วน อนาคตในอีก 30 ปี มนุษยชาติกำลังจะพ่ายแพ้สงครามในการสู้กับเอเลี่ยน จนประชากรบนโลกเหลือเพียงแค่ 5 แสนคนความหวังเดียวในการรอดชีวิตคือการส่งทหารและพลเรือนไปอนาคตเพื่อร่วมต่อสู้ ตัวเอก แดน ฟอเรสเตอร์ อดีตทหารผ่านศึกจากอิรักถูกเกณฑ์เข้าร่วมรบในศึกแห่งอนาคต ก่อนจะพบความลับบางอย่างที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะหยุดสงครามครั้งนี้ได้

อุปกรณ์เดินทางข้ามเวลาจะเป็นปลอกแขนที่ระบุพิกัดของคนสวมตลอดเวลา
หนังแอ็กชั่นไซไฟจากค่าย Paramount Pictures ทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญที่ Amazon ทุ่มทุนซื้อมาลงในระบบเป็น exclusive amazon prime เจ้าเดียว ซึ่งหลังจากรับชมก็ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่ามาก นี่เป็นงานสร้างหนังแอ็กชั่นไซไฟฟอร์มยักษ์ที่ไม่ค่อยมีบ่อยนัก มีความคล้าย Edge of Tomorrow หนังปี 2014 ของทอมครูสที่เล่นกับเรื่องลูปเวลาในช่วงเอเลี่ยนบุกถล่มโลก แต่เรื่องนี้คือการย้อนเวลามาจากอนาคต แล้วก็บู๊ถล่มเอเลี่ยนในแบบเดียวกัน พร้อมยังคงมีปมเรื่องเส้นเวลาเป็นกุญแจสำคัญในการจบสงครามครั้งนี้เหมือนกันอีกด้วย

อาจจะเรียกว่าได้แรงบันดาลใจมาก็ได้ เพราะโครงเรื่องเอเลี่ยนถล่มโลกยับแล้วมีตัวเอกเป็นกุญแจหยุดยั้งสงครามเหมือนกันมากจริงๆ แต่ว่าพอดูในรายละเอียดของเรื่อง แม้พล็อตเรื่องย่อจะดูโหลๆ แบบใครอ่านก็เดาได้ แต่เนื้อเรื่องจริงๆ เมื่อเริ่มสตาร์ทจากจุดตอนแรกที่เปิดมาเพียงไม่กี่นาทีก็มีเหตุการณ์ที่ทหารจากอนาคตย้อนเวลามาปรากฎต่อสายตาชาวโลก ผ่านการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก จนทำให้ทั่วโลกต้องหยุดทุกอย่างและหันมาร่วมใจเกณฑ์ทหารไปรบในสงครามแห่งอนาคต แต่เรื่องกลับไม่ได้ให้พระเอกต้องกระเหี้ยนกระหือไปรบในทันทีอย่างที่คิด แม้จะมีเกริ่นนำแล้วว่าเขาคือผู้นำอดีตทหารผ่านศึกอิรักที่มีฝีมือเลยก็ตาม

ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกเนื้อเรื่องกลับเลือกปูพื้นความสัมพันธ์ครอบครัวพระเอกกับลูกสาว “มูริ” ที่เธอเป็นเด็กวิทย์ตัวน้อยที่รู้ว่าพ่อต้องจากไป กับอีกเรื่องคือพ่อของแดน ที่แดนเองไม่เคยเอ่ยถึงให้ลูกรู้ว่ามีปู่คนนี้อยู่ โดยที่พ่อของแดนเป็นวิศวะที่ต่อต้านรัฐบาล เลือกเฟดตัวเองออกมาใช้ชีวิตลับๆ ซึ่งการปูเรื่องไปที่สองคนนี้เป็นพิเศษทำให้คนดูรู้เลยว่า หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าฉากแอ็กชั่นยิงถล่มเอเลี่ยนแน่ๆ

พ่อของตัวเอกที่จะบทบาทสำคัญในภายหลัง

นอกจากนี้ ในช่วงแรก เรื่องยัง พยายามจำลอง ความเป็นไปได้ ของ สถานการณ์ จริงถ้าเกิดเหตุ แบบนี้ ขึ้นมา UN จะเป็นยังไง อเมริกา และ ประเทศอื่นๆ จะมีท่าที ยังไง สังคมที่จู่ๆ มีคนถูกส่งไปตายอย่างสิ้นหวังเรื่อยๆ จะเกิดอะไร (ในเรื่องคือผ่านมา 1 ปีแล้วจากจุดแรก) ซึ่งก็คือ การจำลอง ช่วงยุค สงครามจริงๆ เหมือนสมัยสงครามเวียดนามที่ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลส่งคนหนุ่มสาวไปตายในสงครามที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ในกรณีของเรื่องนี้ก็คือสงครามในอนาคตอีก 30 ปีที่ยังมาไม่ถึง แม้จะมีข้ออ้างว่าสู้เพื่ออนาคตลูกหลานของตัวเอง แต่สังคมในปัจจุบันกลับใกล้ล่มสลายก่อนเวลาที่เอเลี่ยนจะมาบุกโลก ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนไปถึงนักศึกษาในชั้นเรียนของแดนเองที่หมดหวัง ไม่มีใครอยากเรียนต่ออีกแล้วเพราะรู้ว่าโลกในอนาคตใกล้ดับสูญ ซึ่งพาร์ทเสริมเหล่านี้เองที่หนังสอดแทรกไว้ในช่วงแรกแบบมีนัยยะสำคัญ และจะนำมันกลับมาใช้ในช่วงองค์สุดท้ายของเรื่องอีกครั้ง

แม้หนังจะใช้เวลาปูหลายอย่างนานถึงเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะข้ามเวลาไปอนาคต แต่พอเข้าเรื่องส่วนนี้ตัว เรื่องก็ จุดติด เดินเครื่องแบบแทบไม่แตะเบรค เข้าสู่โลกช่วงหายนะท้ายสงครามเอเลี่ยนทันที แต่ก็ยังพยายามปิดบังโฉมหน้าเอเลี่ยนในเรื่องไว้อีกสักพัก ซึ่งตั้งแต่แรกเริ่มก็ไม่มีฉากไหนให้เห็นตัวจะๆ เลย (มีแต่ไกลลิบๆ) ซึ่งจุดนี้ถูกอธิบายเหตุผลไว้ในช่วงแรกว่า ถ้าสังคมในปัจจุบันได้เห็นเจ้านี่จะไม่มีใครยอมเป็นทหารเกณฑ์มารบแน่ๆ ซึ่งการปิดบังหน้าเอเลี่ยนก็ทำให้คนดูเองรู้สึกอึดอัดกับการเห็นทีละนิดๆ ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ แล้วจะร้ายกาจขนาดถล่มโลกแบบนี้ได้จริงๆ หรือ ซึ่งพอตัวเรื่องเปิดให้เห็นเราก็เข้าใจในทันทีว่า เอเลี่ยนในเรื่องนี้โหดจริงๆ ในระดับเดียวกับมิมิค Edge of Tomorrow แต่มาในชื่อ White Spike (ไวท์สไปก์ เดือยแหลมสีขาว ชื่อมาจากตัวเอเลี่ยนในเรื่องยิงเดือยแหลมมาเป็นอาวุธระยะไกลได้) และก็มาเป็นฝูงนรกมหาศาลแบบเดียวกัน (ให้ความรู้สึกเหมือนคลื่นซอมบี้ world war z ในบางฉากอีกด้วย)

ซึ่งพอเรื่องเผยให้เห็นเอเลี่ยนนี้แล้วก็ได้เวลาจัดเต็มฉากแอ็กชั่นระดับหนังบล็อกบัสเตอร์กันจริงๆ ในชั่วโมงแรก แอ็กชั่นที่เรียกว่าลุ้นต่อเนื่องกันขนาดลืมหายใจได้เลย แถมยังแค่ครึ่งเรื่อง ฉากแอ็กชั่นหลังจากนี้ก็มีตามมาติดๆ มีไปบุกรังเอเลี่ยนในป่า มีฉากฝูงเอเลี่ยนมารุมถล่มฐานที่ตั้งเครื่องย้อนเวลาในทะเล ซึ่งแต่ละฉากจัดเต็มกันในระดับพีคแล้วพีคอีกไม่มีหยุด โดยมีความโหดเลือดสาด ตัวขาด ชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์หลุดว่อนกันตลอด แต่ก็ไม่อุจาดเพราะแค่เห็นแวบๆ แค่นั้น

รีวิว THE TOMORROW WAR แอ็กชั่นไซไฟถล่มเอเลี่ยนที่มันส์สุดๆ ไม่แพ้ Edge of Tomorrow (ไม่มีสปอยล์) 6 ในระหว่าง ที่ฉากแอ็กชั่น ใส่กันมาตูมๆ แบบไม่ยั้ง ตัวเรื่อง ก็มีช่วงคั่นพักสั้นๆ เป็นดราม่า ของพระเอก กับ ผู้พันทหารหญิง ที่นำรบ ในครั้งนี้ และก็เกี่ยวกับ ปมเส้นเวลาของเรื่อง ที่จะเป็นกุญแจ สำคัญหยุดยั้ง สงคราม ซึ่งคนดู คงคาดเดา ได้บ้าง เพราะพล็อตแบบนี้ ก็ไม่ได้ แปลกใหม่ ซะทีเดียว แต่ในความโหล ของพล็อต ตรงนี้ สิ่งที่ดีๆ ก็คือการที่เรื่อง ผูกปมเคลียร์ ปม ทุกอย่างได้ หมดจรด ทุกรายละเอียด ตั้งแต่ ที่มา ของเอเลี่ยน ว่ามาจากไหน การหยุดยั้ง สงครามนี้ต้องทำอย่างไร การเดินทางข้ามเวลาของพระเอกใช่เรื่องบังเอิญหรือไม่ รวมถึงปมดราม่าครอบครัวของพระเอกที่คริสก็เล่นได้ดีกับลูกสาวตัวน้อย ไปจนถึงตัวเพื่อนร่วมทีมที่เป็นบทสมทบช่วงตอนรบก็ยังนำใช้เป็นทีมสำคัญที่จะส่งไปถึงองค์สุดท้ายของเรื่อง ที่ต้องบอกเลยว่า ใครที่คิดว่าเรื่องนี้จบลงในยุคอนาคตนี่ไม่ใช่เลย เพราะหนังเรื่องนี้มีช่วงจบ 2 ก็อก อนาคตกับปัจจุบัน ที่ตัวเรื่องในองค์สุดท้ายคือการกลับมาแก้ไขปัญหาในสังคมที่ใกล้ล่มสลายก่อนเอเลี่ยนบุกด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวเรื่องแม้จะสเกลแอ็กชั่นเล็กลงจากในอนาคต แต่ว่าก็เป็นความระทึกอีกแนวในแบบเอเลี่ยน 2 หรือแอบคล้ายๆ The Thing (ไอ้ตัวเขมือบโลก) อยู่เหมือนกัน แต่ก็เป็นความสนุกมันส์ปิดท้ายเรื่องไปอีกแบบ ได้ไม่แพ้ฉากฝูงเอเลี่ยนถล่มในอนาคตเลย

ตัวเรื่องต้องบอกว่าโคตรมันส์และดูเพลินสนุกมากๆ (จนแอบรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลงโรงให้คนดูในวงกว้างมากกว่านี้) บอกตรงๆ ว่าถ้าให้คิดข้อเสียหรือจุดด้อยของเรื่องหลักๆ คงมีแค่ การที่เรื่องมีความคล้ายหนังดังหลายๆ เรื่องแบบหยิบยืมนั่นนี่มาผสมกันเท่านั้น จนดูแอบโหลแล้วก็เดาเรื่องได้ไม่ยาก ซึ่งถ้าใครได้ดู Edge of Tomorrow ก็คงรู้สึกได้เลยถึงความเหมือน แต่ก็ต้องบอกว่าถ้าชอบ Edge แล้วรอภาคสองอยู่ เรื่องนี้ก็คือทดแทนกันได้เลย

อีกจุดที่ รองลง มาคือ พวกเหตุผล กับ ทฤษฎีเส้น เวลา ต่างๆ อาจจะไม่ได้ เน้นนัก คือตัวเรื่องก็พยายาม อธิบายหลายๆ อย่างให้มี เหตุผล แต่มัน ก็ยังพอช่องโหว่ ให้ถกเถียง กันอยู่บ้าง รวมถึง สถานการณ์ ในช่วงท้ายเรื่อง ที่แอบจิกกัด อเมริกา กับ รัสเซียรวมถึง UN ด้วย มันดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือไปหน่อยว่าประเทศมหาอำนาจของโลกในช่วงเวลาคับขันระดับสิ้นโลกนี้ยังดูงี่เง่าเกินไปหน่อยเท่านั้น แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก มันก็คือเรื่องแบบเดิมๆ ที่หนังแนววันสิ้นโลกใช้กัน ที่ให้ตัวเอกได้โอกาสช่วยโลกด้วยตัวเองมากกว่าไปพึ่งรัฐบาลเหล่านี้

การมาลงสตรีมมิ่ง ของ THE TOMORROW WAR บอกเลย ว่านี่ คือความบันเทิง ที่รู้สึก ว่าคุ้มสุดๆ ตั้งแต่ดู Amazon Prime มาเลย ไม่ว่ายังไง ก็ห้ามพลาด เพราะไม่ได้ มีบ่อยนัก ที่หนังฟอร์มยักษ์ ระดับนี้ จะมาลง ในสตรีมมิ่ง ได้ รวมถึง ภาพก็จัดเต็ม แบบ 4K Aspect ratio 2.39 : 1 (แต่ต้องดูในอุปกรณ์ที่รองรับ) อีกด้วยครับ

สรุป

หนังแอ็กชั่นไซไฟ ถล่มเอเลี่ยนที่มันส์โคตรๆ เป็นความบันเทิงในระดับสุดยอดของสตรีมมิ่งบน Amazon Prime เลย แม้เรื่องอาจจะดูพล็อตโหลเหมือนยำหลายเรื่องเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะความเหมือน Edge of Tomorrow แต่ก็ยังการันตีได้ว่าสนุกมันส์ไม่แพ้กัน และไม่ใช่แค่แอ็กชั่น แต่ตัวเรื่องก็มีการผูกปมดราม่ากับเส้นเวลาในแบบของตัวเอง อาจจะไม่ใหม่ แต่ก็ทำให้ตัวหนังมีอะไรดีๆ มากกว่าฉากบู๊ล้างผลาญแบบที่เห็นอีกด้วย

อัพเดท ตอนนี้ทางอเมซอนประกาศทำภาคต่อแล้วครับกับทีมงานเดิมทั้งหมด

ฉากแอ็กชั่นจัดเต็มแบบพีคแล้วพีคอีก
เอเลี่ยนสุดโหดแถมมาเป็นฝูงแบบซอมบี้
สอดแทรกปมดราม่าครอบครัวได้ดี
ตัวเรื่องมีปมเล็กๆ น้อยๆ สอดแทรกหลายอย่าง แล้วก็เก็บเคลียร์ได้หมดจรด
ตัวละครทุกตัวมีประโยชน์กับเรื่องหมด
มีการจำลองสถานการณ์เลวร้ายในสังคมเทียบเคียงกับสงครามจริงในโลก

จุดด้อย

ความเหมือน Edge of Tomorrow กับหลายๆ เรื่องอาจจะดูโหลๆ ไปบ้าง
พวกทฤษฎีกับเหตุผลในเรื่องอาจจะไม่สมเหตุผลอยู่บ้าง

 

ดูหนังออนไลน์ไทย

รีวิวหนัง Hail Caesar – กองถ่ายป่วน ฮากวนยกกอง ผู้กำกับ Ethan Coen

รีวิวหนัง Hail Caesar - กองถ่ายป่วน ฮากวนยกกอง ผู้กำกับ Ethan Coen

เรื่องย่อหนัง หนัง Hail, Caesar! หรือชื่อไทยว่า กองถ่ายป่วนฮากวนยกกอง เมื่อซุปตาร์ที่โด่งดังที่สุดของโลกเกิดหายตัวไป และคนที่จับตัวเขาไปเรียกเงินค่าไถ่ก้อนโตเพื่อให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย งานนี้ต้องใช้พลังของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่คับฮอลลีวูดมาช่วยไขปริศนาการหายตัวไปในครั้งนี้ พร้อมกระชากม่านเปิดโปงฮอลลีวูดด้วยอารมณ์ขันที่ยากจะคาดเดา และแฉเรื่องดราม่าเบื้องลึกในวงการ งานของ เอ็ดดี้ แมนนิกซ์ (โบรลิน) ในตำแหน่งฝ่ายแก้ปัญหาประจำสตูดิโอ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง เมื่อเขาต้องรุดไปยังที่เกิดเหตุล่วงหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้หนึ่งในดาราชื่อดังค่าตัวแพงของค่ายแคปปิตอล พิคเจอร์ส ต้องโดนจับในข้อหาผิดจริยธรรม งานเขาไม่มีวันน่าเบื่อ ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลาหนังแต่ละเรื่องที่สตูดิโอเจ้านี้สร้างออกมา ล้วนมาพร้อมปัญหาน่าปวดหัว และแมนนิกซ์มีหน้าที่หาทางออกให้กับหนังทุกเรื่อง เขาคือคนที่ใช่เมื่อถึงเวลาต้องล่าลายเซ็นของผู้นำศาสนาเมื่อคิดจะสร้างหนังเอพิคที่ว่าด้วยเรื่องศาสนา รวมถึงเวลาที่ผู้กำกับขาวีน ลอว์เรนซ์ ลอว์เรนต์ซ (ไฟนน์ส) เกิดป๊อดที่ต้องให้ดาราหนังคาวบอย โฮบี้ ดอยล์ มาแสดงในหนังดราม่าเรื่องใหม่ล่าสุดของแคปปิตอล

ขณะที่ต้องเร่งรีบจัดการปัญหามากมาย ตั้งแต่ปัญหาเร่งด่วนของดาราเรื่องมาก จนถึงปัญหาอื่น ๆ แมนนิกซ์ไม่เพียงแต่ต้องคิดหาวิธีที่เป็นมิตรกับสื่อเพื่อทำให้ ดีแอนนา โมแรน (โจแฮนส์สัน) หาทางออกให้กับปัญหาส่วนตัวเท่านั้น เขายังต้องหาต้นสายปลายเหตุของพฤติกรรมน่าสงสัยล่าสุดของซุปตาร์นักร้องนักเต้น เบิร์ต เกอร์นี่ย์ (แชนนิ่ง ทาทั่ม) อีกต่างหาก ราวกับปัญหาของพวกเซเล็บอีโก้จัดจะสร้างความปวดหัวให้ไม่พอ แมนนิกซ์ยังต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา นั่นคือ หนึ่งในผู้โกยเงินก้อนโตที่สุดให้กับทางสตูดิโอแห่งนี้ อย่าง แบรด วิทล็อค (จอร์จ คลูนี่ย์) ดันถูกลักพาตัวไประหว่างกำลังถ่ายทำหนังเอพิคฟันดาบเรื่องล่าสุดเรื่อง Hail, Caesar! โดยมีกลุ่มคนลึกลับทีเรียกตัวเองว่า ”แก๊งอนาคต” อ้างว่าเป็นคนลักพาตัวแบรดไป ถ้าทางสตูดิโอไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ 100,000 ดอลลาร์ ก็เซย์กู้ดบายบอกลาตัวทำเงินทำทองได้เลย

และนอกจากจะต้องเผชิญกับปัญหาแล้วปัญหาเล่านี้ แมนนิกซ์ยังต้องคอยควบคุมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูลที่จะกันชื่อของบรรดาดาราในสังกัดให้พ้นจากคอลัมน์ซุบซิบของพี่น้องคู่ปรับอย่าง ธอร่าและเธสซาลี แธ็คเกอร์ (ทิลด้า สวินตัน) อย่างน้อยก็ขอให้ชื่อของพวกเขาไม่ต้องตกเป็นข่าวนั่งเทียนเขียน เพราะเขาไม่คิดจะไปโปรโมทดารากับคนอ่านคอลัมน์ของสองพี่น้องคู่นี้

พี่น้องโคเอนกลับมาอีกครั้งด้วยผลงานหนังที่จิกกัดล้อระบบสตูดิโอหนัง มีฉากหลังเป็นฮอลลีวู้ดในยุค 50 เราจะได้เห็นการทำงานของบรรดาคนในวงการ ตั้งแต่นักแสดง ผู้กำกับ นักข่าวบันเทิง โปรดิวเซอร์ รวมไปถึงบริบทฝักฝ่ายทางการเมืองในยุคสมัยนั้น ที่หนังนำมายำใส่รวมกันอย่างมีสีสัน ตลกร้ายแสบสันต์ตามสไตล์ลายเซ็นสองพี่น้อง และดูเพลิดเพลินเลยทีเดียว

เส้นเรื่องหลักว่าด้วย Eddie Mannix ที่ทำหน้าที่ควบคุมงานผลิตและแก้ปัญหาให้กับสตูดิโอยักษ์ใหญ่ที่กำลังถ่ายทำหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Hail, Caesar! แต่ขณะที่หนังยังถ่ายทำไม่เสร็จ Baird Whitlock พระเอกชื่อดังก็ถูกลักพาตัวไป ร้อนถึงนักแก้ปัญหาอย่างเขาที่ต้องไปตามหาตัวพระเอกดังกลับมาให้ได้ ไหนจะต้องคอยรับมือกับสารพัดปัญหาอื่นๆ ในสตูดิโอ เช่นการที่ค่ายหนังต้องการเอาพระเอกคาวบอยแอ็คติ้งสุดแข็งทื่อมาเล่นดราม่าอารมณ์ลุ่มลึก นักแสดงสาวเจ้าอารมณ์รับมือยากที่มีปัญหาท้องไม่มีพ่อ คู่แฝดปาปารํซซี่ที่บีบให้เขาคายข่าวฉาวออกมาเล่นให้ได้

ถึงแม้เซ็ทอัพของเรื่องดูจะเปี่ยมไปด้วยองค์ประกอบที่มีสีสันน่าสนุก แต่ดูโคเอนจะเพลามือในการผลักรสชาติของหนังให้อร่อยถูกจริตคนกลุ่มแมสเท่าไหร่นัก แต่สำหรับคอหนังที่มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ก็จะได้เพลิดเพลินกับการเนรมิตนำฉากในหนังคลาสสิคที่มีอิทธิพลในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์กลับมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง(แม้จะด้วยท่าทีล้อเลียนขำๆ) แต่ก็น่าเสียดายเหมือนกันเพราะทุกอย่างในหนังดูจะสามารถไปได้สุดมากกว่านี้ไม่ว่าจะในทางหนังเฉพาะทางที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หรือในแง่หนังแมสดูสนุกก็ดูจะไม่เป็นที่น่าจดจำในระยะยาวเท่าไหร่นักทั้งสองทาง ที่มา

แนะนำ 4 พรรณไม้ ดอกสีชมพู สวย เพิ่มเสน่ห์ให้กับการจัดสวน

แนะนำ 4 พรรณไม้ ดอกสีชมพู สวย เพิ่มเสน่ห์ให้กับการจัดสวน

แนะนำ 4 พรรณไม้ ดอกสีชมพู สวย เพิ่มเสน่ห์ให้กับการจัดสวน

ไข่มุกอันดามัน (Medinilla myriantha Merr.)

สำหรับใครที่กำลังมองหา ไม้ดอกสีชมพู สวยมาเพิ่มเสน่ห์ให้กับ การจัดสวนของบ้าน การปลูก ไข่มุกอันดามัน ก็เป็นคำตอบหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากพรรณไม้ชนิดนี้จะโดดเด่นด้วยรูปฟอร์มใบทรงรีเรียวยาวที่สวยได้รูป ใบมีความเป็นมัน และมีลายร่องเส้นที่ชัดเจนแล้ว พรรณไม้ชนิดนี้ยังเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กชนิดมีช่อดอกสีชมพูสวยที่ประกอบไปด้วยดอกขนาดเล็ก ๆ หลายดอก โดยในแต่ละดอกจะมีกลีบดอก 4 กลีบ เรียงซ้อนกันอย่างสวยงาม และเมื่อออกดอกรวมกันเป็นกลุ่มช่อตามซอกใบ

จึงทำให้พรรณไม้ชนิดนี้ดูสวยงาม โดดเด่น และเหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งสวนในบ้านเพื่อเพิ่มความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแดดรำไร อาจตั้งประดับไว้ในบริเวณหน้าบ้านหรือในบ้านที่ใกล้กับริมหน้าต่าง เพื่อให้แสงสว่างสามารถส่องมาถึง โดยควรปลูกในที่มีดินร่วนซุย เพื่อช่วยในการระบายน้ำได้ดี ควรรดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นปานกลาง แต่ไม่ควรรดน้ำจนขังแฉะเกินไป หากมีการดูแลอย่างดี ต้นไข่มุกอันดามัน ก็นับเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่สามารถออกดอกให้เชยชมได้ตลอดปี
จัดสวนแต่งสวนตกแต่งสวนดอกไม้ดอกไม้สีชมพู4 พรรณไม้ดอกสีชมพูสวย เพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านรื่นรมย์

ทิลแลนด์เซีย พาราไดซ์ (Tillandsia Paradise)

หนึ่งในพรรณไม้ที่ดูแลง่ายแถมออกดอกสวยแปลกตา ต้องยกให้ ทิลแลนด์เซีย พาราไดซ์ หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม “สับปะรดอากาศ” ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งในตระกูลสับปะรดสีที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกามากกว่า 500 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป ในบางชนิดสามารถปลูกได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีดินหรือวัสดุปลูกใด ๆ มารองรับ มีลักษณะต้นกว้างเป็นทรงพุ่มขนาดประมาณ 5-15 นิ้ว โดยมีรูปทรงใบเรียวยาวราว 15 นิ้ว และมีแผ่นใบกว้างเป็นร่องลึกประมาณ 1-1.5 นิ้ว สีใบมีสีเขียวเข้มเป็นมันสวย เมื่อมีดอกจะโดดเด่นด้วยลักษณะช่อดอกคล้ายใบพายที่มีสีชมพู

พร้อมด้วยกลีบดอกใหญ่ที่มีสีม่วงแกมน้ำเงินสด ซึ่งจะบานออกเป็น 3 แฉกและมีกลิ่นหอมในตอนเช้า เหมาะสำหรับการปลูกในที่มีอากาศเย็นสบาย ซึ่งส่งผลต่อความสวยงามของสีดอกไม้ที่จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มขึ้นตามความเย็นของอากาศ โดยสีชมพูของดอกจะค่อย ๆ จางลงจนกลายเป็นสีเขียวเมื่อมีอายุที่นานขึ้น โดยทั่วไปดอก ทิลแลนด์เซีย พาราไดซ์ จะมีอายุอยู่ได้นานราว 4-6 เดือน ในส่วนของวัสดุปลูกที่นิยมใช้คือมะพร้าวสับหรือขุยมะพร้าวล้วน ที่สำคัญควรให้วัสดุปลูกมีความชื้นสูง และนำไปจัดวางในที่มีแดดรำไร ก็จะช่วยทำให้ต้นไม้ชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดี มีใบเรียบเนียนเป็นมันเงา และออกดอกสีชมพูสวยไว้ให้ชื่นชม
จัดสวนแต่งสวนตกแต่งสวนดอกไม้ดอกไม้สีชมพู4 พรรณไม้ดอกสีชมพูสวย เพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านรื่นรมย์

บีโกเนีย โพลก้าดอท (Begonia Polkadot)

หากไม่นับความสวยงามของดอกสีชมพูสวย บีโกเนีย โพลก้าดอท ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่มีใบสวยงาม เหมาะสำหรับการนำมาจัดสวนเพิ่มความสวยงามให้มุมบ้านได้ดี เพราะด้วยใบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีจุดประสีขาวเล็ก ๆ แต้มอยู่ตามใบราวกับมีใครมาสลัดแปรงพู่กันไว้อย่างไม่ตั้งใจ บวกกับรูปทรงใบสวยที่มีความสวยงามเฉพาะตัวแบบไม่ซ้ำกัน จึงทำให้พรรณไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับการนำมาจัดตกแต่งสวนได้ทั้งเป็นไม้ใบประดับและไม้ที่มีดอกสวย โดยจะมีดอกออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง

มีทั้งสีชมพู สีส้ม สีแดง สีขาว และสีเหลือง ส่วนมากจะสามารถพบพรรณไม้ชนิดนี้ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน เหมาะสำหรับการปลูกในวัสดุปลูกที่มีความร่วนและโปร่ง เพื่อช่วยให้สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดี โดยควรนำไปจัดวางไว้ในที่ร่มหรือมีแดดรำไร จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี แต่อาจมีบีโกเนียบางชนิดที่สามารถทนต่อแสงแดดจัดได้โดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัสดุปลูกและสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ เพราะหากมีความชุ่มชื้นไม่เพียงพอก็อาจทำให้ใบไม้แห้งจนกลายเป็นสีน้ำตาลได้เช่นกัน
จัดสวนแต่งสวนตกแต่งสวนดอกไม้ดอกไม้สีชมพู4 พรรณไม้ดอกสีชมพูสวย เพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านรื่นรมย์

ยี่โถ (Oleander)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยี่โถ ยังคงเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้เพื่อประดับตกแต่งสวนของบ้านให้สวยงาม เพราะด้วยขนาดลำต้นที่ไม่สูงจนเกินไป มีกิ่งก้านใบที่ไม่เยอะจนเกินงาม พร้อมทั้งยังให้ช่อดอกสีสวยจำนวนมาก ซึ่งมีให้เลือกหลายเฉดสีทั้ง สีชมพู สีแดง และสีขาว จึงเหมาะสำหรับนำมาปลูกประดับตกแต่งในสวนหรือปลูกไว้ในบ้านเพื่อสร้างความรื่นรมย์ โดยลำต้นจะมีความอยู่ประมาณ 2-5 เมตร โดดเด่นด้วยรูปฟอร์มใบเรียวยาว ปลายใบแหลม มีสีเขียวเข้มเป็นมันสวย

เมื่อมีดอกจะออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งจำนวนมากราว 20-50 ดอก และจะมีดอกบานสวยให้เชยชมยาวไปตลอดทั้งปี สำหรับการปลูกยี่โถสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกโดยการเพาะเมล็ด เพราะจะสามารถแตกกอและกิ่งก้านได้ขนาดใหญ่มากกว่า ซึ่งจะทำให้มีช่อดอกที่มากกว่าด้วยเช่นกัน โดยควรปลูกไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดจัดจ้า ตลอดวัน เหมาะสำหรับการรดน้ำในระดับปานกลางที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และหลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 1 ปี แนะนำให้ตัดแต่ง เพื่อให้ลำต้นแตกกิ่งก้านใหม่มากขึ้น ออกแบบบ้าน 

รีวิว Kingdom Ashin Of The North ภาคกำเนิด อาชิน จักรวาลคิงดอม

รีวิว Kingdom Ashin Of The North ภาคกำเนิด อาชิน ของจักรวาลคิงดอม ซอมบี้เกาหลี รีวิว Kingdom Ashin Of The North ภาคกำเนิด อาชิน ของจักรวาลคิงดอม ซอมบี้เกาหลี

Kingdom Ashin of the North Netflix รีวิว ผีดิบคลั่งบัลลังก์เดือด อาชินแห่งเผ่าเหนือ หนังภาคแยกจาก ซีรีส์ คิงดอม ที่บอกเล่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์เชื้อซอมบี้ระบาด ว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร

หนังได้นักแสดงสาวที่เคยโด่งดังมากอย่าง จอนจีฮยอน มารับบทเป็น อาชิน หญิงสาวเผ่าหนี่ว์เจินที่เป็นตัวเอกในหนังเรื่องนี้ ผลงานโดยมือเขียนบท คิมอึนฮี และ ผู้กำกับ คิมซองฮุน ที่สร้างความยอดเยี่ยมเอาไว้ในซีรีส์สองซีซันที่ผ่านมา หนังมีความยาวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มีพากย์ไทย รับชมได้เลยใน Netflix
Kingdom Ashin of the North เรื่องย่อ
หนังภาคแยกของจักรวาลคิงดอม ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละคร “อาชิน” หญิงสาวจากชนเผ่า หนี่ว์เจิน ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ตั้งรกรากอยู่ทางตอนเหนือของจีนและเกาหลี ชนเผ่านี้คือบรรพบุรุษของอาณาจักรผ่าต้าจิน (ต้ากิม หรือ กิมก๊ก ที่คนไทยคุ้นเคยจากเรื่องมังกรหยก)

โดยในเรื่องราวของคิงดอมภาคนี้จะกล่าวถึงการรุกรานของชนเผ่าหนี่ว์เจินที่พาจอวีทางเหนือของอาณาจักรโชซอน แล้วยังบอกเล่าถึงชนเผ่าหนี่ว์เจินบางส่วนที่อาศัยอยู่ในโชซอน แต่ไม่เป็นที่ยอมรับและถูกดูแคลนจากคนเกาหลีมานาน แม้ว่าพวกเขาจะตั้งรกรากอาศัยอยู่มาเป็นศตวรรษก็ตาม เรียกว่าได้เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของชนกลุ่มน้อย คนชายขอบ ในเกาหลีอีกทอดหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีซีรีส์หรือหนังเกาหลีนำเสนอเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เป็นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจดี

แล้วปรากฏว่า ปัญหาความขัดแย้งกับชนเผ่าหนี่ว์เจิน การปกปิดความจริงของผู้มีอำนาจในโชซอน การกดขีดูแคลนชนชั้น อาชีพ และชนเผ่าหนี่ว์เจิน ทั้งหมดนี้คือสาเหตุสำคัญของความแค้นที่อาชินมีต่อโชซฮนและหนี่ว์เจิน ซึ่งการแก้แค้นของเธอก็คือจุดเริ่มต้นของการระบาดเชื้อซอมบี้ที่จะลากไปยังซีรีส์ภาคหลักด้วย

Kingdom Ashin of the North netflix รีวิวKingdom Ashin of the North รีวิว
ก่อนอื่นเรื่องจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ ต้องขอยกให้กับงานโปรดักชั่น การถ่ายทำ ที่สร้างออกมาได้ยอดเยี่ยม จัดว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่หาแบบนี้ได้ไม่มากนักใน Netflix แต่ช่วงหลังทาง Netflix ก็มีความพยายามที่จะผลักดันผลงานแนวนี้ออกมามากขึ้น ทั้งแบบที่ออกทุนสร้างเอง ร่วมทุน หรือซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉาย

ด้านนักแสดงได้ ดาราเกาหลีชื่อดังอย่าง จอนจีฮยอน มารับบทเป็น อาชิน ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็สร้างความฮือฮาให้กับคนดูมาแล้วจากการโผล่ออกมาในฉากสุดท้ายของ Kingdom ซีซันสอง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการขยายจักรวาล ผีดิบฉบับเกาหลีเรื่องนี้ให้แตกแขนงออกไปด้วย

รีวิว Kingdom Ashin of the North Netflix หนังภาคกำเนิด การมาของ จอนจีฮยอน และบทสรุปสุดหักมุม 1

อีกจุดที่ต้องชมคือ นักแสดงเด็กอย่าง Si ah Kim ที่มารับบทอาชินในวัยเด็ก เพราะเธอเล่นได้ดีอย่างมาก แล้วบทของเธอต้องแสดงถึงครึ่งเรื่องของหนัง แต่เธอก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งเลย

สำหรับประเด็นสำคัญของหนังเรื่องนี้ก็คือ การบอกเล่าสาเหตุของการระบาดเชื้อซอมบี้ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในจักรวาลคิงดอม ว่ามีจุดเริ่มต้นมายังไง ซึ่งค่อนข้างหักมุมพอสมควร หากเป็นคนที่เคยดูซีรีส์คิงดอมทั้งสองซีซันมาแล้ว เราอาจคิดว่ามันคือเรื่องบังเอิญตามธรรมชาติ แต่ที่จริงแล้วหนังได้เฉลยเหตุการณ์ทั้งหมดว่า มันมาจากความแค้นของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอย่างอาชิน ที่ตัวเธอและพ่อของเธอ กับชนเผ่าของเธอถูกกดขี่ ถูกหลอกใช้ ถูกทำร้ายจนถึงตายกันหมด แล้วหนทางแก้แค้นที่เธอเลือกก็คือการใช้พืชสมุนไพรลึกลับที่ถูกแกะสลักเอาไว้ในถ้ำว่ามันสามารถช่วยชุบชีวิตคนตายให้กลับคืนมาได้ แต่การใช้งานย่อมมีสิ่งแลกเปลี่ยนมหาศาล นับว่าการเฉลยจุดกำเนิดของการระบาดเชื้อซอมบี้นับว่าค่อนข้างหักมุมพอสมควร แต่ก็เป็นการปูบทและปมของตัวละครอาชินเอาไว้อย่างแน่นหนาพอสมควร ซึ่งก็น่าติดตามดูว่า ตัวละครนี้จะนำความชิบหายวายป่วงมาสู่แผ่นดินโชซอนและหนี่ว์เจินต่อไปยังไง แล้วเราก็น่าจะได้รับชมกันต่อไปในซีรีส์คิงดอมซีซันสามหลังจากนี้

สำหรับตรงนี้เป็นการอธิบายและ Spoil สปอยล์ความลับของหนังครับ ค่อนข้างหักมุมจากที่คิดพอสมควร

สปอย ความจริงของเชื้อซอมบี้ระบาด

รีวิว Kingdom Ashin of the North Netflix หนังภาคกำเนิด การมาของ จอนจีฮยอน และบทสรุปสุดหักมุม 2

แต่จุดด้อยอย่างหนึ่งของหนังก็คือ การเดินเรื่องที่ค่อนข้างช้า เอื่อย การเล่าเรื่องทั่วไปไม่ค่อยน่าดึงดูดเท่าไหร่ มีจุดที่ชวนง่วงและรู้สึกว่าใช้แอร์ไทม์ที่ไม่จำเป็นมาก อีกทั้งการเฉลยปมเรื่องก็ทำออกมาง่ายเกินไป เรียกได้ว่านี่เป็นจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

แล้วจุดด้อยอีกอย่างคือ ฉากแอ็กชั่นของซอมบี้ มีน้อยเกินไป ถ้าใครคาดหวังจะได้ดูหนังซอมบี้ อาจจะผิดหวังอย่างแรง เพราะกว่าซอมบี้จะโผล่ออกมา หนังก็เดินเรื่องผ่านไปเกินหนึ่งชั่วโมงเข้าไปแล้ว ถึงแม้ว่าหลังจากนั้น 20 กว่านาที เราจะได้ดูซอมบี้อาละวาดกันเต็มๆเลยก็ตามที แต่ความน่าลุ้นในการสู้กับซอมบี้ ก็แทบจะไม่มี เพราะเรื่องนี้ตัวเอกคือฝ่ายที่บงการซอมบี้ หนังเลยไปให้อารมณ์กับความแค้นที่ต้องการระบายของนางเอกมากกว่า โดยที่ไม่ได้สนใจคนที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เรียกว่าบทของ อาชิน นางเอกเรื่องนี้เหมือนจะเป็นการปูไปเป็นบอสผู้บงการตัวจริงในซีรีส์คิงดอมหลังจากนี้มากกว่าจะมาเป็นตัวเอกอีกคน

ตัวหนังยังมีความเป็นเอกเทศจากฉบับซีรีส์พอสมควร คือไม่ต้องดูซีรีส์มาก่อนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าดูมาก่อนบ้างก็อาจจะพอเข้าใจบริบทสังคมในเรื่องนี้ รวมถึง Easter Egg ที่โยงกลับไปในซีรีส์บางจุด

ในภาพรวมแล้ว นี่เป็นหนังภาคแยกของ จักรวาล Kingdom ที่แฟนๆซอมบี้เกาหลีย้อนยุคเรื่องนี้ไม่ควรพลาด และคนที่ไม่เคยดูมาก่อนก็รับชมได้ เพียงแต่การเดินเรื่องค่อนข้างดูยากไปสักหน่อย

ดเริ่มต้นมันคือเรื่องราวระหว่างชนชาติ
เรื่องราวนี้มีตำแหน่งที่เกิดในแถบตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลี จุดที่มีพรมแดนติดต่อกับจีน แต่ตอนนั้นมันคือ หนี่ว์เจิน และพาจอวี โดยมีชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตามรอยตะเข็บชายแดน ชาวหนี่ว์เจินกลุ่มหนึ่งถูกโชซอนใช้เพื่อคอยสอดแนมพาจอวี พวกเขาคือชนเผ่าซองจอยาอิน แต่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้แม้จะภักดีแต่โชซอนมาตลอด แต่ก็ไม่เคยเป็นที่ยอมรับของฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นคนโชซอน และคนหนี่ว์เจินเองก็ดูแคลน

โปสเตอร์ของตอนพิเศษ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ
โปสเตอร์ของตอนพิเศษ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ
คงต้องบอกว่า การบอกเล่าตรงนี้มันไม่ทำให้คนเห็นภาพ ทั้งชื่นเหล่านี้ก็ใหม่สำหรับคนดูหลายๆ กลุ่ม ความเข้าใจในสถานการณ์จึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น น่าเสียดายอยู่หน่อยๆ ที่เขามีแค่ตัวอักษรแปะไว้ให้อ่าน กับแผนที่นิ่งๆ และภาษาที่เราอ่านไม่ออก นี่ถ้ามีภาพเหตุการณ์ประกอบ หรือสร้างภาพเคลื่อนไหว หรือใช้ภาษาอังกฤษบนแผนที่ คนดูคงและเข้าใจสถานการณ์มากกว่ากว่านี้ได้มากทีเดียว

ยังดีที่มันดูได้ทาง Netflix เราจึงดูซ้ำได้หลายหน ย้อนกลับไปทำความเข้าใจเรื่องราวได้ใหม่เท่าที่ต้องการ

ก่อนจะกลายมาเป็นการแก้แค้นและกำเนิดซอมบี้แห่งโชซอน
จากนั้น เรื่องราวก็ร่ายยาวปูเรื่อง ทั้งเหตุที่เกิดขึ้นในปี ทั้งเหตุที่หมู่บ้านของอาชินถูกเผา สูญเสียทั้งบ้านและญาติพี่น้อง จึงย้ายตัวเองมาอยู่กับค่ายของทหารโชซอน ระหว่างนั้นสืบหาความจริงไปด้วย รับหน้าที่คนสอดแนมไปด้วย ฝึกฝนความสามารถในการสู้รบไปด้วย รอวันแก้แค้น

“พืชชนิดนี้คืนชีพคนตายได้ แต่มีราคาต้องชดใช้”

‘พเยซากุน’ คือพื้นที่ต้องห้าม มีคำร่ำลือว่าที่นั่นมีสิ่งแปลกประหลาดและอันตรายอาศัยอยู่ ไม่เคยมีใครที่เข้าไปเก็บโสมป่าแล้วรอดกลับออกมา ตอนพิเศษที่บอกเล่าถึงบันทึกอยู่ในศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง ที่นั่น อาชินได้เข้าไปพบความลับของตำนานสมุนไพรคืนชีพ เธอต้องเข้าไปถึงสองครั้งสองครา จนเธอได้พบว่า เธอกลายเป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่เหลืออยู่ ญาติพี่น้องตายเรียบ งานนี้ต้องแก้แค้นเท่านั้น

คิมชีอา กับบทบาท อาชินวัยเด็ก ในตอนพิเศษ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาชินแห่งเผ่าเหนือ ทาง Netflix

เรื่องที่เดินไปเรื่อยๆ ไม่เร่งร้อนและเร่งเร้า ทุกอย่างเดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงช่วงตื่นเต้น เมื่อเหล่าผีดิบเริ่มอาละวาด และการแก้แค้นของอาชินกำลังมาถึงจุดแตกหัก

นอกจากหนี่ว์เจิน และ พาจอวี แล้ว ก็ยังมีอีกชื่อหนึ่ง นั่นคือ ชูพาจิน ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในดินแดนโชซอน ที่ที่เหล่าทหารของโชซอนตั้งค่ายพักกันอยู่ที่นี่ และเป็นที่ซึ่งอาชินมาอาศัยอยู่ในอาคารเลี้ยงหมู เติบโตภายใต้การเป็นชนชั้นล่างของสังคมที่นั่น ทำงานสอดแนมหาเลี้ยงชีพ อดทนท่ามกลางการดูหมิ่น สะสมความแค้นเพื่อรอวันชำระ

แล้วเวลาที่หลายคนรอคอยก็มาถึง

รวมทัพนักแสดงมีฝีมือที่เล่นได้โดดเด่น
Kim Shi A/คิมชีอา เล่นเป็นเด็กน้อยที่เล่นเป็น อาชิน (วัยเด็ก) เธอเป็นเด็กที่หน้าตายังดูดีและน่ารักแม้จะต้องแต่งให้มอมแมมตามประสาเด็กบ้านป่า เธอเป็นชินอาที่หวังจะเก็บโสมป่ามารักษาแม่ที่ป่วยหนัก เธอได้รับรู้ตำนานของพืชสมุนไพรที่ชุบชีวิตคนจากความตาย จึงได้เข้าไปยังพเยซากุนโดยไม่สนใจคำที่ผู้ใหญ่กล่าวห้าม

ตัวละครนี้ถูกส่งต่อมาให้กับ Jun Ji Hyun/จอนจีฮยอน ผู้แสดงเป็น อาชิน (วัยผู้ใหญ่) เธอต้องแบกรับความสูญเสียที่ได้รับมาแต่ยังเยาว์ อดทนผ่านความลำบากมากมายเพื่อรอวันได้แก้แค้น ยอมกระทั่งเป็นพลสอดแนมรับใช้โชซอนเพื่อหวังว่าวันหนึ่ง โชซอนจะช่วยเธอแก้แค้นให้กับครอบครัว เป็นตัวละครที่มีบทพูดไม่มาก แต่ต้องใช้การแสดงออกทางสีหน้าแววตาซึ่งเธอก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว

อีกคนที่จะมองข้ามไปไม่ได้ คือ Park Byung Eun/พัคบยองอึน ผู้แสดงเป็น มินชีรก เขาคือนายทหารคนหนึ่งของโชซอน ผู้ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องโชซอน จึงไม่เว้นแม้แต่การหักหลังคนที่ทำคุณประโยชน์ให้ เขาคือผู้กวาดล้างเหล่าซอมบี้ผีดิบในซีซัน 1 และเป็นผู้นำกองทหารและช่วยเหลือรัชทายางอีชางในซีซัน 2

ในตอนพิเศษนี้ เขาก็เป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุซอมบี้เกลื่อนเมืองในเวลาต่อมาเช่นกัน

เรื่องราวที่ทำให้คุณรู้จักกับอาชินผู้มาเยือนในตอนท้ายของซีซัน 2
อาจจะมีหลายช่วง เวลา ที่ภาพ ในจอค่อนข้างมืด ถ้าทีวี ของท่าน คุณภาพจอ ไม่สูงพอก็อาจจะเป็น เรื่องกวนใจ อยู่บ้าง บางเสียง แนะนำให้ปิดไฟ ไม่ก็เปลี่ยนไป ใช้ทีวีรุ่นใหม่ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้พบกับตัวเองก็คือ การได้ลองเป็นดูครั้งที่สองบนคอมพิวเตอร์ ทำให้เข้าเรื่องราวได้มากขึ้นกว่าเดิม เหมือนเขาจงใจจะให้เราดูสองรอบนะครับเนี่ย

เรื่องราวมันอาจจะเล่าปูเรื่องยาวหน่อย ความเร้าใจในช่วงครึ่งแรกมันอาจมีไม่มากนัก แม้ในครึ่งหลังจะได้เห็นซอมบี้อาละวาดอยู่บ้าง แต่ก็เรียกได้ว่ายังไม่มากพอสำหรับคนที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม มันคือ ภาคที่ต่อเติมให้เราได้รู้จักกับอาชินให้มากขึ้น

 

สรุป

หนังภาคกำเนิดของจักรวาลคิงดอม ซอมบี้เกาหลี ได้จอนจีฮยอน รับบท อาชิน เดินเรื่องเอื่อยไปหน่อย แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่แฟนซีรีส์ไม่ควรพลาด

จุดเด่น

เป็นการเฉลยที่มาและจุดกำเนิดของซอมบี้ในหนังคิงดอมที่หักมุมพอสมควร

โปรดักชั่นดีเยี่ยม
จอนจีฮยอนแสดงได้ดี
เป็นการเชื่อมไปยังซีรีส์ภาคหลักได้ดี
น่าติดตามทิศทางของตัวละครอาชินหลังจากนี้เอามากๆ
มีพากย์ไทย

จุดด้อย

หนังเดินเรื่องช้า ใช้เวลาปูบทนานเกินไป
กว่าซอมบี้จะออกมาก็ช้ามากๆ
ช่วงท้ายสู้กับซอมบี้ไม่ได้มีลุ้นอะไร
บทแสดงของจอนจีฮยอนน้อยเกินไป

 

ดูหนังไทย

รีวิวหนัง If Cats Disappeared From the World ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้

เรื่องย่อหนัง หนัง If Cats Disappeared From the World หรือชื่อไทยว่า ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ สร้างจากการ์ตูนตาหวาน ชื่อดัง ตัวพลอตฉบับภาพยนตร์เล่าถึง บุรุษไปรษณีย์ ที่เพิ่งโดนแฟนทิ้ง แถมป่วยด้วยโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา เพื่อนสนิทที่สุดของเขาคือแมวจรจัดที่หลงท­างมา และ ในคืนที่เขาใกล้ตาย เขาได้ข้อเสนอจากยมทูต ที่จะช่วยยืดชีวิตให้ แต่ต้องแลกกับของ 1 ชิ้นที่เมื่อยกให้ยมทูต ความทรงจำเกี่ยวกับของสิ่งนั้นก็จะหายไป เขาจะลืมทุกอย่าง ทั้งความสุข ความเศร้า หรือแม้แต่ คุณค่าของการได้เป็นคนสำคัญของใครคนที่ให้­ของชิ้นนั้นแก่เขามา แต่เพื่อเป็นการซื้อเวลาให้ชีวิตตัวเอง เขายอมแลก แลกทีละชิ้น จนถึงของชิ้นสุดท้าย…

รีวิวหนัง If Cats Disappeared From the World  ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้

เรื่องราวของชายหนุ่มที่กำลังจะตายด้วยเนื้องอกในสมองระยะสุดท้าย ได้เจอกับชายที่หน้าตาเหมือนตัวเองมาแสดงตัวว่าเป็นปีศาจหรือยมทูตอะไรประมาณนั้น และบอกเงื่อนไขว่าถ้ายังไม่อยากตายเขาสามารถต่อเวลาชีวิตไปอีกได้เรื่อยๆ ถ้ายอมแลกกับของบางอย่างในโลกที่จะถูกเลือกสุ่มให้หายไปจากโลกนี้ทีละอย่างๆ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงแมวแสนรักที่เขาเลี้ยง ชายหนุ่มก็ได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิตไปพร้อมๆ กับการตระหนักความสำคัญของมิตรภาพ ความรัก และคนในครอบครัว

หนังเปิดเรื่องมาได้น่าสนุกด้วยสถานการณ์ที่น่าติดตามไม่หยอก แต่กับส่วนของตรรกะนั้นกลับสวนทางกันและค่อยๆ ล่มลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากหนังไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจริงหรือเป็นแค่มโนในหัวซึ่งจุดนี้ทำให้เรามีปัญหากับความสมเหตุสมผลของหนัง เราก็เลยดูหนังด้วยการเอาตรรกะไปจับมันไว้ตลอดจนเราหมดสนุก ความรู้สึกตอนดูก็ได้แต่รอให้ตัวละครมันได้สติกลับคืนมาไปเรื่อยๆ แถมการเล่าเรื่องที่ไม่ลำดับตามไทม์ไลน์ปกติยิ่งทำให้หนังไม่ปะติดปะต่อทางอารมณ์ โดยเฉพาะพัฒนาการตัวละครพระเอกที่จะเวิ่นเว้อก็เวิ่นไปเรื่อย จะกลับมาตระหนักรับรู้ก็ดูล่องลอย แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันก็เข้าใจได้นะว่าหนังต้องการเล่าอะไร และตัวละครมันเป็นอะไรกำลังเผชิญกับสภาวะจิตใจยังไงอยู่ เพียงแค่เราไม่อินกับความเยอะของการเล่าที่มันเยอะไปแยะไปหมด ก็ไม่ได้อ่านหนังสือนะ แต่หนังสือมันน่าสนุกและดีกว่านี้

ที่มา

รีวิวหนัง Things to Come – ชีวิตนี้มีความสตรอง นาตาลี ครูสอนปรัชญา

หนัง Things to Come – ชีวิตนี้มีความสตรอง นาตาลี ครูสอนปรัชญาที่ชีวิตครอบครัว (เหมือนจะ) เพอร์เฟค มีแม่เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวในชีวิต จนทำให้มีปัญหาป่วยทางจิต แต่แล้ววันหนึ่งตัวเธอเองกลับต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมเช่นเดียวกันกับแม่ เมื่อสามีที่แต่งงานอยู่กินกันมากว่าครึ่งชีวิต ขอแยกทางไปกับผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งให้เธอเลี้ยงลูก 2 คนเพียงลำพัง เมื่อปัญหาถาโถมเข้ามาเธอจึงต้องก้าวผ่านมันไปให้ Things to Come หรือชื่อไทยว่า ชีวิตนี้มีความสตรอง หนังที่จะชี้ให้เห็นอีกแง่มุมของชีวิตที่ต้องพบกับความล้มเหลว และความผิดหวัง ก็ยังต้องสตรอง ถ่ายทอดโดยผู้กำกับสาวไฟแรง Mia hansen-love เจ้าของรางวัล Silver Bear for best Director จากงานเบอร์ลิน อินเตอร์เนชั่นนัล ฟิล์ม เฟสติวัล ครั้งที่ 66 นำแสดงโดยดาราสาวรุ่นเก๋าชาวฝรั่งเศส อิซาเบล อุปแปร์ เป็นหนังที่ถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวของคำว่า “ชีวิตอาจไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ” ได้เป็นอย่างดี

รีวิวหนัง Things to Come - ชีวิตนี้มีความสตรอง นาตาลี ครูสอนปรัชญา

หนังว่าด้วยเรื่องราวของ Nathalie สาวใหญ่เธอเป็นอาจารย์สอนปรัชญา มีสามีเป็นอาจารย์สอนปรัชญาด้วยเช่นกัน เธอและสามี มีลูกด้วยกัน 2 คน และ เธอมีแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง อยู่มาวันหนึ่ง สามีของเธอมาสารภาพว่ามีผู้หญิงอื่น ทำให้เธอตัดสินใจแยกกันอยู่กับสามี ส่วนแม่ของเธอนับวันก็ทำตัวเรียกร้องความสนใจมากขึ้นเธอต้องปลีกเวลามาดูแม่อยู่เสมอ ประกอบกับที่มหาลัยที่เธอสอนก็มีนักศึกษาประท้วงเรื่องการเมืองทำให้การเรียนการสอนต้องติดๆขัดๆ ยิ่งทำให้เธอเครียด เธอมีสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้เธอยิ้มได้ และมีความสุขคือการได้เจอ และสนทนากับ Fabien ลูกศิษย์คนโปรดที่อาศัยอยู่ในป่าเพื่อเขียนหนังสือปรัชญา
..
หนังปล่อยให้คนดูเปรียบเสมือนบุคคลที่ 3 คอยดูชีวิตของ Nathalie ไปเรื่อยๆ ตัวหนังไม่ได้บีบคั้นหรือบังคับคนดู ให้เข้าถึงหรือตัดสินในสิ่งที่ Nathalie ทำ แต่เราจะเข้าถึงได้ในสิ่งที่ ตัวละครแสดงออกมา เราจะเห็นได้ว่า Nathalie เป็นผู้หญิงที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง เธอมักไม่สนใจเสียงรอบข้างที่คอยทัดทาน หรือ เรียกร้องในสิ่งที่เธอสามารถผ่อนปรนเสนอให้ได้ แต่อีกนัยหนึ่งเราอาจมองต่างว่า สิ่งที่เธอเป็นไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเอง แต่อาจเป็นเพราะเธอเหนื่อยที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัว ที่กำลังจะเกิดขึ้น
..
ในหนังเราจะเริ่มสังเกตุได้ถึงสถานการณ์รอบข้างของ Nathalie เราจะเริ่มเห็นความขัดแย้งเล็กๆที่กำลังก่อตัวจากการกระทำของเธอ เช่น เธอกับสามีมีปากเสียงกันเล็กน้อยเรื่องที่ สามีไม่เปิดใจยอมรับและคุยดีๆ กับ Fabien รวมถึง ลูกๆของเธอก็ไม่วายที่จะเหน็บผู้เป็นแม่ โดยการเปรียบเทียบตนเองกับ Fabien ลูกศิษย์โปรดของเธอ / สำนักพิมพ์ที่พิมพ์ตำราเรียนที่เธอเขียน ได้ขอร้องให้เธอเปลี่ยนรูปเล่มให้ทันสมัยขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายแต่เธอไม่ยอม / แม่ของเธอเริ่มเรียกร้องความสนใจที่วุ่นวายมากขึ้นเพียงเพราะไม่รับโทรศัพท์ของผู้เป็นแม่ แม้กระทั่ง Fabien ศิษย์โปรดของเธอ ตอนท้ายก็ไม่ลงรอยกับเธอในเรื่องของปรัชญาทัศนคติที่ไม่ตรงกัน
..
แต่ถึงกระนั้น แม้ว่า บทหนังจะทำให้เธอดูเหมือนเป็นเป็นคนไม่เอาอะไรไม่สนใจใคร แต่เรากลับสงสารเธอและเอาใจช่วยเธออย่างน่าประหลาด คงเป็นเพราะเธอแบกรับความทุกข์ความเครียดมากเกินที่มนุษย์ปกติพึ่งจะได้รับ ซึ่งเป็น ” อนาคต ” ที่ Nathalie ไม่ได้วาดฝันไว้ ในใจลึกๆ เธอไม่อยากเป็นแบบเหมือนแม่ของเธอ ที่ชีวิตล้มเหลว จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า แต่เธอหารู้ไม่ว่า แม่ของเธอนี่แหละที่จะเป็นแสงสว่างนำทางเธอในบั้นปลายชีวิต
..
หลังจากที่มารดาของเธอเสียชีวิต เธอเริ่มที่ปล่อยวาง และเข้าใจชีวิตมากขึ้น เธอเริ่มเปิดใจยอมรับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้ามา เรียนรู้ที่จะอยู่บนพื้นฐานความเจ็บปวดทุกข์ใจ ต้องเข็มแข็งเผชิญหน้ากับมัน เพราะท้ายที่สุดตัวเธอเองต้องเป็น “ภาพสะท้อนในอนาคต ” ให้กับลูกๆของเธอที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยมีครอบครัว  ที่มา 

สวนสวยๆ ความภูมิใจของ กิ่งก้านใบ กับสวนที่เป็นมากกว่าสวน

สวนสวยๆ ความภูมิใจของ กิ่งก้านใบ กับ สวนที่เป็นมากกว่าสวน  มีบ้านสวยว่าดีแล้วยิ่งถ้าได้มี สวนสวยๆ เพิ่มเติมเข้าไปก็ยิ่งทำให้องค์ประกอบของชีวิตแทบจะสมบูรณ์พร้อม และทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่าใครต่างก็ต้องการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ อยากมีพื้นที่สีเขียวอยู่ใกล้ๆตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ ‘การจัดสวน’ ได้กลายมาเป็นเทรนด์ของคนรักบ้านที่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สวนสวยๆ ความภูมิใจของ กิ่งก้านใบ กับสวนที่เป็นมากกว่าสวน

 

กิ่งก้านใบ
จุดเริ่มต้นของ ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ เกิดจากสถาปนิก 2 คนที่รักในงานออกแบบพื้นที่ภายนอกและมีความชื่นชอบในสไตล์มินิมอล-โมเดิร์นเหมือนกัน ได้นำความงามที่เรียบง่ายนำเสนอผ่านการออกแบบสวน จนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวมาจนถึงปัจจุบัน…

“ผมกับพลอยเป็นสถาปนิกที่ทำงานสไตล์โมเดิร์นมาก่อนและอยากให้สวนกับอาคารที่เราออกแบบออกมาเป็นเรื่องราวเดียวกัน ปัญหาคือเราหานักจัดสวนที่ถูกใจไม่ได้ สุดท้ายก็เลยลองออกแบบเอง ทีนี้พอทำไปแล้วก็สนุกแถมได้รับการตอบรับจากลูกค้าดี ทุกอย่างก็เลยเริ่มจากจุดนั้นเราเริ่มปรับเปลี่ยนทุกอย่างที่เป็นจุดอ่อนของการจัดสวนโดยนำวิธีคิดและขั้นตอนการทำงานของงานสถาปัตยกรรมมาใช้ ค่อยๆปรับสไตล์การทำงานให้ชัดเจนขึ้นซึ่งก็เป็นสไตล์มินิมอล-โมเดิร์นอย่างที่เราชอบ”
สวนจัดสวนตกแต่งสวนแบบสวนกิ่ง ก้าน ใบเมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง – ก้าน – ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน
Design : กิ่ง-ก้าน-ใบ
สวนสไตล์กิ่งก้านใบ
ถึงวันนี้เป็นที่รู้กันว่า ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ รับจัดสวนเฉพาะแนวมินิมอล-โมเดิร์นเพียงอย่างเดียวไม่คิดจะบิดไปลองจัดในแนวทางอื่นแม้จะมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าหลายๆคน…
“เรารักที่จะทำสวนแบบมินิมอล-โมเดิร์นมาก และทำมาตั้งแต่เปิดบริษัทโดยไม่จัดแนวอื่นเลยคิดว่ามันเป็นสไตล์เดียวที่ถนัดและเป็นตัวเองที่สุด คือเราชอบที่ออกแบบพื้นที่ภายนอกที่เน้นความเรียบง่ายแต่ยังได้ฟังก์ชั่นครบ เราสนุกกับการสร้างสรรค์รายละเอียดของงานให้มีความสดใหม่อยู่เสมอและพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆของการใช้พื้นที่ภายนอกให้กับลูกค้า สิ่งที่เราให้ไม่ได้เป็นแค่สวนแต่เป็นพื้นที่กลางแจ้งสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์อันสวยงาม แต่ก็นั่นแหละค่ะ ต้องในแนวทางของเราเท่านั้น”
คุณบอยและคุณพลอยได้ให้คำจำกัดความของความเป็นมินิมอล-โมเดิร์นไว้ว่า สิ่งนี้คือความ ‘เรียบ’ กับ ‘ง่าย’ และคงไว้เฉพาะส่วนที่สำคัญและจำเป็น เน้นการใช้เส้นสายที่เรียบร้อย มีรูปทรงที่ชัดเจนโดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า…ความเรียบง่ายคือที่สุดแห่งความงาม
“ตลอดการทำงานที่ผ่านมา เราต้องตอบคำถามนี้บ่อยมากแต่ก็ยังอยากอยากตอบและมีความสุขในทุกครั้งที่ได้อธิบายเสมอ สวนแบบมินิมอล-โมเดิร์นคือสวนโมเดิร์น ที่ตัดทอนรายละเอียดและการตกแต่งที่ไม่จำเป็นออกไป เหลือไว้แต่เนื้อแท้ของงานและเลือกโฟกัสกับส่วนที่เป็นความงามจริงๆ ทั้งในเรื่องสัดส่วน ประโยชน์ใช้สอย พื้นผิวสัมผัส โดยความงามที่เกิดขึ้นต้องเรียบง่ายชัดเจนและมีเรื่องราว เพื่อให้ผู้ใช้สวนได้รู้สึกอิ่มเอมตลอดเวลาที่อยู่ในสวนแสนเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียด”
สวนจัดสวนตกแต่งสวนแบบสวนกิ่ง ก้าน ใบเมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง – ก้าน – ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน

ความละเอียดและความเนี๊ยบในสไตล์กิ่งก้านใบ
การทำงานของกิ่งก้านใบมีความละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเริ่มงานไปจนจบกระบวนการ เริ่มตั้งแต่การพูดคุยถึงความต้องการ การสำรวจพื้นที่จริง การมองบริบทโดยรอบของบ้าน การวัดระยะต่างๆทุกตารางนิ้ว เพื่อให้ได้สวนที่มีความเฉพาะและพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละรายทั้งหมดนี้คือหัวใจสำคัญก่อนการเริ่มงานของ ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’
“ผมว่ามันเป็นเรื่องปรกติของทุกงานในการที่จะทำงานออกมาได้ละเอียดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วนจริงๆ ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะงานที่เป็น Motional Product หรือเป็นไลฟ์สไตล์เรายิ่งต้องละเอียดในการเก็บข้อมูล อย่างการรับบรีฟครั้งแรกเนี่ยเราต้องรู้ว่าลูกค้ามีคาแรคเตอร์แบบไหน ไล่ไปถึงรายละเอียดในชีวิต แผนการในอนาคต คือเราไม่ได้คิดแค่ว่าทำสวนให้สวยๆแล้วก็จบ แต่ต้องมองภาพลูกค้าให้ออกว่าเวลาอยู่ในสวนของเราจะออกมาแบบไหน สวนของเราจะส่งเสริมหรือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของลูกค้าสมบูรณ์แบบได้อย่างไร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเก็บข้อมูลเป็นอย่างมาก”
คุณพลอยเล่าเสริมว่า “เราจะสอบถาม User อย่างละเอียดเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ อาชีพ ช่วงเวลาที่ใช้สวนจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก สัตว์เลี้ยง เก็บข้อมูลละเอียดไปถึงขนาดว่ามีสมาชิกคนไหนแพ้พันธุ์ไม้อะไรบ้างหรือเปล่า ถามไปถึงสวนในฝันของเค้าว่าเป็นอย่างไร พลอยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้แหละคือเป็นข้อมูลที่จะทำให้เราเข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นและสามารถดึงคาแร็กเตอร์ของสวนที่กำลังจะออกแบบให้ตรงใจลูกค้าที่สุด”
สวนจัดสวนตกแต่งสวนแบบสวนกิ่ง ก้าน ใบเมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง – ก้าน – ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน

ในระหว่างการทำงาน กิ่งก้านใบใส่ใจรายละเอียดในทุกดีเทล เราอาจจะคิดว่า ความเรียบและความน้อย หมายถึงความง่ายในการทำงาน แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม คุณพลอยเล่าให้เราฟังว่า “ยิ่งเรียบง่ายเท่าไหร่ยิ่งต้องใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเมื่อเป็นงานสวนงานที่ต้องรับรู้และสัมผัสความงามในระยะใกล้ก็ยิ่งต้องละเอียด วัสดุทุกอย่างต้องเลือกคัดมาอย่างดี การติดตั้ง เหลี่ยมมุมต้องเนี้ยบในระดับมิลลิเมตร”
คุณบอยได้เล่าต่อถึงความใส่ใจรายละเอียดในการทำงานชนิดที่ ฟังแล้วอยากปรบมือให้ดังๆ
“ปกติเราให้ค่า error ในงานที่ระดับ 5 มิลลิเมตร แต่ถ้าเป็นบ่อน้ำล้นอย่าง Reflective Pond ช่างของเราต้องทำให้มีค่า error ไม่เกิน 1 มิลลิเมตรเท่านั้น เพราะมันส่งผลถึงการเคลื่อนไหวของน้ำ ความสวยงามในการมองเห็น ส่งผลแม้กระทั่งเสียงที่ได้ยินเวลาน้ำตกกระทบกัน”

“เมื่อต้องละเอียดขนาดนี้ แน่นอนว่าในการทำงานความเข้าใจกันระหว่างทีมนักออกแบบกับทีมช่างสำคัญมากครับ คือเราต้องมองเห็นทั้งหมดเป็นภาพเดียวกันและยึดถือความตั้งใจที่จะส่งมอบงานที่เนี้ยบที่สุดเพื่อเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าให้ได้”

สวนจัดสวนตกแต่งสวนแบบสวนกิ่ง ก้าน ใบเมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง – ก้าน – ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน

ความภูมิใจของกิ่งก้านใบกับสวนที่เป็นมากกว่าสวน
ตั้งแต่สวนแรกและจนถึงวันนี้ ทั้งสองคนเล่าให้ Forfur ฟังว่ายังคงตื่นเต้นกับการพรีเซนต์สวนให้ลูกค้าฟังเสมอ และทุกครั้งที่ได้รู้ว่า สวนที่ตั้งใจทำมีส่วนช่วยเสริมความสุข สร้างรอยยิ้ม หรือได้ช่วยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเจ้าของบ้านให้สมบูรณ์ขึ้นอย่างไร รวมถึงการได้รับฟังเรื่องราวดีๆเกิดขึ้น หรือได้รู้ว่าลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวมากขึ้นผ่านสวนที่ออกแบบ ก็จะมีความสุขร่วมไปกับลูกค้าด้วย และมันก็เป็นความสุขเดียวกันนี้เองที่หล่อเลี้ยง ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ เป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้ไม่หยุดที่จะคิดสร้างสรรค์และพัฒนาตัวเอง
“เราได้ยินมาเสมอมา ลูกค้าทุกคนให้เวลากับสวนมากขึ้น มีความสุขที่มากยิ่งขึ้นปฏิสัมพันธ์ของคนในบ้านก็เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่เราส่งมอบจริงๆคือสวนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมๆกับคนในบ้าน เติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น”
“สำหรับพวกเราการส่งมอบสวนไม่ได้หมายถึงการจบสิ้นภารกิจ แต่มันเป็นวันที่ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นเพราะเป็นวันแรกที่ลูกค้าได้ทำความรู้จักกับสวนของพวกเรา เอาจริงๆถึงแม้จะส่งมอบสวนมามากมายแต่ทุกครั้งก็อดลุ้นไม่ได้ว่าลูกค้าจะชอบสวนของพวกเรามั้ย ภาพของลูกค้าตอนใช้สวนจะสวยเหมือนที่เราคิดไว้มั้ย Moment เหล่านี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาดีๆของพวกเราเป็นอีกหนึ่งความสุขเล็กๆที่เป็นกำลังใจให้พวกเรามีพลังทำงานต่อไป”
สวนจัดสวนตกแต่งสวนแบบสวนกิ่ง ก้าน ใบเมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง – ก้าน – ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน

ความสำเร็จและเป้าหมายต่อไป

นอกจากจะพาบริษัทไปอยู่ในจุดที่คนจดจำลายเซ็นของงานออกแบบสไตล์ ‘มินิมอล-โมเดิร์น’ กันได้แล้ว จำนวนสวนที่ส่งมอบไปเกินกว่าหนึ่งพันสวน รวมถึงทีมงานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆล้วนเป็นตัวบอกความเติบโตอย่างมั่นคงของ ‘กิ่ง-ก้าน-ใบ’ ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นเป้าหมายในฐานะนักออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งมอบสวน แต่คือความต้องการที่จะพาผลงานของนักออกแบบสวนไทยไปให้ต่างชาติได้ชื่นชมและทำให้คนเข้าใจความสำคัญของการออกแบบสวนที่จะยกระดับชีวิตของผู้คนได้มากขึ้น
“อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าสวนจากประเทศไทยก็สวยไม่แพ้ใคร เราจึงพยายามพาสวนของพวกเราออกไปให้คนทั่วโลกได้เห็น”

สวนจัดสวนตกแต่งสวนแบบสวนกิ่ง ก้าน ใบเมื่อการใส่ใจทุก ‘กิ่ง – ก้าน – ใบ’ คือหัวใจของการจัดสวน

“ทีมกิ่งฯทุกคนมุ่งหวังอยากให้ผู้คนเห็นคุณค่าของงานสวน งานออกแบบสวน เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น ให้สวนมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้น แน่นอนว่าเราก็อยากให้คนทุกคนเห็นในสิ่งนี้เหมือนกัน”  ออกแบบบ้าน